“เรือลำนี้เขาจะให้บริการเธอราวกับพระราชินีทีเดียวนะราเชล”
ภรรยาของเขารีบสนับสนุนในคำพูดทันที
“ตอนที่ฉันกับจอห์นเดินทางไปกับเรือลำนี้ฉันแทบจะไม่ต้องขยับตัวเลย ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้เลยว่าหลังจากที่ต้องดูแลลูก 4คนกับสามีอีก 1 คนแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองขึ้น์จริงๆ”
“ฉันเชื่อว่าบริการของเขาต้องดีแน่”
ราเชลมิได้สงสัยในเื่นั้นเลย
“แล้วอาหารบนเรือวิเศษที่สุดเลยรสชาติไม่ต้องหาที่ไหนมาเปรียบอีกแล้ว”
แฟนสาธยาย
“แต่ถ้าเธอ้าจะลดน้ำหนักสัก5 ปอนด์ละก็ ฉันว่าเธอคงไม่ใคร่ชอบนักหรอก เพราะน้ำหนักตัวมันต้องขึ้นแน่”
“ที่จริงเหตุผลของเธอกับจอห์นน่ะน่ารับฟังทั้งนั้นแหละน่า”
ราเชลตอบทั้งนี้เพราะดูเหมือนสามีและภรรยาคู่นี้รวมหัวกันเล่นงานเธออยู่
“แต่การที่ฉันพูดคล้ายกับไม่พอใจในการเดินทางเที่ยวนี้มันไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่ไปหรอกนะ เธอก็เห็นว่าเวลานี้ฉันก็มาอยู่ที่นี่แล้วแล้วก็มีตั๋วอยู่ในมือเสียด้วย”
“ถ้าเช่นนั้นก็เลิกพูดอะไรทำนองที่ว่าเธอพยายามที่จะล่าถอยนาทีสุดท้ายได้แล้ว”
แฟนบอก
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฉันได้สละเวลามาตลอดอาทิตย์ที่แล้วเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะได้ตั๋วใบนี้มา เอ ....พูดถึงเื่นี้....”
สีหน้าของแฟนบอกความไม่พอใจขณะที่สมองครุ่งคิดไปถึงเหตุการณ์บางอย่าง
“ฉันอยากจะรู้จังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตั๋วใบที่ทางบริษัทท่องเที่ยวจะต้องส่งมาให้เธอมันแปลกนะที่เธอไม่ยักได้รับตั๋วใบนั้น”
“มันไม่ใช่เื่แปลกอะไรหรอก”
จอห์นขัดขึ้น
“ไอ้ไปรษณีย์ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเชื่อถือได้หรอกน่ามันอาจจะหายเสียที่ไหนก็ได้”
“แต่มันถูกส่งไปผิดที่นะคะ”
ราเชลว่า
“เอ๊....แล้วเธอรู้เื่นี้ได้ยังไงกันล่ะ”
แฟนมองหน้าเพื่อนสาวอย่างแปลกใจ
“ฉันก็ตั้งใจไว้ว่าจะเล่าเื่นี้ให้เธอฟังอยู่เหมือนกันแต่ฉันก็มัวแต่วุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมเสื้อผ้าข้าวของก็เลยลืมเล่าไป”
เธอตอบคำถามของเพื่อนด้วยการอธิบายถึงเหตุจำเป็ที่มิได้เล่าเื่นี้ให้ฟังก่อน
“ตอนที่ทางบริษัทเขาออกตั๋วใบใหม่นะเขาส่งให้กับ มิสซิสการ์ดเนอร์ แม็คคินเล่ย์ น่ะถูกต้องแล้ว แต่เลขที่อยู่มันไม่ใช่ของฉันเพราะฉะนั้นก็หมายความว่าใบแรกมันจะต้องถูกส่งไปตามที่อยู่นั้นเหมือนกันฉันก็เลยไม่ได้รับตั๋วใบนั้นไงล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ใช่แล้ว”
จอห์นยักไหล่อย่างไม่สนใจ“ถ้าเป็อย่างนั้นก็หมายความว่าอีกไม่ช้าไม่นานตั๋วใบแรกก็จะต้องถูกส่งกลับไปที่บริษัทเอง”
“เธอคิดว่าฉันควรจะติดต่อไปที่บริษัทนั้นแล้วก็แจ้งให้เขาทราบดีไหมว่าเขาส่งตั๋วไปผิดที่”
แฟนเอ่ยถามขึ้นทั้งนี้เพราะเธอเป็ผู้ที่ชอบทำอะไรให้เป็ระเบียบเสมอ
“ฉันคิดว่าไม่จำเป็นะเพราะถึงยังไงฉันก็ได้ตั๋วกับใบผ่านขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว”
ราเชลมองไม่เห็นความจำเป็ในเื่นี้
การสนทนาระหว่างกันทำให้ราเชลรู้สึกสบายใจขึ้นรถยนต์คนหนึ่งวิ่งมาเทียบตรงทางโค้งเพื่อปล่อยให้ผู้โดยสารลงมีสามีภรรยาวัยหนุ่มสาว 3 คู่ก้าวลงมา ลากคูลเคอร์กับแบกถาดขนาดใหญ่แซนด์วิชเนยแข็ง และเครื่องดื่มเตรียมมาพร้อมเพื่อจะได้ตั้งกองฉลองการเดินทางเที่ยวนี้กันอย่างเป็การส่วนตัวหลังจากที่กระเป๋าถูกยกลงใส่รถเข็นเพื่อนำไปลงเรือเรียบร้อยแล้ว จึงได้ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้วมีเพียงคู่เดียวในกลุ่มที่จะเดินทางไปกับเรือเที่ยวนี้ ส่วนอีก 4คนนั้นคือผู้ที่ตามมาส่ง
หลังจากที่ทั้งผู้โดยสารและกระเป๋าลงจากรถหมดแล้วคนขับก็เลื่อนรถไปทางที่จอดซึ่งอยู่ใกล้กับตัวอาคารขณะเดียวกันก็มีรถลิมูซีนสีดำคนหนึ่งเคลื่อนเข้ามาเงียบๆ และจอดลงแทนที่ดูเหมือนรถคันนี้จะเรียกความสนใจให้เกิดขึ้นในทันใด
แฟนโน้มร่างเข้ามาหาราเชลพูดเบาๆ ว่า
“เธอคิดว่าใครน่ะ”
มันเป็คำถามที่ไม่้าคำตอบแต่ถึงอย่างไรมันก็เป็ธรรมดาที่ราเชลจะต้องบังเกิดความสนใจใคร่รู้ขึ้นมาบ้างรถลิมูซีนซึ่งกระจกโดยรอบติดฟิล์มกรองแสงสีเทาคันนั้นบอกให้รู้ว่าผู้โดยสารที่นั่งอยู่ภายใน้าพิทักษ์ความเป็ส่วนตัวของตนไว้และมันก็สร้างความสนใจให้กับผู้ที่อยากรู้ว่า ใครคือผู้โดยสารคนนั้นอยู่มาก
เพียงกดปุ่มที่เก็บของท้ายรถก็เปิดออกและแล้วโชเฟอร์ในเครื่องแบบก็ก้าวลงมาจากรถเดินอ้อมไปทางด้านหน้าและเปิดประตูที่นั่งด้านหลังออก ดวงตาทุกคู่มองไปทางนั้นรวมทั้งราเชลด้วย
ผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมาเรือนร่างของเขาสง่างามสูงประมาณ 6 ฟุตเห็นจะได้ ่ไหล่ผึ่งผาย สายลมอ่อนพัดเป่าไปตามเรือนผมราวกับรอไม่ไหวที่จะลูบไล้ปลายนิ้วลงัักับความหนาและอ่อนนุ่มของมันแสงอาทิตย?ในยามบ่ายฉาบลงบนสีทรายเข้มของเรือนผมนั้นใบหน้าคล้ำแดดของเขาบอกถึงความเป็ชายชาตรีซึ่งหล่อเหลาเอาการ
ขณะที่จับตามองเขาอยู่นั้นใจของาเชลก็ประหวัดไปถึงรูปปั้นที่เธอเคยเห็นมามันมิใช่เพราะความสง่าผึ่งผายของเรือนร่างหรือความเป็เพศชายที่มีหน้าตาคมสันของเขาแต่มันเป็คุณลักษณะอย่างหนึ่งที่พาเอาความทรงจำนั้นกลับมาสู่ความคิดนั่นคือบุคลิกลักษณะที่บ่งบอกให้รู้จักถึงความแกร่งกร้าวแต่ในขณะเดียวกันก็เห็นได้ชัดว่าเขาปฏิบัติตนตามสบาย
ราเชลเดาเอาว่าเขาจะต้องรู้อยู่ว่าตัวเองตกเป็เป้าสายตาของคนอื่นอยู่แต่เขามิได้ยินดียินร้ายต่อความสนใจของบุคคลทั้งหลายซึ่งท่าทางที่ไม่ยินดียินร้ายนี้ก็มิได้หมายความว่าเขาจะแสดงออกถึงความจองหองแต่อย่างไรเพียงแต่เขามีความรู้สึกว่าการปรากฏตัวของเขานั้นมิใช่เื่สำคัญแต่ประการใด
รอยยิ้มปรากฏขึ้นจนเห็นไรฟันขาวสะอาดขณะที่พูดอะไรบางอย่างอยู่กับโชเฟอร์ แม้จะจับใจความของคำพูดนั้นไม่ได้แต่น้ำเสียงอ่อนโยนสุภาพยังล่องลอยมากระทบหูคนขับรถในชุดเครื่องแบบยิ้มตอบเขาทันทีซึ่งราเชลเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่ามันเป็ธรรมดาที่ใครก็ตามซึ่งได้รับรอยยิ้มเช่นนี้จะต้องยิ้มตอบเขาทุกคน
สายตาของเธอมองไปตามร่างกายโชเฟอร์ขณะที่เขาเดินไปยังท้ายรถและลงมือขนกระเป๋าเดินทางลง ส่งต่อให้กับพนักงานกระเป๋าที่มารออยู่ และแล้วเธอก็เปลี่ยนสายตามองไปทางผู้ชายคนนั้นซึ่งสวมเสื้อแจ็คเก็ตแบบสปอร์ตกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลซึ่งใน่นั้นก็พอดีกับที่เขาเบือนหน้ามาทางเธอ และกวาดสายตามองไปรอบๆ
วี่แววแห่งประสบการณ์และการเผชิญโลกที่ได้ขจัดความอ่อนโยนบนใบหน้านั้นให้เลือนหายไปจนหมดสิ้นแต่ความคมสันและรูปหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็ชายชาตรีมิได้เลือนหายไปเลยแม้แต่น้อยบุหรี่มวนหนึ่งห้อยอยู่ตรงมุมปาก ขณะที่เขาโน้มศีรษะลงจุดไม้ขีดโดยใช้มือป้องแรงลมไว้
ขณะเดียวกันเมื่อเงยหน้าขึ้นเขาก็ปรายสายตามาทางผู้คนที่ยืนอยู่บนทางวิถีภายนอกและเมื่อสายตาเลยมาทางร่างของราเชล ก็หยุดอยู่เป็ครู่คล้ายกับแสดงความสนใจออกมาซึ่งทำให้เธอบังเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าใน่เวลานั้นเขาได้ซึมซับภาพของเธอเอาไว้ และประเมินคุณค่าของเธอกับผู้หญิงทั้งหลายที่เขาเคยรู้จักมาก่อนอยู่เพียงแต่ว่ามันมิได้มีการตัดสินใดๆออกมาเท่านั้น ราเชลรู้สึกตัวแข็งไปชั่วครู่บังเกิดความรู้สึกคล้ายกับจิตใจถูกรบกวนโดยอะไรบางอย่างอยู่
แฟนหันมาทางราเชลและเอ่ยขึ้นว่า
“ฉันไม่รู้เลยนะว่าเขาเป็ใคร”
เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ
“รู้แต่ว่าเขามีความเป็ผู้ชายเต็มตัวทีเดียวละ”
ราเชลออกจะเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนสาวที่ว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจหญิงอยู่ไม่น้อยมันคล้ายกับมีกระแสแม่เหล็กที่ดึงดูดให้เธอต้องคอยหันไปทางเขาตลอดเวลาทั้งที่รู้อยู่ว่ามันเป็การมองที่ไม่สุภาพเลยก็ตาม