“ส่งข้อความมาที่ USERNAME…”
หลังกล่าวจบชายร่างยักษ์ขึ้นรถบ้านแล้วจากไปในทันที ปล่อยให้สมิธสงสัยว่าเขาขับรถยังไงเพราะตัวก็สูงกว่ารถ กล้ามก็โคตรใหญ่ ช่างเป็นปริศนาที่น่าค้นหาคำตอบ!
เมื่อเสร็จสิ้นการซื้อขายพร้อมกับได้ของอย่างครบถ้วนไม่มีปัญหาสมิธจึงขับรถกลับบ้านในทันที ในระหว่างที่ขับรถอยู่สมิธก็พลางคิดวิธีบดเนื้อตุ่นสิบตาหลายสิบกิโลไปด้วย ที่จริงเขาก็สามารถใช้เครื่องบดเนื้อที่บ้านได้แต่มันเป็นเครื่องบด แล้วการจะบดเนื้อหลายสิบกิโลคงเป็นงานที่หนักมหาศาลเหมือนกับตอนที่เขารดน้ำด้วยบัวรดน้ำหลายพันต้น
“เครื่องบดก็เครื่องบดวะ...” สมิธตัดสินใจได้แล้วว่าจะใช้เครื่องมืดเท่าที่มีนี้แหละ เขาโทษตัวเหมือนกันในเรื่องนี้ที่คิดตื้นเกินไปหน่อยที่ไม่เตรียมความพร้อมเรื่องบดหรือเรื่องกระบวนการในการทำปุ๋ยก่อนสั่งของ เพราะกว่าเขาจะนึกออกก็ตอนที่สั่งของเสร็จแล้วแถมยกเลิกการสั่งไม่ได้ด้วย
เมื่อมาถึงบ้านแล้วสมิธใช้รถเข็นผักของพ่อเข็นเนื้อหลายสิบกิโลไปที่ฟาร์มพร้อมกับเครื่องบดขนาดเล็ก เมื่อของถึงแล้วอุปกรณ์พร้อมแล้วสมิธจึงเริ่มลงมือบดเนื้อในทันที ส่วนสาเหตุว่าทำไมสมิธต้องมานั่งบดเนื้อที่ฟาร์มไม่ไปนั่งบดในบ้านนั้นเป็นเพราะ กลิ่น! ถ้าสมิธนั่งบดในบ้านกลิ่นเหม็นของเนื้อได้อยู่ติดบ้านเป็นอาทิตย์อย่างแน่นอน เพราะกลิ่นเนื้อตุ่นสิบตาค่อนข้างที่จะมีกลิ่นแรงกว่าเนื้อปกติที่มนุษย์บริโภคกัน
สมิธนั่งบดเนื้อหลายสิบกิโลเพียงลำพังและในระหว่างที่บดเนื้ออยู่เหล่าชูก็ต่างพากันแวะเวียนเอาของกินมาให้ตลอดอย่างลูกอมที่เขาได้มาก่อนหน้านี้หรือแม้แต่พลังธรรมชาติบริสุทธิ์ที่มีเฉพาะแค่ในดินแดนชู น้ำพลังธรรมชาติบริสุทธิ์เป็นอีกหนึ่งตัวชูกำลังเลยที่ทำให้สมิธมีแรงบดเนื้ออย่างต่อเนื่อง
หลายชั่วโมงผ่านไปจนพระอาทิตย์ตกดินสมิธก็ยังไม่เสร็จกับการบดเนื้อ เนื้อจากเครื่องบดของเขาเป็นเครื่องบดขนาดเล็กและไม่สามารถปรับระดับการบดได้เนื้อที่ออกมาจึงไม่ละเอียดพอ เขาจึงต้องบดมันซ้ำอีกครั้งเพื่อให้เนื้อละเอียดอยู่ในระดับที่สามารถนำไปทำปุ๋ยได้
อีกหลายชั่วโมงผ่านไปในที่สุดเนื้อหลายสิบกิโลกรัมสมิธก็สามารถทำได้! เวลาทั้งหมดที่เขาใช้ในการบดเนื้อคือ 8 ชั่วโมง 16 นาที ตั้งแต่ช่วงบ่ายลากยาวถึงช่วงกลางคืนจนเกือบจะถึงวันใหม่อย่างตอนเที่ยงคืน สมิธแทบจะไม่มีแรงโดยเฉพาะส่วนแขนที่ต้องคอยกดเนื้อเพื่อบดและหมุนเครื่องตลอดเวลากว่า 8 ชั่วโมง ความรู้สึกแขนของเขาในตอนนี้เหมือนมันไม่มีกระดูกอยู่ มันทั้งล้า ทั้งเมื่อย ทั้งไร้เรี่ยวแรง ยกแขนเพื่อเปิดประตูเข้าบ้านยังต้องใช้เวลาเกือบนาที
เป้าหมายแรกของสมิธคือการอาบน้ำ! เขาต้องการที่จะอาบน้ำเหนือสิ่งอื่นใดแม้ในตอนนี้ท้องของเขาจะร้องครวญครางออนวอนสักเท่าไหร่เขาก็ไม่สนใจ เขาอยากอาบน้ำ!!!
“อ่าห์!!! สบายตัวและกลิ่นหอม...” สมิธรู้สึกเบิกบานหลังได้อาบน้ำอย่างหนำใจ แม้การอาบจะทำให้จิตใจของสมิธกลับมาสดใจอีกครั้งแต่มันก็มีสิ่งที่ยากนั้นคือการล้างกลิ่นของเนื้อตุ่นสิบตาไม่ให้หลงเหลือติดตัวแม้แต่นิดเดียว สมิธถึงกับใช้ครีมอาบน้ำหมดขวด สระผมอีก 3 รอบ
เมื่อเนื้อตัวสะอาดแล้วก็ถึงเวลาเอาอาหารลงท้อง สมิธจัดการอาหารเหลือที่อยู่ในตู้เย็นจนหมดเกลี้ยง
ตัวสะอาดแล้ว ท้องอิ่มแล้ว ได้เวลาเข้านอนหลังจากใช้พลังไปอย่างหนักหน่วงวันนี้ ตอนเช้าจนถึงเกือบเที่ยงก็รดน้ำหลายพันต้นด้วยตัวคนเดียว ตอนบ่ายก็นั่งบดเนื้อเพียงลังจนมืด โขคดีที่ได้ของพิเศษจากพวกชูจึงทำให้เขาอยู่รอดจนถึงตอนนี้ สมิธจึงคิดอยากจะตอบแทนเป็นการพิเศษด้วยของบางอย่างที่พิเศษและเหมาะสมกับพวกชู แต่ขอคิดดูก่อนว่าของที่ว่าคือสิ่งใด
สมิธล้มตัวลงนอนจากนั้นสายตาก็เริ่มมืดลงเรื่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็...
...
...
...
“เห้ยสมิธตื่น! ตื่นได้แล้วโว้ย!!!” กรีนชิลดแปลกใจที่เห็นสมิธตื่นสายขนาดนี้เพราะเวลาในตอนนี้คือเกือบเที่ยงแล้ว
“ห่ะ! อะไร...อ้าว นายกลับมาแล้วหรอ” สมิธสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันทีเมื่อโดนของแข็งสัมผัสเข้าที่แก้ม
“เออดิ! เจ้าเป็นบ้าอะไรทำไมถึงตื่นสายขนาดนี้” กรีนชิลดถามด้วยความสงสัย
“เรื่องมันยาว นายรู้หรือเปล่าว่าเมื่อวานฉันทำอะไรไปบ้าง...” สมิธถึงกับตาสว่างหายง่วงเลยเมื่อเจอคำถามนี้เข้ามา เขาจึงเริ่มเล่าเรื่องใช้แรงที่เขาต้องเผชิญให้กรีนชิลดได้ฟังอย่างละเอียดไม่ตกหล่นแม้แต่เรื่องเดียว
“ก็อย่างที่ข้าบอกว่าข้าคนนี้กลับมาแล้วและข้าใม่ได้กลับมาเพียงลำพัง” กรีนชิลดพูดออกมาอย่างเลศนัยพร้อมกับชี้ไปที่หน้าต่างห้องนอนของสมิธ
สมิธมองไปที่หน้าต่างและเขาก็ต้องตกใจในทันทีเพราะภาพที่เขาเห็นหลังหน้าต่างไม่ใช่ภาพทิวทัศน์อย่างที่เคยเห็นเหมือนทุก ๆ วัน หากแต่เป็นต้นไม้! สมิธเห็นต้นไม้ที่มีหน้าตา มีตา มีจมูก มีปาก เหมือนกับกรีนชิลดทุกประการ
“สวัสดีเจ้าคงเป็นสมิธสินะ!”