ตอนที่ 29: หมากตานอกกระดาน
เว่ยจื่อหลานทำงานได้อย่างรวดเร็ว สมกับเป็คนจากองค์กรลับที่ไม่ธรรมดา เพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ นางก็นำม้วนบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ "แคว้นอสูรทมิฬ" มามอบให้เฟิงหวงตามสัญญา
เฟิงหวงใช้เวลาตลอดบ่ายในการศึกษาข้อมูลนั้น ในบันทึกกล่าวว่า แคว้นอสูรทมิฬที่อยู่ทางทิศเหนือเป็ดินแดนที่แห้งแล้งและนับถือเทพเ้าแห่งา ประชาชนแข็งกร้าวและมีกองทัพทหารม้าที่น่าเกรงขาม แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ...ใน่สองปีที่ผ่านมา แคว้นอสูรทมิฬกำลังเผชิญกับภาวะ "ทุพภิกขภัย" อย่างรุนแรงจากโรคระบาดในพืชผล ทำให้พวกเขาขาดแคลนเสบียงอาหารอย่างหนัก และเริ่มทำการปล้นสะดมเมืองเล็กๆ ตามแนวชายแดนของราชวงศ์เทียนหลงบ่อยครั้งขึ้น
ข้อมูลสำคัญอีกอย่างคือชื่อของ แม่ทัพเฮยซาน (ูเาทมิฬ) แม่ทัพใหญ่ผู้คุมกำลังชายแดนเหนือของแคว้นอสูรทมิฬ เขาเป็ผู้ที่กระหายาและ้าจะบุกยึดดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ของเทียนหลงมาโดยตลอด
"ความอดอยาก...คือเชื้อไฟที่ดีที่สุด" เฟิงหวงยิ้มเย็น ขณะที่แผนการอันอุกอาจได้ก่อตัวขึ้นในใจของเขา
เขาไม่ได้้าจะแก้แค้นแค่ในวังหลวงอีกต่อไป แต่เขา้าจะปั่นป่วนสถานการณ์ของทั้งแผ่นดิน เพื่อสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมให้ตัวเอง!
เขาเรียกประชุมกรงเล็บของเขาทันที
"เหลียง ข้ามีภารกิจที่อันตรายที่สุดให้เ้า" เฟิงหวงมองไปยังยอดฝีมือเงาของตน "จงเดินทางไปยังป้อมปราการชายแดนเหนือ...และลอบเผา 'ยุ้งฉางเสบียงหลวง' ที่ใหญ่ที่สุดของเราที่นั่น!"
คำสั่งนี้ทำให้แม้แต่เหลียงที่เยือกเย็นยังต้องใ! "นายท่าน! นั่น...นั่นคือการก่อฏ!"
"ใช่" เฟิงหวงยอมรับ "แต่เ้าต้องทิ้งหลักฐานที่ชัดเจนเอาไว้...ให้ดูเหมือนว่าเป็ฝีมือของ 'ทหารม้าลาดตระเวนของแคว้นอสูรทมิฬ' ทำให้เหมือนว่าพวกมันลอบเข้ามาปล้นและเผาทำลาย"
นี่คือการจุดชนวนะเิา! การกระทำนี้จะทำให้แม่ทัพชายแดนเหนือของเทียนหลงโกรธแค้นจนต้องตอบโต้ และจะเป็ข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบให้แม่ทัพเฮยซานแห่งแคว้นอสูรทมิฬที่กำลังอดอยากใช้ในการเคลื่อนทัพเช่นกัน!
"อาหยิน" เขาหันไปหาผู้ดูแลเครือข่ายของตน "ในขณะที่ทุกสายตากำลังจะจับจ้องไปที่ชายแดนเหนือ...ข้า้าให้เ้าเคลื่อนไหวทางใต้ ใช้เครือข่ายการค้าของเราปล่อยข่าวไปยังแคว้นเล็กๆ ทางตอนใต้...ข่าวที่ว่าตระกูลเว่ยพยายามจะติดสินบนแม่ทัพชายแดนใต้แต่ล้มเหลว และตอนนี้กำลังจะทอดทิ้งแม่ทัพคนนั้นแล้ว จงสร้างความหวาดระแวงและแตกแยกขึ้นที่นั่น อย่าให้ฝ่ายจักรพรรดินีมีเวลามาสนใจเื่ทางเหนือ"
นี่คือแผนการที่ลากฟ้าดินเข้ามาเป็เดิมพัน! เขาจะทำให้ทั้งชายแดนเหนือและใต้ปั่นป่วนในเวลาเดียวกัน เพื่อดึงความสนใจและกองกำลังทั้งหมดออกจากเมืองหลวง!
เมื่อออกคำสั่งทั้งหมดแล้ว เฟิงหวงก็กลับเข้าสู่ห้องลับของตนเอง เขารู้ดีว่าแผนการที่เขาก่อขึ้นนี้จะสร้างพายุที่รุนแรงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และเมื่อพายุมาถึง...ผู้ที่จะควบคุมมันได้ต้องมีพลังที่แข็งแกร่งพอ
บัดนี้เขาอยู่ในขั้นดารา แล้ว เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะไปถึง "ขั้นจักรพรรดิ" ซึ่งเป็จุดสูงสุดของโลกเบื้องล่าง มันคือคอขวดที่ใหญ่ที่สุดที่ผู้ฝึกยุทธ์นับล้านต้องติดอยู่ตรงนี้ไปตลอดชีวิต
"ถึงเวลาแล้ว..."
เฟิงหวงนั่งลงขัดสมาธิ ค่ายกลเมฆามายาทั่วทั้งตำหนักเริ่มทำงานอย่างเต็มกำลัง มันดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินเข้ามาเสริมและปกปิดกลิ่นอายทั้งหมดของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เขานำโอสถล้ำค่าทั้งหมดที่สะสมไว้ออกมา...และเริ่มเข้าสู่สภาวะการบ่มเพาะพลังที่ลึกล้ำที่สุดนับั้แ่เกิดใหม่มา
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายขึ้นพร้อมกันราวกับภาพตัดต่อ...
ณ ชายแดนเหนือที่หนาวเหน็บ...เหลียงในชุดคลุมสีเทากำลังแฝงตัวเข้าไปในค่ายทหารที่ใหญ่ที่สุดของราชวงศ์เทียนหลงราวกับเงา
ณ เมืองท่าทางตอนใต้ที่พลุกพล่าน...คนของอาหยินกำลังกระซิบกระซาบข่าวลือที่น่าสงสัยอยู่ในโรงเตี๊ยมที่เต็มไปด้วยพ่อค้าต่างแคว้น
ณ ตำหนักองค์หญิงเจ็ด...เฟิงหลวนกำลังขมวดคิ้วจ้องมองแผนที่แผ่นดินเทียนหลง นางรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น แต่นางก็มองไม่เห็นมือที่กำลังชักใยอยู่เื้ั
และ ณ ตำหนักเมฆาคล้อย...ร่างของเฟิงหวงถูกห้อมล้อมไปด้วยไอพลังงานที่หนาทึบ เขากำลังจะท้าทายกำแพงที่สูงที่สุดของปฐมภพ!
เฟิงหวงหลับตาลง จิตใจของเขาสงบนิ่ง 'เมื่อพายุมาถึง...ผู้ที่จะควบคุมทิศทางลมได้...ต้องยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดเสียก่อน'