เวลาล่วงเลยผ่าน ดวงตะวันเจิดจรัสลาลับเหลี่ยมขอบฟ้า จันทราผ่องนวลทอทอดฉายแสงอันพิศมัยเคียงข้างดวงดาวกำลังขับทอแสงแข็งกัน
ศิลาปรากฎตัวขึ้นใกล้กับที่ตั้งสมาพันธุ์ฮีโร่ เมืองมนตรามหานครแห่งนี้เงียบเหงาต่างไปจากทุกครั้ง ไม่มีภารกิจอาชีพเวทมนต์ให้ผู้เล่นอีกต่อไป พวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมา ชายหนุ่มเดินสำรวจชมภายในเมืองพร้อมกับเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในหัว เขาคือผู้ที่สังหารจ้าวนครคนก่อนได้ดังนั้นสิทธิ์ในการครอบครองนครมนตราจึงตกเป็นของศิลาอย่างชอบธรรม แต่ที่ระบบยังไม่ได้ประกาศว่าเขาเป็นผู้ครอบครองเพราะยังไม่ได้จ่ายเงินในการซื้อเมือง ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเงินแต่อย่างใด ต้องบอกว่าตัวเลขเงินในบัญชีของเขาตอนนี้มันยาวเป็นทางรถไฟ
“น่าจะใช้สร้างวิหารจันทราได้ โดยใช้นครมนตราเป็นรากฐาน” เขายืนครุ่นติดท่ามกลางผู้เล่นสัญจรอย่างเงียบเหงา “แต่การจะยกนครทั้งนครให้ลอยขึ้นฟ้าไปผสานกับดินแดนตำหนักศิลาคงยากเอาการ เอาไว้ให้รีโด้จัดการและกัน” ศิลาหายไปอีกครั้ง พร้อมทิ้งภาระหน้าทีการซื้อเมืองให้รีโด้สมุนของเขาในโลกความจริงและพนักงาน SPC ภายในเกม
ขณะเดียวกันในราวป่ามืดสลัวเงาสองร่างในชุดผ้าคลุมสีดำกำลังด้อมๆมองๆ ผ่านวงทหารยามของพวกกิลด์เจ็ดบาปและคนของสมาพันธุ์ฮีโร่ที่มาปิดล้อมทางเข้าออกบริเวณชายป่า ทั้งสองไม่ใช่ใครอื่นหากแต่เป็นอีฟและอดัม
ฟรึ้บ!.. ทั้งสองชักอาวุธสัมผัสได้ถึงบางสิ่งก่อนจะหันฟับกลับหลัง
“โอ๊ะ!..โอ” ศิลายกสองมือตาโต คมหอกสีแดงเลือดของอีฟจี้ลำคอ
“โฮ ศีล ใครใช้ให้นายเข้าข้างหลังแบบนี้เนี้ยตกใจหมด” หญิงสาวว่าถอนหายใจโล่งอกที่เธอยั้งมือทัน แต่ก็น่าตบให้สักหนึ่งดอกมาแบบนี้หัวใจจะวาย
“แค่จะแกล้งหน่อยเดียว ว่าแต่ดูไรกันอยู่”
อดัมแหวกพงพญ้าเผยให้เห็นกระโจมและแคมป์ไฟลายล้อมด้วยทหารยาม “พวกสมาพันธุ์ฮีโร่ กำลังเจรจาอะไรบางอย่างกับพวกโมนา พวกสมาพันธุ์ฮีโร่แม้จะตั้งตนว่าเป็นศัตรูกับอาชญากรก็จริงหากไม่นับในสงครามพวกนั้นก็ไม่เคยลงมืออย่างโจ้งแจ้ง กลับกันหลังจบสงครามสุริยันพวกมันกลับไล่สังหารอาชญากรเอาเงินค่าหัวเป็นว่าเล่น”
ศิลาหรุบตาลง “กิลด์ยอดยุทธุ์ กิลด์พิทักษ์จันทร์ กิลด์พิทักษ์สุริยัน นายคิดว่าสามกิลด์นี้คอยให้การสนับสนุนพวกสมาพันธุ์ฮีโร่?”
ทั้งสองพยักหน้า อีฟพูดขึ้นต่อ “หากไม่ใช่ แล้วโมนากับพวกจะมาพบโอรีโอ้และฟันโอทำไม”
อดัมพูดขึ้นต่อ “มีความเป็นไปได้สูง ที่พวกนั้นจะร่วมมือกัน แม้เป้าหมายของผู้เล่นยุคสองจะเป็นพวกผู้เล่นยุคแรก ฉันคิดว่าพวกมันคงอยากกำจัดอาชญากรก่อน เพราะถึงยังไงในบรรดาผู้เล่น ศิลานายก็อันตรายที่สุด”
ศิลาพยักหน้า “ศัตรูของศัตรูคือมิตรซินะ”
โอรีโอและฟันโอไม่น่าจะมีความคิดอะไรแบบนี้ได้ ศิลาขมวดคิ้ว หากจะทำการล่าหัวอาชญากรไม่ทำเสียตั้งนานจะมาทำอะไรเอาป่านนี้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนคอยจูงจมูก ไม่รู้เลยหรอว่าสิ่งพวกตนกำลังทำไม่ต่างอะไรจากการเรียกหา มหาสงคราม อาชญากรที่ตายไปจะไร้ค่าหัว พวกเขาจะต้องไล่ฆ่าผู้เล่นทั่วไปเพื่อเจ็บค่าหัวขึ้นใหม่ ยิ่งอาชญากรตกเป็นเหยื่อมาก หมายความว่าผู้เล่นทั่วไปจะยิ่งซวยมากเท่านั้น
ศิลาหรี่ตาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันแข็งแกร่งหลายสิบจุดอยู่ไม่ห่างจากพวกเขา มิหนำซ้ำตำแหน่งของพวกมันยังล้อมพวกเขาเอาไว้เสียอีก นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเหนือสิ่งอื่นใดพลังที่สัมผัสได้อยู่ในระดับเทพสงคราม
“เหมือนงานจะเข้าแหะ” ศิลาเปรยด้วยน้ำเสียงเครียด อย่าว่าแต่ระดับเทพสงครามเทพ แค่เทพอสูรระดับตำนานตอนนี้ตัวเขาเองก็ไม่อยากที่จะสู้ หากเอาจริงคนพวกนั้นไม่อยู่ในสายตาของเขา เพียงทว่าตอนนี้เขามีสกิลที่ใช้ได้ทั้งหมดสิบเอ็ดสกิล ไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้อีกแล้ว ยิ่งเขาใช้สกิลมากเท่าไหร่โอกาสที่จะถูกจับทางได้ยิ่งมีมาก เขาเดิมพันทุกอย่างก็เพื่อจะโค่นพาลีไม่ใช่มาต่อยตีกับคนพวกนี้
ศิลาถอนหายใจหลับตา เพ่งสมาธิจิตทั้งหมดแผ่ออกไปยังตำหนักศิลา “น้องฟ้า มาหาพี่หน่อย” เสียงของศิลาดังกังวาลไปทั่วนคร เจ้าหล่อนไม่รีรอมุ้งหน้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว
ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ ด้านหลังของพวกศิลาห่างออกไปสิบเมตรปรากฎเงามนุษย์หลายสิบคนยืนอยู่ทั้งหมดสวมชุดฮูทสีดำปกปิดใบหน้า คนพวกนั้นไม่ลังเลพุ่งเข้าโจมตีพวกศิลาทางด้านหลังด้วยดาบแหลมคมพร้อมจิตสังหารอันแรงกล้า
ศิลารู้ตัวอยู่แล้ว มือทั้งสองข้างของเขาขยับเกรงคล้ายอุ้มมือมังกรโคจรลมปราณไร้สภาพสำนึกไว้ที่มือสองข้างก่อนจะพลิกตัวกลับหลังคว้าจับปลายดาบก่อนจะเอนตัวหลบเล็กน้อยปล่อยการโจมตีไหลผ่านไป “ปักษาจับเงา” เคล็ดวิชาซ่อนเงาที่ร่ำเรียนมาจากพ่อตาถูกใช้ออกมาครั้งแรก ถือว่าไม่เสียหายจริงๆที่อดทนฝึกเลือดตาแทบกระเด็น
นีทและอดัมพุ่งเข้าปะทะกับอีกหกคนที่กำลังจะเข้าประชิดตัวศิลาเสียงของมีดคมกระทบกันดังถี่ยิบเรียกความสนใจ
ชายหนุ่มที่เข้ามาโจมตีศิลาเบิกตากว้างตลึงพร้อมกับคิดในใจ ‘เคล็ดวิชานี้มัน?’ เขายืนตั้งหลักหันมาเผชิญหน้ากับศิลาในระยะสองเมตรก่อนจะพูดขึ้น “หัตถ์สุวรรณ หนึ่งในเคล็ดวิชาที่บันทึกไว้ในคำภีร์ซ่อนเงา และปักษาจับเงา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกตำราวิชายุทธ์ุเงาเทพสวรรค์ เจ้าเป็นใคร ศิลา” ท้ายประโยคชายหนุ่มเอ่ยชื่อศิลาลอกชัดเจนว่าเขารู้แล้วว่าคนตรงหน้าคือบัลลังก์สูงสุดหัวหน้าของพวกอาชญากร
ศิลาแปลกใจ เหตุใดชายหนุ่มคนนี้ถึงรู้จักคำภีร์ซ่อนเงาสมบัติสืบทอดประจำตระกูลอัลไซส์ ผู้นำตระกูลทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้เคล็ดวิชาที่บันทึกไว้ในคำภีร์ซ่อนเงาให้ได้ทั้งหมด เพื่อเอาไว้ใช้ป้องกันตัวและปกป้องทุกคนในครอบครัวรวมถึงใช้ในการฆ่าคนที่ขวางทาง และจึงเป็นที่มาทำไมบอสมาเฟียทุกรุ่นไม่เคยถูกฆ่าตายเลยสักคนแม้จะมีคนลอบสังหารมากมายก็ตาม
“คุณก็รู้จักผมและยังจะถามอีกทำไมว่าผมเป็นใคร” ศิลาหยั่งเชิง เขาต้องการทราบว่าเหตุใดชายคนนี้ถึงได้รู้จักสมบัติของตระกูลแม่หวานใจเขา สมบัติประจำตระกูลอัลไซส์แม้แต่พวกบอดิการ์ดที่ทำงานมานานนับสี่สิบปียังไม่มีโอกาสได้เห็น ยิ่งเป็นคนนอกด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง มันถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีภายในชั้นใต้ดินของคฤหาสน์และระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดในโลก
ชายหนุ่มส่ายหน้า “เราชื่อเวย ศิลา เรารู้ถึงความยิ่งใหญ่ของท่านดี” ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าทียกมือบอกพวกของตนให้หยุด “ที่เราถามไปเมื่อครู่ หมายถึงตัวตนของท่าน ตัวตนของท่านในโลกจริง ไม่ใช่ศิลาบัลลังก์สูงสุดหัวหน้าของพวกอาชญากร แต่เป็นศิลาในโลกความจริง ท่านเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือสุวรรณ หนึ่งในวิชาที่ถูกบันทึกไว้ในคำภีร์ซ่อนเงาได้”
“นายรู้จักคำภีร์ซ่อนเงา?”
ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะขยับมือทั้งสองข้างด้วยท่าทางอ่อนนุ่มพริ้วไหวดุจการร่ายร่ำ “หัตถ์สุวรรณ” มือสองข้างของเวยมีออร่าไร้สภาพสีทองเคลือบเอาไว้บางๆเล่นเอาศิลาอึ้งตลึงจนพูดอะไรไม่ออก
อย่างแรกที่เขาตกใจ คนตรงหน้าไม่ธรรมดา มีวิชาการต่อสู้ในโลกจริง และในโลกจริงชายหนุ่มนี้ก็สามารถใช้ลมปราณได้ เขาเชื่อมาตลอดว่าคงมีคนตระกูลอัลไซส์ที่สามารถใช้ลมปราณแบบเหนือมนุษย์เหมือนในหนังกำลังภายในได้ ไม่คิดว่าจะมีคนอื่น
“แต่ก่อนเราก็ทำแบบนี้ไม่ได้” เวยกล่าว “แต่ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงไปของมนุษย์และโลกที่กำลังเข้าสู่โลกาวิวัฒ จึงเป็นผลให้สำเร็จวิชาหัตถ์สุวรรณ”
“ฮิลแมน?”
เวยหยักหน้า “ใช่ พลังวิญญาณของพวกฮิลแมนสามารถทำอะไรได้เหนือมนุษย์ หรือเรียกอีกอย่างว่าคนที่มีพลังพิเศษ ตอบคำถามของเรา ศิลานายเป็นใคร”
ศิลาถอนหายใจ “ผมเป็นใคร? ก็เป็นศิลาไง เป็นมนุษย์คนหนึ่ง อ่อไม่ซิ เป็นฮิลแมนคนแรกของโลก และคุณล่ะ รู้จักคัมภีร์ซ่อนเงาได้ยังไง”
“มันคือส่วนหนึ่งของตำราเงาเทพสวรรค์ที่สำนักเสี่ยวหลินของพวกเราครอบครองสืบทอดดูแลรักษา หากไม่ใช่คนของสำนักจะไม่มีสิทธิ์ได้เรียนเด็ดขาด แต่ว่า” เวยหยุดอธิบายเหมือนคิดอะไรออก สีหน้าของเขาตกใจเป็นอย่างมาก พูดด้วยอาการเหม่อ “แต่ว่าในอดีตผู้อาวุโสเคยคัดลอกและให้ไปกับตระกูลหนึ่ง อัลไซส์”
ศิลายิ้ม เวยเลิกคิ้วสูงมองศิลาด้วยสีหน้าถามว่าตนเองคิดถูกไหม และรอยยิ้มของศิลาก็เป็นคำตอบ
เวยเปลี่ยนท่าที แววตาอาฆาต แผ่จิตสังหารออกมา มือทั้งสองกำหมัดแน่น “อัลไซส์ ตระกูลอัลไซส์ตัวดี พวกแกมันโสมมร้อยเล่ห์เพทุบายใช้วิธีสกปรกเอาชนะท่านผู้นำเมื่อครั้งอดีต”
โฮย...ยยย นั่นมันเรื่องเมื่อสมัยไหนแล้วพ่อคุณ ไอ้หมอนี่เป็นจงหยวนแค้นฝั่งหุ่นหรือไง
“มันเรื่องอะไรกัน” อีฟฟังอยู่นานถามด้วยอาการณ์งุนงง
อดัมส่ายหน้า “ฉันเองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าคนพวกนี้สังกัดกิลด์เทพซ่อนเงา แต่ละคนยังมีระดับสามร้อยเต็มลิมิตบรรลุขั้นเทพสงครามรอเปลี่ยนคลาสเป็นมหาเทพสงคราม”
ศิลายังอยู่ในการไร้อารมณ์ ”พวกนายหรือเปล่าที่ไล่ฆ่าพวกอาชญากรเอาเงินค่าหัว” เขาสังเกตอะไรได้บางอย่างจากไอเทมของพวกเวย
“อาชญากรสมควรตาย ไล่ฆ่าผู้เล่นไปทั่ว ผู้เล่นไม่คิดสู้ก็ยังฆ่า” เวยกระชากเสียง
ศิลาพยักหน้า “เข้าใจ เข้าใจ การฆ่าฟันในโลกนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ผมรับได้ อาชญากรฆ่าคนไปมากจะถูกฆ่ากลับก็ไม่แปลก ผมเข้าใจ แต่ที่ผมสงสัยและรับไม่ได้คือการที่อาชญากรต้องถูกฆ่าเพียงเพราะคนพวกนั้นต้องการเงินค่าหัว ไม่ได้ฆ่าเพราะเหตุผลส่วนตัวแต่เป็นผลประโยชน์ส่วนตน ผมรับไม่ได้กับการเอาชีวิตมาล้อเล่น เอาชีวิตมาตีตราราคา”
“เหอะ” เวยหัวเราะเยาะในลำคอ “ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของคนอย่างศิลา โหด โฉด ชั่วช้าสามาน เลวทราม แต่กลับบอกว่ารับไม่ได้กับการเอาชีวิตมาล้อเล่น กี่ชีวิตล่ะที่นายฆ่า อย่ามาทำตัวเป็นพระเอกหน่อยเลย นายมันก็ฆ่าผู้เล่นเพราะผลประโยชน์”
“ไม่รู้ ผมไม่เคยนับ แต่ที่บอกได้คือทุกคนที่ผมสังหารล้วนแล้วแต่เพื่อให้เป้าหมายของตนเองบรรลุ ไม่ใช่ฆ่าเพื่อเงิน”
“แล้วมันต่างกันยังไง นายฆ่าเพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายของตน พวกเราล่าอาชญากรก็เพื่อต้องการเงินค่าหัวมาเป็นเงินใช้จ่ายในชีวิตจริง มันต่างกันตรงไหน” พูดจบเวยชักดาบคู่ออกมาพร้อมโน้มตัวมาข้างหน้าในท่าเตรียมพุ่ง “หัตถ์สุวรรณ ศาสตราเริงระบำ” ชายหนุ่มตวัดแขนด้วยความรวดเร็วถึงขีดสุดซัดอาวุธสำนึกพลังปราณมากมายออกราวกระสุนปืนกลจู่โจมศิลาในระยะห่างสองเมตร
เสียงหวานสดใสคุ้นหูดังกังวาลจากบนฟ้ากฟ้า “ปกป้องไร้พ่าย”
กงจักรอนันตกาลล้อมจันทร์พุ่งเข้าขัดขวางศาสตราวุธที่โจมตีศิลาคล้ายกับปืนกลเอาไว้ได้ทันท่วงทีโดยที่ชายหนุ่มไม่โดนแม้แต่ฝุ่นฝง
“จันทราเทพ” ชายปริศนาหลายสิบคนอุทานออกมาพร้อมกัน “แย่ละ จันทราเทพและศิลา แบบนี้หมดทางเอาชนะแน่”
“อย่าไปกลัว พวกเราไม่ได้ถูกฝึกมาให้แพ้กับพวกนักเล่นเกม เวทมนต์ทลายปฐพี” ชายปริศนาคนหนึ่งตวาดลั่น ดาบยักษ์พลังธาตุดินปรากฎขึ้นในมือฟันจากบนลงล่างโจมตีฟ้าครามอย่างบ้าบิ่น พร้อมกับส่งเสียงย๊ากกก.. ออกมาสุดเสียงเพื่อเร่งพลังปลุกความเหิมในจิตใจให้รุกโชติช่วงชัชวาล
เจ้าหล่อนแสยะยิ้ม ยกมือขึ้นดีดใส่ดาบยักษ์ธาตุดินแตกกระจุยกระจายเกลื่อนเวหา ขนาดมหาเวทมนต์ยังทำอะไร แล้วนี่กับอีแค่เวทมนต์ระดับพื้นฐาน
พวกโมนา เล่าปี่ โจโฉ โรมิโอ จูเลียต โอรีโอ้ ฟันโอ เนเน่ มาถึงที่เกิดเหตุพบเข้ากับพวกศิลา พวกเขาดูไม่ตกใจเท่าไหร่ ก่อนจะหันไปมองพวกชายชุดดำ และเป็นเนเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ
“เทพซ่อนเงา พวกมันทำไมถึง?” สาวเจ้ากำหมัดแน่น
โอรีโอ้กำหมัดฟันกัดแน่น “พวกมันคงคิดจะมาขโมยหรือไม่ก็ฆ่าพวกเราเพื่อจะเอาไอเทมน่ะซิ”
“อีกแล้วเลอะ” ฟันโอกล่าวเน้นเขี้ยวเน้นฟัน แววตาเดือดดาล “คราวนี้พวกฉันไม่พลาดเป็นครั้งที่สองแน่”
หญิงสาวน่ารักสมวัยในชุดจอมเวทย์สีฟ้ากระจ่างหรี่ตามองชายหนุ่มที่กำลังต่อสู้อยู่กับเวยก่อนจะพูดเสี่ยงสั่น “น่ะ...นั่นพี่ศิลา”
ทุกคนมองตามที่สาวเจ้าชี้ “ศิลา!!.” โอรีโอ้เปรยออกมาก่อนจะหันมามองเพื่อนสาวของตน “เดี๋ยวนะ เนเน่ ทำไมเธอเรียกหมอนั่นว่าพี่” ชายหนุ่มสงสัยมองเพื่อนสาวอย่างค้นหา
“ปะ...ป่าว แค่หลุดปากตามนิสัยเท่านั้นเอง ก็เขาอายุมากกว่าพวกเรานี่นา” สาวน้อยพยายามทำตัวตามปกติไม่ให้เป็นที่สงสัย
“แล้วไป” ฟันโอพี่ใหญ่กล่าวแต่ยังไม่วายจ้องเนเน่ “นึกว่าเธอจะไปหลงไอ้หัวหน้าแปดมงกุฎเข้าให้ แล้วทำอะไรโดยไม่บอกพวกเรา”
เนเน่สะดุ้งเล็กน้อยยิ้มแห้งๆกลบเกลื่อน ชายหนุ่มผิวสีแทนใบหน้าคมเดินเข้ามาหาสาวน้อยพร้อมกับพูดขึ้น “พี่ฟันโอ แกด้วยโอรีโอ้ เนเนะเป็นแค่เพื่อนของพวกเราจะไปบังคับอะไรเธอนักหนา เธอจะคบหรือไม่คบ หรืออะไรยังไงมันก็สิทธิ์ของเนเนะ” ช็อกโกแลตว่า เขาสนิทกับเนเน่มากที่สุดและพอจะดูออกว่าสาวน้อยคนนี้กับพวกแปดมงกุฎมีอะไรบางอย่างเเต่ทว่าเขาก็เลือกจะไม่ยุ่ง และเขายังเป็นคนเดียวที่เรียกสาวเจ้าด้วยชื่อเล่นในโลกความจริง เหมือนจะสื่อความหมายนัยน์อะไรบางอย่างต่อหญิงสาว
นีวาตาเบิกกว้างกระจ่างเรืองรองเป็นประกายระยับเห็นใบหน้าศิลาชัดเจน “ศิลา ใช่ศิลาจริงๆด้วย” เธอลืมตัวดีใจกระโดดเหย่งเกาะแขนพี่ชายที่กำลังหน้าเคร่งเครียด เธอพยายามตามหาเขาให้ควั้กในโลกความจริง แต่ทว่าจู่ๆบ้านของศิลาก็อันตรธานหายไปพร้อมกับเจ้าตัวราวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ
“อืม ศิลาพี่เห็นแล้ว แถมยังมาพร้อมจันทราเทพ แบบนี้ รับรอง ไม่ใครก็ใครเละ”
ชายคนหนึ่งในกลุ่มมหาเทพซ่อนเงาหยิบเอาพลุส่งสัญญาณออกมาก่อนจะยิงขึ้นฟ้าแตกระเบิดกลายเป็นดอกไม้ไฟ
“พลุส่งสัญญาณ?” ศิลาเงยหน้ามอง
โจโฉหยิบพัดขึ้นมาโบกชมการต่อสู้ของศิลาพร้อมกับวิเคราะห์ “เปลี่ยนไป”
“อะไรเปลี่ยน?” โมนาหันมาถาม
“การต่อสู้ของศิลาน่ะซิ นายไม่เห็นหรอว่าวิธีการต่อสู้ของเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด”
โมนาเพ่งสายตามองอย่างพิจรณา “จริงด้วย แม้อีกฝ่ายจะเป็นเทพสงครามแต่ด้วยพลังของศิลาเขาสามารถกวาดคนพวกนี้หายได้ในพริบตา แต่ทำไมถึงยังสู้ยื้ดเยื้อ”
“ไม่ใช่แค่นั้น” โจโฉกล่าว “เขายังไม่ใช้สกิลอะไรออกมาเลยสักอย่าง รอบกายไม่มีกระแสพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ไม่มีพลังจิต มีเพียงลมปราณ ลมปราณ!!” ชายหนุ่มตลึง ยื่นหน้าเพ่งมองศิลา
“ลมปราณของศิลาทำไมหรอคะพี่โจ” นีวาสงสัย
“มันไม่เหมือนลมปราณในเกมน่ะซิ รูปแบบและความถี่แตกต่างกัน”
“หรือว่า??!!..” เล่าปี่ย้ำกับโจโฉก่อนจะหันมองศิลาคอแทบหัก
โจโฉพยักหน้ายืนยันว่าสิ่งที่เล่าปี่คิดนั้นถูก “อย่างที่นายคิด ศิลาในโลกความจริงเขาก็สามารถใช้ลมปราณได้ คนๆนี้สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาดชัดๆ”
โอพ่อมหาจำเริญ พ่อมหาเทพ นี่ท่านจะมากกว่าเทพทรูเกินไปแล้ว ทุกคนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ พวกเขาที่เป็นฮิลแมนในโลกความจริงสามารถใช้ได้แค่พลังวิญญาณอ่อนๆ ควบเป็นออร่ามาอาบไว้ทั่วร่างกายเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นราวกับผู้กล้าในโลกแฟนตาซี แต่ทว่าชายตรงหน้าเหนือชั้นกว่านั้น เขาสามารถใช้ได้แม้กระทั่งลมปราณ
เวยตวาดลั่นเสียงกึกก้อง “แปดหมัดสังหารไร้เงา” คลื่นลมปราณไร้ลักษณ์หมุนวนผนึกที่มือขวาชายหนุ่มก่อนเขาจะชกใส่อากาศโจมตีศิลา
ศิลากระโดดถอยหลังทิ้งระยะห่างหลับตาเพ่งสมาธิจิตทั้งปวงผสานลมปราณสำนึกไว้ที่ดวงตาทั้งสองข้าง “เนตรสุวรรณ” ละอองแสงสีทองระยิบระยับปรากฎขึ้นนัยน์ดวงตาดำของศิลาคล้ายหมู่ดาวนับพันกำลังเริงระบำ เขากวาดสายตามองรอบกายทุกสิ่งทุกอย่างเห็นเป็นเชื้องช้าคล้ายภาพสโลโมชั่นและเห็นชัดเจนราวกับเข้าไปยืนจ้องใกล้ๆ ‘นี่เหรอเนตรสุวรรณ คล้ายกับเนตรมารของเราเลย มิน่าทำไมผู้นำตระกูลอัลไซส์แต่ละรุ่นถึงได้เก่งเกินมนุษย์มะนา ไม่ว่าจะถูกรอบสังหารกี่ครั้งก็มักจะรอดมาได้เสมอเป็นเพราะคำภีร์ซ่อนเงาและตำราเงาเทพสวรรค์นี่เอง’
ศิลาเอนกายซ้ายขวา หลบคลื่นหมัดล่องหนได้อย่างงดงาม เวยจิ๊ปากสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ชิ แม้แต่เนตรสุวรรณมันก็ยังใช้ได้? ในนามของลูกศิษย์ผู้สืบทอดวิชา อภัยให้ไม่ได้เด็ดขาดที่คนนอกสำนักทำอะไรแบบนี้ได้ ยอมรับไม่ได้” ชายหนุ่มเกิดความอิจฉาขึ้นภายในใจ เขาเกิดและเติบโตในสำหนักเสี่ยวหลินประเทศจีน ร่ำเรียนศาสตร์การต่อสู้และเคล็ดวิชามาทั้งชีวิต ยังไม่อาจบรรลุเคล็ดวิชาระดับสูงที่บันทึกไว้ในคำภีร์ซ่อนเงาได้เลยผ่านมายี่สิบกว่าปีพึ่งสำเร็จแค่เคล็ดวิชาหัตถ์สุวรรณ แต่ที่สำเร็จได้ก็เพราะกลายเป็นฮิลแมน และยิ่งเป็นวิชาที่บันทึกไว้ในตำราเงาเทพสวรรค์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝึกเพราะยังไม่สำเร็จวิชาทั้งหมดในคำภีร์ซ่อนเงา จากที่เห็นมันใจเลยว่าศิลาคนนี้น่าจะใกล้บรรลุทุกเคล็ดวิชาในคำภีร์ซ่อนเงาแล้วแน่นอน
“เนตรสุวรรณ” ศิลาเหลือบมองทางหนึ่ง ลานสายตาของเขากว้างไกลขึ้นสามารถซูมเข้าออกสิ่งที่ต้องการจะเพ่งมองได้ราวกับว่าเขามองลงมาจากที่สูง สามารถทำให้มองเห็นรอบกายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร แม้ว่าจะเป็นด้านหลังของตนเองเขาก็สามารถมองเห็นได้ “อีฟ อดัม น้องฟ้า พวกมันกำลังมาเพิ่ม”