กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 85 เก็บเกี่ยวได้ตามใจเจ้า

         สีหน้าของแอเรียสเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ใช่ว่าเขาจะไม่เต็มใจรักษานางแต่การรักษานางดูเหมือนจะมีอุปสรรคบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจจะรักษาได้ในทันที เมื่อหันสายตาไปมองหน้าของอีธานและฟาร์เมียแล้วแอเรียสก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ ในเมื่อเขาคือผู้ที่ดวงวิญญาณทั้งสองรอคอยมาเนิ่นนานก็ไม่น่าแปลกอะไรที่ทั้งคู่จะทุ่มความคาดหวังไว้กับตัวเขามากถึงเพียงนี้ 

     

         “ เจ้ามีปัญหาสิ่งใดโปรดบอกข้ามา  ไม่ว่าเรื่องใดข้าก็พร้อมจะช่วยเหลือได้เสมอ  หรือว่าเจ้าอยากจะได้ค่าตอบแทน  ถ้าเป็นเรื่องนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงไป  ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องเหนื่อยเปล่าแน่ “

     

         อีธานเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน หากปัญหานั้นเป็นเรื่องที่เขาสามารถช่วยได้เขาก็จะรีบช่วยเหลือในทันที แม้แต่การที่ยอมให้ดวงวิญญาณของเขาดับสลายเขาก็ยอมทำได้

     

         “ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องค่าตอบแทน แต่นางถูกคำสาปของดาร์คเอลฟ์กัดกินมานานเกินไป  การจะรักษานางจึงต้องปรุงยาระดับปฐพีขึ้นมาเพื่อถอนคำสาป ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าเคยได้ยินชื่อของเม็ดยาสลายฟ้ามาบ้างหรือไม่  มันเป็นเม็ดยาระดับปฐพี  ด้วยระดับพลังของข้าในตอนนี้การจะปรุงมันขึ้นมาคงต้องใช้เวลานานพอสมควรและข้าเองก็ไม่รู้ด้วยว่าข้าจะปรุงสำเร็จในครั้งแรกหรือไม่  การตระเตรียมสมุนไพรก็ต้องใช้หลายชุดเพื่อป้องกันการผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือข้าไม่มีสมุนไพรที่จะต้องใช้ปรุงมันเลยแม้แต่ต้นเดียว  ..แม้แต่เศษเสี้ยวของสมุนไพรเหล่านั้นข้าก็ไม่มี “   

     

         แอเรียสเอ่ยอธิบายออกมาด้วยความลำบากใจ แม้เขาจะต้องการช่วยเหลือเด็กสาวชาวภูตผู้นี้เพียงใดแต่หากไร้ซึ่งวัตถุดิบในการปรุงยามันก็ไม่อาจจะช่วยเหลือนางได้ เขาไม่อาจจะปรุงยาโดยใช้เพียงความรู้ผสมกับอากาศอันแสนว่างเปล่าได้อย่างแน่นอน 

     

          เม็ดยาสลายฟ้านั้นเป็นยาที่มีสรรพคุณในการรักษาพิษและถอนคำสาปหลายอย่าง  วิธีการปรุงยานี้ขึ้นมาก็ค่อนข้างจะยุ่งยากกว่าเม็ดยาทั่วไป อีกทั้งสมุนไพรที่ใช้ในการปรุงยาก็ต้องใช้มากถึงสิบห้าชนิด  ที่สำคัญไปกว่านั้นคือสมุนไพรเหล่านี้กว่าครึ่งเป็นสมุนไพรที่หายากและมีราคาแพง แม้แต่อยู่ในเมืองเบอเนียร์เขายังไม่รู้เลยว่าจะหาสมุนไพรเหล่านี้มาได้ครบหรือไม่ 

     

         เม็ดยาสลายฟ้าเป็นถึงเม็ดยาระดับปฐพีแม้จะต่างระดับกับเม็ดยาอาบจันทราเพียงแค่ระดับเดียวแต่การจะปรุงมันขึ้นมานับว่ายากเย็นแสนเข็ญกว่าเม็ดยาอาบจันทราหลายเท่านัก เม็ดยาอาบจันทราแม้จะเป็นเม็ดยาระดับสูงแต่ก็ไม่ได้จัดอยู่ในยาระดับชั้นยอดอะไรเพียงแต่ยุคสมัยนี้ความรู้ด้านการปรุงยาและศาสตร์เวทมนตร์อ่อนด้อยกว่ายุคโบราณนัก มันจึงทำให้แม้แต่เม็ดยาอาบจันทราก็ถูกตีค่าเป็นเม็ดยาอันล้ำค่าไป  แม้แอเรียสจะเคยปรุงเม็ดยาอาบจันทรามานับร้อยแต่เขาก็ไม่มั่นใจนักว่าด้วยพลังในตอนนี้ของเขาจะสามารถปรุงเม็ดยาสลายฟ้าให้สำเร็จได้ในครั้งแรก 

     

         “ อย่าหาว่าข้าดูหมิ่นเจ้าเลยนะแอเรียส แต่เจ้าเป็นเพียงนักเวทระดับผู้ใช้มนตราพลังของเจ้าจะสามารถปรุงเม็ดยาระดับปฐพีได้จริงๆหรือ แล้วเรื่องที่สำคัญไปกว่านั้นข้าสังเกตเห็นมานานแล้วว่าเจ้าไม่ได้เป็นนักเวทอัคคี  เจ้าจะปรุงเม็ดยาได้อย่างไร “

     

         ฟาร์เมียเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจในตัวของแอเรียส แม้นางจะเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าเขาคือนักเวทตามคำทำนาย  แต่เรื่องการที่เด็กหนุ่มผู้นี้พูดว่าจะปรุงเม็ดยาระดับปฐพีทำให้นางไม่ค่อยมั่นใจนักว่าเขาจะทำได้ โดยปกติแล้วนักเวทที่เป็นนักปรุงยานั้นจะต้องเป็นนักเวทอัคคี และโดยส่วนมากนักปรุงยาก็มักจะทุ่มเทไปในศาสตร์แห่งการปรุงยาจนกลายเป็นผู้ที่อ่อนด้อยด้านศาสตร์แห่งการต่อสู้  ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนแอเรียสก็ดูไม่มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับนักปรุงยาเลยแม้แต่น้อย

     

         “ หากเจ้าไม่เชื่อมั่นในทักษะปรุงยาของข้าเช่นนั้นข้าก็คงไม่อาจหาสิ่งใดมาทำให้เจ้าเชื่อได้  หากเจ้าคิดว่าเรื่องที่ข้าจะปรุงเม็ดยาสลายฟ้าขึ้นมารักษาบุตรสาวเจ้าเป็นเรื่องหลอกลวง  เช่นนั้นคำทำนายนั่นก็คงจะไม่ได้หมายถึงข้าเช่นเดียวกัน“

     

         แอเรียสผายผักไหล่พร้อมกับผายมือออกด้วยความไม่ค่อยพอใจนัก 

     

         “ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น  ถ้าเช่นนั้นโปรดบอกข้ามาว่าสมุนไพรที่เจ้าต้องใช้มีสิ่งใดบ้าง“

     

         เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ค่อยพอใจของแอเรียส  ฟาร์เมียจึงรีบเปลี่ยนท่าทีไปในทันที นางรู้ดีว่าแอเรียสคือความหวังเดียวในเวลานี้  การทำให้เขาไม่พอใจเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์  แม้ไม่อาจจะเชื่อมั่นอย่างเต็มร้อยว่าเขาสามารถปรุงเม็ดยาสลายฟ้าได้จริง  แต่นางก็จำต้องเชื่อมั่นในตัวของเขา

     

          “ สมุนไพรทั้งหมดที่ต้องใช้มีสิบห้าชนิด  ใบลิ้นมังกร หัวแมนเดรก  ต้นกระดูกงู   รากสายลม …. “

     

          แอเรียสร่ายรายชื่อสมุนไพรทั้งสิบห้าชนิดที่ใช้สำหรับการปรุงเม็ดยาสลายฟ้าออกมาให้ฟาร์เมียและอีธานฟัง อีธานดูเหมือนจะสับสนกับชื่อของสมุนไพรแปลกๆบางอย่างแตกต่างกับฟาร์เมียที่เพียงพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจเท่านั้น ภูตนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์ใดจึงไม่น่าแปลกใจที่นางซึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าภูตจะรู้จักสมุนไพรเหล่านี้   

     

         “ เจ้าต้องการจำนวนมากเท่าไหร่“

     

         “ อย่างน้อยชนิดละสิบชุด  เพราะข้าไม่มั่นใจว่ามันจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างปรุงยาบ้างหรือไม่“

     

         “ เช่นนั้นก็ตามข้ามา  ข้ามั่นใจว่าที่ภูเขาลูกนั้นมีสมุนไพรให้เจ้ามากพอ“  

     

         ฟาร์เมียพูดออกมาอย่างผ่อนคลาย ดูเหมือนสมุนไพรเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับนางเลยแม้แต่น้อย  นางผายมือชี้ทางไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่แอเรียสก็ไม่อาจจะรับรู้ได้ว่ามันตั้งอยู่ที่ป่าแห่งนี้ตั้งแต่ตอนไหน 

     

         ด้วยพลังของฟาร์เมียและอีธานที่คอยเกื้อหนุน ใช้เวลาเพียงชั่วครู่แอเรียสก็มาถึงภูเขาลูกนั้นแล้วบนภูเขาเต็มไปด้วยต้นสมุนไพรหลากหลายสายพันธุ์ที่ถูกปลูกเอาไว้  กลิ่นหอมของสมุนไพรที่กระจายฟุ้งไปทั่วให้ความรู้สึกชดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ต้นสมุนไพรเหล่านี้จะชูลำต้นขึ้นเหนือพื้นดินอย่างไม่ค่อยเป็นระเบียบไปบ้างเพราะขาดเหล่าภูตที่เคยดูแล  แต่ทุกต้นก็สมบูรณ์แข็งแรงดี 

     

        แอเรียสมองไปยังสมุนไพรเหล่านั้นด้วยสายตาที่เป็นประกาย ที่แห่งนี้มันคือสวนสวรรค์ของนักปรุงยาอย่างแท้จริง หากมีสวนสมุนไพรเช่นนี้อยู่คงปรุงยาต่างๆออกมาได้อีกนับร้อยนับพันชนิด  เขาเหลือบมองไปที่แหวนมิติที่นิ้วมือเล็กน้อย  ภายในหัวกำลังมีความคิดว่า  จะทำอย่างไรจึงจะย้ายภูเขานี้ไปไว้ที่บริเวณตระกูลสการ์เชียดี  แต่เพียงไม่นานเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจอันเพ้อฝันนั้นไป  ..แหวนมิติของข้ามันบรรจุสิ่งของได้น้อยเกินไป  ช่างน่าเสียดายนัก  แอเรียสได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ 

     

         “ ที่นี่เป็นสวนสมุนไพรของเหล่าภูต  ตั้งแต่พวกภูตตนอื่นจากไปสวนแห่งนี้ก็แทบจะถูกทิ้งร้างเอาไว้ นอกจากสมุนไพรทั้งสิบห้าชนิดที่ใช้ปรุงเม็ดยาสลายฟ้าแล้วสมุนไพรต้นอื่นๆเจ้าก็สามารถเก็บเกี่ยวไปได้ตามใจเจ้า“

     

         ฟาร์เมียพูดออกมาด้วยรอยยิ้มราวกับอ่านความคิดของแอเรียสออก มันทำให้แอเรียสอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเขินอายเมื่อมีผู้ที่อ่านความต้องการภายในจิตใจของเขาออก  แต่หากฟาร์เมียอ่านภายในจิตใจของแอเรียสออกทั้งหมดแล้วล่ะก็นางคงได้แต่กุมขมับและไม่มีทางที่จะเอ่ยปากเช่นนี้ออกไปแน่

     

          “ พวกเจ้าพอจะมีแหวนมิติที่ยัดภูเขาลูกนี้ลงไปได้หรือไม่?  เอ่อ..อย่าพึ่งมองข้าเช่นนั้น  ข้าไม่ได้จะหมายความแบบนั้นหรอก  ข้าหมายถึงว่าพวกเจ้าพอจะมีแหวนมิติระดับนภาสักสองวงหรือไม่  ข้าอยากจะเก็บสมุนไพรเหล่านี้ไปสักเล็กน้อย “

     

         แอเรียสยิ้มน้อยๆออกมา แต่สีหน้าของอีธานกับฟาร์เมียกลับเปลี่ยนไปกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกอย่างชัดเจน  พวกเขาได้แต่มองหน้าปีศาจตัวน้อยที่พูดความต้องการที่จะขโมยภูเขาสมุนไพรลูกนี้ไปจากดินแดนภูตสวรรค์อย่างหน้าตาเฉย ราวกับว่าภูเขาลูกนี้เป็นเพียงแค่ลูกส้มผลหนึ่งเท่านั้น 

     

        อีธานได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจด้วยความฉุนเฉียว ‘ เล็กน้อยบิดาเจ้าสิ! เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าแหวนมิติระดับนภาหนึ่งวงมันใส่สิ่งของได้จำนวนมหาศาลเพียงใด แต่นี่เจ้าเด็กปีศาจนี่กลับต้องการแหวนระดับนภาถึงสองวง  สองวง !! ที่มันพูดว่าอยากจะนำภูเขาลูกนี้ออกไปมันต้องไม่ใช่การพูดผิดเป็นแน่ นี่วิญญาณของก็อบลินสิงสู่อยู่ในร่างของเจ้าเด็กนี่รึอย่างไรกัน ‘

     

         “ ข้ามีเพียงแหวนมิติระดับปฐพีวงเดียวเท่านั้นถึงข้าจะบอกว่าเจ้าสามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรต่างๆไปได้ตามใจแต่สมุนไพรเหล่านี้ก็ถือเป็นสมบัติที่เหล่าภูตเฝ้ารวบรวมมาเนิ่นนาน การที่เจ้าต้องการจะนำมันไปหมดจนสิ้นสายพันธุ์คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่  หวังว่าเจ้าคงจะเข้าใจด้วย “

     

          แหวนมิติวงหนึ่งรอยออกมาฝ่ามือของฟาร์เมีย  นางได้แต่กล้ำกลืนฝืนยิ้มเจื่อนๆออกมายามที่จ้องมองไปยังแอเรียสผู้โลภมาก นางอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดไปยิ่งนักที่ดันไปพูดอนุญาตให้เขาเก็บเกี่ยวสมุนไพรได้ตามใจ

     

         “ ขอบคุณ  แค่แหวนมิติระดับปฐพีก็ยังดี “

     

         แอเรียสยิ้มออกมาด้วยความยินดี  เขาคว้าไปที่แหวนมิติระดับปฐพีวงนั้นโดยไม่มองไปยังรอยยิ้มเจื่อนๆบนใบหน้าของฟาร์เมียเลยแม้แต่น้อย 

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน