รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    คำเรียกร้องจากแฟนคลับ

            “พี่ชายหยางเราจะทำอย่างไรดี?”

             

            วัยรุ่นชายหน้าตาธรรมดาที่อยู่ในชุดคลุมสีขาวขมวดคิ้วเขาเฝ้าสังเกตการณ์ไป่ฟานเซียนจากระยะไกลด้วยความรู้สึกกังวล

            เขาคนนี้มีชื่อบัญชีในชุมนุมผู้ฝึกตนว่า“นักปรุงมือใหม่” และเป็นคนแรกๆที่ไป่ฟานเซียนไปตอบความคิดเห็นของเขาในกระทู้

             

            หลังจากที่โดนจักรพรรดินีโอสถสั่งสอนทั้งยังลองทดสอบวิธีที่นางอธิบายจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาตัวเองแล้วว่านางพูดถูกต้องทั้งหมดเขาก็กลายเป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่มแฟนคลับของท่านจักรพรรดินีทันที

             

            ส่วนพี่ชายหยางที่เขากำลังคุยด้วยคือชายหนุ่มท่าทางเลือดร้อนคนหนึ่งชื่อบัญชีของเขาคือ “โอสถคือชีวิต”เขาเองก็เป็นระดับแกนนำของกลุ่มแฟนคลับเช่นเดียวกัน พวกเขาแม้จะไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนหน้านี้แต่เพราะความชอบที่เหมือนกันทางด้านโอสถและยังชื่นชมเป็นแฟนคลับจักรพรรดินีโอสถเหมือนกันอีกพวกเขาจึงสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

             

            “ปรมาจารย์ไป่คนนี้ดูท่าจะมีความรู้ด้านศาสตร์โอสถสูงอยู่เหมือนกัน...”พี่ชายหยางพึมพำเบาๆ แม้ว่าตอนนี้เขาจะกำลังยืนอยู่กับน้องชายแค่สองคนแต่ในกระทู้แฟนคลับจักรพรรดินีก็เริ่มมีคนเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน

             

            ข่าวลือเรื่องที่มีปรมาจารย์คนหนึ่งกำลังใช้ชื่อเสียงของจักรพรรดินีโอสถที่พวกเขาเทิดทูนค่อยๆแพร่กระจายอย่างลับๆในหมู่แฟนคลับบ้างก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทน แต่ก็มีบางคนที่ยังเลือกจะดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ

             

            “ปรมาจารย์ไป่คนนี้พึ่งจะปรากฏตัวมีความเป็นไปได้สูงที่นางอาจจะอยากเพิ่มพูนชื่อเสียงของตัวเอง”

             

            พี่ชายหยางพูดขณะจับจ้องไปยังไป่ฟานเซียนที่เดินเข้าไปในซุ้มอีกซุ้มหนึ่งแล้ว

             

            “แต่ผมรู้สึกว่านางก็คล้ายกับท่านจักพรรดินีอยู่นะ”

             

            นักปรุงมือใหม่พูดออกมาอย่างไม่รู้ตัวนั่นทำให้พี่ชายหยางหันมามองเขาตาขวาง

             

            “นางไม่มีทางเป็นท่านจักรพรรดินีของพวกเราเด็ดขาด! ฉันสัมผัสถึงความดุร้ายและป่าเถื่อนจากนางไม่ได้เลย!”

            พี่ชายหยางพูดจบก็เปิดโทรศัพท์มือถือแล้วเลื่อนไปยังข้อความทั้งหลายของจักรพรรดินีโอสถที่เขาเซฟเป็นรูปภาพไว้ในเครื่อง

            “ดูซะ! ความปากร้ายและดุดันของท่านส่งผ่านออกมาผ่านตัวอักษรขนาดนี้ไม่มีทางที่ปรมาจารย์ไป่คนนั้นจะเป็นท่านอย่างแน่นอน!”

             

            นักปรุงมือใหม่อ่านข้อความเหล่านั้นแล้วหน้าแดงเลือดลมของเขารู้สึกสูบฉีดอย่างแปลกประหลาดยามที่จินตนาการว่าข้อความเหล่านั้นกำลังด่าเขาอยู่

             

            “ผมอยากถูกท่านด่าว่างี่เง่า ในชีวิตจริงสักครั้งจัง...” นักปรุงมือใหม่พูดอย่างเหม่อลอย

             

            “อา...เพราะความฝันนั่นถึงทำให้พวกเรามาอยู่ที่นี่ในวันนี้ไม่ใช่เหรอ?”  พี่ชายหยางพูดออกมาก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองคนจะหันมามองตากันอย่างลึกซึ้ง...

             

             

             

             

             

             

             

            ทางด้านไป่ฟานเซียนขณะที่นางเดินออกมาจากซุ้มที่เท่าใดก็ไม่ทราบโดยมีเซี่ยซูเหยาคอยตามอยู่ไม่ห่างนางก็พบว่าเบื้องหน้ามีคนในชุดคลุมที่มีตราสัญลักษณ์รูปหม้อหน้าตาประหลาดสีทองที่อกกำลังยืนคอยอยู่

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่สินะคะยินดีต้อนรับสู่สมาคมโอสถ” คนที่พูดออกมาคือหญิงวัยกลางคนที่มีรูปร่างเล็กบนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนราวกับคุณแม่ที่ใจดี

             

            อายุอานามแท้จริงของเธอก็ไม่น้อยแล้วแต่การดูแลตัวเองอย่างดีและพลังฝึกตนทำให้เธอรักษาความเยาว์ไว้ได้นานกว่าปกติ

             

            ถึงจะไม่ถึงขนาดไป่ฟานเซียนและเซี่ยซูเหยาเพราะสองคนนั้นไม่ควรจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับใครแต่แรกอยู่แล้ว

             

            “...เจ้าคือ?”

             

            ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับ  ในขณะเดียวกันก็ถามคำถามกลับไปด้วยอย่างสนใจเพราะบนตัวของผู้หญิงตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโอสถมีเพียงผู้ที่คลุกคลีกับมันทุกวันเป็นเวลานานเท่านั้นถึงจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้

            ตั้งแต่ที่ตื่นมาในยุคสมัยนี้ผู้หญิงคนนี้มีกลิ่นอายนี้รุนแรงที่สุดที่นางเคยเจอเหนือกว่านายใหญ่ของตระกูลถังอย่างถังเทียนจี๋เสียอีก

             

            “ฉันชื่อฟางเหนียงเป็นผู้อาวุโสและรองประธานของสมาคมโอสถแห่งนี้ค่ะ” หญิงวัยกลางคนหรือ“ผู้อาวุโสฟาง” คือคนเดียวกันกับที่เคยประชุมหารือกับอาจารย์ซุนก่อนนี้ และยังถูกสงสัยว่าเป็นจักรพรรดินีโอสถมาก่อนนั่นเอง

             

            พอได้ยินข่าวลือเรื่องของไป่ฟานเซียนเธอก็รีบออกมารับด้วยตัวเองไม่ต้องเอ่ยถึงตัวตนของนักปรุงโอสถขั้นสี่ที่ยังยืนยันไม่ได้ แค่ฐานะระดับปรมาจารย์ของนางก็เพียงพอที่ตัวตนระดับผู้อาวุโสต้องออกมารับเองแล้ว

             

            นอกจากนี้ในปีนี้ยังมีปรมาจารย์มาเยี่ยมเยียนงานสัมมนานี้มากกว่าหนึ่งคน

             

            “ท่านปรมาจารย์เซี่ยยินดีต้อนรับนะคะ”ผู้อาวุโสฟางหันไปยิ้มให้หญิงสาวที่หลบอยู่ด้านหลังไป่ฟานเซียนแล้วทำหน้าที่คอยเขม่นคนที่จะเข้ามาใกล้

            “ค่ะ...”

             

            เซี่ยซูเหยาเพียงพยักหน้ารับแล้วตอบออกมาคำหนึ่งกับคนอื่นเธอจะกลายเป็นตัวตนที่ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้อย่างนางพญาแม่ม่ายแดง

             

            “ทั้งสองท่านมีธุระอะไรที่สมาคมโอสถหรือเปล่าคะ?”ผู้อาวุโสฟางถามอย่างสนใจ ตามปกติตัวตนระดับปรมาจารย์ไม่ค่อยจะมาเยี่ยมเยียนสมาคมโอสถด้วยตัวเองเสียเท่าไรนอกจากปรมาจารย์ลู่ชิงที่เป็นประธานสมาคมจำนวนปรมาจารย์ที่มาเหยียบที่นี่นั้นน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

             

            “ข้าเพียงมาเปิดหูเปิดตาบ้าง...”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดจบก็นึกถึงจุดประสงค์อีกอย่างของนางออก

             

            “นอกจากนี้ข้าสามารถเข้าไปอ่านหนังสือของสมาคมเจ้าได้หรือไม่?”

             

            “อ่านหนังสือเหรอคะ?...ถ้าเป็นหนังสือทั่วไปก็ไม่มีปัญหาค่ะ”ผู้อาวุโสฟางพยักหน้ารับอย่างแปลกใจเธอไม่คิดว่าจุดประสงค์ที่ตัวตนระดับนี้มาจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยขนาดนี้

             

            “แต่มันมีปัญหานิดหน่อย...”หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วด้วยความกังวล

             

            “คือว่าเพราะเป็นช่วงงานสัมมนาของปีทำให้พื้นที่แถวห้องสมุดเองก็ถูกใช้สำหรับจัดงานค่ะ ถ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนฉันจะให้คนไปเตรียมหนังสือที่ท่านต้องการมาให้ดีไหมคะ?”

             

            ไป่ฟานเซียนครุ่นคิดความจริงนางก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไร นอกจากนี้นางยังไม่ได้มีหนังสือที่เจาะจงมาเป็นพิเศษ

             

            “ไม่เป็นไร...เอาไว้ข้าค่อยเข้าไปเดินชมเองแล้วกัน”

             

            “เข้าใจแล้วค่ะ”

             

            ผู้อาวุโสฟางพยักหน้ารับอย่างโล่งใจ  พอจัดการปัญหาแรกไปเสร็จสิ้นเธอก็เข้าจุดประสงค์แต่แรกที่เธอมาหาทันที

             

            “ขออภัยนะคะท่านปรมาจารย์ไป่...ท่านเป็นนักปรุงโอสถขั้นสี่หรือเปล่าคะ?”

             

            คำถามนี้ฟางเหนียงถามด้วยความกังวลอย่างยิ่งเธอสังเกตสีหน้าประหลาดใจของไป่ฟานเซียนไปด้วยเพราะเรื่องนี้คือสิ่งที่สมาคมนักปรุงโอสถอยากจะรู้ที่สุด

             

            ถ้ายังจำได้ในปัจจุบัน มีเพียง “ปรมาจารย์ลู่ชิง” เท่านั้นที่เป็นนักปรุงโอสถขั้นสี่

             

            นั่นเพราะไม่มีตัวตนระดับปรมาจารย์คนใดให้ความสนใจทางด้านศาสตร์การปรุงโอสถและไม่มีนักปรุงโอสถขั้นสามคนใดก้าวไปสู่ระดับปรมาจารย์ได้!

             

            ทำให้ความรู้และการวิจัยบางอย่างไม่สามารถไปต่อได้หากไป่ฟานเซียนมีความสามารถเป็นถึงนักปรุงโอสถขั้นสี่จริงๆนางจะกลายเป็นตัวตนที่สมาคมต้องการที่สุด!

             

            ไป่ฟานเซียนประหลาดใจกับคำถามที่กะทันหันนี้แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอก็เลือกที่จะตอบไปตามความเป็นจริง

             

            “ไม่ใช่หรอก...ข้าไม่ใช่นักปรุงโอสถขั้นสี่”

             

            ไป่ฟานเซียนส่ายหน้าคำตอบของนางทำให้ผู้อาวุโสฟางผิดหวังลงในทันทีเธอเต็มไปด้วยความหดหู่เหมือนลูกโป่งที่พึ่งถูกเป่าลมหมายความว่านางเองก็น่าจะเป็นนักปรุงโอสถขั้นสามสุงสุดสินะ

             

            แต่เธอก็ถูกผู้ช่วยที่อยู่ด้านหลังสะกิดเบาๆ

            “ผู้อาวุโสคะถึงเธอจะไม่ใช่นักปรุงระดับสี่...แต่เธอก็เป็นปรมาจารย์นะคะ”

             

            คำพูดของผู้ช่วยทำให้ฟางเหนียงตาสว่างใช่แล้ว! สิ่งที่ทำให้นักปรุงขั้นสามไม่สามารถก้าวไปสู่ขั้นสี่ได้นั่นเป็นเพราะวรยุทธ์ที่ไม่สูงพอแต่หญิงสาวตรงหน้าเป็นระดับปรมาจารย์เรียบร้อยแล้วบางทีที่นางอยากจะมาอ่านหนังสือที่สมาคมอาจจะเป็นเพราะอยากจะได้ความรู้เพื่อพัฒนาไปสู่ขั้นสี่ก็ได้!

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่! ถ้าไม่เป็นการรบกวน ท่านพอจะมีเวลามาเป็นแขกของสมาคมโอสถในวันนี้ไหมคะ?”

            ผู้อาวุโสฟางถามด้วยแววตาตื่นเต้นทั้งยังมองไป่ฟานเซียนด้วยท่าทางขอร้อง

             

            ไป่ฟานเซียนหันไปมองเซี่ยซูเหยาแน่นอนว่าสำหรับเธอแล้วทุกอย่างล้วนแล้วแต่พี่หญิงถ้าพี่หญิงอยากไปที่ไหนเธอก็พร้อมจะไปด้วยทั้งนั้น

            ส่วนหวงจื่อหานนั้นเดินตามพวกนางอยู่ห่างๆไม่ให้เป็นการรบกวนและพร้อมจะตามนางไปเช่นกัน แต่นางกลับไม่เห็นเด็กน้อยสองคนกับคนแก่อีกหนึ่งอยู่แถวนี้เลย

             

            สัมผัสสวรรค์ของนางระเบิดออกรอบตัวก่อนที่นางจะสัมผัสถึงคนคุ้นเคยทั้งสามที่อยู่ไม่ไกลถังเทียนจี๋กำลังซื้อไอศกรีมโคนอันใหญ่ให้เด็กๆคนละอันขณะที่ตัวเองกำลังจูงมือเด็กน้อยคนละข้างแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข

             

            ปล่อยไว้แบบนั้นก็แล้วกัน

             

            ไป่ฟานเซียนส่ายหัวนางหันมาพยักหน้าให้ผู้อาวุโสฟางแล้วเดินตามเธอไปโดยมีเซี่ยซูเหยาและหวงจื่อหานเดินตามอยู่ไม่ห่าง

             

             

             

            พวกนางใช้เวลาแค่ไม่ถึงห้านาทีก็สามารถเข้ามาในตัวอาคารได้สำเร็จส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีฟางเหนียงที่เป็นถึงรองประธานมาเดินนำผู้คนจึงล้วนเปิดทางให้อย่างดีแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ทำให้ท่านรองออกไปรับด้วยตัวเองเป็นใครกันแน่?

             

            แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแรงกดดันเป็นระยะๆจากหญิงสาวในชุดแดงถ้าพวกเขาเผลอจับจ้องพวกนางไปนานๆจะรู้สึกถึงความหนาวเย็นแปลกประหลาดที่ทำให้ขนลุกซู่

             

            ผู้อาวุโสฟางมาส่งไป่ฟานเซียนที่ห้องรับรองที่ดูหรูหราห้องนี้เป็นห้องที่เตรียมไว้สำหรับแขกที่เป็นตัวตนอันทรงเกียรติทั้งหลายทำให้เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

             

            หญิงวัยกลางคนหันมาก้มหัวให้ปรมาจารย์ทั้งสอง

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่ท่านปรมาจารย์เซี่ย โปรดรอที่นี่สักครู่นะคะ ฉันจะรีบติดต่อกับผู้อาวุโสในสมาคมอย่างเร็วที่สุด”ฟางเหนียงพูดขณะที่คนของเธอสองคนรีบเดินเข้าไปจะจัดเตรียมของว่างและเครื่องดื่มให้แต่ก็ถูกลุงหวงยกมือห้ามไว้เสียก่อน

             

            “เรื่องพวกนี้ให้ผมจัดการเถอะครับ”พ่อบ้านชราค้อมตัวลงอย่างสุภาพ เขาเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่และเริ่มจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมทันที

             

            ฟางเหนียงรีบออกไปไป่ฟานเซียนก็นั่งลงบนโซฟาที่นุ่มสบาย แล้วจิบชาอย่างดีที่หวงจื่อหานนำมาเสิร์ฟโดยมีเซี่ยซูเหยาที่มองไปรอบๆด้วยความสนใจเล็กๆ

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่จะฆ่าเวลาสักหน่อยไหมครับ?” หวงจื่อหานเดินมาข้างๆ ในมือของเขาคือคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องสีขาวที่ไป่ฟานเซียนใช้งานอยู่ทุกวัน

             

            หญิงสาวรับมาอย่างไม่ปฏิเสธช่วงนี้หากมีเวลาว่างเธอมักจะเข้าไปหาอะไรอ่านหรือไม่ก็เข้าไปดูกระทู้ของเว็บชุมนุมผู้ฝึกตนอยู่เสมอ

            แต่เพียงแค่เธอเข้าไปในเว็บบอร์ดเสียงแจ้งเตือนระรัวก็ดังขึ้นติดๆกันจนไป่ฟานเซียนประหลาดใจการแจ้งเตือนประเภทนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีคนแท็กชื่อเธอลงในกระทู้เท่านั้น

             

            เธอเปิดเข้าไปดูพบว่ามากกว่าสี่ในห้าของแจ้งเตือนนั้นมาจากในกระทู้ “แหล่งรวมตัวแฟนคลับของท่านจักรพรรดินี”ทั้งสิ้น

             

            ความคิดเห็นที่1256 (จักรพรรดินีโอสถ)

    -         ข้ากำลังไป

             

            ความคิดเห็นที่1256 – 58  (โอสถจากเตา)

    -         มีคนแอบอ้างเป็นท่านจักรพรรดินีเรื่องนี้ยอมไม่ได้ !

     

            ความคิดเห็นที่1256 – 90 (เม็ดยาพเนจร)

    -         ใช่แล้ว เมื่อไรท่านจักรพรรดินีจะมานะ

     

            ความคิดเห็นที่1256 – 95 (แฟนคลับของท่านจักรพรรดินีโอสถ)

    -         ท่านจักรพรรดินีปรากฏตัวหน่อย!

     

            ความคิดเห็นที่1256 – 123 (หนึ่งร้อนหนึ่งเย็น)

    -         ออกมาเตะก้นเจ้าคนที่มาสวมรอยนั่นเลย!

             

             

            ไป่ฟานเซียนเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจนิ้วเรียวบางของนางพิมพ์ลงไปในคีย์บอร์ดอย่างแผ่วเบา

             

            ความคิดเห็นที่1890 (จักรพรรดินีโอสถ)

    -         ข้าถึงแล้ว  เกิดอะไรขึ้น?

     

             

            พอเหล่าแฟนคลับสังเกตเห็นว่าไอดอลของพวกเขามาตอบก็ตื่นเต้นจนบ้าคลั่งผู้คนมากมายล้วนมาตอบกลับความเห็นของนางอย่างรวดเร็วแต่ก็มีความเห็นหนึ่งถูกดันขึ้นมา

             

            ความคิดเห็นที่1256 - 31 (โอสถคือชีวิต)

    -         ท่านจักรพรรดินีระหว่างที่ท่านยังมาไม่ถึง มีคนเลียนแบบวิธีการและเอกลักษณ์ของท่านเพื่อเพิ่มพูนชื่อเสียงของตัวเองเรื่องนี้พวกเรายอมไม่ได้พี่น้องของเรากำลังมารวมตัวกันที่ลานด้านข้างของสมาคมเพื่อเรียกร้องให้คนๆนั้นขอโทษถึงคนๆนั้นจะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าอยู่ที่นี่คนๆนั้นย่อมไม่กล้าจะทำเรื่องอุกอาจจนเกินไป ถ้าท่านมาถึงแล้ว ท่านช่วยมาปรากฏตัวเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราได้ไหมครับ

     

     

             

            ไป่ฟานเซียนอ่านข้อความนั้นด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายนางคร้านเกินไปที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหลังจากที่เข้ามาในห้องรับรองนี้แล้ว

             

            ความคิดเห็นที่1895 (จักรพรรดินีโอสถ)

    -         พวกเจ้างี่เง่าหรือเปล่า?

             

             

            ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นความคิดเห็นที่นางพิมพ์เพื่อปฏิเสธนี้กลับได้รับการกดถูกใจอย่างมหาศาลในไม่กี่วินาทีทั้งยังมีคนมาตอบกลับด้วยข้อความที่เหมือนกันเป็นแนวยาว

             

            “ขอบคุณครับ!”

             

            คำพูดทำนองเดียวกันนี้ปรากฏขึ้นตอบกลับความคิดเห็นของเธอไป่ฟานเซียนทำหน้าบอกไม่ถูกขณะที่จำนวนข้อความตอบกลับนั้นกำลังเพิ่มขึ้นมากมายขึ้นเรื่อยๆ!

             

             

            ...เจ้าคนพวกนี้สติยังดีกันอยู่หรือไม่?

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134