War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 61

    เวลาช่วงเตรียมอาหารเย็นให้พวกศิษย์พี่และอาจารย์ตนทานทางด้านเยี่ยหลง 


    คนที่กำลังรอรายการอาหารที่ต้องทำอยู่นั้น คนก็รอไป


    ไม่นานไห่หยวนก็เข้ามายังเขตครัว และกล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องแปด นี่คือรายการอาหารเย็นที่ต้องทำวันนี้ " ไห่หยวนกล่าวเสร็จ ก็ยื่นรายการให้กับเยี่ยหลงไป เยี่ยหลงก็รับมา


    ครั้นเยี่ยหลงรับรายการอาหารไปแล้ว ไห่หยวนก็จะเดินจากไป


    แต่เยี่ยหลงก็กล่าวรั้งคนขึ้นก่อน " เดี๋ยวก่อนศิษย์พี่ "


    ไห่หยวนถาม " มีอะไรฤาศิษย์น้อง "


    เยี่ยหลงตอบ " หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เวลาต้นหัวค่ำ ช่วยมาพบข้า ที่ป่าไผ่ ตรงจุดที่ท่านช่วยแนะนำข้าเรื่องวิชาที่ฝึกได้หรือไม่ "


    ไห่หยวนบอก " ได้สิ "


    " ขอบคุณมากศิษย์พี่ " เยี่ยหลงกล่าว


    " ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นข้าไปก่อนนะ " ไห่หยวนกล่าว


    เยี่ยหลงตอบรับ " อืม "


    หลังจากที่เยี่ยหลงและศิษย์พี่ตนกินอาหารเสร็จ เยี่ยหลงก็ทำการกล่าวบอกกับพวกศิษย์พี่ตนขึ้น " พวกศิษย์พี่ คือ ข้ามีเรื่องอยากจะให้ช่วยน่ะ "


    " เรื่องอะไรฤาศิษย์น้องแปด เกี่ยวกับที่เรานัดพบกันรึเปล่า " ไห่หยวนถาม


    เยี่ยหลงบอก " เปล่าหรอก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน มันเกี่ยวกับ ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่สี่ ศิษย์พี่ห้า และศิษย์พี่หกน่ะ "


    " อ๋อ ในเมื่อมันเกี่ยวกับข้า งั้นข้าไปล่ะนะ หัวค่ำค่อยเจอกันนะศิษย์น้องแปด " ไห่หยวนกล่าว


    พอไห่หยวนกล่าวเสร็จ คนก็เดินออกจากห้องอาหารไป 


    ครั้นไห่หยวนออกจากห้องรับประทานอาหารไปแล้ว เยี่ยหลงที่อยากตรวจให้แน่ใจว่าคนไปยัง คนก็เดินไปดูหน้าประตู 


    พอพบว่าคนจากไปไกลแล้ว คนก็บอกเรื่องที่อยากให้ช่วยแก่ศิษย์พี่ตน


    พอบอกเสร็จ คนก็นำถ้วยชามไปล้าง เมื่อล้างเสร็จ คนก็ไปยังห้องนอนของตนต่อ และเขียนจดหมายใส่กระดาษทิ้งไว้ในห้องนอนตน


    เวลาหัวค่ำมาถึง เยี่ยหลงที่รออยู่ในป่าไผ่อยู่ก่อนแล้ว ไม่นานไห่หยวนก็มาพบเยี่ยหลงตามคำขอ


    " มีเรื่องอะไรกับศิษย์พี่ฤาศิษย์น้อง ถึงนัดมาเจอกันสองต่อสองแบบนี้ " ไห่หยวนถาม


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น คนก็ขอถามตามตรง " ศิษย์พี่เจ็ด ข้าขอถามตามตรง ท่านคือสายลับของนิกายมารฟ้าใช่หรือไม่ "


    ไห่หยวนหัวเราะออกมา " ฮ่า ฮ่า ฮ่า " จากนั้นก็กล่าว

    " จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเล่าศิษย์น้อง ตัวศิษย์พี่มีอะไรบ่งบอกหรือว่าศิษย์พี่ เป็นคนของนิกายมารฟ้า "


    เยี่ยหลงตอบ " กลิ่นไง "


    " กลิ่นเหรอ ? "


    " ใช่กลิ่น ศิษย์พี่คงจะไม่รู้สินะว่า ดอกกล้วยไม้เขียวกลิ่นประคองวิญญาณ ดอกพยับหมอกกลิ่นประคองเวท และดอกมะลิขาวแดง แต่ละดอกมันจะมีกลิ่นแรงเฉพาะตัว ต่อให้พยายามดับกลิ่นอย่างไรก็ปกปิดไม่หมดหรอก ขนาดท่านยืนอยู่ห่างข้าพอควรแล้วยังได้กลิ่นเลย " เยี่ยหลงกล่าว


    " แค่ข้ามีกลิ่นของดอกไม้ที่เจ้าว่า เจ้าก็ตัดสินแล้วหรอว่า ข้าคือคนของนิกายมารฟ้า ข้าอาจจะเคยสัมผัสกับดอกไม้ทั้งสามมาจากที่อื่นก็ได้นะ " ไห่หยวนกล่าว


    " ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะดอกไม้วิเศษทั้งสามไม่ใช่ดอกไม้วิเศษที่จะพบได้ทั่วไป ต่อให้ท่านเคยพบมันจริง เกรงว่าท่านคงจะไม่มีวันได้สัมผัสมันเป็นแน่ เพราะของล้ำค่าขนาดนี้ เจ้าของคงต้องหวงมาก จนไม่อยากให้ใครจับ " เยี่ยหลงกล่าว


    ไห่หยวนกำลังจะกล่าว แต่เยี่ยหลงก็กล่าวขึ้นก่อน " หากท่านไม่ใช่คนของนิกายมารฟ่าจริงๆ ท่านก็ยอมให้ข้าจับตัวไปให้พวกอาจารย์สอบสวนว่า บนตัวท่านมีกลิ่นดอกไม้วิเศษทั้งสามได้อย่างไร "


    ครั้นเยี่ยหลงกล่าวมาให้ไห่หยวนฟังดังนั้น ไห่หยวนก็หัวเราะออกมา " ฮ่า ฮ่า ฮ่า " จากนั้นก็กล่าว " ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าจะรู้เรื่องกลิ่นบนดอกไม้วิเศษทั้งสามด้วย เพราะตอนที่ ข้าถามเจ้าว่า เจ้าได้ดอกไม้วิเศษอันใด มารึเปล่า เจ้าตอบโกหกมาว่าไม่มี ข้าจึงคิดว่าเจ้าไม่รู้เรื่องกลิ่นของดอกไม้ทั้งสามเสียอีก "


    " ท่านพูดมาแบบนี้ แสดงว่าท่านยอมรับแล้วใช่หรือไม่ ว่าท่านคือคนของนิกายมารฟ้า " เยี่ยหลงถาม


    ไห่หยวนถอนหายใจ " เฮ้อ " จากนั้นก็กล่าว " ข้าไม่แถต่อแล้ว ใช่ ข้าคือคนของนิกายมารฟ้าจริงๆ แต่รู้แล้วเจ้าจะทำอย่างไรได้ล่ะ เพราะอย่างไรข้าไม่ปล่อยเจ้าให้ไปบอกคนอื่นๆเป็นแน่ "


    เยี่ยหลงถาม " ท่านจะฆ่าข้าเหรอ "


    ไห่หยวนตอบ " ไม่หรอก ข้าจะใช้เวทลบความทรงจำของเจ้าซึ่งเป็นพยานคนเดียวที่รู้ว่าข้าคือคนของนิกายมารฟ้า ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่ว่าในตอนที่เจ้าเคยประมือกับข้า ตอนที่ข้าเคยไปชิงคัมภีร์สวรรค์จากเจ้า และตอนที่ข้าไปชิงดอกไม้วิเศษทั้งสามมาจากเจ้า รวมถึงเรื่องที่ข้าสารภาพว่าข้าคือคนของนิกายมารฟ้าก็ด้วย "


    " เอาล่ะ ยืนนิ่งๆแล้วจะไม่เจ็บ " ไห่หยวนกล่าว


    พอไห่หยวนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการจะพุ่งไปจับตัวของเยี่ยหลง แต่ก้าวได้เพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น จู่ๆก็มีโซ่เหล็กพุ่งเข้ามารัดพัดตัวคนเอาไว้


    ทันทีที่คนโดนโซ่รัดพันตัวเอาไว้ คนก็กล่าวขึ้น " โซ่นี่มันหรือว่า!! "


    " ไม่ใช่เพียงแค่ศิษย์น้องแปดหรอกนะ ที่รู้ว่าเจ้าคือคนของนิกายมารฟ้า พวกศิษย์พี่ทั้งหมดก็ได้ยินจากปากเจ้าเช่นกัน ว่าเจ้าคือคนของนิกายมารฟ้า " หลิวหลี่เจี๋ยผู้ใช้โซ่วิญญาณพันธนาการไห่หยวนกล่าวพลางเดินเข้าหาไห่หยวนพร้อมกับศิษย์พี่ศิษย์น้อง


    " นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเพียงแค่ศิษย์น้องแปดที่เพิ่งเข้าดอยมา สงสัยว่าข้าคือคนของนิกายมารฟ้า พวกศิษย์พี่ที่รู้จักกันมาสิบกว่าปีจะร่วมมือกับศิษย์น้องแปดมาทำกับข้าแบบนี้ " ไห่หยวนกล่าว


    " เดิมทีพวกศิษย์พี่ก็ไม่อยากจะทำแบบนี้หรอก เพราะกลัวเจ้ารู้ และจะเสียความรู้สึก แต่เพราะศิษย์น้องแปดบอกกับพวกศิษย์พี่ว่า ขอให้พวกศิษย์พี่ลองดูสักครั้ง พวกศิษย์พี่จึงลองมาแอบฟังแอบเฝ้าดู และก็คิดไม่ถึงจริงๆว่า จะเป็นอย่างที่ศิษย์น้องแปดสงสัย ว่าเจ้าคือคนของนิกายมารฟ้า " เฉินฉางชุนกล่าว


    " เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวมั้ย " หลิวหลี่เจี๋ยกล่าวถาม


    ไห่หยวนตอบ " ไม่มี จะทำอะไรก็รีบทำ "


    " เจ้าไม่คิดจะขัดขืนหน่อยหรอ " หลิวหลี่เจี๋ยถาม


    ไห่หยวนบอก " ไม่หรอก เพราะจากที่ข้ารู้จักท่านมา อาวุธโซ่วิญญาณภายนอกนิรันดร์ของท่าน มีความสามารถในการจับกุมที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นดูดพลังวิญญาณหากคนโดนโซ่พันใช้พลังวิญญาณ ดูดพลังเวทหากคนโดนโซ่พันใช้พลังเวท ดูดพละกำลังหากคนโดนโซ่พันพยายามจะใช้พละกำลังแก้โซ่ "


    " สมแล้วที่อยู่กันมานาน " หลิวหลี่เจี๋ยกล่าวกับไห่หยวน


    " งั้นพวกเราก็อย่าเสียเวลากันอีกเลย รีบพาศิษย์น้องเจ็ดไปให้พวกอาจารย์ตัดสินเถอะว่าจะทำอย่างไรกับศิษย์น้องเจ็ด เพราะถึงแม้โซ่วิญญาณภายนอกนิรันดร์ของข้าจะมีความสามารถจับกุมที่สูง แต่มันก็มีข้อเสียคือมีเวลาพันธนาการจำกัด หากโซ่พันธนาการหมดเวลาแล้ว มันก็ไม่ต่างจากโซ่ธรรมดา " 

    หลิวหลี่เจี๋ยกล่าว


    " ก็ดีเหมือนกัน เช่นนั้นศิษย์น้องห้า เจ้าเดินจูงศิษย์น้องเจ็ดนำไปหาพวกอาจารย์ที่ตำหนักกลางเลย " เฉินฉางชุนกล่าว


    เมื่อเฉินฉางชุนกล่าวมาแบบนั้น หลิวหลี่เจี๋ยก็เดินจูงไห่หยวนไปยังตำหนักกลาง โดยมีพวกเยี่ยหลงเดินตามไป


    พอพวกคนมาถึงและเข้าพบกับพวกอาจารย์ตนแล้ว เฉินฉางชุนก็กล่าวบอกว่าทำไมต้องจับกุมไห่หยวนมาพบกับพวกคนด้วย " อาจารย์ ศิษย์นำสายลับของนิกายมารฟ้าที่แฝงตัวเข้ามายังสำนักเรา มาให้พวกอาจารย์สอบสวน "


    หลิงเถียนอี้ที่ได้ฟังดังนั้น และเห็นไห่หยวนโดนจับกุมมา คนก็กล่าว " อย่าบอกนะ ว่าสายลับก็คือ "


    " ใช่แล้ว สายลับของนิกายมารฟ้าที่เราจับได้ก็คือศิษย์น้องเจ็ด " เฉินฉางชุนกล่าว


    " แล้วเจ้ามีหลักฐานมั้ย ว่าเจ้าเจ็ดคือคนของนิกายมารฟ้า " หลิงเถียนอี้ถาม


    เฉินฉางชุนตอบ " ศิษย์ใช้ศิลาบันทึกภาพและเสียง ทำการบันทึกการกระทำและคำสารภาพของศิษย์น้องเจ็ดเอาไว้แล้ว เชิญพวกอาจารย์ชม "


    เฉินฉางชุนกล่าวจบ คนก็เดินนำศิลาบันทึกภาพและเสียงไปให้หลิงเถียนอี้และค่อยกลับมายืนที่เดิม


    เมื่อหลิงเถียนอี้ได้ศิลาบันทึกภาพและเสียงมา คนก็ไม่รีรอช้ารีบเปิดดูในทันที


    พอดูจบและพบว่า เฉินฉางชุนพูดจริง หลิงเถียนอี้ก็กล่าว " สิบปี เจ้าเจ็ด ที่เจ้าอยู่กับอาจารย์มา คิดไม่ถึงจริงๆเลยว่าเจ้าจะคือคนของพรรคมาร งั้นก็แสดงว่าสิ่งที่พวกเราทำร่วมกันมา ความสัมพันธ์ของศิษย์พี่ศิษย์น้องและอาจารย์เป็นเรื่องโกหกสินะ "


    ไห่หยวนบอก " ข้าโกหกหลายเรื่อง แต่เรื่องความรู้สึกที่มีระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องและอาจารย์ ข้าไม่ได้โกหก "


    " แล้วอาจารย์จะเชื่อเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าโกหกมาตลอด " หลิงเถียนอี้ถาม


    " ศิษย์ไม่รู้ว่าจะแสดงให้อาจารย์เห็นได้อย่างไรว่าความรู้สึกที่มีและความสัมพันธ์ที่มีไม่ได้โกหก ได้แต่บอกว่า หากไม่เชื่อข้าก็แล้วแต่พวกท่านเถอะ " ไห่หยวนกล่าว


    หลิงเถียนอี้ที่ได้ฟังดังนั้น ก็ง้างมือจะซัดพลังใส่ไห่หยวน แต่คนก็ได้แค่ง้าง ไม่ลงมือซัดพลังใส่


    คนวางมือที่ง้างลง และเบือนหน้าหนีไม่มองไห่หยวน


    เจ้าดอยหมื่นปักษาสถิตที่เห็นว่า หลิงเถียนอี้ไม่ลงมือจัดการกับไห่หยวนสักที คนจึงกล่าว " หลิงเถียนอี้ รีบจัดการมันได้แล้ว หากเจ้าทำไม่ลง งั้นข้าจะ "


    คนยังพูดไม่ทันหมด เยี่ยหลงก็กล่าวขึ้นก่อน " ก่อนที่จะจัดการอะไรกับศิษย์พี่เจ็ด ข้าคิดว่าพวกท่านควรจ่ายเงินที่ได้ระบุไว้ในใบภารกิจให้ข้าก่อนดีกว่า เพราะข้าเป็นคนจับสายลับของนิกายมารฟ้าได้ "


    " เจ้าที่เพิ่งเข้าสำนักมารู้ด้วยหรอว่า สำนักเราเคยทำใบภารกิจให้แก่ศิษย์ที่ไว้ใจได้ของสำนักบางส่วน เพื่อให้หาสายลับของนิกายมารฟ้าที่แฝงเข้ามายังสำนัก แต่ใบภารกิจพวกนี้มันก็เป็นสิบปีมาแล้วนะ และคนที่ได้รับใบภารกิจไปก็ถูกฆ่าตายหมดแล้ว และใบภารกิจก็น่าจะถูกทำลายไปหมดแล้วด้วย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีภารกิจนี้อยู่ " หลินจิงอวี่ถาม


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็อ้ำๆอึ้งๆอยู่นาน ฟีนิกซ์ที่เห็นแบบนั้น ก็บอกให้เยี่ยหลงพูดไปตามนี้ ' ไอ้เยี่ยหลงบอกไปว่า มึงเจอกับใบภารกิจถูกซ่อนอยู่ในห้องสมุดส่วนกลาง มึงเลยรู้เรื่องภารกิจ '


    เยี่ยหลงที่ได้รับคำบอกมาดังนั้น คนก็กล่าวไปตามที่ฟีนิกซ์บอกให้กล่าว " คือ ศิษย์ได้รู้ภารกิจนี้มาจากใบภารกิจที่ถูกซ่อนในห้องสมุดส่วนกลางน่ะขอรับ "


    " เป็นเช่นนี้นี่เอง " หลินจิงอวี่กล่าว


    พอหลินจิงอวี่กล่าวเสร็จ คนก็ทำการเรียกถุงเงินที่มีเงินหนึ่งแสนเหรียญทองเอาไว้ออกมา และโยนให้เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงก็รับถุงเงินที่โยนมาให้ตน


    เมื่อคนที่สามารถจับสายลับของนิกายมารฟ้าได้เงินไปแล้ว เจ้าดอยหมื่นปักษาสถิต ก็กล่าว " ไม่มีใครต้องการอยากรู้หรือต้องการอะไรแล้วใช่มั้ย ถ้าไม่มีข้าจะได้จัดการกับเจ้าสายลับนี่ "


    หลินจิงอวี่ที่ได้ยินเจ้าดอยหมื่นปักษาสถิตกล่าวมาแบบนั้น คนก็รั้งเอาไว้ก่อน " เดี๋ยวก่อน ศิษย์น้อง

    เล่ยถิงเซวียน ก่อนจะจัดการกับเจ้าสายลับนี่ ถอดแหวนมิติมันออกมาก่อน และดูว่ามันเก็บอะไรเอาไว้บ้าง "


    เจ้าดอยหมื่นปักษาสถิตได้ฟังดังนั้น คนก็เดินมาหาไห่หยวนและทำการดึงแหวนออกจากนิ้ว


    พอคนดึงแหวนออกมาจากนิ้ว คนที่เห็นแหวนก็พูดขึ้น " แหวนมิตินี้ ถูกผนึกเอาไว้ ต้องใช้เลือดในการปลดผนึก "


    เมื่อเล่ยถิงเซวียนได้รู้ดังนั้น คนก็ทำการตบปาก

    ไห่หยวนจนหน้าหัน และทำการใช้นิ้วนำเลือดจากปากของไห่หยวนมาปลดผนึกแหวน


    พอปลดผนึกแหวนแล้ว เล่ยถิงเซวียนก็ทำการใช้พลังเวทนำสิ่งของที่อยู่ข้างในแหวนทั้งหมดออกมาจากแหวน และปล่อยของพวกนั้นวางลงตรงหน้าไห่หยวน


    ครั้นสิ่งของออกมาจนหมดแล้ว เล่ยถิงเซวียนก็เดินวนรอบสิ่งของเพื่อดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง


    ในที่สุดก็เจอสิ่งที่สนใจ ซึ่งเป็นม้วนคัมภีร์สีนิลบางอย่าง


    เล่ยถิงเซวียนที่เห็นม้วนคัมภีร์ คนก็รู้เลยว่ามันคือคัมภีร์อะไร


    " นี่มันคัมภีร์ของเผ่าพ่อมดมนต์ดำหนิ มีของดีอยู่ด้วยแฮะ แต่ด้วยดูเหมือนมันจะถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนต์สินะ " เล่ยถิงเซวียนกล่าว


    หลัวถานจิ้นที่ยืนอยู่ข้างที่นั่งของเล่ยถิงเซวียน ที่เห็นคัมภีร์ของเผ่าพ่อมดมนต์ดำ คนก็ตาเบิกกว้างมือสั่น


    เมื่อเล่ยถิงเซวียนได้คัมภีร์ของพ่อมดมนต์ดำมาอยู่บนมือแล้ว คนก็บอกกับไห่หยวน " ผนึกปลดมันซะ เจ้าจะได้ตายอย่างสบายๆ "


    ไห่หยวนไม่ตอบ ทำถุยน้ำลายใส่หน้าของ

    เล่ยถิงเซวียนเป็นคำตอบ


    เล่ยถิงเซวียนที่โดนดังนั้น คนก็เลือดขึ้นหน้า และทำการง้างมือขึ้นจะโจมตีหมายฆ่าพลางกล่าว " ตายซะเถอะ "


    แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ คนก็โดนใครบางคนใช้มือที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าเสียบเข้ากลางหลังของคนเต็มๆเสียก่อน


    อัก คนกระอักเลือดออกมา และหันไปมองดูด้านหลังว่าเป็นใครที่มาทำกับตนแบบนี้


    " หลัว ถาน จิ้น ทำ ไม เจ้า ถึง " เล่ยถิงเซวียนถาม


    " เดิมทีข้าอยากจะรอฆ่าเจ้า ตอนที่ไม่มีใครอยู่ด้วยและเจ้าประมาทมากกว่า แต่ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ฆ่าเจ้าตอนนี้เลยดีกว่า " หลัวถานจิ้นกล่าว


    " เจ้า เป็น คน ของ พรรคมารด้วยฤา " เล่ยถิงเซวียนถาม


    " ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่คนของพรรคมาระหรือพรรคใดทั้งนั้น " หลัวถานจิ้นกล่าว


    " แล้วเจ้าทำแบบนี้ ทำ ไม " เล่ยถิงเซวียนถาม


    " เจ้าจำเมื่อสิบสองปีก่อนได้รึเปล่า ณ แม่น้ำในป่าใกล้เมืองเมฆาล่อง มีกระท่อมเล็กๆอยู่บริเวณนั้นและมีครอบครัวของเผ่าพ่อมดมนต์ดำครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น " หลัวถานจิ้นกล่าว


    " หรือว่าเจ้าคือลูกของมันพวก " เล่ยถิงเซวียนถาม


    หลัวถานจิ้นตอบ " ใช่แล้ว ข้าคือลูกของพวกเขา คนที่เจ้าฆ่าพวกเข้าเพื่อชิงคัมภีร์ไง "


    " ตอนที่ข้าที่สังหารพ่อกับแม่เจ้าเสร็จ ข้าก็ตรวจดูละเอียดดีแล้วว่ามีใครนอกจากพวกมันหรือไม่ แต่ก็พบว่าไม่มี แล้วเจ้าหลบไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไรกัน " เล่ยถิงเซวียนถาม


    " ก็ในระหว่างที่พวกเจ้าสู้กับพ่อข้า แม่ข้าก็ทำลายทุกอย่างที่อาจจะสืบมาถึงตัวข้าได้ และหลังจากนั้นก็นำข้าใส่หีบพร้อมกับคัมภีร์ของเผ่าบางส่วนลอยแม่น้ำไป ยังไงล่ะ " หลัวถานจิ้นกล่าว


    " งั้นเจ้าก็รอแก้แค้นข้ามาตลอดเลยสินะ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่า จะถูกเลือกให้เข้าสำนัก ถ้าเจ้าไม่ถูกเลือกให้เข้าสำนัก ก็ไม่มีวันที่จะแก้แค้นได้ " เล่ยถิงเซวียน

    กล่าวถาม


    " ถึงข้าไม่ถูกเลือกให้เข้าสำนักเมฆาอรุณ ข้าก็มีแผนสำรองที่ว่าจะฆ่าคนของสำนักเมฆาอรุณและปลอมตัวเป็นมันแฝงตัวเข้ามาอยู่ดี ฉะนั้นเรื่องที่จะถูกเสนอให้เข้าดอยไหนหรือไม่ ก็ไม่ได้สำคัญกับข้าขนาดนั้น " หลัวถานจิ้นกล่าวเสร็จ คนก็ดึงมือที่เสียบแทงร่างของเล่ยถิงเซวียนออกมา


    เมื่อหลัวถานจิ้นดึงมือที่เสียบร่างของเล่ยถิงเซวียนออกมา ร่างของเล่ยถิงเซวียนก็ร่วงหล่นลงไปนอนกับพื้นในทันใด


    ครั้นเล่ยถิงเซวียนลงไปนอนแล้ว หลัวถานจิ้นก็เดินไปหยิบคัมภีร์สีนิลออกมาจากมือของเล่ยถิงเซวียน


    พอคนได้คัมภีร์สีนิลมาแล้ว คนก็มองไปยังทางออกทางเข้าของตำหนัก และทำท่าจะพุ่งหนีออกไป


    แต่คนได้แค่ยกเท้าเท่านั้น เจ้าดอยหญ้าดาบก็กล่าว " อย่าให้มันหนีไป " จากนั้นก็พุ่งมือเข้าใส่หลัวถานจิ้น


    แต่ก่อนที่มือของคนจะได้สัมผัสกับร่างของ

    หลัวถานจิ้น มือของคนก็ปะทะกับโล่สีทองที่เยี่ยหลงเรียกออกมาใช้ป้องกันให้กับหลัวถานจิ้นเสียก่อน


    เมื่อคนที่ใช้พลังหมายเข่นฆ่าถูกป้องกันได้โดยสมบูรณ์จากคนที่เป็นแค่ศิษย์ คนเห็นดังนั้นและกลัวจะถูกสวนกลับ คนจึงกระโจนถอยหลังกลับไปตั้งหลัก


    ครั้นคนถอยไปแล้ว เยี่ยหลงก็เก็บโล่เข้าแหวนมิติในพลัน และเอี้ยวหน้าหันมามองหลัวถานจิ้นและไห่หยวน


    จากนั้นก็กล่าว " หนีเร็ว "


    พอคนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการใช้เวทแอคเซลพุ่งไปจับคอเสื้อของหลัวถานจิ้นก่อน และจึงค่อยไปจับคอเสื้อของไห่หยวน


    พอคนจับคอเสื้อของไห่หยวน ในทันทีทันใดนั้นโซ่ที่พันธนาการร่างของไห่หยวน ก็คลายการรัดพันและตกลงพื้นพอดี


    เมื่อเยี่ยหลงเห็นดังนั้น คนก็ไม่รีรอช้า ทำการพุ่งหนีด้วยเวทแอคเซลไปในทันที


    เจ้าดอยหญ้าดาบที่เห็นว่าโซ่คลาย คนก็กล่าวถาม 

    " เจ้าคลายโซ่ทำไม "


    หลิวหลี่เจี๋ยตอบ " ข้าไม่ได้อยากคลายนะ แต่โซ่ข้ามีเวลาพันธนาการจำกัด ฉะนั้นเรื่องนี้โทษข้าไม่ได้นะ "


    " โธ่เว้ย ไอ้ไม่ได้เรื่อง " เจ้าดอยหญ้าดาบกล่าวกับหลิวหลี่เจี๋ย


    ครั้นคนกล่าวกับหลิวหลี่เจี๋ยเสร็จ คนก็ไม่ช้ารีบตามพวกเยี่ยหลงไป

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน