ตอนที่ 42: ปราการกลไก และลิฟต์มิติแห่งอนาคต (ศึกหอคอยชั้นที่ 5 - Part 1)
วิ้งงงงงงงงงงง... ติ๊ด... ติ๊ด...
บานประตูโลหะยักษ์สลักยันต์กลไกเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงฟันเฟืองโลหะขนาดยักษ์ขบกันดัง แกร๊กร๊ากกกกกก! ก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ เมื่อเท้าของขุนพลทั้งสี่—น้ำมนต์, โมนา, ร้อยเอกสิงขร และจ่าสิบเอกหญิงลันตา—ก้าวเหยียบพ้นธรณีประตูขึ้นสู่โถงชั้นที่ 5 สภาพแวดล้อมโดยรอบ กลับไม่ได้ทารุณด้วยความเย็นเยือกติดลบสี่สิบองศาหรือร้อนระอุด้วยบ่อลาวาพลาสม่าเหมือนชั้นก่อนหน้า
ทว่า... มันคือ 'โถงสถานีศูนย์กลางการขนส่งไซเบอร์ (Cyber-Logistics Central Sector) ' ความกว้างขวางตระการตาหลายร้อยเมตร!
เพดานโค้งรูปโดมแก้วมณีสูงเสียดฟ้ากว่าหกสิบเมตร รายล้อมด้วยท่อส่งลำแสงพลาสม่าขนาดใหญ่เท่าต้นไม้ยักษ์นับสิบท่อ ซึ่งลำเลียงกระแสพลังงานสีฟ้าครามไหลเวียนอย่างเปี่ยมชีวิตชีวา พื้นทางเดินเป็น 'แผ่นเหล็กกล้าผสมแร่อัคนีมิสริลสีทองอบอุ่น' ยกระดับเป็นชั้นๆ มีเสาลำแสงสัญญาณไมโครมานามิติหมุนวนส่งเสียง ฮึ่ม... ฮึ่ม... คลายความตึงเครียดของสนามรบลงชั่วขณะ
และที่ใจกลางโถงกว้างแห่งนี้เอง... ปรากฏ 'แท่นลิฟต์ลำเลียงยุทโธปกรณ์มิติ (Quantum Supply Elevator Platform) ' ขนาดยักษ์กว้างกว่าสามสิบเมตร ตั้งผงาดอยู่อย่างเกรียงไกร! รั้วสนามพลังงานสีฟ้าเรืองรองห่อหุ้มรอบแท่นลิฟต์ พร้อมรหัสสแกนความถี่ส่องแสง ติ๊ด... ติ๊ด... รอคอยการเชื่อมต่อจากฐานปฏิบัติการส่วนหน้า (FOB) ชั้นล่างสุด!
"นี่มัน... สถานีขนส่งศูนย์กลางของจริงค่ะ!" จ่าสิบเอกหญิงลันตาก้าวเร่งเข้าไปยังคอนโซลควบคุมลิฟต์ รัวนิ้วบนแป้นพิมพ์แฮกเกอร์ด้วยความคล่องแคล่ว "รหัสกุญแจกลไก จากชิปชั้นที่สี่ซิงค์เข้ากับระบบป้อนข้อมูลร้อยเปอร์เซ็นต์! ช่องสัญญาณมิติตรงไปยังสถาบันวิจัยชั้นล่างเปิดออกแล้ว!"
วูบมมมมมมมมมมมมมมม!
ที่ใจกลางแท่นลิฟต์ยักษ์... ม่านน้ำมิติเสถียรสีฟ้าครามหมุนวนสั่นระริกขึ้นทันตา! สัญญาณภาพและเสียงจากผู้กองเดชและคณะทหาร ศป.ม. ที่คุมฐาน FOB เบื้องล่าง ฉายชัดขึ้นมากลางอากาศในทันที!
"ผู้กองสิงขร! น้ำมนต์! ได้ยินไหม?!" เสียงผู้กองเดชดังก้องผ่านลำโพงวิทยุสถาบัน "ระบบเซนเซอร์เบื้องล่างจับสัญญาณการเปิดลิฟต์มิติชั้นห้าได้แล้ว! นี่มันสุดยอดไปเลย! พวกเธอทำสำเร็จจริงๆ!"
"ผู้กองเดชครับ!" สิงขรตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและภาคภูมิใจ "ส่งหน่วยช่างและกองพันขนย้ายเข้าลิฟต์มิติได้เลย! ที่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสี่มีผลึกคริสตัลมานาและแร่อัคนีมิสริลนับร้อยกิโลกรัมรอการลำเลียงกลับไปตีเกราะให้ทหารมนุษย์อยู่!"
"รับทราบ! จะดำเนินการลำเลียงยุทโธปกรณ์ทันที!"
ภาพของทหารหน่วยช่าง ศป.ม. นับสิบนาย ในชุดเกราะเขียวขี้ม้า พร้อมรถลำเลียงสายพานพกพา ข้ามผ่านม่านน้ำลิฟต์มิติจากโลกมนุษย์ขึ้นมาเหยียบลงบนแผ่นเหล็กทองชั้นที่ 5 ได้สร้างความปิติยินดีและศรัทธาอันเปี่ยมล้นให้แก่ทุกคน!
ทหารช่างเร่งกระจายกำลังติดตั้งป้อมปืนใหญ่มานาพกพา (Deployable Mana Turret) สี่ทิศทางรอบแท่นลิฟต์ชั้นที่ 5 เปลี่ยนโถงขนส่งแห่งนี้ให้กลายเป็น 'สถานีปฏิบัติการส่วนหน้าแห่งที่สอง (FOB Phase 2) ' ในทันที!
"น้ำมนต์... ดูนั่นสิ" โมนาสะกิดแขนของเด็กวัดขมังเวทย์ นัยน์ตาสุกใสมองดูทหาร ศป.ม. และนักล่าทรัพยากรรุ่นแรกที่เริ่มลำเลียงคัมภีร์อาคมและผลึกมานาผ่านลิฟต์มิติ
"ความพยายามของพวกเราไม่ได้ไร้ความหมายเลยครับโมนา" น้ำมนต์ส่งยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ "หอคอยแกนกลางแห่งนี้... ไม่ใช่ดันเจี้ยนนรกแห่งความสิ้นหวังอีกต่อไป แต่มันคือขุมพลังและสนามฝึกฝนที่จะทำให้โลกมนุษย์ภายนอกก้าวข้ามความอ่อนแอ"
น้ำมนต์ยกมือขวาที่พันผ้าดิบขึ้นทาบลงบน 'ยันต์เสือเผ่นมหาอำนาจ' บนแผ่นอกเสื้อเกราะนาโนด้ายทองคำ สัมผัสแห่งสมาธิฌานอานาปานสติที่หลอมรวมกับเส้นด้ายทองคำแท้ 99.99% จนถึงระดับ 45% ส่งความอบอุ่นอบอวลซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
วิ้งมมมมมมม!
ประกายออร่าสีทองคำบริสุทธิ์สว่างวาบเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายชีพจรแห่งสัตว์อาคมที่กำลังเตรียมพร้อมเติบโตสู่ขั้นต่อไป!
"ระบบประมวลผลสแกนพบโครงสร้างชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 10 ครับเจ้าโฮสต์!" เสียงเอเต้ดังกังวานขึ้น ดวงกลมแสงสีฟ้าฉายแผนผัง 3 มิติของโซนถัดไปขึ้นกลางอากาศ "โซนนี้คือ 'ปราการกลไกและทหารไซเบอร์ประดิษฐ์ (Automaton Fortress Sector) ' ศัตรูจะไม่ใช่สัตว์อสูรชีวภาพธรรมดาแล้ว แต่เป็น 'หุ่นยนต์อุตสาหกรรมสงครามโบราณ' ที่มีเกราะหนาและระบบอาวุธประสานแนวยิง!"
ตึง... ตึง... ตึง...
ยังไม่ทันที่การตั้งค่าย FOB Phase 2 บนแท่นลิฟต์มิติจะเสร็จสิ้นดี... เสียงก้าวเท้าโลหะหนาหนักประดุจขวานเหล็กสับลงบนพื้นแผ่นเหล็กมิสริลทอง ก็ดังก้องมาจากประตูทางเดินฝั่งทิศเหนือของโถง!
บรรยากาศความผ่อนคลายพลันหายวับไปในพริบตา!
จากหมอกควันไฟพลาสม่าสีฟ้าหลังประตูกลไก ร่างของ 'หุ่นยนต์สงครามโบราณ (Ancient War Automaton) ' ศัตรูระดับ 6 ประจำชั้นที่ 5 ปรากฏตัวขึ้นสี่ตน!
พวกมันมีความสูงกว่าสี่เมตรห้าสิบเซนติเมตร ลำตัวกำยำประกอบขึ้นจาก 'เกราะโลหะผสมไทเทเนียม-คาร์บอนหนาสามสิบเซนติเมตร' สีเทาเข้ม ปราศจากหัวใจหรืออวัยวะชีวภาพ มือขวาของพวกมันเป็น 'ดาบวงเดือนพลาสม่าหมุนวน (Plasma Rotary Blade) ' ที่ส่งเสียง วี้ดดดดดดด! ตัดผ่านอากาศจนเกิดคลื่นความร้อน ส่วนมือซ้ายเป็น 'ปืนกลมานาเจาะเกราะลำกล้องสี่แฝด (Quad-Mana Gatling) ' ที่ส่องแสงสีฟ้าเรืองรอง!
ดวงตาจักรกลสี่ดวงบนกะโหลกเหล็กสว่างวาบสีม่วงอำมหิตพร้อมกัน! เสียงสังเคราะห์กลไกดังลอดออกมา ติ๊ด... ตรวจพบผู้บุกรุก... เริ่มต้นกระบวนการกวาดล้าง!
"หน่วยคุ้มกันลิฟต์มิติ... ตั้งแนวยิงบังเกอร์!" ร้อยเอกสิงขรตะโกนสั่งการ เสียงขุนพล ศป.ม. ดังก้องดุดัน เขาก้าวขึ้นหน้าพร้อมปืนกลหนักมานาแคนนอน M-80 สองลำกล้อง! "น้ำมนต์! โมนา! ลุยคลุกวงในเปิดทางชั้นที่ห้าได้เลย!"
"จัดไปค่ะ!"
[HYPER-NANO CORE: SPEED OVERDRIVE 80X ENGAGED!]
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
โมนาทะยานตัวสปีด 80 เท่า กลายเป็นสายฟ้าสีเขียวเข้ม พุ่งทะลวงแหวกม่านอากาศเข้าหาแนวยิงของหุ่นยนต์สงครามตัวแรกทันที!
ขณะเดียวกัน... น้ำมนต์ใน 'ชุดเกราะผ้ายันต์นาโนด้ายทองคำ' ก้าวเท้าไปเบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง นัยน์ตาสีกร้าวเรืองแสงทองคำสุกใส ร่างกายผสานเข้ากับฌานสมาธิและคาถาวาตานิวายุเตรียมพร้อมสยบศึกกลไก!
การไต่หอคอยแกนกลางชั้นที่ 5... การปะทะกับหุ่นยนต์สงครามโบราณ... และการยกระดับออร่าสัตว์อาคมสู่ขีดสุด... กำลังจะเปิดฉากขึ้นในตอนถัดไป!