เทพกระบี่เงาสังหาร

    ตั้งกลุ่ม

            หลังจากค่ำคืนแห่งความยินดีผ่านไปอู่หมิงและอู่เซียงก็ได้ตามอู่เทียนไปยังสนามประลองที่เดิมซึ่งตามที่ชายชราได้นัดพบไว้

            "อู่หมิงทำไมเมื่อวานเจ้าถึงได้ยอมเป็นศิษย์ของหอกระบี่ละ"อู่เซียงกล่าวถามเพราะเรื่องเมื่อวานทำให้นางไม่ค่อยชอบใจหอกระบี่มากนักต่อให้นางได้รับสิ่งชดเชยมาแล้วก็ตาม

            "เพราะสำนักอื่นๆไม่เหมาะกับข้าตัวข้านั้นฝึกฝนกระบี่และถ้าข้าอยากจะเป็นมือกระบี่ที่เก่งกาจก็มีแต่ต้องเข้าหอกระบี่เท่านั้น"อู่หมิงกล่าว

            "อย่างงี้นี่เอง"อู่เซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้าใจเพราะนางเองก็ใช้กระบี่เป็นหลักไม่สิต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่ในอานาจักรแห่งนี้ล้วนใช้กระบี่

            แน่นอนว่าคนที่ยืนยันให้อู่หมิงเข้าร่วมกับหอกระบี่คือเสี่ยวฮุ่ยเพราะเสี่ยวฮุ่ยรู้ว่าหอกระบี่เหมาะกับอู่หมิงที่สุดและอู่หมิงในตอนนี้เริ่มมาถึงทางตันแล้วและการจะก่อรูปดวงจิตกระบี่ให้สำเร็จจำเป็นต้องใช้ความรู้และทักษะผสานจิตกระบี่ที่อยู่ในหอกระบี่เท่านั้น

            ในเวลาเที่ยงตรงอัจฉริยะมากมายต่างก็มารวมตัวกันที่สนามประลองพร้อมกับแสดงสีหน้าเบิกบานสำหรับพวกเขาการได้เข้าร่วมกับหอคอยกระบี่คือคสามฝันสูงสุดของพวกเขา

            "เอาละมีเพียงแค่ 20 คนในปีนี้ที่ผ่านและกลายเป็นศิษย์ของหอกระบี่พวกเจ้าทั้งหมดขึ้นมาบนหลังของปักษาวายุแล้วข้าจะพาพวกเจ้ากลับหอกระบี่"ชายชราที่รับหน้าที่ดูแลการรับสมัครศิษย์กล่าวพร้อมกับมาพวกอู่หมิงเดินทาง

            ที่ตัวของอู่หมิงมีกระรอกน้อยสีดำตัวหนึ่งและอสรพิษน้อยสีนิลนั่งอยู่บนบ่าคนละข้างทำให้อู่หมิงกลายเป็นจุดสนใจเหล่าหญิงสาวต่างก็มองมาที่เสี่ยวฮุ่ยด้วยสายตาเอ็ดดูทำให้เสี่ยวฮุ่ยยืนสองขาพรอมกับกอดอกปั้นหน้าหยิ่งยโส ส่วนอสรพิษน้อยกลับนอนหลับอย่างสบายใจโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

            "ดูเหมือนเจ้าอสรพิษน้อยจะชอบกินเนื้อสัตว์อสูรมากกว่าแกนอสูรเสียอีกนะ"อู่หมิงคุยกับเสี่ยวฮุ่ยผ่านกระแสจิต

            "สายเลือดของมังกรก็เป็นแบบนี้แหละพวกมันชอบกินเนื้อของสัตว์อสูรตนอื่นอยู่ประจำยิ่งเป็นเนื้อของสัตว์อสูรระดับสงเท่าไหร่เจ้างูน้อยตัวนี้ยิ่งวิวัฒนาการได้ไวขึ้นแต่ก็เอาเถอะเพียงแค่นี้เจ้าน่าจะดีใจได้แล้วที่มันไม่ได้ซุกซนอะไรมากเพียงแค่กินแล้วนอนเท่านั้น"เสี่ยวฮุ่ยกล่าว

            "แน่นอนว่าเจ้าตัวน้อยนี่ไม่ซุกซนเหมือนบางคนที่ไม่ชอบอยู่เฉยและสร้างปัญหา"อู่หมิงกล่าว

            "บัดซบนี่เจ้าว่าข้างั้นหรือ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว

            "เสี่ยวฮุ่ยถ้าไปถึงหอกระบี่แล้วเจ้าห้ามไปขโมยของใครเด็ดขาดไม่อย่างงั้นละก็พวกเราตายแน่"อู่หมิงกล่าว

            "เหอะเจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกันข้าไม่มีทางทำเรื่องงแบบนั้นหรอก"เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับกลองตาไปมาและในดวงตาก็ฉายแสงแห่งความโลภออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้อู่หมิงต้องส่ายหัวด้วยความเหนื่อยหน่าย

            ในขณะที่อู่หมิงกำลังคุยกับเสี่ยวฮุ่ยผ่านกระแสจิตอยู่องค์ชายเก้าก็ขยับเข้ามาหาอู่หมิงพร้อมกับจิงเสวี่ยนและอู่เซียง

            "หืม" อู่หมิงหันไปมองทั้งสามด้วยความแปลกใจ

            "พวกเจ้ามีอะไรงั้นหรือ" อู่หมิงเอ่ยถาม

            "คุณชายอู่หมิงท่านรู้จักโครงสร้างและกฎระเบียบของหอกระบี่แค่ใหน"จิงเสวี่ยนเอ่ยปากถามก่อน

            "ไม่เลยข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก" อู่หมิงกล่าว

            "ถ้างั้นข้าจะบอกให้คุณชายฟังภายในหอกระบี่นั้นอนุญาติให้เหล่าศิษย์สามารถจับกลุ่มหรือตั่งกลุ่มของตนขึ้นมาได้เพื่อที่จะสามารถทำภาระกิจได้ง่ายขึ้นโดยการจับกลุ่มและมีบางภารกิจที่จำเป็นต้องใช้กลุ่มคนจำนวนมากในการทำซึ่งการมีกลุ่มนั้นเป็นสิ่งจำเป็น"จิงเสวี่ยนกล่าว

            "แต่การจะไปเข้ากลุ่มคนอื่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะพวกเราที่เป็นเด็กใหม่จะถูกคนในกลุ่มรังแกข่มเหงหรือก็คือพวกมันจะรีดไถและใช้งานพวกเราอย่างกับทาส"องค์ชายเก้ากล่าว

            "เพราะงั้นพวกเราเลยคิดว่าทำไมพวกเราไม่ตั้งกลุ่มของตนเองขึ้นมาเลยละ"อู่เซียงกล่าว

            "ตั้งกลุ่มขึ้นมาเองงั้นเหรอแต่ยังไงละ" อู่หมิงกล่าว

            "การตั้งกลุ่มไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากเพียงแค่แจ้งไปทางผู้อาวุโสหอภารกิจและบอกชื่อกลุ่มและสมาชิกของเราไปก็เสร็จ"จิงเสวี่ยนกล่าว

            "แบบนี้นี่เองเพราะต้องการหลีกเลี่ยงพวกคนเลวพวกนั้นการตั้งกลุ่มใหม่คือทางเลือกที่ดีที่สุดแต่ว่าการตั้งกลุ่มใหม่ก็อาจจะตกเป็นเป้าของพวกกลุ่มเก่าๆที่ต้องการเล่นงานพวกเราก็ได้ไม่ใช่เหรอ"อู่หมิงกล่าว

            "แน่นอนแต่ในหอกระบี่ก็มีกฎอยู่ว่าห้ามศิษย์สายในหรือศิษย์หลักมาท้าประลองหรือทำร้ายศิษย์สายนอกเอาง่ายๆก็คือการแข่งขั้นในหอกระบี่นั้นจะเป็นกันการแข่งขั้นกันของศิษย์ในแต่ละช่วงชั้นและไม่สามารถเข้ามายุ่งกับศิษย์ที่อยู่คนละช่วงชั้นได้เพราะงั้นพวกเราไม่ต้องกลัวว่าศิษย์สายในหรือศิษย์หลักจะเข้ามาหาเรื่องพวกเรายกเว้นพวกเราทะลวงระดับและกลายเป็นศิษย์สายใน"องค์ชายเก้ากล่าว

            "อย่างงี้นี่เองข้าพอจะเข้าใจแล้วและที่พวกเจ้ามาหาข้าก็ต้องการให้ข้าเข้าร่วมกับกลุ่มของพวกเจ้างั้นสินะ"อู่หมิงกล่าว

            "ใช่แล้วเพราะในบรรดากลุ่มพวกเราทั้ง 20 คนเหลือแค่พวกเรากับอีกแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังไม่มีกลุ่มส่วนคนอื่นๆนั้นมีกลุ่มที่พวกรุ่นก่อนก่อตั้งเอาไว้แล้วอย่างเฟิงอวิ้นนั้นอยู่กลุ่มเดียวกับองค์ชายใหญ่และองค์ชายเจ็ดและองค์หญิงห้านั้นก็มีกลุ่มที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว"จิงเสวี่ยนกล่าว

            "แบบนี้นี่เองตกลงข้าจะรวมกลุ่มกับพวกเจ้าแต่แล้วใครจะเป็นหัวหน้ากลุ่มละ"อู่หมิงกล่าว

            "เอาเป็นเจ้าเป็นอย่างไรด้วยพลังของเจ้านั้นแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มของพวกเราแล้ว"องค์ชายเก้ากล่าว

            "องค์ชายเก้าท่านกล่าวผิดแล้วข้าไม่เหมาะกับการเป็นหัวหน้ากลุ่มหรอกเอาเป็นท่านดีกว่าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแต่แน่นอนถ้ามีพวกคนโง่มาหาเรื่องแล้วท่านไม่สามารถรับมือได้ข้าก็จะช่วยท่านอีกแรง"อู่หมิงกล่าว

            "ตกลง แต่เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าองค์ชายหรอกเรียกข้าว่าเจียงเฉินก็พอ" องค์ชายเก้ากล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา

            และในตอนนี้เองที่กลุ่มของอู่หมิงก็ได้ถูกตั้งขึ้นโดยมีสมาชิกเพียงแค่4 คน และชื่อของกลุ่มนั้นก็คือ นภาทมิฬ

            -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน