บทที่ 39 ยัยชาเขียวที่เหยียบหัวคนอื่นขึ้นมา
หลังจากพูดประโยคนี้จบ โกรทก็ใช้บัญชีหลักของตัวเองกดออกจากห้องสตรีมไป ทิ้งให้กลุ่มคนที่เหลือตกอยู่ในความตกตะลึง
แต่ไม่นาน ข่าวการแก้ข่าวลือของโกรทก็ถูกส่งไปยังฟอรัมและถูกปักหมุดรวมกับกระทู้เรื่องกฎไม่เป็นทางการที่เพิ่งพูดถึงเมื่อครู่
เหตุการณ์โต้ไปโต้มานี้ ทำให้หัวข้อเกี่ยวกับห้องสตรีมของอวี้เจียวกลายเป็นประเด็นในทางลบแต่ร้อนแรง จนขึ้นแท่นยอดนิยมประจำวันบนหน้าแรกเป็นครั้งแรก
แฟนคลับตัวยงของโกรทหลายคนรวมตัวกันในห้องไลฟ์ของอวี้เจียว เตรียมพร้อมที่จะด่าเธอทันทีที่เธอตื่นนอน
แต่ไม่คาดคิดว่า คนบนเตียงจะหลับยาวไปสิบกว่าชั่วโมง แทบไม่มีการเปลี่ยนท่าเลย
ในที่สุดเมื่อทุกคนเริ่มรู้สึกไม่อดทน ท้องฟ้าในดันเจี้ยนก็สว่างขึ้นในที่สุด
อวี้เจียวค่อย ๆ ขยับตัว ตอนนี้เธอพลิกตัวแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงงโดยที่ยังไม่ได้ลืมตาด้วยซ้ำ
คอมเมนต์ที่รอโอกาสนี้มาทั้งคืน เมื่อเห็นเธอตื่นขึ้นมา ก็เริ่มโจมตีอย่างรุนแรง
[ฉันล่ะอยากจะดูนักว่า ยัยชาเขียวที่เหยียบหัวคนอื่นขึ้นมาเนี่ย ตื่นเช้ามาจะต้องแต่งหน้าจัดเต็มกรีดตาหนาปึ้กเลยหรือเปล่า]
[มือใหม่สมัยนี้หน้าทนจริงๆ ได้ยินว่าเธอผ่านดันเจี้ยนมาได้ด้วยการพึ่งพาผู้ชาย ไม่รู้ว่าหน้าตาจะน่าเกลียดขนาดไหน]
[ดูแล้วก็งั้น ๆ นะ พูดตามตรง หน้าตาก็แค่...]
[เฮ้ย พูดตามตรงนะ หน้าตาดีจริง ๆ]
ในหน้าจอ อวี้เจียวลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างงุนงง ในตอนแรกสายตาเธอยังดูเลื่อนลอย แต่เมื่อเห็นการถ่ายทอดสด ม่านตาสีชาอ่อนของเธอกลับหดเล็กน้อย
แขนสีขาวดั่งรากบัวโผล่ออกมาจากผ้าห่ม นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ รวบผมไปไว้ด้านหลังศีรษะ ขยี้ตาแล้วเริ่มมองไปที่ตำแหน่งของหน้าจอ
หน้าจอเสมือนลอยอยู่เหนือศีรษะ มุมนี้ทำให้ใบหน้าของเธอดูมีชีวิตชีวาและงดงาม
ตอนนี้ใบหน้าที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดูสับสน ยิ่งเพิ่มความงามที่ชวนให้สะเทือนใจและดูเปราะบางขึ้นไปอีก
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
คอมเมนต์เงียบไปทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีใครส่งข้อความ
006 ปรากฏตัวอย่างเหมาะเจาะ เมื่อเห็นอวี้เจียวมีสีหน้างุนงงก็คิดว่าเธอคงเสียใจกับข้อความในคอมเมนต์
ขณะที่กำลังจะปลอบและอธิบาย กลับเห็นดวงตาของเจ้าของร่างเปล่งประกายขึ้นทันที
"006 ทำไมฉันถึงได้แต้มดาวเพิ่มมาตั้งหนึ่งล้านล่ะ?"
[...] 006 เงียบไปอีกครั้ง
[...]
[...]
[ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะสนใจเรื่องนี้ก่อน]
[อะแฮ่ม... นี่น่ะเหรอสาวน้อยมหัศจรรย์ที่ได้รับความสนใจจากท็อปสาม? ทำไมดูโง่ ๆ ซื่อ ๆ แบบนี้?]
อวี้เจียวไม่ได้สนใจข้อความที่ปรากฏ แต่กลับขยายยอดเงินคงเหลือให้ใหญ่ขึ้น พร้อมกับยื่นนิ้วออกมานับอย่างละเอียดอีกครั้ง
"ว้าว จริง ๆ ด้วย หนึ่งล้าน ทำไมฉันถึงรวยขนาดนี้นะ?"
006 อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะอธิบายในที่สุด
[โฮสต์อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับ ผมจะบอกคุณก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่คุณหลับไป]
อวี้เจียวจึงถอนตัวออกมาจากความดีใจอันมากล้น พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ เหมือนสัตว์ตัวน้อยที่ได้โชคก้อนโต
แต่หลังจากผ่านไปห้านาที 006 ได้อธิบายโดยการรวบรวมข้อมูลจากฟอรัมและข้อความที่ปรากฏตอนที่เธอหลับไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของอวี้เจียวก็หายไปหมดสิ้น
[โฮสต์ คำพูดของโกรทเธอไม่ต้องเอามาใส่ใจหรอกครับ เขาแค่ได้ยินมาจากกระทู้ในฟอรัม เขาไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นคนแบบไหน]
เมื่อนึกถึงจิตใจที่บอบบางของอวี้เจียว 006 พยายามปลอบใจเธออย่างเต็มที่
แต่อวี้เจียวกลับดีใจไม่ออกแล้ว เธอทำหน้ามุ่ย
"งั้นฉันก็ต้องคืนหนึ่งล้านแต้มดาวให้เขาไปน่ะสิ ฉันไม่มีหนึ่งล้านแต้มดาวแล้ว..."
"..."
006 ได้ฟังคำพูดของเธอแล้วได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
[เอาเถอะครับ ถ้าโฮสต์อยากคืนให้เขา ต้องรอให้ออกจากดันเจี้ยนก่อนถึงจะคืนได้]
อวี้เจียวสูดจมูกแล้วก็รีบทำใจให้ร่าเริงขึ้น
"ฉันจะหาหนึ่งล้านแต้มดาวด้วยตัวเองให้ได้!"
006 รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังปลอบเด็ก แต่ก็ยังคงรักษาความอดทนไว้
[อืม ได้เลย]
สาวน้อยคนนี้บทจะอารมณ์ตกก็ตกเร็ว บทจะฟื้นตัวก็ฟื้นไว แค่ไม่กี่คำก็ปลอบตัวเองได้
อวี้เจียวรีบสวมเสื้อผ้าที่สั่งผลิตไว้ก่อนนอน จัดการล้างหน้าล้างตาแล้วเดินลงข้างล่างทันที
เดิมทีมันเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ของอวี้เจียว แต่หลังจากเธอเดินไป คอมเมนต์ก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง
[ไม่จริงนะ เมื่อกี้ยังรู้สึกดีกับเธออยู่เลย แต่คำพูดเมื่อกี้นี่มันอะไรกัน?]
[ใช่เลย...โกรทให้ทิปเธอ แต่เธอกลับจะคืนให้ ทำท่าเหมือนดูถูกคนอื่น เปลี่ยนใจจากแฟนคลับเป็นแอนตี้แฟนแล้ว]
[เดี๋ยวนะ...พวกนายเป็นอะไรหรือเปล่า ทิปที่ได้มาจากคนที่เคยดูถูกตัวเอง คนปกติก็คงไม่อยากเก็บไว้หรอก]
ความคิดเห็นในช่องแชตเริ่มแบ่งเป็นสองฝ่ายอีกครั้ง แต่อวี้เจียวไม่ใช่คนที่ชอบอ่านคอมเมนต์อยู่แล้ว ตอนนี้เธอกำลังสนใจกับเสื้อผ้าของตัวเอง จึงไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศตึงเครียดในช่องแชต
เสื้อผ้าที่เธอสั่งทำนั้นเรียบง่าย เนื่องจากตอนนี้อากาศข้างนอกค่อนข้างหนาว เธอจึงสวมผ้าคลุมที่เธอทำเองเป็นเสื้อคลุมด้านนอก
ด้านในเธอสวมกางเกงเอี๊ยมแบบสบาย ๆ และเสื้อไหมพรมสีขาว ด้านนอกเป็นผ้าคลุมตัวสั้นสีขาวอมชมพูอ่อน ปักลายดอกมะลิที่สวยงามและดูสะอาด โดยรวมดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ
ตอนนี้เธอสวมรองเท้าบูตหนังคู่เล็ก แล้วเดินออกจากประตูไปทันที
หลังจากออกจากประตูไม่นาน เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับไปที่ห้องเพื่อนำแผ่นแป้งทอดที่ยังกินไม่หมดติดตัวไปด้วย
"006 มันมหัศจรรย์จังเลยนะ~ แผลที่ขาของฉันหายสนิทภายในคืนเดียวเลย~"
เมื่อ 006 ได้ยินเสียงอันร่าเริงของอวี้เจียว เขาก็อดรู้สึกจนใจไม่ได้
[อืม... ก็ดีนะ]
เขาหยุดคิดแล้วเลือกที่จะไม่บอกให้อวี้เจียวกลับไปจัดเตียง เพราะว่าสมุนไพรที่อสูรทาให้เมื่อวานคงถูกเธอถีบจนกระจายหายไปหมดแล้ว
อวี้เจียวกินแผ่นแป้งทอดพลางเดินออกไปข้างนอกด้วยความเคยชิน
เมื่อถึงหน้าประตู เธอก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังจ้องมองมาจากข้างหลังอีกครั้ง
แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเป็นใคร จึงไม่ได้หันหลังกลับไปมอง และเดินออกจากปราสาทไปตามทางที่พุ่มหนามเปิดให้
ไม่นานนัก อวี้เจียวก็มาถึงสถานที่ที่เธอพบหญิงชราเมื่อวานอีกครั้ง แต่วันนี้ที่นี่กลับไม่มีใครเลย
โชคดีที่เธอจำทิศทางจากเมื่อวานได้ ตอนนี้เธอจึงรีบเดินไปอีกทิศทางหนึ่ง ตั้งใจจะหาบ้านของนายพรานให้เจอโดยเร็ว
[ผู้เล่นใหม่ที่ไม่มีไอเทมก็น่าสงสารแบบนี้แหละ ต้องพึ่งตัวเองในการค้นหา]
[เลิกทำตัวน่าสงสารได้แล้วมั้ง? โกรทใจดีโดเนทให้หนึ่งล้านแต้มดาวแท้ ๆ ตัวเองไม่เอาเอง แล้วมาทำเป็นน่าสงสารตรงนี้ ไม่ใช่ว่าอยากหลอกเอาแต้มเพิ่มเหรอ?]
[เลิกคิดทฤษฎีสมคบคิดได้ได้ไหม บอกไปตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่ชอบดูก็ออกไป]
[ฉันจะอยู่ตรงไหนก็ได้ ใครกำหนดว่าห้ามฉันอยู่ที่นี่เหรอ?]
ข้อความในแชตเริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว อวี้เจียวกลับไม่มีอารมณ์ไปสนใจ เธอเดินเลียบป่าไปทางด้านข้าง
ไม่นาน เธอก็รู้สึกว่ามีคนกำลังมองเธออยู่ด้านหลัง
ความรู้สึกนี้แตกต่างจากการจ้องมองของอสูร มันทำให้รู้สึกขนลุกซู่และไม่สบายตัวเหมือนมีเงาตามติดอยู่ตลอดเวลา
อวี้เจียวลังเลว่าควรจะออกไปจากที่นี่หรือไม่ แต่ในวินาทีที่เธอหยุดฝีเท้า เธอกลับได้ยินเสียงน้ำไหลแว่ว ๆ มาจากด้านหน้า