[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    65 ขาสั้น

    [  แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]

    [  แจ้งเตือน ท่านได้รับสกิลกล้ามเนื้อคูณห้า ]


    เฉินห่าวรีบเปิดเข้าไปดูหน้าต่างสถานะ การแจ้งเตือนเมื่อครู่บอกเขาให้รู้ว่าเลเวลอัพขึ้นมาที่ 60 แล้ว ค่าสถานะโดยรวมของเขาไม่ต่างจากเลเวล 80 แล้วในตอนนี้ 


    ซึ่งเลเวล 60 ไม่ใช่แค่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นเขายังได้รับสกิลอาชีพมาอีก 1 สกิลจึงอยากรู้ว่ามันเป็นสกิลที่ไว้ใช้สำหรับโจมตีหรือไม่


    “ สกิลที่ใช้กับตัวเองเหรอ แล้วทำไมฉันรู้สึกทะแม่งๆหว่า ”


    [  สกิลกล้ามเนื้อคุณห้า คำอธิบาย เมื่อออกกำลังกายกล้ามเนื้อของคุณจะพัฒนาคูณห้า สกิลไม่มีคูลดาวน์ สกิลไม่ใช้มานา ]


    เฉินห่าวอยากจะร้องตะโกนออกมาว่าบัดซบ นับตั้งแต่เขาใช้งานวรยุทธ์วัชระคงกระพันกล้ามของเขาโตไม่หยุด ยังดีที่เขาปรับแก้ไขวรยุทธ์ทำให้หุ่นของเขายังคงถูกรักษาเอาไว้เหมือนนายแบบ ยังไม่ใช่หุ่นของอ้ายเสินที่เป็นนักเพาะกาย


    สกิลใหม่ที่ได้มากลับพัฒนากล้ามเนื้อร่างกาย หมายความว่าเขามีโอกาสกล้ามโตเหมือนอ้ายเสิน เฉินห่าวจึงรีบค้นความทรงจำเพื่อหาวรยุทธ์ที่ใช้สำหรับบีบอัดกล้ามเนื้อ อย่างน้อยเขาขอหุ่นลีนไร้ไขมันน่าจะดีกว่าหุ่นกล้ามโต


    “ เถ้าแก่ลงมาแล้ว ”


    อ้ายเสินมองไปยังบันไดเห็นเถ้าแก่กำลังอุ้มลูกน้อยเดินลงมาช้าๆไม่เร่งรีบ


    “ เถ้าแก่ มีคนมารอสมัครสมาชิก 13 คน ”


    เฉินห่าวแสดงท่าทางตกใจแล้วรีบก้าวเท้าเดินให้ไว ก่อนจะส่งเป่าเป้ยให้กับมังกรจนทั้งสองเดินรอบๆฟิตเนสชั้น 1 


    “ เถ้าแก่ เพื่อนฉันแนะนำมา เขาบอกว่าคุณปลุกพรสวรรค์ได้เรื่องจริงงั้นเหรอ ”


    “ แน่นอนสิ แต่ต้องใช้เวลา 1 เดือนนะถึงจะเห็นผล ตอนนี้ยังไม่มีใครเห็นผล นับตั้งแต่สงครามจบคนแรกที่ลงคอร์สปลุกพรสวรรค์ยังใช้เวลาไปได้แค่ 7 วันเท่านั้น ยังเหลืออีกนานกว่าจะครบเดือน ”


    เฉินห่าวเห็นท่าทางกังวลของอีกฝ่าย เขาจึงใช้เงินตนเองค้ำประกัน หากไม่สามารถปลุกพรสวรรค์ได้ภายใน 1 เดือนเขาจะส่งเงินคืนให้ทั้งหมดและจ่ายค่าเสียหายเท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายให้กับทางร้าน  สมาชิกใหม่ได้ยินดังนั้นจึงตกลงเข้าคอร์สปลุกพรสวรรค์กับเฉินห่าว


    “ อ้ายเสิน ทำไมวันนี้คนดูน้อยๆ ”


    “ คุณไม่ต้องตกใจหรอกเถ้าแก่ ช่วงนี้ฮันเตอร์เริ่มกลับไปล่าอีกแล้ว เห็นว่ามอนสเตอร์ทางตอนใต้หยุดคลุ้มคลั่งแล้วฮันเตอร์จึงรีบออกล่าเพราะพวกมันอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ล่าได้ง่ายมาก ไม่ต้องเดินหาให้ยุ่งยากพวกเขาจึงรีบไปจัดการ ”


    เฉินห่าวพยักหน้ารับแล้วมองเข้าไปในร้าน ต่อให้คนจะน้อยลงอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เขาติดตั้งกลับเต็มไปด้วยฮันเตอร์ที่กำลังรอต่อแถวเข้าใช้งาน


    ตอนนี้ภายในร้านของเขามีอุปกรณ์ทั้งหมด 150 ชิ้น สามารถรองรับผู้คนได้มากถึง 150 คนต่อชั่วโมง ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่สร้างมันเพิ่มอีกเพราะเล็งเห็นว่าคะแนนของเขาจะไม่เพียงพอต่อการอัพเกรดอุปกรณ์บนชั้นสอง


    ต่อให้เขาจะได้คะแนนมากมายจากสมาชิกร้านที่เข้าใช้งานอุปกรณ์ภายในชั้นที่ 1 อุปกรณ์เลเวล 2 ที่ติดตั้งชั้นสูงกว่านี้กลับต้องใช้คะแนนมากถึง 10,000 ต่อชิ้น


    เฉินห่าวจึงเก็บแต้มไว้อัพเกรดอุปกรณ์บนชั้นที่ 2 ปล่อยให้สมาชิกภายในชั้น 1 ต่อแถวใช้งานต่อไป


    หากเขานำแต้มทั้งหมดที่ได้จากสมาชิกมาอัพเกรดอุปกรณ์แค่ในชั้น 1 เมื่อถึงจุดที่ฮันเตอร์อัพเลเวลสมาชิก อุปกรณ์บนชั้น 2 จะไม่เพียงพอ เขาจึงปล่อยให้ฮันเตอร์ใช้อุปกรณ์ชั้น 1 เพียง 150 เครื่อง ต่อให้จะต้องรอแถวยาว มันกลับเป็นผลดีกับเขาเช่นกัน การต่อแถวของคนจำนวนมากสามารถดึงดูดลูกค้าคนใหม่ได้เรื่อยๆ เขาจึงปล่อยให้คนที่ไม่ได้ลงคอร์สคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเล่นอุปกรณ์ภายในร้านต่อไป


    “ เถ้าแก่ อย่าลืมนะว่าวันนี้คุณมีนัดกับฮันเตอร์ที่ลงคอร์สปรับปรุงทักษะ ”


    เฉินห่าวกวักมือไล่ให้อ้ายเสินไปทำงาน ผ่านมาแล้ว 7 วันนับตั้งแต่สงครามจบ สมาชิกกลุ่มแรกที่เข้ามาในร้านหลังจากสงครามได้ลงคอร์สปรับทักษะไปทั้งหมด 13 คน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาระบุในแบบแผนว่าจะปรับแก้ไขทักษะให้สมบูรณ์ เฉินห่าวจึงรอฮันเตอร์เหล่านั้นเดินทางกลับมา


    “ เถ้าแก่ ฉันกลับมาแล้ว ”


    “ โอ้ นึกว่าออกไปล่าแล้ว ”


    “ ตอนแรกก็คิดว่าจะเดินทางไปเลยล่ะ แต่กลัวว่าจะเสียอะไรบางอย่างไปก็เลยแวะมาก่อน ”


    “ ใช้ทักษะให้ดูหน่อย ”


    ชายสะพายมีดเริ่มกวัดแกว่งมีดด้วยทักษะดั้งเดิมของตนเอง เพียงแต่ว่าการปรับแต่งของเฉินห่าวทำให้รูปแบบการฟันเปลี่ยนไปหลายกระบวนท่า จากทักษะที่แสดงออกมาใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์ เฉินห่าวจึงใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดให้ไปแล้วบอกอีกฝ่ายลองฟันอีกครั้ง เพียงแต่ว่าครั้งนี้การฟาดฟันสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นจนเจ้าตัวยังตกใจ


    “ เอาล่ะจบคอร์สปรับแก้ทักษะแล้ว หากมีทักษะอื่นต้องการให้ช่วยแก้ไขสามารถกลับมาหาฉันได้เลย ”


    “ วาว ฉันรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นยังไงไม่รู้ ขอบคุณเถ้าแก่ฉันไปล่ะ ”


    เฉินห่าวยิ้มให้ฮันเตอร์แล้วเริ่มสมัครสมาชิกใหม่ไปพร้อมๆกับปรับแก้ไขทักษะให้ฮันเตอร์ที่ซื้อคอร์สเพิ่มเติม จนกระทั่งเวลาล่วงเลยถึง 18.00 น. เขาก็ขึ้นชั้นสองปล่อยให้ฮันเตอร์ออกำลังกายต่อไป โดยมีสมาชิกกลุ่มของอ้ายเสินสับเปลี่ยนกันเข้ามาดูแล


    “ ป๊ะป๋าขอฟางเยื่องเต่ากับกาตุ่ย ”


    “เต่ากับกระต่ายเหรอ ” 


    เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงึก เฉินห่าวรู้สึกเหนื่อยเพราะเขาเล่านิทานเรื่องนี้มาหลายสิบครั้ง มังกรน้อยที่ได้รับความทรงจำของข้ารับใช้เตือนเขาว่าต่อให้จะขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องเล่าเพราะเป็นการกระตุ้นสมองเขาจึงต้องเล่าต่อ


    “ ป๊ะป๋ามีเวอร์ชันใหม่อยากจะฟังหรือเปล่า ”


    “ อยากค่า ”


    “ ดีดี กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายน้อยและเต่าน้อยอยู่สองตัว พวกมันเป็นเพื่อนบ้านกัน ทั้งสองเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก อยู่มาวันหนึ่งมีหมาป่าใจร้ายบุกมา ”


    เด็กน้อยทำหน้ากังวลกลัวว่าเต่ากับกระต่ายจะไม่รอด


    “ หมาป่าตัวที่โผล่มาบาดเจ็บหนัก มันทั้งหิวโซต้องการน้ำและอาหาร แต่แล้วมันก็เหลือบไปเห็นเต่ากับกระต่ายคู่หนึ่งจึงกระโจนเข้าไปดักหน้าแล้วยิงฟันแลบลิ้นใส่ทั้งสอง ”


    เป่าเป้ยขอร้องให้ป๊ะป๋าเล่าต่อหลังจากพักหายใจ


    “ กระต่ายวิ่งไวจึงหลบหนีเข้าไปในโพรงของมัน เต่าน้อยขาสั้นวิ่งไม่ทันจึงหดตัวเข้าไปในกระดอง หมาป่าจึงอ้าปากงับเต่าสุดแรงหวังจะกินให้อิ่ม แต่ไม่ว่ามันจะกัดยังไงฟันของมันก็ไม่สามารถกัดกระดองเต่าได้ ”


    เป่าเป้ยกำมือแน่นลุ้นไปตามๆกัน เธอเอาใจช่วยให้เต่ารอดจากปากหมาป่าไปให้ได้


    “ กระต่ายน้อยเห็นเพื่อนถูกกัดรีบเข้าไปในโพรงแล้วนำไม้เท้าวิเศษออกมาใช้ มันไม่สามารถขอพรให้คนอื่นได้จึงโยนให้เต่าน้อยขอพรให้ตัวเองรอดจากหมาป่า ”


    “ เต่าย้อยจับได้ไหม ”


    “ เต่าน้อยมือสั้นไป หมาป่ามือยาวกว่าจึงคว้าไปยังไม้เท้าได้ก่อน หลังจากที่หมาป่าได้ไม้เท้ามันรู้ว่าสิ่งนี้เป็นไม้เท้าวิเศษจึงคิดจะขอพร มันถูกเพื่อนๆในฝูงรังแกจนบาดเจ็บก็เลยอยากจะแก้แค้น มันเห็นว่าเต่ามีกระดองที่แข็งแกร่งจึงอยากได้กระดองเหมือนเต่า เจ้าหมาป่าจึงชูไม้เท้าเหนือศีรษะอธิฐานขอพร ทันใดนั้นนางฟ้าแสนสวยก็ปรากฎตัวขึ้น ”


    “ หมาป่าขอใยเหยอคะ ”


    “ เจ้าหมาป่าเห็นนางฟ้าตื่นเต้นดีใจ มันรีบอ้าปากเอ่ยกับนางฟ้าไปในทันทีว่าอยากจะเป็นเหมือนเต่า นางฟ้าจึงมองไปยังเต่าน้อยที่อยู่ในปาก หลังจากเห็นว่าเต่าเป็นยังไงเธอจึงเข้าใจสิ่งที่หมาป่าขอก็เลยเปลี่ยนหมาป่าให้เป็นเหมือนเต่า ”


    “ ได้ใยเหยอ ได้กระดองไหม ”


    “ ไม่จ้ะ หมาป่าไม่ได้กระดองเหมือนที่ขอ นางฟ้าไม่เห็นกระดองของเต่าจึงไม่รู้ว่าหมาป่าอยากจะได้กระดอง เธอเห็นแค่ขาสั้นๆของเต่าน้อย ก็เลยเสกให้หมาป่าขาสั้นเหมือนเต่า หมาป่าพบว่าจู่ๆก็ตัวเตี้ยลงตกใจปล่อยเต่าออกจากปาก กระต่ายน้อยรีบวิ่งมาอุ้มเพื่อหนีไปปล่อยให้หมาป่ากรีดร้องไม่พอใจกับพรที่ทำให้มันขาสั้น จบ! ”


    เฉินห่าวรอดูว่าลูกสาวจะแสดงท่าทางยังไง เธอหัวเราะเสียงดังด้วยท่าทางพอใจเมื่อรู้ว่าหมาป่าขาสั้นไปแล้ว


    “ ได้เวลานอนแล้ว ฝันดีนะจ๊ะ” 


    “ ฝันดีค่า ”


    ฉันห่าวห่มผ้าให้เป่าเป้ยแล้วปล่อยให้มังกรดูแลข้างๆเตียง ส่วนเขามีหลายอย่างจำเป็นต้องทำ สิ่งแรกคือเล่นเครื่องกรรเชียงบกเพื่อทดสอบสกิลใหม่ จากนั้นเขาจะดูดซับผลึกมานาระหว่างวันเพื่อเพิ่มเลเวลให้สูงกว่านี้


    ฮึบ!


    ตามร่างกายสัมผัสได้ถึงความปวดร้าวหลังจากร่างกายพายเรือซ้ายขวาด้วยความเร็ว หากเขานั่งอยู่บนเรือ ความเร็วคงทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้วจากการพายที่เกิดขึ้น


    ทันใดนั้นเองเขาก็กรีดร้องออกมาราวกับจะตาย ต่อให้จะพยายามสะกดข่มความเจ็บปวดเอาไว้ก็ตาม ความรู้สึกนี้กลับสะกดข่มเอาไว้ไม่ได้จึงปลดปล่อยเสียงกรี๊ดออกมา


    “ เต่าขาสั้นเหรอ แล้วมันจะวิ่งยังไง ”  เฟยหลงเห็นว่าเจ้านายตัดจบไปดื้อๆมันจึงเกาหัวด้วยความสงสัยอยากรู้ว่าต่อจากนี้ชีวิตของหมาป่าจะเป็นยังไง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เห็นจุดจบจึงปล่อยให้เรื่องนี้ลอยเข้าสู่ก้อนเมฆ


     ยังไม่ทันที่มันจะล้มตัวลงนอน เด็กสาวที่แกล้งหลับได้ลืมตาตื่น มังกรจึงนั่งมองเพราะไม่รู้ว่าเด็กสาวจะพาทำอะไรในคืนนี้


    “ ไปเล่นกานนะ ”


    มังกรส่ายหน้า เจ้าของร้านกำลังออกกำลังกายอยู่ข้างห้อง มันกลัวว่าจะถูกจับได้จึงส่ายหน้าเอาไว้ก่อน เป่าเป้ยกลับไม่ฟังปีนขึ้นมาบนศีรษะของมันแล้วให้ช่วยเปิดประตูออกไป


    มังกรที่ทำตัวเหมือนตุ๊กตาพูดไม่ได้จึงพาบินช้าๆออกจากห้องจนมาถึงห้องข้างๆ 


    เป่าเป้ยยังไม่ง่วงเธอจึงคิดว่าจะมาเล่นข้างๆห้องแต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าป๊ะป๋ายังไม่นอน


    “ ชู่ วันลี้กลับก่อน ป๊ะป๋ายางม่ายหลับ ”


    มังกรน้อยโล่งใจก่อนจะพาเด็กสาวกลับไปนอนพัก มันกลัวว่าตัวเองจะได้ออกกำลังกายอีกครั้งในคืนนี้ นับว่าโชคดีที่เจ้าของร้านใช้ช่วงเวลาหลังที่ลูกสาวหลับเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง


    ตุบ!


    เฉินห่าวทิ้งตัวลงไปบนเบาะรอง ตามร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อเปียกโชก เขานึกว่าตนเองจะตายจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น


    อย่างไรก็ตามเขาไม่ลืมเข้าไปดูหน้าต่างสถานะปรากฎว่าค่าสถานะความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.01 ทว่ากล้ามเนื้อของเขากลับพัฒนาขึ้นกว่าวันก่อน


    กล้ามเนื้อทั่วตัวของเขาพัฒนามากขึ้นกว่าเมื่อวานราวกับว่าเขาออกกำลังกาย 5 ชั่วโมง


    เมื่อรู้ว่ากล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้นโดยการใช้เวลาเท่าเดิม เฉินห่าวจึงออกกำลังกายอีกครั้งหนึ่ง เขาอยากรู้เหมือนกันว่ากล้ามเนื้อจะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนจากพลังแฝงที่ได้จากอุปกรณ์ภายในร้าน




      



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน