ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 36 ผู้ใช้พลังธาตุ

    เหล่าศิษย์หลักและศิษย์สายในต่างออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งยืนจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นอนจมกองเลือดอยู่ไม่รู้ว่าตายรึยัง ผู้อาวุโสบางไม่รู้ว่ามีการปะทะกันจริงๆจึงไม่ได้ออกมาดูเพื่อห้ามปราม ทำให้เกิดการปะทะที่รุนแรงขึ้นที่ภูเขาส่วนตัวทางด้านทิศเหนือ อาจารย์กับศิษย์กำลังคุยถึงปัญหาเรื่องรับสมัครศิษย์ใหม่อยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงปะทะกันอย่างรุนแรง ตอนแรกนึกว่าศิษย์ประลองฝีมือกัน แต่ เสียงปะทะกันครั้งที่2มันรุนแรงเกินกว่าที่จะคิดว่าเป็นการประลองไปแล้ว จึงรีบพุ่งทะยานมาที่ตึกสำนักทันที ฟุ่บ! ฟุ่บ! เกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าสำนักหยางเจียนจื่อถามออกไปอย่างรวดเร็ว ที่ด้านข้างนั้นมีชายชราผมขาว คิ้วขาว หน้าตาเหี่ยวย่น ดูเป็นคนใจดี กำลังยืนลูบเคราตัวเองไปมา "เอ่อ..คือว่า ศิษย์หลักเป่ยอิง ลอบโจมตีคนนอกสำนักทางด้านหลังทำให้เขาบาดเจ็บ เขาโกรธมากแล้วทำการโจมตีศิษย์หลักเป่ยอิงจนเป็นอย่างที่ท่านเจ้าสำนักเห็น ขอรับ""หืม...แล้วทำไมไม่สอบถามเขาก่อนล่ะ ว่าทำไมถึงขึ้นมาที่นี่ได้ พวกเจ้าไม่มีสมองกันเลยรึไง" "พอดี ศิษย์ห้ามไม่ทัน ขอรับ""เฮ้อ...แล้วคนที่เขาโจมตีล่ะ อยู่ไหน""เอ่อ...เขายืนอยู่ด้านหลังท่านเจ้าสำนัก ขอรับ""ห่ะ..อยู่ข้างหลังข้ารึ"เจ้าสำนักหยางเจียนจื่อหันไปมองก็ทำหน้าขมวดคิ้วหรี่ตาลงเล็กน้อยค้อมตัวไปข้างหน้าเพื่อดูชัดๆให้แน่ใจ"เจ้าดูหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน""เฮ้อ..คนแก่ก็งี้ล่ะ ดวงตาฝ้าฟาง หลงลืมอะไรง่ายๆ"เจ้าสำนักหยางเจียนจื่อมองอยู่นานในที่สุดก็นึกออก แล้วหัวเราะออกมา แล้วกล่าวว่า"ฮ่าๆ ฮ่าๆ ข้าจำเจ้าได้แล้ว ที่แท้ก็เด็กประหลาดนี่เอง ไม่นึกว่าเจ้าจะมาเยี่ยมข้าวันนี้""ผู้เยาว์มาเพราะมีเรื่องอยากจะถามหน่อย เลยมากระทันหัน และขออภัยที่สร้างความเดือดร้อนให้" "ว่าแต่เจ้าไม่มือหนักไปหน่อยหรอ นี่มันศิษย์หลักอันดับหนึ่งเลยนะ""ผู้เยาว์โกรธจนลืมตัวไปหน่อย แต่ก็เบามือให้ล่ะนะ ถ้าเอาจริงคงไม่ได้เห็นร่างศิษย์อันดับหนึ่งนอนพับแบบนี้แน่นอน""เอ่อ.......ยังไงก็ช่างเถอะ ให้อภัยเขาซักครั้งได้รึเปล่า ถือซะว่าเห็นแก่หน้าข้าก็แล้วกัน ข้าจะว่ากล่าวตักเตือนเขาทีหลังให้เอง""เฮ้อ...ผู้เยาว์จะช่วยก็แล้วกัน แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับผู้เยาว์อีกจะไม่มีการช่วยเหลือแบบนี้แน่นอน" ชิงหลงเดินไปที่ศิษย์หลักเป่ยอิงก่อนจะใช้เวทย์ฟื้นฟูแล้วนำมือไปแตะที่หน้าผากก่อนจะถอนมือกลับ บาดแผลเล็กๆน้อยๆเริ่มสมานตัวเองช้าๆก่อนใบหน้าที่ขาวซีดจะกลับมาเป็นปกติเหมือนคนกำลังนอนหลับอยู่ "พวกเจ้านำเขาไปนอนพักเดี๋ยวก็ตื่นขึ้นมาเองนั่นล่ะ ที่หลังจะทำอะไรก็หัดคิดให้มากกว่านี้ ถ้าเด็กคนนี้เอาจริง ข้าก็ช่วยเขาไม่ได้ เมื่อเขาตื่นอย่าลืมเตือนซะล่ะ""เข้าใจแล้วท่านเจ้าสำนัก ศิษย์ขอตัว"จากนั้นเจ้าสำนักหันไปทางอาจารย์ของเขาที่ยืนนิ่งไม่ขยับ ก่อนจะสะกิดที่แขนหนึ่งครั้ง เมื่อเห็นอาจารย์ได้สติกลับมาจึงกล่าวออกไปว่า"ท่านอาจารย์ศิษย์ขอยืมที่ส่วนตัวของท่านคุยธุระสำคัญหน่อยนะ ขอรับ""ได้สิ แต่ข้าขอฟังด้วยคนจะได้รึเปล่าเจ้าหนู""ได้ขอรับ ท่านผู้เฒ่า"เมื่อตกลงเสร็จท่านผู้เฒ่าก็ชี้นิ้วไปทางภูเขาส่วนตัวที่อยู่ทางทิศเหนือให้ชิงหลงได้รู้ แล้วพูดว่า "ภูเขาที่อยู่ทางทิศเหนือนั่นล่ะที่พวกเราต้องไป เจ้าก็รีบตามมาล่ะ" ท่านผู้เฒ่ากล่าวจบชิงหลงก็หายไปแล้ว ฟุ่บ!! อาจารย์กับศิษย์มองหน้ากันไปมา ก่อนจะมีคำพูดหนึ่งออกมาจากปากของอาจารย์เขา"เจ้าไปรู้จัก เด็กปีศาจ แบบนี้ได้ยังไงกัน""เอ่อ...คือ...เรื่องมันยาวน่ะท่านอาจารย์ ฮะ! ฮะ!"เจ้าสำนักหยางเจียนจื่อไม่รู้จะอธิบายให้ท่านอาจารย์ตรงหน้าเข้าใจได้ยังไง จึงได้ตอบปัดๆไปก่อน จากนั้นทั้งสองก็พุ่งทะยานไปยังภูเขาทางทิศเหนือทันที เมื่อมาถึงก็เห็นชิงหลงกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะไม้ เหมือนเจ้าของบ้านกำลังนั่งรอแขกมาเยือนก็มิปาน"ไม่นึกว่าเด็กน้อยอย่างเจ้าจะมีทักษะการเคลื่อนไหวที่ลึกล้ำยิ่งนัก แม้แต่ข้าก็ไม่อาจเทียบได้ ระดับการฝึกฝนเจ้าอยู่ขั้นไหนรึ" ท่านผู้เฒ่าถามชิงหลงเพราะเขาไม่รู้ถึงพลังปราณจากตัวของชิงหลงเลย จึงคิดว่าแม้แต่ทักษะปกปิดพลังก็ยังล้ำลึกขนาดนี้ เด็กนี่คงไม่ใช่เด็กธรรมดาแล้วเมื่อชิงหลงได้ยินท่านผู้เฒ่าถามก็ตอบแบบไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อยออกไป คำตอบของชิงหลงทำให้ผู้เฒ่าถึงกับตาเหลือก อ้าปากเหวอ ด้วยความตกใจ จนพูดอะไรไม่ออก"ผู้เยาว์ไม่สามารถฝึกพลังปราณได้ ขอรับ ท่านผู้เฒ่า""หาา......" เจ้าสำนักหยางเจียนจื่อเมื่อเห็นท่านอาจารย์ของเขา ตาเหลือก อ้าปากเหวอ ยืนนิ่งไม่ไหวติง จึงกล่าวออกมาด้วยความเศร้าสร้อยว่า"ท่านอาจารย์ศิษย์อกตัญญูลืมแจ้งเกี่ยวกับเด็กคนนี้ให้ท่านทราบ ข้าขอให้ท่านไปสู่สุขคติในภพภูมิที่ดีและได้มาเป็นศิษย์อาจารย์กันอีก" เมื่อได้ยินที่ศิษย์กล่าวออกมาก็ได้สติแล้วกล่าวออกมาด้วยความฉุนเฉียวที่ศิษย์แช่งให้ตนเองตายถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่การหยอกล้อก็ตามที"ไอ้ศิษย์ตัวแสบข้ายังไม่ตาย อย่ามาแช่งข้านะเว้ย ข้าแค่ตกใจมาก็แค่นั้นเอง"หลังจากนั้นท่านผู้เฒ่าจึงถามต่อด้วยความสนใจในความสามารถของชิงหลงเพราะเขาพึ่งจะเจอคนที่มีทักษะลึกล้ำขนาดนี้เป็นครั้งแรก แต่ที่เขาสนใจที่สุดก็คือ ชิงหลงใช้ทักษะได้ยังไงถึงแม้ไม่มีพลังปราณ"เจ้าจะไม่ตอบข้าก็ได้ ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าเจ้าใช้ทักษะได้ยังไงทั้งๆที่เจ้าไม่มีพลังปราณ?""อืม...ผู้เยาว์ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่า ท่านผู้เฒ่ารู้จัก ผู้ใช้พลังธาตุ รึเปล่า ขอรับ""หาาา...!! เจ้าว่าผู้ใช้พลังธาตุอย่างนันรึ?"หยางเจียนจื่อก็ตกใจกับคำตอบเหมือนกันจึงกล่าวถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ"เจ้าว่า ผู้ใช้ธาตุอย่างนั้นรึ" "ใช่แล้ว ขอรับ ว่าแต่พวกท่านจะไม่ตกใจกันไปหน่อยหรอ""ไม่ตกใจสิแปลก เจ้าไม่รู้รึไงว่า ผู้ใช้พลังธาตุ น่ะหายากขนาดไหน เจ้าคิดดูนะว่า ถ้าเจ้าใช้พลังปราณร่วมกับพลังธาตุมันจะรุนแรงขนาดไหน ถ้าเจอคนที่มีเพียงพลังปราณข้าก็ไม่กังวลมากนักเพราะเท่าเทียม แต่ถ้าคนนั้นใช้พลังธาตุได้ ข้าก็ไม่ใช่คู่มือของเขา" เจ้าสำนักหยางเจียนจื่ออธิบายคร่าวๆให้ฟัง "อ่ะแฮม!!เรื่องนี้มันลึกลับเป็นอย่างมากอย่าพึ่งพูดถึงกันเลย เอาเป็นว่าพักเรื่องผู้ใช้ธาตุเอาไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ข้าอยากรู้เรื่องที่เด็กนี่จะถามมากกว่า" ท่านผู้เฒ่าเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีชิงหลงหยิบผลึกคริสตัลออกมา1ผลึก วางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ถามออกไปว่า"ท่านผู้เฒ่าท่านรู้จัก ผลึกคริสตัลนี่รึเปล่า ขอรับ"เมื่อทั้งสองจ้องมองไปยังผลึกคริสตัลก็ขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็หันไปมองที่ชิงหลงด้วยสายตาตื่นตะลึงก่อนจะกล่าวออกมาว่า"เจ้าไปได้ผลึกชิ้นนี้มาจากไหนอย่างนั้นรึ""ผู้เยาว์ได้มาจากผู้นำทัพสัตว์อสูรที่สังหารไปเมื่อไม่นานมานี้ ขอรับ""หืม..มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรอทำไมข้าไม่ได้ยินข่าวเรื่องนี้เลยล่ะ ""พอดีว่ามันเป็นเหตุฉุกเฉินจึงไม่ได้แจ้งมาที่สำนักเพลิงตะวันเพื่อขอความช่วยเหลือ""อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วสัตว์อสูรบุกมาเท่าไหร่ล่ะ แถมยังมีผู้นำทัพด้วยคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตัวแน่นอน""เอ่อ..คือว่าที่ท่านเจ้าสำนักพูดมามันไม่ถึง1ใน4ของกองทัพสัตว์อสูรเลยนะ ขอรับ""หาา..ไม่ถึง1ใน4อย่างนั้นรึ! แล้วมันเท่าไหร่ล่ะ""อืม..น่าจะประมาณสี่แสนได้ ขอรับ"ตอนนี้ทั้งสองเหมือนดวงวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว ไม่มีเรื่องไหนเลยที่เจ้าเด็กนี่มันกล่าวออกมาแล้วจะไม่ทำให้พวกเขาแทบหัวใจวายตายซักครั้ง แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำได้ในตอนนี้อายุเท่ากับเด็กน้อยคนนี้ นี่มันเกินกว่าคำว่า สัตว์ประหลาดไปแล้ว เมื่อได้สติกลับมาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกล่าวออกมาว่า"เฮ้อ...เรื่องผลึกอันนี้ ข้าก็เคยได้ยินมาอยู่เหมือนกันแต่มันก็นานมามากแล้ว ได้มีสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อสืบข่าวอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกจับได้ซะก่อนว่าเป็นสัตวอสูร จึงได้ต่อสู้กันแต่เพราะมนุษย์มีจำนวนที่มากกว่าจึงทำให้สัตว์อสูรที่แปลงกายเป็นมนุษย์ต้านทานไม่ไหว จึงได้นำผลึกเหมือนที่เจ้ามีออกมา ทำการโจมตี ก่อนจะหลบหนีไปได้""แล้วท่านผู้เฒ่าทราบหรือไม่ว่าผลึกแบบนี้พบได้ที่ไหน""เอ่อ...อันนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเจ้าจับผู้นำทัพอสูรได้ เจ้าก็เค้นเอาความจริงจากมันก็ได้ บางทีมันอาจจะบอกให้รู้"ขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันอยู่ก็มีผู้อาวุโสพุ่งทะยานมาด้วยความตื่นกลัว ร้องตะโกนมาด้วยความตกใจมายังภูเขาที่ทั้งสามอยู่"ท่านเจ้าสำนัก เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ""หืม..เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก มีใครกำลังจะตายอย่างนั้นรึ""เอ่อ..ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัว มาขอรับ""หืม แล้วทำไมผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวถึงมาที่นี่ได้ละ หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคนในตระกูลของพวกเขา""ข้าก็ไม่รู้ ท่านรีบไปก่อนเถอะท่านเจ้าสำนัก""ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ วันนี้มันวันอะไรกันนะถึงได้มีแต่เรื่อง เฮ้อ...."ชิงหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหายไปทันที เจ้าสำนักผู้เฒ่าและผู้อาวุโสรับพุ่งทะยานไปยังตึกสำนักทันที เมื่อมาถึงก็พบกับผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวกับบุตรชายอึ้งกัวจัวและผู้อาวุโสในตระกูล3คน กำลังยืนเผชิยหน้ากับชิงหลงอยู่ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! คารวะท่านผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวและเหล่าผู้อาวุโส ไม่ทราบว่า พวกท่านมาที่นี่มีเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ"ข้ามาเพราะมีคนทำร้ายบุตรชายข้า และให้มันชดใช้ในสิ่งที่มันทำ""เหอะ ที่แท้ก็พวกตระกูลสวะ ทักษะปากเกินกว่าทักษะต่อสู้นี่เอง คิดว่ามากันขนาดนี้ข้าจะกล้วรึไงกัน" ชิงหลงกล่าวออกไปอย่างไม่แยแส "เจ้ายังกล้าปากดีอีก ไม่รู้รึไงว่าตระกูลข้าแม้แต่พระราชายังไม่กล้าขัด เจ้าเทียบตระกูลข้าไม่ได้หรอก""แล้วยังไงล่ะ ทำอย่างอื่นไม่ได้รึไงนอกจากขู่เรื่องอำนาจตระกูลเนี้ย ข้าฟังมาจนเบื่อแล้ว ก็ดีเหมือนกันในเมื่อพวกเจ้ามารนหาที่ตายข้าก็จะสงเคราะห์ให้"

    ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง ทำให้ผู้นำตระกูลอึ้งซงมัวตกตะลึง ขมวดคิ้วแน่น สำรวจชิงหลงอย่างละเอียด แต่ก็ไม่รู้อะไรเลย

    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง ที่คุณอ่าน