ตอนที่ 39: กองร้อยแสงเงา
สามวันก่อนออกเดินทาง ฤทธาลงมือวางแผนอย่างรัดกุมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ในกระโจมใหญ่ใจกลางค่าย เขากางแผนที่ผืนั์ออกบนโต๊ะไม้
เรโซ่ก้มหน้าขมวดคิ้วขีดเขียนเส้นยันต์เป็ชุด ๆ ด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์
ขณะที่จิมมี่กำลังรวบรวมรายชื่อทหารทั้งร้อยคนอย่างละเอียด
ชื่อ อายุ ระดับฝึกฝน ความถนัด อาวุธหลัก... ทุกข้อมูลถูกบันทึกลงบัญชีอย่างเป็ระเบียบ
“เหลือสามวัน วันนี้ข้าจะเข้าเมือง ของที่สั่งซื้อน่าจะมาถึงแล้ว” ฤทธาพูดเสียงเรียบ
“ที่สำคัญเราต้องรู้จักคนของเราให้ดีกว่าที่เขารู้จักตัวเอง พี่จิมมี่ลำบากท่านแล้ว”
เรโซ่พยักหน้าก่อนก้มหน้าทำงานต่อ ส่วนจิมมี่กัดฟันแน่น คำสั่งง่ายๆ แต่ทำเอาเขาแทบหัวแตก
“เราต้องหาช่างเวทที่ไว้ใจได้ หาคนติดตั้งอุปกรณ์ค่ายกลเป็ เราจะใช้วงเวทเคลื่อนย้ายทุกห้าสิบกิโลเมตร”
จากนั้น เขากับซูคิม ศิษย์พี่คู่ใจของเขาออกไปด้วยกัน ไปยังตลาดกลางเมืองเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์
ยันต์เวท อัญมณีเวทมนตร์ ผงเวทชั้นสูง สมุนไพรหายาก ค่ายกลสำเร็จรูป อุปกรณ์อำพราง และวงเวทพกพา ทั้งหมดถูกกวาดมาอย่างไม่รีรอ แม้จะต้องทิ้งเงินทองจำนวนมาก แต่ฤทธากลับไม่ลังเลเลย
'ชีวิตคนนับร้อยสำคัญกว่าเงินทอง' ฤทธาคิดอย่างแน่วแน่
คืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ฤทธานั่งสมาธิกลางลานฝึก ฝ่ามือขวาเรืองแสงจาง ๆ ธาตุแสงบริสุทธิ์แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ราวกับม่านแสงแห่งการชำระล้าง
เขาใช้พลังตรวจสอบสภาพร่างกายและพลังิญญาของทหารแต่ละคน เพื่อปรับแนวทางการฝึกและกำหนดกลุ่มย่อยอย่างเหมาะสมที่สุด
นิล ๆ วิ่งเล่นอยู่ข้าง ๆ ชีต้าร์กำลังเพาะแมงมุมกับหนอนไหมในกำไล อารมณ์เหมือนได้ของเล่นใหม่
“ข้าซื้อแมงมุมใยแก้วมาสองคู่ และหนอนไหมิญญา4คู่ หน้าที่เ้าคือการให้มันออกลูกออกหลานเยอะ ๆ นะ” ฤทธาทำเหมือนมอบภารกิจให้ชีต้าร์
ที่เต็นท์ทหาร
ทุกคนมองฤทธาด้วยสายตาประหลาดใจระคนเกรงขาม ไม่มีใครเคยเห็นการตรวจสภาพด้วยธาตุแสงบริสุทธิ์แบบนี้มาก่อน
รุ่งเช้า กองร้อยแสงและเงาเริ่มต้นออกเดินทางอย่างเป็ทางการ
ฤทธาเดินนำหน้าไปพร้อมจิมมี่ พวกทหารแม้ส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่า แต่บรรยากาศความมั่นใจกลับแผ่ซ่านออกมาจากตัวเด็กหนุ่มคนนี้อย่างไม่รู้ตัว
พวกเขาเดินทัพวันละห้าสิบกิโลเมตรอย่างมีวินัย พักทุกสามชั่วโมง หยุดกินอาหารกลางทางอย่างเป็ระบบ
“ข้างหน้ามีสัตว์อสูรระดับสี่สองตัว รอให้กองหน้าพบก่อน พี่ซูกับเรโซ่ค่อยแสดงนะ” ฤทธาใช้โทรจิตบอกทีมของเขา
จนกระทั่งถึงเขตสันเขาลูกแรก ฤทธาสั่งหยุดพัก
ทันใดนั้นกองหน้ารายงาน พบสัตว์อสูรระดับสี่สองตัว
ซูคิมกับเรโซ่เริ่มดำเนินการตามแผน เคลื่อนที่เร็วจากท้ายขบวนไปถึงกองหน้าในพริบตา แล้วสังหารสัตว์อสูรด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ทำให้ทั้งกองร้อยตะลึง กองร้อยพวกนี้อยู่ระดับสามขั้นปลาย ถึงระดับสี่ขั้นกลาง โดยปรกติพวกเขาจะใช้สามคนรุมหนึ่งตัวในการจัดการ พวกเขายังไม่เคยร่วมทีมนักยุทธ จึงตื่นตากันบ้าง
กลางดึก ณ ตีนเขา จุดพักแรมห้าสิบกิโลเมตรแรก
ชีต้าร์สัตว์ิญญาคู่หูที่มีทักษะขุดเจาะชั้นยอดพร้อมกับถุงมือพิเศษ ออกมาจากกำไลของฤทธา มันเริ่มขุดโพรงขนาดเล็กลงไปใต้พื้นดินอย่างรวดเร็ว และไม่ลืมขุดโพรงอากาศเล็ก ๆ เชื่อมต่อออกไปรอบนอกเพื่อการถ่ายเทอากาศ อีกหลายโพรง
ฤทธาเดินสำรวจโดยรอบ พบถ้ำเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ใต้ชะง่อนหิน จึงส่งสัญญาณให้นิล ๆ บินไปตามซูคิมมาสมทบ เขาใช้จุดนี้เป็จุดส่งตัวเข้าฐานลับ
เมื่อครบทีม พวกเขาติดตั้งวงเวทเคลื่อนย้ายไว้ในถ้ำลับ พร้อมวางค่ายกลพรางตาและค่ายป้องกันอย่างแ่า
ชีต้าร์ทำงานเสร็จพอดีก่อนรุ่งสาง
ถ้ำหลบภัยแห่งแรกสมบูรณ์
เช้าวันถัดมา ฤทธาพาทหารทั้งหมดสลับกันใช้วงเวทเคลื่อนย้ายระยะสั้นไปยังถ้ำใหญ่ใต้ดินที่เตรียมไว้ หลังจากทุกคนมาที่ถ้ำครบแล้ว
“ทุกภารกิจของพวกข้า แผนแรกในกลยุทธ์ของข้าคือการหนี และความคาดหวังในทุกภารกิจ คือทุกคนปลอดภัย การมาทำภารกิจไม่ใช่การรบ ถ้าต้องปกป้องเมืองค่อยสู้ตาย” ฤทธาเริ่มบอกกับทุกคน
“ทีมข้ามีศิษย์พี่ซูชำนาญค่ายกลระดับสี่ ,ศิษย์พี่จิมมี่สร้าง ซ่อมอาวุธและอะไหล่ระดับห้า,เรโซ่นักยันต์เวทระดับสี่” สิ้นเสียงแนะนำ ก็มีแต่เสียงฮือฮา พวกทหารไม่คิดว่าอายุแค่นี้แต่อยู่ระดับสี่กันหมด สมเป็ศิษย์สำนักใหญ่
สำหรับพวกข้างนอกทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกในสำนัก กว่าจะถึงระดับสามบางคนอาจต้องใช้เวลาถึงสิบปี
“ตอนนี้พวกท่านที่มีปราณยุทธระดับสามแยกมาตรงนี้ก่อน ส่วนระดับสี่ตรงนี้”
ฤทธาเริ่มแบ่งกลุ่ม
“พวกท่านต้องฝึกใช้ยันต์ต่อไปนี้ให้คล่อง หลังจากนี้อีกสามวันเราจะฝึกการหนีเอาตัวรอด”
เรโซ่เริ่มแจกจ่ายยันต์ให้ทุกคน พร้อมอธิบาย
“มียันต์เคลื่อนที่พริบตา,ยันต์ทำให้ช้า,ยันต์เร่งความเร็ว,ยันต์สายฟ้าและยันต์ะเิเพลิง”
พวกทหารฮือฮา ปรกติพวกเขาไม่ค่อยได้จับยันต์เลย ถึงได้บ้างก็แค่ระดับหนึ่ง แต่นี่ยันต์ระดับสาม
“เราจะฝึกพร้อมแบ่งหน้าที่กันที่นี่สามวัน ที่นี่คือฐานหนึ่ง ทุกคนจำไว้ด้วย”
เสร็จแล้วก็ให้จิมมี่ และเรโซ่พาทหารไปฝึกด้านนอก ฤทธาและซูคิม ติดตั้งอุปกรณ์ในถ้ำ ระยะห้าสิบกิโลแรกนี้ยังไม่ค่อยเห็นสัตว์อสูรมากนัก
หลังจากนั้นสามวัน ฤทธาทิ้งคนไว้ยี่สิบคน ตั้งคนที่มีแววเป็หัวหน้า ให้สำรวจไปทางซ้ายของฐานหนึ่งยี่สิบกิโล,ขวายี่สิบกิโล เหนือฐานหนึ่งไปทางฐานสองอีกยี่สิบห้ากิโลเมตร แล้วให้ทำแผนที่โดยละเอียด พร้อมจัดตารางฝึก ทำหุ่นเชิดไว้ฝึกและมอบโอสถช่วยขยายเส้นชีพจร ไว้ให้บ่มเพาะ
เขากำหนดหัวหน้าฐาน และประกาศรางวัลโอสถชั้นสี่สำหรับทีมสำรวจที่ทำแผนที่ได้ดีที่สุด
หลังจากนั้น ฤทธานำกำลังหลักที่เหลือมุ่งหน้าไปต่อ…
รูปแบบการเดินทัพ และตั้งฐานลับใต้ดินนี้ดำเนินไปทุก ๆ ห้าสิบกิโลเมตร
กิโลเมตรที่หนึ่งร้อย เขาทิ้งทหารไว้สามสิบคน
ฤทธาวางแผนเพิ่มเติม โดยให้แยกกำลังไปตั้งฐานย่อยที่ระยะห่างออกไปยี่สิบกิโลเมตรทางซ้ายและขวาอีกจุดละยี่สิบคน ขุดฐานย่อยซ้ายขวาอีกสองฐาน
ตอนนี้จุดหนึ่งร้อยกิโล ฐานสองจะมีสามถ้ำ พร้อมสอนกฎการหนีตาย
“จำไว้ ถ้าโดนบุก อย่าหนีกลับมาที่จุดวงเวทส่งตัวทันที”
ฤทธากำชับหนักแน่น
“ใช้ยันต์หนีกระจายไปคนละทิศ แล้วใช้ยันต์เคลื่อนที่พริบตา กลับมาที่วงเวทเคลื่อนย้าย จึงค่อยกลับสู่ฐานลับใต้ดินอีกที ระวังอย่าให้เกินระยะทำการของยันต์”
เขามอบยันต์หนีพร้อมอธิบายวิธีใช้ให้ทุกคนอย่างละเอียด และมอบยาขยายชีพจร
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
กองร้อยแสงและเงาที่กระจายอยู่ตามฐานต่าง ๆ เริ่มมีระบบระเบียบยิ่งขึ้น ภารกิจสำรวจ ทำแผนที่... ทุกอย่างถูกฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทหารที่เคยตั้งข้อกังขาในกลุ่มฤทธา เริ่มเปลี่ยนสายตาเป็ชื่นชมอย่างจริงใจ
'เด็กพวกนี้... ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ยังวางแผนได้ละเอียดราวกับนายพลผู้ช่ำชอง'
ทัศนคติทหารทุกคนเริ่มเปลี่ยนไปในทางเดียวกัน
เดินหน้าเข้าเขตอันตราย
ฤทธานำกำลังเหลือเพียงสิบคนมุ่งหน้าไปต่อ สิบคนนี้เป็ระดับสี่ขั้นปลายกันหมด
ฤทธาพบถ้ำขนาดกลางที่เหมาะสมจะเป็จุดส่งตัว จึงสั่งให้ชีต้าร์ขุดถ้ำหลบภัยใต้ดินอย่างเร่งด่วน ติดตั้งวงเวทและระบบพรางตัวอีกครั้ง
จากนั้นสั่งทหารสิบนายทำแผนที่รอบ ๆ ในระยะยี่สิบกิโลเมตร พร้อมวางแผนการตอบโต้ฉุกเฉิน
เข้าถึงกิโลเมตรที่หนึ่งร้อยห้าสิบ ทุกคนเตรียมของในถ้ำ ฤทธานั่งใช้จิตััสำรวจตลอดคืน พอเช้ามาจึงบอกแผนให้ทหารฟัง
“จากจุดนี้การสำรวจจะยากลำบาก เพราะสัตว์อสูรเยอะ อยากให้พวกท่านทำแผนที่อย่างระวัง” ฤทธาบอกสิบคนที่เหลือ
“กลางคืนให้พักผ่อนแค่ในฐานนี้ ่รุ่งเช้าถึงตอนสาย ๆ จะสะดวกกับการสำรวจ พอตกเย็นสัตว์จะทยอยออกมาก็กลับมาฝึกในถ้ำ”
บอกเสร็จฤทธาให้โอสถขยายชีพจร โอสถบำรุงตันเถียน และโอสถรวมธาตุขั้นสี่ให้ทุกคน
“หวังว่าพวกข้ากลับมา พวกท่านจะเลื่อนระดับได้นะ”
เขาทิ้งหุ่นสัตว์อสูรระดับห้าไว้ให้ฝึก และสอนการใช้งาน
“พอท่านชนะมันได้ มันจะหยุดทำงาน ท่านแค่เปิดด้านหลัง แล้วใช้พลังเข้าไปมันจะทำงานใหม่” ฤทธาอธิบายพร้อมทำให้ดู
“พวกท่านต้องใส่ ชุดถ่วงน้ำหนักไว้ตลอดทั้งวัน จนกว่าจะชนะมันได้ค่อยถอดออก” ฤทธาชี้ไปที่ชุดถ่วงน้ำหนักสิบชุดที่วางไว้ให้
เหลือทหารชุดลุยจริงแค่ทีมพวกเขาเพียงสี่คนเท่านั้น
พวกฤทธามุ่งหน้าเข้าสู่เขตที่สัตว์อสูรและปีศาจหนาแน่นเต็มที่
ที่นี่ สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
สัตว์อสูรเริ่มหนาแน่น เสียงคำรามโหยหวนลอยมากับสายลมเป็ระยะ
ซากศพสัตว์อสูรและปีศาจปรากฏอยู่ตามทางอย่างน่าสะพรึง
กลุ่มลาดตระเวนของปีศาจผ่านมาบ้างเป็ครั้งคราว ทำให้ทุกคนต้องระมัดระวังสูงสุด
กลางคืน
ฤทธาให้สมาชิกทุกคนเข้าไปด้านใน ปล่อยตัวเองล่องหนด้วยผ้าคลุมพิเศษ สำรวจถ้ำต่าง ๆ ในละแวกนั้น
เขาพบถ้ำใหญ่น่าสงสัยแห่งหนึ่ง จิตััของเขาพบว่า มีพลังงานปีศาจปะปนกับพลังอสูร
ฤทธาแอบซ่อนตัวใต้เงามืด หาจุดสร้างวงเวทส่งตัว ให้ชีต้าร์ทำการขุดโพรงลงใต้ดินเฉียงลงไป จนตรงกับถ้ำใหญ่ของปีศาจ ลึกลงไปสามร้อยเมตร ทำให้ฤทธาสามารถใช้จิตััสำรวจได้
จากนั้นให้ทีมมาติดตั้งค่ายกลต่าง ๆ ในถ้ำ ส่วนฤทธาใช้จิตััดักฟัง
ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงสนทนาในภาษาปีศาจสี่ตน
ฤทธาแปลความหมายในใจอย่างรวดเร็ว
"มีคำสั่งมาภายในสิบวัน เราจะบุกโจมตีเมืองมนุษย์!"
"จัดเตรียมสัตว์อสูร และกองกำลังให้พร้อม!"
หัวใจของฤทธาเต้นแรง แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง
'ต้องรีบกลับไปบอกแผนของพวกมันให้ได้ ก่อนที่หายนะ จะเกิดขึ้น...!'
จบตอน.