ตอนที่ 686 พาช่างเยวี่ยกลับบ้าน
ใครกัน?!
หลังจากที่เจิ้งฟู่หยุดยืนให้มันคงได้แล้วเขาก็เปิดปากถามขึ้นอย่างสงสัยว่าใครเข้ามาขวาง......
“ท่านลุงสาม!”สีหน้าของชายหนุ่มภูจินกลายเป็นดีขึ้นมาในทันทีเมื่อมันเห็นว่าคนที่ปรากฏตัวมาช่วยมันนั้นเป็นลุงสามของมัน.......
“พ่อหนุ่ม! เรื่องในครั้งนี้พวกเราเป็นฝ่ายผิดเองข้าในฐานผู้อาวุโสของตระกูลนภาทองคำ และเป็นลุงของชายคนนี้ ข้าอยากให้เจ้าปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปและถือว่าไม่เคยมีเรื่องใดเกิดขึ้นในวันนี้ได้หรือไม่?หากได้ข้าจะรู้สึกขอบคุณเจ้ามาก แต่หากว่าไม่ได้ข้าคงต้องใช้กำลังทำให้มันจบ!”ชายวัยกลางคนที่เป็นลุงสามของชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเพื่อขอให้เจิ้งฟู่ยุติเรื่องที่เกิดขึ้นนี้แล้วให้ลืมเรื่องนี้ไปซะไม่เช่นนั้นชายวัยกลางคงต้องใช้กำลังทำให้เรื่องมันจบ......
‘ชายคนนี้แข็งแกร่งเกินไปกว่าที่เราจะสู้ได้ตอนนี้คงต้องยอมปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน เอาไว้ข้าแข็งแกร่งเมื่อไหร่ข้าจะต้องไปเยี่ยมตระกูลนภาทองคำของพวกเจ้าแน่!’ เจิ้งฟู่รับรู้ได้ว่าเขานั้นสู้ชายวัยกลางคนคนนี้ไม่ได้แน่หากชายวัยกลางคิดที่จัดการเขาเขาคงไม่รอดในวันนี้......
“ก็ได้! ยังไงข้าก็ได้จัดการไอ้คนที่มันพูดจาไม่เข้าหูข้าไปแล้วก็ให้ถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกันแต่หากครั้งหน้านายน้อยของท่านเจอคนที่แข็งแกร่งกว่าเข้าจริงๆผลที่ออกมามันคงไม่ใช่แบบนี้หากเขายังก่อปัญหาและรังแกผู้อื่นอยู่แบบนี้!” เจิ้งฟู่ตัดสินใจที่จะยอมถอยออกมาก่อนซึ่งเขาได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้เกี่ยวกับนิสัยชอบรังแกผู้อื่นของชายหนุ่มว่าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันจะโดนดีเข้าให้และเมื่อถึงวันนั้นจุดจบของเรื่องนี้คงไม่ใช่แบบนี้......
“ข้าเข้าใจแล้วคนในตระกูลของข้าข้าจัดการเอง!” ชายวัยกลางคนทราบดีถึงคำพูดของเจิ้งฟู่ไม่ใช่ว่าไม่มีใครกล่าวเตือนชายหนุ่มภูจินแต่เป็นเพราะว่าชายหนุ่มไม่เชื่อฟังบวกกับมารดาของเขาคอยให้ท้ายอยู่ตลอดนิสัยของชายหนุ่มจึงได้เสียอย่างนี้เช่นนั้นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันจึงได้ส่งชายวัยกลางคนมาคอยตามดูชายหนุ่มเอาไว้.......
“ท่านลุงสาม! เหตุใดถึงได้ปล่อยไอ้สารเลวนี้ไปละขอรับ!มันกล้าที่จะหยามเกียรติตระกูลของเราแบบนี้ ท่านลุงน่าจะฆ่ามันทิ้งให้จบๆเลยไปปล่อยเอาไว้แบบ........”
หุบปาก!!
“กลับตระกูลไปพร้อมกับข้าเดี๋ยวนี้!ครั้งนี้เจ้าทำได้งามหน้านัก เจ้านี่มัน!!” ชายวัยหลางตะโกนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดและไม่สบอารมณ์ที่ชายหนุ่มยังคงไม่สำนึกถึงความผิดของตน.......
ขอรับท่านลุงสาม!
เมื่อเห็นว่าลุงสามของตนกำลังโมโหอยู่ชายหนุ่มภูจินจึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อนอกจากเดินลุงสามของตนกลับตระกูลไปซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันได้อยู่ภายใต้สายตาของผู้ฝึกตนจำนวนมากที่แอบซ่อนตัวอยู่และทุกคนล้วนแต่เป็นผู้ฝึกตนระดับสูงทั้งนั้น และหลังจากที่เหตุการณ์สงบลงแล้วกลุ่มชาวมุงก็พากันแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางเหลือเพียงเจิ้งฟู่กับช่างเยวี่ยและสองเฒ่าหลานที่ขายของอยู่เท่านั้น.......
“พี่ชาย! ข้าขอโทษเป็นเพราะข้าทำเสียงดังเกินไปเลยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเป็นเพราะข้ามันตัวซวยมันถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายนี้ขึ้นกับพี่ชาย!” ช่างเยวี่ยตัวน้อยพลันกล่าวโทษตัวเองในทันทีเพราะเธอทำเสียงดังจนทุกคนหันมามองมันจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นและทำให้เจิ้งฟู่เดือดร้อน.......
“เด็กโง่! เจ้าอย่าได้โทษตัวเองไปเลยเจ้าไม่ได้ผิดหรอกนะปกติแล้วพี่ชายของเจ้าก็มักจะมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เรื่อยนั้นแหละซึ่งวันนี้ก็รอบที่สามได้แล้วละมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” เจิ้งฟู่รีบพูดปลอมเด็กหญิงในทันทีพร้อมกับบอกว่าตัวเขานั้นมักจะดวงซวยเจอเรื่องแบบนี้อยู่เป็นประจำซึ่งตลอดทั้งวันที่ผ่านมานี้เขามีเรื่องไปแล้วถึงสามรอบซึ่งรวมกับเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ด้วย.......
อ่า!!
ช่างเยวี่ยคิดว่าเจิ้งฟู่คงแค่พูดปลอบใจเธอเท่านั้นคงไม่มีใครซวยขนาดนั้นถึงกับมีปัญหาที่น่าปวดหัวแบบนี้ถึงสามรอบในวันเดียวแน่แต่ยังไงเธอก็รู้สึกดีที่เจิ้งฟู่ไม่กล่าวโทษเธอ......
“ท่านตา! ขอชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่อย่างนั้นเหรอ?”เมื่อทุกอย่างจบแล้วเจิ้งฟู่ก็เดินเข้าไปหาชายชรากับหลานชายที่นั่งอยู่บนพื้นไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่......
“ของชิ้นนี้ระ......ระ......ราคาหนึ่งร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำขอรับ!”ชายชรารีบตอบกลับเจิ้งฟู่ในทันที พร้อมกับจ้องมองมาที่เจิ้งฟู่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย.......
“ข้าให้ท่านสองร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำเลยท่านตาข้าคิดว่าของชิ้นนี้ของท่านมีค่ามากกว่าหนึ่งร้อยผลึกสวรรค์ม่วงเสียอีกนะ!”เจิ้งฟู่หยิบผลึกสวรรค์ม่วงระดับกลางจำนวนสองก้อนออกมาให้กับชายชราตรงหน้าก่อนจะหยิบเอาหนังสือสีทองเล่มเก่าขึ้นมา.....
“ขอบคุณนายท่าน!ขอบคุณนายท่าน!” ชายชรารู้สึกดีใจมากที่เจิ้งฟู่จ่ายเกินราคาที่เขาเรียกร้องไปซึ่งจริงๆแล้วชายชราก็ตั้งราคาไว้ที่สองร้อยผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำก่อนหน้านี้ทว่ามันขายไม่ออกเขาเลยลดเหลือเพียงแค่ร้อยเดียวแต่ใครจะไปคิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะใจดีจ่ายเขาสองร้อย.....
“ไม่เป็นไรท่านตา!ของชิ้นนี้มันสมควรกับราคานี้แล้ว บางทีมันอาจจะมากกว่าก็เป็นได้!” เจิ้งฟู่ยกมือขึ้นโบกไปมาเพื่อบอกว่าราคาแค่นี้บางทีอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ......
เมื่อซื้อหนังสือเก่าแก่เล่มสีทองมาแล้วเจิ้งฟู่ก็เก็บมันเข้าแหวนมิติของเขา ก่อนจะพาช่างเยวี่ยน้อยกลับไปที่รถม้า เพราะตอนนี้ของที่ต้องการก็ได้มาครบหมดแล้วและมันก็ใกล้มืดแล้วด้วยเจิ้งฟู่จึงคิดว่าสมควรที่จะกลับไปยังบ้านพักของเขาเสียที.......
“แม่นางฟ้าตัวน้อยของพี่ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ!”
ค่ะ!
เพียงแค่วันนี้วันเดียวเจิ้งฟู่ก็พบเจอกับเรื่องปวดหัวไปถึงสามเรื่องแล้วและแต่ละเรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องที่ใหญ่ๆทั้งนั้นดังนั้นเจิ้งฟู่คิดว่าควรที่จะกลับไปที่ภูเขาของเขาก่อน ซึ่งเขาได้ให้ชายชรากลับไปส่งเขาที่ลานจอดสัตว์อสูรเช่นเดิม.......
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่พาข้าเที่ยวชมเมืองในวันนี้หากวันหน้าข้ามาอีกข้าหวังว่าท่านจะพาข้าไปตามสถานที่ต่างๆอีกครั้ง! และนี่คือสิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยสำหรับท่าน!” เจิ้งฟู่ขอบคุณชายชราที่พาเขาไปเที่ยวชมตามสถานที่ต่างๆรวมถึงให้คำแนะนำแก่เขาดังนั้นเจิ้งฟู่จึงได้มอบผลึกสวรรค์ม่วงระดับสูงให้กับชายชราหนึ่งก้อนเพื่อเป็นของตอบแทน......
อ๊ะ!!
“แบบนี้มันมากเกินไปข้าน้อยรับไว้ไม่ได้หรอกขอรับ!” ชายชรารีบกล่าวปฏิเสธเจิ้งฟู่ทันทีเมื่อเห็นผลึกสวรรค์ม่วงก้อนใหญ่ในมือของเจิ้งฟู่......
“ท่านผู้เฒ่า หากท่านไม่รับมันไว้ข้าจะถือว่าท่านนั้นรังเกียจข้าเลยไม่อยากรับมันไว้!” เจิ้งฟู่รู้ว่าชายชราจะต้องปฏิเสธเขาแน่เขาเลยพูดยัดเยียดให้กับชายชรา......
อ่า!!
“เฮ้อ! นายน้อยช่างต่อข้านักตั้งแต่ชายชราคนนี้เกิดมาไม่มีใครที่ดีต่อข้าแบบนี้มาก่อนเลย!” ในที่สุดชายชราก็รับเอาผลึกสวรรค์ม่วงที่เจิ้งฟู่รับให้มาอย่างเกรงใจก่อนจะกล่าวชื่นชมเขา.....
“มันเป็นธรรมดาที่ข้าจะตอบแทนคนที่จริงใจต่อข้าและหากว่าในอนาคตท่านมีปัญหาใดๆ ขอเพียงท่านบอกมันแก่ข้า ข้าจะให้ความช่วยเหลือแก่ท่านในทันที!” เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้ม ก่อนจะพาช่างเยวี่ยเดินจากไปเพื่อกลับไปยังลานจอดสัตว์อสูรพาหนะบินซึ่งมีสิงโตปีกม่วงรออยู่......
กรร!!
ทันทีที่เจิ้งฟู่กลับมาถึงลานจอดของเขาเสียงคำรามเบาๆของสิงโตปีกม่วงก็ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าของมันที่แสดงท่าทางมีความสุขออกมา......
“นะ....นะ....นี่มันสิงโตปีกม่วงสัตว์อสูรระดับแก่นแท้สวรรค์?!” ในนาทีนั้นเอง เสียงร้องอย่างตกใจของช่างเยวี่ยก็ดังขึ้นเมื่อเธอเห็นสิงโตปีกม่วงของเจิ้งฟู่......
“ถูกต้องแล้วนางฟ้าตัวน้อยของพี่สิงโตตัวนี้เป็นสัตว์อสูรพาหนะบินของพี่ชายเอง!’ เจิ้งฟู่ยื่นมือไปลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยก่อนจะบอกว่าสิงโตปีกม่วงตัวนี้เป็นสัตว์อสูรบินของเขา......
“ว้าว! สิงโตปีกม่วงตัวนี้ดูสวยและน่าเกรงขามจังนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้าได้เห็นมัน มันจากจากหนังสือที่ข้าได้อ่านมาเสียอีก!”ช่างเยวี่ยรู้สึกทึ้งและตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินแบบนั้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นสิงโตปีกม่วงตัวจริง......
“เอาละ! พวกเรากลับบ้านกันเถอะพี่ชายคนนี้รู้สึกหิวแล้วและดูเหมือนว่านางฟ้าตัวน้อยของพี่เองก็น่าจะหิวแล้วเหมือนกัน?” เจิ้งฟู่เห็นว่านี่ก็เลยเวลามาพอสมควรแล้วเขาจึงพาช่างเยวี่ยน้อยขึ้นขี่บนหลังสิงโตปีกม่วงก่อนจะสั่งให้มันบินกลับไปที่ภูเขาของเขา......
“กลับบ้านเรากันเถอะ!กลับไปหาลูกของเจ้ากัน” เจิ้งฟู่กล่าวเบาๆกับสิงโตปีกม่วงพร้อมกับใช้มือของเขาลูบไปบนหัวของมันเบาๆ......
กรร!!
พรึบ!! พรึบ!!พรึบ!!
เจ้าสิงโตปีกม่วงคำรามออกมาเบาๆ ก่อนจะที่มันจะกระพือปีกเริ่มออกบินขึ้นไปเหนือท้องฟ้าและบินพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วซึ่งการเดินทางกลับไปยังภูเขาของเขานั้นเจิ้งฟู่จะใช้เวลาเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นก็ถึงแล้ว......
ยี่สิบนาทีผ่านไป......
พรึบ!! พรึบ!!
ตุบ!!
“สถานที่แห่งนี้ช่างสวยงามจริงๆเลย บ้านของพี่ชายอยู่ที่นี้เหรอค่ะ?”ทันทีที่มาถึงลานหน้าบ้านพักบนยอดเขา เสียงร้องอย่างตื่นเต้นของช่างเยวี่ยก็ดังขึ้นอีกครั้งเพราะตลอดทางเธอมักจะหลับตาเอาไว้ตลอดเพราะกลัวความสูง แต่หลังจากที่สิงโตปีกม่วงบินมาถึงภูเขาแล้วความเร็วมันก็ลดลงจนทำให้ช่างเยวี่ยสามารถลืมตาได้และในตอนนั้นเองเธอก็ได้เห็นภาพที่สวยงามของภูเขาที่อยู่เบื้องหน้าของเธอก่อนที่เธอจะถามเจิ้งฟู่ออกไปว่าที่นี้คือบ้านของเขาอย่างนั้นเหรอ......
“ใช่แล้ว ที่นี้คือบ้านของพี่ชายเองและต่อไปนี้มันจะเป็นบ้านของเจ้าด้วย!” เจิ้งฟู่หันไปตอบช่างเยวี่ยด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นพร้อมกับลูบหัวของเธอเบาๆอย่างเอ็นดู.......
“คาราวะนายท่าน!ยินดีต้อนรับกลับบ้านขอรับ!” ซึ่งในตอนนั้นเองเสียงของชายหนุ่มไท่เห๋อก็ดังขึ้น พร้อมกับตัวของเขาที่รีบวิ่งเข้ามาหาเจิ้งฟู่แต่ในตอนที่เขามาถึงสายตาของเขาก็พลันสังเกตเห็นได้ถึงเด็กสาวตัวน้อยที่งดงามที่อยู่ข้างๆเจิ้งฟู่ซึ่งความงดงามของช่างเยวี่ยได้ทำให้ชายหนุ่มถึงกับยืนอึ้งไม่ขยับเขยื้อนตัวเลย......
“อื้ม! ทุกอย่างปกติดีใจใช้ไท่เห๋อ?”เมื่อเจิ้งฟู่เห็นไท่เห๋อสติหลุดไปแล้วจากการได้เห็นช่างเยวี่ยเจิ้งฟู่ก็เดินเข้าไปใกล้ๆกับไท่เห๋อก่อนจะส่งเสียงพูดถามเกี่ยวกับความเรียบร้อยของที่นี้......
“อ้า! ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับนายท่านไม่มีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้นที่นี้เลย มีเพียงเจ้าสิงโตตัวน้อยที่ขึ้นมาเล่นบนนี้นั่นไง! พูดถึงก็มาพอดีเลย!” ชายหนุ่มไท่เห๋อได้สติคืนกลับมาหลังจากที่ได้ยินคำถามของเจิ้งฟู่ก่อนที่เขาจะตอบกลับว่าทุกอย่างปกติดี มีเพียงเจ้าสิ่งตัวโตน้อยที่เหงาเพราะแม่มันไม่อยู่มันเลยขึ้นมาเล่นกับไท่เห๋อบนนี้ ซึ่งในขณะที่พูดอยู่เจ้าสิงโตตัวน้อยก็มาพอดี......
กรร!!!
เจ้าสิงโตปีกม่วงตัวน้อยพลันบินออกมาจากด้านหลังของบ้านพักเมื่อมันรับรู้ได้ว่าแม่ของมันกลับมาแล้ว มันรีบเข้าไปหาแม่ของมันพร้อมกับเอาหน้าถูๆไปที่ขาของแม่มันอย่างดีใจ......
“น่ารักจัง! เจ้าลูกสิงโตตัวน้อยนั้นน่ารักจากเลยพี่ชายเจิ้งฟู่!”ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น แววตาของช่างเยวี่ยก็เป็นประกายขึ้นมาเมื่อเธอได้เห็นลูกสิงโตปีกม่วงตัวน้อย ซึ่งมันดูน่ารักน่าเอ็นดูมากยิ่งเธอมองมันเธอยิ่งรู้สึกหลงรักและอยากที่จะได้มัน......
“ถ้านางฟ้าตัวน้อยของพี่อยากได้มันพี่จะมอบมันให้กับน้องเป็นผู้ดูแล อีกอย่างเจ้าอยู่ที่นี้น่าจะเหงามีมันเป็นเพื่อนเล่นเจ้าจะได้ไม่เหงาด้วย!” เจิ้งฟู่เห็นว่าช่างเยวี่ยอยากได้ลูกสิงโตปีกม่วงตัวนี้จากแววตาของเธอเจิ้งฟู่จึงคิดที่จะมอบมันเธอเป็นผู้ดูแลอีกอย่างเด็กหญิงอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อนเล่นเธอคงจะเหงาแย่ดังนั้นการให้ลูกสิงโตกับเธอมันน่าจะดี.......
“พี่ชายเจิ้งฟู่ให้ข้าจริงๆเหรอค่ะ?” ช่างเยวี่ยพลันหันไปถามย้ำเจิ้งฟู่ในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่ที่ว่าจะมอบลูกสิงโตปีกม่วงให้ใบหน้าของเธอดูคาดหวังและดีใจเป็นอย่างมาก......
“จริงสิ! พี่จะมอบมันให้เธอเป็นผู้ดูแล!”เจิ้งฟู่พยักหน้าตอบย้ำคำตอบเดิมของเขา.......
เย้!!!
“พี่ชายใจดีที่สุด!”
*****************************************************
ไม่ต้องรอนะครับมีตอนเดียว ไม่ไหวปวดหัว ขอพักสมองหน่อยนะครับ ปกติแล้วไม่ได้เคยเยอะขนาดนี้