หลังจากส่งงานให้แก่ช่างตัดหินเสร็จ ผู้จัดการก็ขอตัวไปรับรองลูกค้าท่านอื่นต่อ
ขณะที่ช่างกำลังตัดหินกำลังคิดว่าจะแอบเคลื่อนจุดตัดให้กว้างขึ้นเพื่อร่นเวลาทำงานดีหรือไม่ก็ชะงักเพราะเห็นเส้นสีแดงจาง ๆ บนจุดตัด ซึ่งนั่นทำเอาหัวใจของเขาเต้นระส่ำก่อนจะปิดสวิตช์เครื่องมือแล้ววักน้ำขึ้นมาลูบหินหยกเบา ๆ
"จะ เจอหยก!" ช่างตัดหินอุทานเสียงดังทำเอาสองชีวิตที่กำลังคุยกันลุกขึ้นมาดู
"โอ้ น่าจะเป็หยกสีเื!" เมิ่งหลานเบิกตาค้างอย่างตกตะลึง
เฉินม่อไป๋เห็นสีของมันก็ดวงตาเป็ประกาย ในชีวิตเก่า เธอเคยพบเจอหยกไม่กี่สีเท่านั้น พอมาเจอหยกที่มีสีแดงสวยขนาดนี้ก็พูดขึ้น "สวยจัง"
"สมกับเป็อาจารย์เฉิน ช่างเก่งกาจจริง ๆ " เมิ่งหลานพูดชื่นชมหญิงสาวด้วยความจริงใจ
"ขอบคุณค่ะ" เฉินม่อไป๋หัวเราะ ไม่มีแม้แต่ความถ่อมตัวสักนิด
ช่างตัดหินมองสองคนสลับกับหินหยกก็กลืนคำสบประมาทก่อนหน้านี้ไว้ในใจ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอาจารย์เฉินคนนี้คงเป็นักดูหินหยกที่เก่งกาจ!
"ให้ตัดต่อเลยไหมครับ หรือจะนำออกไปให้คนด้านนอกประมูลก่อน" ช่างตัดหินเอ่ยถาม
"ตัดต่อเลยค่ะ" เฉินม่อไป๋ยิ้ม เธออยากจะติดหินหยกทั้งเก้าก้อนออกมาเสียก่อนถึงค่อยคิดว่านำมันออกไปประมูลดีหรือไม่ ถึงอุปกรณ์อาคมจะสำคัญแต่อย่างไรตอนนี้บ้านเธอก็ยัง้าเงินมากกว่า
"ได้ครับ" ช่างตัดหินพยักหน้า เขาทำงานอย่างจริงจังมากขึ้น
เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาที หยกสีเืขนาดลูกเทนนิสสองก้อนก็ถูกตัดออกมา
ทั้งสามมองมันด้วยสายตาเปล่งประกายระคนหลงใหลเล็กน้อย เฉินม่อไป๋หยิบมันขึ้นมาส่งกับไฟเกิดเป็แสงสะท้อนระยิบระยับดูงดงามจนตกหลุมรัก ในหัวเริ่มคิดเื่เจียระไนให้ออกมาเป็รูปทรงอะไรดี
"จริงสิ เรายังไม่มีกระเป๋าเอาไว้เก็บหยกเลยนี่ เดี๋ยวผมออกไปซื้อให้นะครับ" เมิ่งหลานพูดจบก็ออกจากห้องไปโดยไม่รอให้เฉินม่อไป๋พูดอะไร เธอและิญญาอีกสองตนจึงได้แต่ยิ้มแล้วมองอย่างอ่อนใจ
กว่าเมิ่งหลานจะกลับมาอีกครั้งก็ผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่ช่างกลับยังตัดหินหยกไปแค่สามก้อนเท่านั้น ซึ่งยังเหลืออีกห้าก้อนเลยทีเดียว คาดว่าต้องใช้เวลาทั้งหมดสองถึงสามชั่วโมงจึงจะตัดกองนี้หมด
ถึงแม้ช่างตัดหินจะไม่พูดอะไร แต่ในใจของเขากลับหวาดกลัวและตื่นเต้น เขาได้เจอปรมาจารย์เก่ง ๆ มาไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เคยเจอคนที่หยิบหินระดับสูงออกมาได้มากขนาดนี้!
"อาจารย์เฉินผมกลับมาแล้ว นี่เป็กระเป๋าที่ผมนำมาด้วยครับ" เมิ่งหลานลากกระเป๋าเดินทางสีดำสองใบเข้ามาในห้อง
"รบกวนคุณเมิ่งอีกแล้ว" เฉินม่อไป๋กล่าวอย่างเกรงใจแล้วรับกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งมาเปิด ซึ่งเมื่อเปิดแล้วก็พบว่าด้านในมีหมอนผ้าแพรอยู่สองใบ
"เอ๋ มีหมอนด้วย?"
"ผมกลัวว่าหินหยกจะกระแทกแตกเลยซื้อหมอนมารองให้น่ะครับ" เมิ่งหลานยิ้ม
"แบบนี้เอง ขอบคุณนะคะ" เฉินม่อไป๋หยักหน้าแล้วกล่าวขอบคุณ
"แค่นี้เอง ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ" เมิ่งหลานปัดมือไปมา เื่ที่เขาทำไปมันเทียบไม่ได้กับบุญคุณที่ได้รับจากอาจารย์เฉินเลยแม้แต่น้อย
ผ่านไปอีกสองชั่วโมงกว่า หินหยกทั้งหมดก็ถูกตัดออกมาเรียบร้อย เมื่อพวกเขามองกองหยกระดับสูงตรงหน้าก็ถึงกับตาพร่ากันเลยทีเดียว สามก้อนเป็หยกเื สองก้อนเป็หยกเนื้อแก้ว หนึ่งก้อนเป็หยกจักรพรรดิสามสี สองก้อนเป็หยกจักรพรรดิห้าสี ส่วนหนึ่งก้อนที่เหลือคือหยกรัตติกาลซึ่งมีริ้วสีทองด้านใน
ช่างตัดหินมองเฉินม่อไป๋อย่างอิจฉาปนชื่นชม หยกจักรพรรดิห้าสีนับว่าหายากแต่หยกรัตติกาลกลับหายากยิ่งกว่า เกิดมาก็พึ่งเคยได้ตัดหยกระดับนี้! ทำเอามือสั้นเกือบตัดพลาดกันเลยทีเดียว
เฉินม่อไป๋จ่ายเงินให้ช่างตัดหินไปจำนวนหนึ่งจากนั้นก็เก็บหยกหกในเก้าก้อนไว้ในกระเป๋าทั้งสองใบ ส่วนหยกที่เหลือนั้นตั้งใจจะนำออกไปประมูล เธอเลือกหยกสีเื หยกเนื้อแก้ว และหยกจักรพรรดิห้าสีออกมาอย่างละก้อน
"อาจารย์เฉิน้าเศษหยกพวกนี้ไหมครับ ถ้าไม่ละก็ผมขอซื้อได้หรือเปล่า" เมิ่งหลานเห็นเศษหยกชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกตัดออกมาแล้วก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีด แม้แต่เศษหยกพวกนี้ก็ยังมีราคาสูงมาก สามารถนำไปทำเป็เครื่องประดับหลอมกับแก้วหรือเรซิ่นได้ ซึ่งเขา้าสั่งทำเครื่องประดับเป็ของขวัญให้ภรรยานั่นเอง
"ไม่ต้องซื้อหรอกค่ะ ถ้าคุณเมิ่งอยากได้ก็เชิญตามสบายเลยค่ะ" เฉินม่อไป๋อนุญาต
เมิ่งหลานอยากจะแย้งเพราะเข้าไม่้าเอาเปรียบเธอ แต่เมื่อเห็นว่าสีหน้าจริงจังของหญิงสาวก็ผงกศีรษะตกลง "ขอบคุณครับ!"
"ยินดีค่ะ" เฉินม่อไป๋ยิ้มจากนั้นก็หันไปพูดกับช่างตัดหิน "รบกวนคุณอีกสักนิดได้ไหมคะ ฉันอยากจะให้ช่วยเอาเศษหยกออกมา"
"ได้ครับ ไม่มีปัญญาหา" ช่างตัดหินผงกศีรษะรับ ในใจรู้สึกอิจฉาเมิ่งหลานมากที่ได้รับหยกพวกนี้ไป
"ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวฉันขอตัวนำหยกออกไปประมูลก่อน ไว้จะกลับเข้ามาเอาเศษหยกอีกรอบนะคะ" เฉินม่อไป๋เอ่ยจบก็ลากกระเป๋าออกไปพร้อมกับเมิ่งหลาน
"ผมจะนำกระเป๋าพวกนี้ออกไปเก็บก่อน อาจารย์เฉินสามารถคุยเื่ประมูลกับผู้จัดการหลวนได้เลย" เมิ่งหลานลากกระเป๋าสองใบมาไว้กับตัว
"รบกวนคุณเมิ่งด้วยนะคะ" เฉินม่อไป๋ยิ้ม
หลังจากนั้นหญิงสาวก็ถือหยกสามก้อนไปหาผู้จัดการหลวนที่คิดเงินหินหยกให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่งอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามเดินมาพร้อมกับอุ้มหินหยกหายากอยู่ในอ้อมแขนก็ราวกับตาฝาด
"นั่น นั่นใช่" หญิงวัยกลางคนในกลุ่มชี้ไปที่หยกในอ้อมกอดของเฉินม่อไป๋อย่างไม่อยากจะเชื่อ นานแล้วที่เธอไม่ได้พบเจอหยกหายากขนาดนี้!
ผู้จัดการหลวนเห็นแบบนั้นก็อึ้งไป เฉินม่อไป๋จึงเป็คนพูดเปิดประเด็นขึ้น "ผู้จัดการหลวนคะ ฉันอยากจะประมูลหยกสามก้อนนี้"
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยความตื่นใ "คุณหนูท่านนี้จะเปิดประมูลหยกทั้งสามก้อนจริง ๆ เหรอจ๊ะ!"
"ใช่ค่ะ" เฉินม่อไป๋พยักหน้า
"ไม่ได้การแล้ว! คุณหนูท่านนี้ช่วยรอสักยี่สิบ ไม่สิ สิบนาทีได้ไหม ฉันอยากจะโทรไปถามเื่เงินกับบริษัทก่อน!" หญิงวัยกลางคนตื่นเต้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ได้ค่ะ งั้น...อีกสักยี่สิบนาทีฉันจะเริ่มประมูลหยกเนื้อแก้วเป็ก้อนแรก จากนั้นก็หยกสีเืและหยกจักรพรรดิตามลำดับ" เฉินม่อไป๋ยิ้ม
"ดีดีดี" หญิงวัยกลางคนพยักหน้าพอใจพร้อมกับกล่าวคำว่าดีไม่หยุดปาก เธอฝากลูกน้องข้างกายจ่ายหินหยกของตัวเอง จากนั้นก็เดินไปโทรศัพท์ที่มุมหนึ่ง ซึ่งคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเื่นี้เองก็มีท่าทางไม่ต่างจากเธอเช่นกัน
พวกเขาพากันก้มหน้าลงกดหาเบอร์ในโทรศัพท์อย่างเคร่งเครียด
"รบกวนผู้จัดการหลวนด้วยนะคะ" เฉินม่อไป๋กล่าวอย่างเกรงใจ
"ไม่รบกวนเลยครับ ยินดีมาก!" ผู้จัดการหลวนดวงตาเป็ประกาย เขารีบเชิญให้เฉินม่อไป๋นั่งก่อนจะให้ลูกน้องไปชงชาอย่างดีมา
วุ่นวายอยู่ครู่หนึ่งเมิ่งหลานก็กลับมาพร้อมกับกล่องเล็ก ๆ ที่เขาตั้งใจจะนำมาใส่เศษหยกของตัวเอง "อาจารย์เฉินเป็อย่างไรบ้าง หยกของคุณจะเริ่มประมูลเมื่อไหร่ครับ"
เฉินม่อไป๋มองดูนาฬิกาบนโทรศัพท์ก่อนจะพูด "อีกประมาณสิบห้านาทีค่ะ"
ทันใดนั้นก็มีหลายคนที่พอจะรู้จักหรือเคยเห็นหน้าเมิ่งหลานเข้ามาทักทายและถามไถ่เื่หยกเพราะคิดว่าพวกมันน่าจะเป็ของเขา ซึ่งเ้าตัวก็บอกไปว่าหยกพวกนี้เป็ของเฉินม่อไป๋ทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งที่รู้ว่าหญิงสาวที่ดูอายุน้อยคนนี้เป็ปรมาจารย์นักดูหินหยก! ไม่แปลกใจแล้วที่เขาเรียกเธอว่าอาจารย์เฉิน
หลายคนจึงพากันมอบนามบัตรให้หญิงสาว เผื่อว่าเธอจะมีหยกมาประมูลอีกก็สามารถโทรบอกได้
เฉินม่อไป๋รับมาเก็บไว้ จากนั้นก็พูดคุยกับพวกเขาต่ออีกครู่ใหญ่ก็ถึงเวลาเริ่มการประมูลหยกก้อนแรก ซึ่งหยกเนื้อแก้วก้อนนี้จบราคาประมูลที่สามล้านสองแสนหยวน เป็ชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งที่ได้ไป
"อาจารย์เฉินช่วยรออีกสักครึ่งชั่วโมงได้ไหมครับ พอดีเ้านายผม้ามาประมูลด้วยตัวเอง" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวอย่างเกรงใจ
เฉินม่อไป๋กะพริบตาไม่ได้ตอบเขาในทันที แต่พูดขึ้นกับทุกคน "ถ้าทุกคนตกลงที่จะรอ ฉันก็จะรอค่ะ"
พวกเขาปรึกษากันครู่หนึ่งก็ตัดสินใจไม่ได้ ดังนั้นผู้จัดการก็เลยใช้การยกมือโหวตเสียงข้างมากแทน
"เสียงโหวตว่าให้รอเป็เอกฉันท์นะครับ" ผู้จัดการหลวนพูดจบก็เชิญให้ทุกคนไปนั่งพักดื่มชา
"อาจารย์เฉิน้าชาร้อนอีกไหมครับ หรือจะเปลี่ยนเป็น้ำผลไม้เย็น ๆ แทน" ในวันนี้ผู้จัดการหลวนได้รับเงินค่าดำเนินการจากเฉินม่อไป๋เป็จำนวนหลายพันหยวน ดังนั้นจึงนอบน้อมต่อเธอเป็พิเศษ
"น้ำผลไม้แล้วกันค่ะ" เฉินม่อไป๋ยิ้มอย่างสุภาพ อากาศแบบนี้ ให้ดื่มชาร้อนอีกคงไม่ไหว