ไป๋อวี๋เหลือบมองสวีเหมยฮวาเดินมากับสวีซือซงครั้งเป็ครั้งที่ 3 นับจากวันแรกที่เริ่มรักษา ไป๋อวี๋อดยอมรับไม่ได้ว่าฝีมือการฝังเข็มของนางทำให้ขาเริ่มมีอาการดีขึ้นยิ่งกว่านั้นฝีมือนวดคลายเส้นของนางทำให้เขานอนหลับได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนแถมยังคลายความปวดเมื่อยได้ดี
“เ้าไม่ได้เทียบเชิญไปงานแต่ง?” ยังไม่ทันที่สวีเหมยฮวาจะได้เอ่ยทักทายตามมารยาทไป๋อวี๋กลับเอ่ยถามเสียก่อน
“ทำไมซื่อจื่อคิดว่าข้าจะได้เทียบเชิญเ้าคะ?”
“ใช่ว่าเ้าคุ้นเคยกับตระกูลหลีหรอกหรือ?”
“ในประโยคคำพูดของซื่อจื่อมีคำว่าเคยอยู่เคยที่แปลว่าอดีต อดีตเคยคุ้น ปัจจุบันไม่ใช่เ้าค่ะ”ซีหยางถึงกลับเลิกคิ้วขึ้นสูงแปลกใจกับคารมอีกฝ่าย
ไป๋อวี๋ละสายตาหันกายเดินเข้าห้องนั่งลงบนเตียงถอดเสื้อผ้านอนคว่ำหน้าเหมือนเช่นทุกครั้งโดยที่นางไม่ต้องสั่ง สวีเหมยฮวาวางกล่องยาหยิบอุปกรณ์มาวางเข็มในมือสวีเหมยฮวาปักลงบนเส้นประสาทไป๋อวี๋ไม่ผิดจุด
“กลางคืนยังต้องนวดยาแก้ปวดหรือไม่เ้าคะ?”
“น้อยครั้งกว่าเดิม”สวีเหมยฮวาฝังเข็มจุดสุดท้าย จับมือเขามาตรวจชีพจร
“เป็อย่างไรบ้าง”
“ดีเ้าค่ะ”
“ขยายความ”
“ดีคือดี ยังต้องขยายความยังไงเ้าคะ?”
“เ้าเป็หมอแน่หรือ?”
“ข้าแค่รักษาได้ไม่บังอาจเรียกตัวเองว่าหมอเ้าค่ะ”
“หมอหลวงตั้งมากหาทางรักษาไม่ได้ทำไมเ้าคิดว่ามันเกี่ยวกับเส้นประสาทไม่ใช่อาการาเ็จากาแ”สวีเหมยฮวาเหลือบตามองแผลเป็ขนาดใหญ่ตรงน่อง
“ข้าไม่ได้เห็นแผลในตอนแรกคงตอบซื่อจื่อไม่ได้หรอกเ้าค่ะ” สวีเหมยฮวาดึงเข็มออก หันไปหยิบขวดน้ำมันเทลงมือกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยให้ไป๋อวี๋สบายใจขึ้น
น้ำหนักมือนางกดตามจุดเส้นประสาทวนเวียนไล่กล้ามเนื้อให้เปิดออก ฝ่ามือเนียนนุ่มไล่ไปตามแผ่นหลังแกร่งจนถึงหัวไหล่ไล่ลงมาถึงสะบักเอว เน้นหลัง่ล่างมากหน่อย
“แผลเป็พวกนี้ได้มาจากสนามรบหมดเลยหรือเ้าคะ?”
“อือ” แววตาไป๋อวี๋จับจ้องมองกำแพงห้องด้านหน้า
“...ถ้าเ้ากลัวให้ซีหยางนวดแทนก็ได้”
“ขอรับ!?” เขานวดเป็ที่ไหนล่ะ
“คนของท่านนวดเป็งั้นหรือ”
“ไม่เป็ขอรับ!” ซีหยางรีบตอบ ไป๋อวี๋เหลือบตามองคนของตัวเอง ซีหยางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“อาการซื่อจื่อเป็อย่างไรบ้าง?” สวีเหมยฮวาทำท่าจะลุกมาคารวะ ไป๋เฟินเย่วยกมือห้ามเสียก่อน
“ดีขึ้นตามลำดับเ้าค่ะ”
“ข้านึกว่าท่านแม่ไปร่วมงานแต่งเสียอีก”ไป๋เฟินเย่วหันมาทางลูกชาย
“พูดเหมือนไม่รู้จุดประสงค์ทางนั้นแม่ส่งของขวัญไปแสดงความยินดีแล้ว”
จุดประสงค์ที่ตระกูลจิวส่งเทียบเชิญมาให้ไป๋เฟินเย่วไม่ใช่แค่อยากให้ไปร่วมงาน แต่เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตระกูลจิวกับจวนเ้าเมืองมีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่งเนื่องจากไป๋เฟินเย่วมักไปซื้อผ้าที่ร้านผ้าตระกูลจิวบ่อยครั้งนั่นเอง
“เหมยฮวา”
“เ้าคะ?”
“น้ำมันนวดแบบนี้ มีอีกหรือไม่ข้าอยากขอซื้อสักขวด”
“ขวดนี้ปรุงขึ้นสำหรับรักษาให้ซื่อจื่อโดยเฉพาะข้าคงขายให้ไม่ได้เ้าค่ะ ไม่ทราบฮูหยินอยากได้น้ำมันนวดแบบไหนเ้าคะ?”
ให้เขาโดยเฉพาะ?
“สามารถปรุงขึ้นได้ทุกแบบเลยหรือ?”
“หากอยู่ในขอบเขตที่พอทำได้ข้าจะลองดูเ้าค่ะ”
“หรือว่าเ้าใช้น้ำมันที่ปรุงขึ้นเองเหมือนกัน?” ไป๋เฟินเย่วสังเกตเห็นผิวนางเรียบเนียนสวยเปล่งปลั่งไม่คล้ำแดดเหมือนคนทำงานตากแดดสักนิด
“ข้าใช้ครีมบำรุงผิวจริง ๆแต่ไม่เชิงว่าปรุงขึ้นมาเอง”
“ขายหรือไม่?” ตาไป๋เฟินเย่วเป็ประกายจนสวีเหมยฮวาอมยิ้ม
ผู้หญิงกับความงามไม่ว่ายุคสมัยไหนไม่ต่างกันจริงๆ...
“คราวหน้าข้ามาจะนำมาให้เ้าค่ะ”สวีเหมยฮวาหยิบผ้ามาเช็ดมือไป๋อวี๋ลุกขึ้นนั่งสวมเสื้อกลับมองมารดาที่กำลังยิ้มแก้มปริ
“ข้าไปเอาที่บ้านเ้าวันนี้เลยได้หรือไม่?”
“เ้าคะ?”
“คือนอกจากเื่นี้ข้าอยากถามว่าเ้ามีผลไม้ขายอีกไหม คราวก่อนที่เอามาด้วยอร่อยมาก เสี่ยวฉีเร่งเร้าข้าให้ถามแต่ข้าก็ลืมทุกที”
“ให้คนตามไปเอาที่บ้านได้เ้าค่ะ”
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าไปเองจะได้ไปเอาครีมด้วย ราคาเท่าไหร่บอกมาได้เลย”
“ข้าไม่เคยขายเลยไม่รู้ราคาเอาเป็ว่าท่านลองเอาไปใช้ก่อน ใช้ดีค่อยจ่ายเงินข้าดีไหมเ้าคะ?”
“ได้ ๆ ซีหยางไปบอกพ่อบ้านเตรียมรถม้าให้ที”ไป๋เฟินเย่วหันไปสั่งซีหยาง
“ท่านแม่จะไปคนเดียวหรือขอรับ”
“ลูกอยากไปกับแม่ไหมล่ะ”ไป๋อวี๋หันมามองสวีเหมยฮวา
“ข้าควรรู้จักบ้านหมอที่รักษาข้าเหมือนกันคราวหน้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ให้คนไปตามได้ถูกขอรับ” ไป๋อวี๋เหลือบตามองมาทางสวีเหมยฮวา
“ซีหยางเตรียมรถม้า”
“.....” สวีเหมยฮวา สวีซือซง
รถม้าจวนเ้าเมืองวิ่งตามหลังรถม้าบ้านสวีออกนอกประตูมุ่งตรงไปหมู่บ้านเกาเซิง คนในรถม้าด้านหน้ายังงงไม่หาย ไหงจู่ ๆบ้านนางถึงได้ต้อนรับครอบครัวเ้าเมืองในบ้านหลังแคบ ๆ เช่นนี้
“เชิญนั่งก่อนเ้าค่ะอาซือไปเรียกท่านแม่มาหน่อย” สวีซือซงยกโต๊ะมาต่อ ยกเก้าอี้มาวางให้ครบจำนวนคน
“ข้าไปชงชามาให้เ้าค่ะ”พอพ้นสายตาเ้าบ้าน แขกในบ้านเริ่มสำรวจบ้านทันที
“จัดบ้านได้เป็ระเบียบสะอาดสะอ้านดีมาก”
“ฮูหยินคงไม่ได้ตั้งใจมาดูใช่หรือไม่”เ้าเมืองไป๋เทียนที่เพิ่งทำงานเสร็จ คิดว่าจะไปสอบถามอาการไป๋อวี๋กลับได้ยินว่าฮูหยินตนจะออกมาเอาของที่บ้านสวี เขาเลยถือโอกาสตามมาดูด้วยคน
ในขณะนั้นไป๋หลินและอู่จุนเหลียนเดินมาพอดีเลยขอตามมาด้วย กำลังจะขึ้นรถม้าลูกชายคนเล็กเพิ่งกลับมาจากสถานศึกษาไม่ยอมอยู่บ้านคนเดียวสรุปสุดท้ายครอบครัวเ้าเมืองไป๋เทียนจึงนั่งอยู่พร้อมหน้ากันในบ้านหลังเล็กแห่งนี้
“นี่คืออะไรหรือขอรับ” ไป๋ฉีชี้ไปที่แก้วชาทรงสูงมีหูแตกต่างจากถ้วยชาเล็ก ๆ ที่เคยเห็น
“ชามะนาวน้ำผึ้งเป็เครื่องดื่มเย็นแก้ร้อน ส่วนในจานคือขนมพายผีเสื้อเ้าค่ะ”
“แม่นางสวี คือ...ถ้าไม่รบกวนเกินไปข้าขอยืมตำราสมุนไพรเพิ่มได้หรือไม่” อู่จุนเหลียนเอ่ยขึ้น สักพักมีเสียงอ่าดังมาจากข้างๆ ไป๋ฉีดื่มน้ำชามะนาวน้ำผึ้งรวดเดียวจนหมดแก้ว
“อร่อย! ขอเติมได้ไหมขอรับ?”
“เสี่ยวฉี” ไป๋ฉีหันไปยิ้มกว้างให้มารดานางได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเห็นแก่กินของบุตรชาย
สวีฝูหรงรีบเร่งเดินเข้ามาคารวะครอบครัวเ้าเมืองนางตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก ใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ ครอบครัวเ้าเมืองจะแวะมาที่บ้านแบบนี้
“ฉงฉงไปเอาเหยือกน้ำชามะนาวมาให้หน่อยท่านแม่อยู่คุยกับท่านเ้าเมืองก่อน ข้าขอไปเอาตำราสมุนไพรกับครีมบำรุงผิวก่อนเ้าค่ะ”
“อะ...อืม ได้” ไป๋อวี๋มองตามหลังสวีเหมยฮวาจากหางตาเขาเห็นนางเดินเข้าไปยังห้องหนึ่ง คิดว่านั่นคือห้องของนางอย่างแน่นอน
ไปอวี๋สำรวจบ้านหลังเล็กเทียบกับเรือนหลังหนึ่งในจวนยังไม่กว้างเท่าทว่าที่นี่กลับเป็ระเบียบไม่มีของมากเกินความจำเป็ บ้านสะอาดไม่มีกลิ่นอับแต่กลับมีกลิ่นหอมจาง ๆ แตกต่างจากกลิ่นหอมที่เคยได้กลิ่นจากตัวนาง
เ้าเมืองไป๋เทียนและไป๋ฮูหยินพูดคุยสอบถามความเป็อยู่ของบ้านสวี เลยไปถึงความเป็อยู่ของชาวบ้าน เ้าเมืองไป๋เทียนถือโอกาสถามถึงปัญหาของหมู่บ้านเกาเซิงไปพร้อมกันไป๋อวี๋จึงได้รู้ว่าสถานที่กำลังก่อสร้างอยู่ข้าง ๆ เป็ของบ้านสวีนั่นเอง
“อย่าบอกนะในกล่องนี้คือครีมบำรุงทั้งหมด?”สวีเหมยฮวาหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ใช่เ้าค่ะ....ท่านอู่นี่ตำราสมุนไพร 3 เล่มท่านนำไปอ่านดูก่อนว่าเหมือนกับตำราของท่านหรือไม่”
“ขอบคุณแม่นางสวี”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ”สวีเหมยฮวาเปิดกล่องตรงหน้าให้ไป๋เฟิ่นเย่วดู
“กล่องนี้สำหรับทากลางวันกล่องนี้สำหรับกลางคืน ใช้ตามลำดับ กระปุกนี้สำหรับล้างหน้าขวดนี้สำหรับเช็ดก่อนลงครีมบำรุงเช้าเย็น กระปุกนี้สำหรับทากันแดดทาเป็ขั้นตอนสุดท้ายก่อนแต่งหน้าเ้าค่ะ ส่วนกระปุกนี่สำหรับทาผิว”สวีเหมยฮวาหันไปเปิดอีกกล่อง
“ส่วนในกล่องนี้เป็เครื่องแป้งแต่งหน้าแท่งเล็กนี่คือชาดทาปาก ปัดแก้ม ทาตา เขียนคิ้ว ส่วนในกล่องไม้ไผ่นี่คือแปรงแต่งหน้าอันนี้สำหรับ...” สวีเหมยฮวาใช้เวลาพักใหญ่ในการอธิบายการใช้ส่วนผู้ชายที่ไม่รู้เื่ทานของว่างไปพลางนั่งฟังไปด้วยทางด้านอู่จุนเหลียนและไป๋หลินรีบเปิดตำราสมุนไพรอ่าน
“ท่านพี่ ดูสิเครื่องประทินโฉมนี่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ในเมืองหลวงก็ไม่มีเมื่อครู่เ้าเรียกว่าอะไรนะ”
“เครื่องสำอางเ้าค่ะ เรียกโดยรวมว่าเครื่องสำอาง”
“ข้าไม่เคยเห็นเหมือนกัน”
“แต่ข้าไม่เห็นเ้าแต่งหน้าเลยไม่ใช่หรือทำไมมีข้าวของมากมายขนาดนี้”
“ให้ข้าแต่งหน้าทำนาคงไม่ไหวมั้งเ้าค่ะ”
“อิอิ จริงด้วยทั้งหมดนี่เ้าคิดราคาเท่าไหร่” พอนึกว่านางแต่งหน้าทำนาไปด้วยก็อดหัวเราะไม่ได้
“ข้าไม่คิดเงินเ้าค่ะ”
“ได้ยังไง! ของล้ำค่ามากมายขนาดนี้ไม่คิดเงินได้ยังไงกันเ้ารู้ไหม ร้านขึ้นชื่อในเมืองหลวงยังไม่มีของที่เ้ามีเลยบางทีข้าว่าในวังหวังยังหาไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“คิดเงินมาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ”เ้าเมืองไป๋เทียนบอกนาง
“ข้าไม่รู้ราคาจริง ๆ เ้าค่ะ อย่างที่ข้าบอกท่านเอาไปใช้ก่อนถ้าใช้ดีคราวหน้าท่านค่อยจ่ายเงินข้าส่วนราคาแล้วแต่ท่านจะเห็นสมควรเ้าค่ะ”
“ฮูหยินทำตามที่นางพูดเถอะ”
“ก็ได้ ๆ ขอบใจมากนะ”ไป๋เฟินเย่วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ของเหล่านี้สำหรับผู้หญิงรักสวยรักงามย่อมมีค่าอย่างมาก
“แม่นางสวี” สวีเหมยฮวาเงยหน้าขึ้นมองอู่จุนเหลียน
“แม่นางจะว่าอะไรหรือไม่หากข้าขอคัดลอกตำราสมุนไพรเล่มนี้เพื่อเผยแพร่ให้หมอท่านอื่นได้ศึกษาด้วย”
“ตำราไม่เหมือนกันหรือ?” เ้าเมืองไป๋เทียนถาม
“ตำราสามเล่มนี้ละเอียดกว่ามากท่านเ้าเมืองดูนี่สิ ในตำรานี้มีภาพสีสามารถแยกแยะความต่างชัดเจนขอรับ” เ้าเมืองไป๋เทียนรับหนังสือมาเปิดดูไป๋อวี๋ยื่นมือไปหยิบอีกเล่มที่วางอยู่มาเปิดดูไปพร้อมกัน
“ตำราปรุงยาคราวก่อนบอกวิธีทำอย่างละเอียดข้าได้ลองปรุงยาลดไข้ส่งไปให้ร้านยาในเมืองหลวง เห็นว่าได้ผลดีมาก ไม่เสียเวลาต้มยาทานแค่ 2-3 ครั้งก็หายป่วยแล้ว”
หา? พากันแอบปรุงยาส่งไปให้คนอื่นทดลองนี่เองมิน่าถึงสนใจตำราสมุนไพรจากนางมากกว่าปกติ แต่มันต่างกันมากขนาดนั้นเลยหรือ..
“แม่นางสวีคิดว่าอย่างไร?”
“เ้าคะ? อ้อ..หากตำรามีประโยชน์ต่อผู้อื่นเชิญท่านคัดลอกได้ตามสบายเลยเ้าค่ะ”
“ขอบใจมาก” เ้าเมืองไป๋เทียนเอ่ยขอบคุณนาง
“ใกล้เที่ยงแล้วยังไงเชิญท่านเ้าเมืองทานข้าวด้วยกันดีไหม” สวีฝูหรงกระซิบถามลูกสาวนางไม่กล้าเอ่ยเชิญด้วยตัวเอง ไม่รู้อีกฝ่ายจะรังเกียจอาหารชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกนางหรือไม่
“ท่านเ้าเมืองมีธุระต้องไปไหนต่อหรือเปล่าเ้าคะ?”
“ข้าไม่มีงานอะไรอีก ฮูหยินล่ะ”
“ข้าไม่มีเหมือนกัน มีอะไรหรือ?”
“ถ้าไม่รังเกียจ ข้าขอเลี้ยงอาหารเที่ยงสักมื้อเ้าค่ะ”
“พวกเราขอรบกวนด้วย” เ้าเมืองไป๋เทียนเอ่ยขึ้นในเมื่อเ้าบ้านอุตส่าห์เชิญด้วยตัวเอง เขาคงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เขาอยากสำรวจบริเวณโดยรอบหมู่บ้านด้วยเหมือนกัน
“ข้าขอตัวไปทำอาหารก่อน ท่านแม่อยู่ที่นี่แหละเ้าค่ะข้าทำเองได้” สวีเหมยฮวาห้ามมารดาเอาไว้ก่อน
“เหลียงหว่าไปช่วยเหมยฮวา”ไป๋เฟินเย่วบอกเหลียงหว่า
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้ากับฉงฉงทำกันเองได้”
“แน่ใจหรือ?”
“เ้าค่ะ”
สวีเหมยฮวากับฉงฉงเดินไปทางหลังบ้านส่วนสวีซือซงและสวีฝูหรงอยู่ต้อนรับแขกอยู่ ผ่านไปพักใหญ่สวีซือซงเดินเข้ามาในครัว
“พี่ใหญ่ ข้าจะพาท่านเ้าเมืองกับซื่อจื่อไปหาผู้ใหญ่บ้านนะ”
“อือ รีบไปรีบมาล่ะ”
“ขอรับ”
สวีเหมยฮวาหันมาสนใจเตาอาหารต่อวันนี้นางตั้งใจทำแกงจืดปลาหมึกยัดไส้ ต้มข่ากุ้ง กุ้งชุบแป้งทอด ปลาหมึกนึ่งมะนาวฉู่ฉี่ปลาทู ปลาช่อนลุยสวน ผัดผักรวมมิตร ผัดผักบุ้ง พะแนงเนื้อ เนื้อผัดเห็ดหอม ของหวานเป็ผลไม้สดและรวมมิตรน้ำกะทิ
ผ่านไปพักใหญ่ กลิ่นหอมจากครัวลอยมาถึงห้องโถงแขกที่นั่งอยู่หยุดชะงัก ชะเง้อมองโดยไม่รู้ตัว ครั้งจะลุกออกไปดูก็ไม่ค่อยจะเหมาะ ทำได้แต่นั่งรอพร้อมเสียงท้องร้องโครกครากน่าละอาย
“เอ่อ...ข้าขอไปดูในครัวสักครู่เ้าค่ะ”สวีฝูหรงทำหน้าไม่ถูก นางเอ่ยขอตัวไปดูด้านหลัง ไป๋เฟินเย่วมองตามใจนางอยากเดินตามไปด้วย
ไม่ควร ๆ... นางลูบอกห้ามตัวเอง เหตุผลไป๋เฟินเย่วไม่มีอะไรมากหากไม่ใช่เด็กน้อยข้างๆ ที่เลือกกินเสียเหลือเกิน ถ้าอาหารวันนี้ถูกปากบุตรชายคงดีไม่น้อย
“ใกล้เวลาอาหารแล้วไม่ควรทานของว่างมากเกินไป” ไป๋เฟินเย่วหยิบจานขนมไปวางไว้อีกฝั่ง
“ขนมนี่ทานคู่กับน้ำชาอร่อยมากขอรับ”ไป๋หลินเอ่ยขึ้น
“แม่ขอซื้อกลับไปให้ดีหรือไม่”
“ดีขอรับ” คนที่ตอบไม่ใช่คนที่เอ่ยไป๋ฉียิ้มแฉ่ง
“อาหารใกล้เสร็จแล้วเ้าค่ะ”สวีฝูหรงเดินออกมาจากห้องครัว พอดีกลับท่านเ้าเมืองกลับมาถึง
“อาซือ มาช่วยแม่ยกอาหารขึ้นโต๊ะ”
“เหลียงหว่าไปช่วยยกอาหาร”
“เ้าค่ะ” เ้าเมืองไป๋เทียนหันมาทางฮูหยิน
“ข้าไม่รู้ ท่านพี่รอดูเองเถอะ” เ้าเมืองไป๋เทียนไม่ต้องรอนานอาหารถูกยกขึ้นโต๊ะชนิดละสองจาน กลิ่นหอมสีสันน่าทานมากทีเดียว