สุริยันจันทราเคลื่อนคล้อยเวียนวันแล้ววันเล่า ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งคฤหาสน์ัยังคงคิดไม่ตกเกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ของเหล่าปฐมบุรุษทั้งสี่ที่เกี่ยวพันกับดาร์คแฟนทอม ความอลหม่านของจิตใจเวียนวนซ้ำไปซ้ำมาโดยไม่มีทีท่าว่ามันจะสิ้นสุดลง เป็เวลาหลายวันที่ท่านหญิงผู้เลอโฉมจมดิ่งอยู่ในวังวันแห่งความสับสน
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก…ผมคัลเลน คลีน เองครับ” เสียงเคาะประตูห้องนั่งเล่นดังขึ้นปลุกโฉมงามผู้กำลังตกอยู่ในภวังค์
“ยานพาหนะสำหรับเดินทางไปยังเอดินเบิร์ก กิฟเฟ่น พร้อมแล้วครับ” ร่างสูงของพ่อบ้านหนุ่มผมสีบลอนด์ทองเผยตัวออกมาจากหลังบานประตู พร้อมแจ้งสถานะความพร้อมของยานพาหนะที่ใช้สำหรับการเดินทาง
“แล้วนอร์ดเดนกับวันเดอร์ ล่ะ! แต่งตัวกันเสร็จหรือยัง”
“ผมถามคุณเอลเดอร์ เขาบอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ”
“อย่างนั้น เราก็ควรไปกันได้แล้ว”
'
สิ้นเสียงปิดบทสนทนา คัลเลนก็ทำตามหน้าที่ของพ่อบ้านประจำตระกูลพาท่านหญิงผู้ทรงสง่าไปยังพาหนะที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์
“อรุณสวัสดิ์ครับ ศาสตราจารย์คาลิสซาร์” เสียงใสของสองหนุ่มที่กำลังตื่นเต้นกับการไปเรียนวันแรกกล่าวทักทายศาสตราจารย์ของตนด้วยท่าทางเริงร่า
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ นอร์ดเดน วันเดอร์ นี่พวกเ้าทั้งสองพาโดรก้ากับดราเกิร์ดไปเรียนด้วยไม่ได้นะ”
“ทำไมผมพาดราเกิร์ดไปด้วยไม่ได้ครับ!! ทำไมผมพาโดรก้าไปด้วยไม่ได้ครับ!!” สองหนุ่มเปลี่ยนกริยาท่าทางจากเมื่อสักครู่จากหน้ามือเป็หลังมือ
“สำหรับสัตว์วิเศษ ทางโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนนำไปได้เฉพาะตอนเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับสัตว์วิเศษเท่านั้น เพราะฉะนั้นฝากดราเกิร์ดกับโดรก้าให้เอลเดอร์พ่อบ้านของพวกเ้าเป็ผู้ดูแลอยู่ทางคฤหาสน์ได้เลย ถ้าพวกเ้าเลือกวิชาเรียนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์วิเศษ ก็ตรวจสอบดูว่ามีเรียนวันไหน แล้วใช้ SEE ติดต่อเอลเดอร์ให้พาดราเกิร์ดกับโดรก้าไปส่งให้พวกเ้า เฉพาะวันที่มีเรียนเท่านั้นนะ เรียนเสร็จแล้วก็อย่าลืมส่งดราเกิร์ดกับโดรก้าให้เอลเดอร์พากลับด้วยล่ะ” ศาสตราจารย์ผู้เคร่งครัดชี้แจงกฎของโรงเรียนให้สองหนุ่มฟัง
“ค ค ค ค ค ครับ ศาศตราจารย์” หนุ่มน้อยทั้งสองทำเสียงละห้อยแบบไม่เต็มใจ
“ว่าแต่…พวกเ้าชอบชุดเครื่องแบบของโรงเรียนหรือไม่ ข้าสั่งตัดเย็บขึ้นมาเป็พิเศษเพื่อเ้าทั้งสองเลยนะ” ศาสตราจารย์คาลิสซาร์กล่าวต่อพลางมองไปที่ชุดเครื่องแบบของสองหนุ่มที่ถูกถักทอมาอย่างประณีต เสื้อด้านในสุดเป็เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวติดกระดุมจนถึงคอผูกด้วยเนคไทสีม่วงอ่อน สวมทับด้วยเสื้อกั๊กผ้าไหมมันเลื่อมสีม่วงพาสเทล ชั้นสุดท้ายสวมด้วยเสื้อสูทสีม่วงเข้ม มีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนติดอยู่ที่กระเป๋าหน้าอกข้างขวา มีลักษณะเป็รูปลูกแก้วเวทมนตร์ซึ่งภายในมีวงแหวนอิเล็กตรอนล้อมรอบนิวเคลียสที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางซ้อนกันสี่วงคล้ายดาว 8 แฉก โดยชั้นนอกสุดนั้นมีอักขระเวทย์โบราณล้อมรอบลูกแก้วเวทมนตร์อยู่ ส่วน่ล่างของลำตัวสวมด้วยกางเกงสแล็คขายาวเข้ารูปสีดำและรองเท้าหนังสีดำเงาวับ
“ชอบครับศาสตราจารย์ รู้สึก Cool!! สุดๆ แบบดูภูมิฐานมากเลยครับ” หนุ่มน้อยผมสีบลอนด์เงินตอบ
“ผมก็ชอบเหมือนกันครับ ใส่เครื่องแบบแล้วรู้สึกว่าได้กลายเป็ผู้วิเศษเต็มตัวแล้ว” หนุ่มผมน้ำตาลทองเสริม
“ชอบก็ดีแล้ว เพราะพวกเ้าจะต้องใส่เครื่องแบบของโรงเรียนนี้ทุกวันั้แ่วันนี้ไปจนถึงวันจบการศึกษา 6 ปีเต็ม” ศาสตราจารย์คาลิสซาร์ยิ้มแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแบบทีเล่นทีจริง
“…………..” เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้าศาสตราจารย์ของตนด้วยอาการถอดสีหน้าแล้วนิ่งเงียบไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ข้าหยอกพวกเ้าเล่นเฉยๆ ชุดเครื่องแบบของโรงเรียนน่ะ บังคับใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เลิกทำสีหน้าแบบนั้นแล้วขึ้นรถกันได้แล้ว” เมื่อศาสตราจารย์ผู้มีอารมณ์ขันพูดจบก็เดินไปขึ้นพาหนะเทียมัทันที ส่วนนอร์ดเดนกับวันเดอร์นั้นยืนอำลาคู่หูตัวน้อยของตนอยู่นานก่อนจะขึ้นยานพาหนะตามมาทีหลัง
“พร้อมแล้ว เดินทางได้เลย คัลเลน คลีน” ศาสตราจารย์ผู้เลอโฉมเปล่งเสียงผ่านกระจกหน้ารถไปยังผู้ขับเคลื่อนพาหนะ
“SEE!! ช่วยกำหนดเส้นทางบนน่านฟ้าไปยัง ‘เอดินเบิร์ก กิฟเฟ่น’ ด้วย” พ่อบ้านหนุ่มผมสีบลอนด์ทองสั่งระบบปฏิบัติการ SEE ให้นำทางไปยังเป้าหมาย พลันแผนที่ทางอากาศก็ปรากฏขึ้นมาเป็ภาพโฮโลแกรมสามมิติแสดงความหนาแน่นของเมฆที่อยู่ในเส้นทางซึ่งต้องขับยานพาหนะผ่าน
รถเทียมัเริ่มทะยานขึ้นสู่เส้นทางสัญจรบนน่านฟ้า หลังจากที่ยานพาหนะยกตัวขึ้นสูงจากพื้นดินได้ระดับหนึ่ง หนุ่มน้อยทั้งสองก็หันตัวไปทางกระจกหน้าต่างแล้วโบกมือลาให้กับคู่หูตัวเล็กและคุณพ่อบ้านรูปหล่อซึ่งกำลังยืนส่งอยู่ที่ภาคพื้น
นอร์ดเดนรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพที่ได้เห็นในมุมสูง ยอดปราสาทและหอคอยสูงระฟ้าโผล่ขึ้นมาท่ามกลางเมฆหมอกในยามเช้า คริสตัลศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงเจิดจรัสบนหอคอยที่สูงเด่นเป็สง่าใจกลางเมืองราวกับเป็การต้อนรับเด็กหนุ่มผู้เป็สายเืแห่งปฐมบุรุษตามคำทำนาย
“นั่นคือลูกแก้วคริสตัลศักดิ์ที่พ่อมดเมอร์ลินนำมาจากแดนนิรันดร์ใช่ไหมครับ ศาสตราจารย์” หนุ่มผมเงินถามพลางเอามือชี้ไปทางแสงของลูกแก้วคริสตัลที่เปล่งประกายออกมาจากชั้นบนสุดของหอคอย
“ใช่แล้วจ้ะ นั่นคือลูกแก้วคริสตัลศักดิ์สิทธิ์ ‘มิทิริล’ …พ่อมดเมอร์ลินผู้ยิ่งใหญ่ได้นำมาไว้ยังหอคอยแห่งพระราชวังกลางเมืองั้แ่ปฐมกาล นัยหนึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็ศูนย์กลางแห่งการปกครองของอาณาจักร” ศาสตราจารย์คาลิสซาร์ตอบด้วยรอยยิ้ม
ั์ตามรกตของเด็กหนุ่มยังคงเบิกกว้างเพ่งมองรัศมีอันงดงามของลูกแก้วคริสตัลบนหอคอย ยานพาหนะเคลื่อนผ่านวัตถุที่หนุ่มน้อยจับจ้องไปจนลับสายตา พร้อมกับเพิ่มความเร็วขึ้นเป็เท่าตัวมุ่งตรงสู่ทิศเหนืออันเป็ที่ตั้งของสถานที่หมาย ยิ่งใกล้จุดหมายปลายทางมากเท่าไรก็พบผู้ร่วมเดินทางที่สัญจรผ่านน่านฟ้าเดียวกันมากขึ้นเท่านั้น ราชรถหรูหราทรงเกียรติเทียมด้วยอาชามีปีก (เพกะซัส) เคลื่อนฝ่าเมฆาลากยาวเป็หางสะท้อนกับแสงทองของสุริยายามรุ่งงดงามจับใจ
“นั่นคือราชรถหลวงของเ้าชาย Arlen Clak (อาเลน คาล์ก) บุตรแห่งาาอาเซอุสผู้เป็ประมุของค์ปัจจุบัน” ศาสตราจารย์ผู้รอบรู้กล่าวออกมาราวกับรู้ใจเด็กหนุ่มผมบลอนด์เงินที่กำลังเกาะกระจกหน้าต่างมองราชรถหรูเคลื่อนผ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“พรึ่บบบบบบบบ บ บ บ” พาหนะเทียมัของศาสตราจารย์ผู้เลอโฉมและศิษย์ทั้งสองลดระดับความสูงเพื่อเตรียมลงจอด ณ ที่หมาย บริเวณลานน้ำพุหน้าโรงเรียนเวทมนตร์ที่ตั้งอยู่บนเชิงผาน้ำตก
“ข้าขอส่งพวกเ้าทั้งสองที่ตรงนี้นะ ส่วนสัมภาระของพวกเ้า ข้าจะให้คัลเลนเอาไปจัดไว้ให้ที่ห้องพัก” ศาสตราจารย์สาวกล่าวหลังจากที่พาหนะลงจอดถึงพื้น
“ครับศาสตราจารย์” ผู้เป็ศิษย์ทั้งสองขานรับแล้วลงจากพาหนะหรู โดยมีพ่อบ้านหนุ่มรูปหล่อผมสีบลอนด์ทองเปิดประตูให้ท่ามกลางดวงตาหลายคู่ของเหล่าบรรดานักเรียนที่จับจ้องมองมาอย่างไม่ลดละ
“พวกเรามีอะไรที่ดูแปลกไปหรอ วันเดอร์! ทำไมมีแต่คนจ้องมาที่พวกเรา” หนุ่มน้อยผมบลอนด์เงินถามเด็กหนุ่มผมน้ำตาลทอง
“อาจจะเป็เพราะรถเทียมัที่พวกเราลงมาล่ะมั้ง แล้วก็ยังมีพ่อบ้านรูปร่างสะดุดตามาเปิดประตูให้พวกเราอีก หากจะมีคนมองมาที่พวกเรามากมายขนาดนี้ก็คงไม่แปลก”
“นั่นน่ะสิเนอะ ฉันไม่น่าถามเลย แหะๆ ”
และแล้วจุดสนใจของผู้ถูกเพ่งมองก็ได้เปลี่ยนไป เมื่อร่างสูงสง่างามของบุรุษหนุ่มผู้เป็ราชนิกุลเผยตัวออกมาจากราชรถหรูทรงเกียรติที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับบริเวณที่สองหนุ่มแห่งคฤหาสน์ัยืนอยู่
“กระหม่อมขอส่งเสด็จเ้าชายตรงนี้นะขอรับ สำหรับสัมภาระส่วนพระองค์ กระหม่อมจะนำไปจัดไว้ให้ในห้องพักที่พระองค์ประทับนะขอรับ” พ่อบ้านผู้รับใช้ส่วนพระองค์ของเ้าชายอาเลนกล่าว
เ้าชายผู้สูงศักดิ์พยักหน้าโดยไม่ได้กล่าวอะไรตอบ ในขณะที่ดวงเนตรสีแดงทับทิมชำเลืองมองผ่านละอองไอจากน้ำพุกลางลานกว้าง แลจับจ้องไปยังั์ตาสีเขียวมรกตของเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีบลอนด์เงิน แล้วเดินตรงไปยังสะพานที่ทอดตัวยาวข้ามผาน้ำตกสู่ปราสาทหินอ่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงผา ร่างสูงระหงของเ้าชายรูปงามกับแสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบกับเรือนผมสีชมพูสายไหม ยามเคลื่อนคล้อยชวนดูเพริศพิสมัยยิ่งนัก
พาหนะเทียมัเหินสู่เวหาอีกครั้งแล้วหายลับไปหลังปราสาทหินอ่อนอันโอฬาร นอร์ดเดนยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยอาการประหม่าหลังจากที่สบตากับเ้าชายผู้เป็ทายาทแห่งองค์ประมุขคนปัจจุบัน
“นี่นายเป็อะไรไป ทำไมยืนตัวเกร็งเชียว” เสียงใสจากหนุ่มสายเืัถาม
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่รู้สึกตื่นเต้นกับสถานที่เท่านั้นเอง” นอร์ดเดนเลี่ยงที่จะตอบความรู้สึกที่แท้จริงกับวันเดอร์ถึงอาการประหม่าที่เกิดขึ้นจนทำตัวไม่ถูก
“ถ้านายไม่รีบเดินเข้าโรงเรียนล่ะก็ จะไปปฐมนิเทศสายเอานะ” หนุ่มน้อยผู้เป็เพื่อนสนิทเตือนด้วยความหวังดี
“อ่า…อืม งั้นไปสิ ไปกันเลย…ว่าแต่ห้องปฐมนิเทศอยู่ตรงไหนกันล่ะ”
“เดินข้ามสะพานที่ทอดตัวข้ามผาน้ำตกเข้าไปในปราสาทหินอ่อนที่ตั้งอยู่บนเชิงผาแล้วก็……….”
“แล้วก็อะไรหรอ”
“เอ่อ…ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮ่าๆๆ ไม่เป็ไร เดี๋ยวให้ SEE นำทางให้ก็สิ้นเื่” วันเดอร์สั่งให้ระบบปฏิบัติการ SEE นำทางไปยังห้องปฐมนิเทศทันทีที่พูดจบ
ดวงไฟสว่างจ้าเรืองแสงสีม่วงลอยออกมาจากอัญมณีที่อยู่บนยอดคทาของหนุ่มน้อยผมน้ำตาลทองแล้วนำทางเด็กชายผู้เป็นักเรียนใหม่ทั้งสองไปยังห้องปฐมนิเทศที่อยู่ตรงบริเวณใจกลางปราสาทใหญ่