ตอนที่ 10 ได้พบกันอีกครั้ง
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ณ สถานที่รกร้างแห่งหนึ่ง บรรยากาศรอบๆ นั้นดูไร้ซึ่งชีวิต มีร่างร่างหนึ่งกำลังเดินอย่างไร้จุดหมาย
เขาเดินตรงไปข้างหน้าเรื่อย ชายคนนั้นเห็นแสงริบหรี่อยู่เบื้องหน้า เขามุ่งตรงไปที่มัน
แสงสว่างห่อหุ้มตัวเขา ทำให้รู้สึกเหมือนกลับมามีพลังอีกครั้ง เขาถอดหมวกเหล็กออก
เผยให้เห็นใบหน้าโชกเืและเต็มไปด้วยาแ แต่เืและแผลค่อยๆ หายไป
มีเงาหนึ่งเดินเข้ามาหาชายคนนั้น หญิงสาวที่ชายคนนั้นคุ้นหน้าเป็อย่างดี
“เ้านั้นยังไม่ตาย มันยังอยู่อยากจะกลับไปแก้แค้นไหมล่ะ”
หญิงสาวในชุดคลุมสีดำถามกับคนตรงหน้าของเธอ มีสายลมพัดมาพร้อมด้วยเสียงกระซิบ
“ตามไปฆ่ามัน ฆ่ามันให้ตาย” เสียงของสายลมพูดกับชายคนนั้น
“ตกลง” ชายคนนั้นตอบกลับ ห้องที่เคยมีแต่สีขาวกลายเป็สีดำ
มีแสงสว่างพุ่งเข้ามาปะทะตัวของชายหนุ่มและกลืนชายคนนั้นให้หายไป
รอยยิ้มอันเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว เธอยิ้มให้กับสิ่งที่ชายตรงหน้าตอบ
ทางด้านแม็กม่า ในตอนเช้าก็เป็เหมือนอย่างเคย แม่ปลุกเขาจากเตียงให้ลงมากินข้าว
เขารีบออกจากบ้านไปโรงเรียนเหมือนอย่างเคย แต่วันนี้ตอนนอกจากบ้านก็พบกับ เรน
เธอกำลังจะไปโรงเรียนเหมือนกัน ทั้งสองได้เดินไปโรงเรียนด้วยกัน
จิน่า ตอนนี้กำลังรอแม็กม่าอยู่ที่หน้าโรงเรียนเป็ประจำ ทั้งสองจะเข้าข้างในพร้อมกันเสมอ
แต่วันนี้แม็กม่าไม่ได้มาคนเดียว เขาเดินมาพร้อมกับเรน เพื่อนร่วมห้องของพวกเขาอีกคน
แน่นอนว่าจิน่าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร แต่ก็ไม่ได้แสดงออกไปมาก
เรนเองก็สงสัยถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง แม็กม่าเป็คนเดียวที่รู้สึกอึดอัด
ณ ห้องเรียน จิน่าถามคำถามที่เธอสงสัย
“นายเป็อะไรกับเธอ” จิน่ากระซิบถามแม็กม่าที่นั่งข้างๆ
“เพื่อนสมัยเด็กนะ เธอย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ” แม็กม่ากระซิบตอบกลับไป
“สมัยเด็กนี้ สมัยไหน” จิน่ายังถามต่อไป
“ั้แ่6ขวบแล้ว แยกกันตอน8ขวบ” แม็กม่าก็ตอบไปโดยไม่ได้ปิดบัง
“งั้นเหรอ รอดตัวไปนะ” จิน่า ทำให้แม็กม่าสงสัยว่า “รอดจากอะไร” แต่ไม่ได้พูดออกไป
ตอนพักเที่ยงปกติแม็กม่าจะแอบขึ้นไปกินข้าวบนดาดฟ้า แต่เรนเรียกไปคุยด้วยก่อน
“ผู้หญิงตอนเช้าคนนั้นเป็อะไรกับนายนะ” เรนถามแม็กม่าที่กำลังเดินขึ้นไป
“เออออ เพื่อนนะ” แม็กม่า ท่าทางของเขาดูแปลกๆ ตอนตอบคำถาม
หลังจากนั้นแม็กม่าก็แอบขึ้นไปบนดาดฟ้า โดยมีเรนแอบตามเขาไปอย่างเงียบๆ
ทางด้านแมวสาว เธอกำลังออกมาเดินเล่นแถวๆ ชานเมืองใกล้ป่าแห่งเสียง
ในครั้งที่แล้วที่มาเธอมาจัดการพวกปีศาจที่ป่าแห่งนี้ ตอนนี้เธอเดินอยู่บนหลังคาบ้านแห่งหนึ่ง
แมวสาวได้ยินเสียงบางอย่างจากโกดังที่อยู่ด้านหน้า เธอจึงเดินไปดู มีคนกำลังทำพิธีอยู่
เป็นักปราบปีศาจหลายคนกำลังร่ายพิธีกรรมบางอย่างเธอดูสนใจมันไม่น้อย
แมวสาวจึงได้นั่งดูอยู่สักพัก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พวกเราทำอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ตามที่อาจารย์ของฉันเคยบอก
การอัญเชิญปีศาจให้มาเป็คู่สัญญาต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่ดีพอ”
นักปราบปีศาจคนหนึ่งพูด
“จริงแล้วไม่ใช้หรอก พวกแกทำพิธีผิดเองต่างหาก” แมวสาวคิดในใจพร้อมเดินจากไป
เธอรู้ั้แ่แรกว่าพวกเขาจะทำอะไร แต่ไม่ได้เขาไปยุ่งเพราะนายท่านสั่งห้ามเอาไว้
เรนที่กำลังแอบตามแม็กม่าไปบนดาดฟ้าก็พบกับอีฟและจิน่าที่กำลังขึ้นไปบนดาดฟ้าเช่นกัน
“จะไปไหนเหรอ คุณนักเรียนใหม่” อีฟทักทายนักเรียนใหม่ที่พึ่งย้ายเข้ามา
“ตามใครบางคนอยู่นะ” เรนตอบกลับ
เธอเห็นจิน่าก็จำได้ว่าเป็คนเดียวกันกับที่รอแม็กม่าอยู่หน้าโรงเรียน
“พวกเธอน่าจะขึ้นไปหาแม็กม่า” เรนที่คิดได้จึงขอตามไปด้วย
อีฟและจิน่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะไปปฏิเสธก็ให้เรนตามพวกเธอขึ้นไปด้วย
แม็กม่านั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นเรนเดอนมาพร้อมกับสองสาวก็มีสะดุ้งเล็กน้อย
“เื่มันเป็ยังไงมายังไงวะเนี่ย” แม็กม่าคิดในใจที่เรนมาพร้อมกันสองสาว
แต่พวกเขาก็นั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่เหมือนจะโชคร้ายอยู่หน่อย
ภารโรงคนหนึ่งดันเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าในตอนที่พวกเขากำลังกินข้าวอยู่
แม็กม่ารู้ตัวคนแรกแต่ก็ปล่อยมันผ่านได้เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง
อีฟที่รู้ว่ามีคนเดินขึ้นมาก็บอกให้ทุกคนไปหาที่แอบ ทั้งสี่จึงวิ่งไปแอบหลังที่เก็บน้ำฝน
แล้วก็ได้ผล ภารโรงไม่เห็นพวกเขา แต่ภารโรงเหมือนจะยืนอยู่นาน
“สถานการณ์แบบนี้มันอะไรกันเนี่ย” แม็กม่าคิดในใจ ที่เก็บน้ำฝนไม่ได้ใหญ่มาก
พวกเขาต้องเบียดกันโดยไม่ให้ภารโรงจับได้ แต่แม็กม่าดันไปอยู่ตรงกลางระหว่างสามสาว
“อย่าขยับสิ แม็กม่า” จิน่ากระซิบให้แม็กม่าอยู่นิ่งๆ
“แบบนี้ใครจะไปนิ่งได้” แม็กม่าแค่คิดในใจ สถานการณ์แบบนี้ผู้ชายคนไหนก็นิ่งไม่ได้
ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่ ภารโรงทำธุระเสร็จเร็วก็ได้เดินลงไปแล้ว ทั้งสี่จึงออกจากที่ซ่อน
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” อีฟพูดขึ้นพร้อมเดินออกมานั่งกินข้าวกันต่อ
“อีฟยังจะนิ่งอยู่ได้อีกนะ ทั้งที่พึ่งผ่านสถานการณ์แบบนั้นมา” จิน่าคิดในใจ
พร้อมหน้าที่แดงของเธอตอนที่กำลังหลบภารโรงอยู่กับแม็กม่า
ชายคนหนึ่งได้มาอยู่ในโลกที่เขาไม่รู้จักผู้คนเดินผ่านเข้าไปมา แถมยังแต่งตัวแปลก
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงแม่น้ำสายหนึ่ง เขาหยุดและมองตามน้ำไปเห็นทะเลอยู่ปลายแม่น้ำ
มีคนเข้ามาถามอาการแปลกของชายคนนั้น แต่เขาไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแม้แต่น้อย
“นี่คุณเป็อะไรหรือเปล่า แต่งตัวแปลกๆ มายืนต้องแม่น้ำแบบนี้”
ชาวบ้านเข้ามาถามชายแปลกหน้าที่แต่งตัวเหมือนพวกนักรบสมัยโบราณ
“฿$^€€$” ฿#€%;€%€#” ฿*€#€” ชายคนนั้นพูดภาษาอะไรบางอย่างที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ
ชาวบ้านจึงได้แจ้งตำรวจให้มาพาตัวชายคนนี้ไม่ดูแล แต่ชายแปลกหน้าไปเดินจากไปซะก่อน
เขาเดินเข้ามาในเมือง มันก็เป็เวลาใกล้มืดแล้ว ชายแปลกหน้าหาไม้กำลังจะทำคบไฟ
แต่มีแสงสว่างปรากฏขึ้นรอบตัว มันคือไฟจากเสาไฟและตึกในตัวเมืองใหญ่
ชายคนนั้นใและวิ่งหนีทันที เขาวิ่งหนีสิ่งไม่รู้จักและวิ่งไปไกลจากจุดที่ตัวเองอยู่ตอนแรก
แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่แสงไฟประหลาดที่ชายคนนั้นไม่รู้จัก
สายลมพร้อมเสียงกระซิบแบบเดิมก็ได้พัดผ่านตัวเขาอีกครั้ง
“ฆ่ามัน ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่าพวกปีศาจ” สายลมพูดกับสายคนนั้น
มีคู่หูสองตำรวจเดินเข้ามาถามชายที่แต่งตัวประหลาด
“นี่คุณเป็อะไรหรือเปล่า” ตำรวจถามชายที่แต่งตัวประหลาด
ชายตรงหน้าไม่ได้ตอบกลับ แต่หยิบดาบจากเอวออกมาพร้อมฟันใส่ตำรวจเคราะห์ร้ายคนนั้น
ตำรวจอีกคนไม่รอช้าหยิบปืนขึ้นมายิงใส่คนร้ายทันที แต่ะุถูกหยุดได้ด้วยดาบ
เืสีแดงพุ่งออกจากร่างตำรวจคนนั้นและเขาก็ล้มลงจมกองเืไปอีกคน
ทางด้านแม็กม่าตอนนี้กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับสามสาวบรรยากาศดูอึดอัดสำหรับทั้งสามคน
มีเพียงอีฟที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเกี่ยวกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ เลย เรนกำลังจะพูดบางอย่าง
แต่เสียงหมดเวลาพักเที่ยงดังขึ้นแล้ว ทั้งสี่จึงต้องกลับลงไปที่ห้องเรียน
ในตอนเย็นหลังจากทั้งสี่กลับถึงบ้าน ในข่าวด่วนกระจายทั่วเมือง
ข่าวเื่มีช่วยคลุ้มคลั่งออกอาละวาดทั่วภายในตัวเมือง มีตำรวจหลายนายได้รับาเ็
ถึงขั้นต้องใช้กองกำลังทางทหารเพื่อหยุดชายคนเดียว แม็กม่านั่งดูข่าวอยู่
การถ่ายทอดสดเผยให้เห็นชายที่กำลังออกอาละวาดอยู่
สิ่งที่ชายคนนั้นทำราวกับหลุดมาจากโลกแฟนตาซี มีทั้งดาบและเวทมนตร์ถูกปล่อยออกมา
แต่ที่แม็กม่าสนใจคือใบหน้าของชายคนนั้น เขาเคยเห็นมันมาก่อนและจำได้ติดตา
“ทำไมหนึ่งในผู้กล้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เดี๋ยวก่อนพลังที่ไอ้ผู้กล้านั้นใช้คือพลังของยัยเทพธิดานี่น่า
ยัยเทพธิดาตัวแสบทำเื่อีกแล้วสินะ” แม็กม่าััได้ถึงพลังของเทพธิดาในตัวของผู้กล้า
“เ้านั้นโดนควบคุมไปแล้ว ไม่คิดเลยว่ายัยเทพธิดาสามารถส่งคนมาโลกนี้ได้ด้วย”
แม็กม่านึกไปถึงตอนที่โดนแสงสว่างส่งไปยังต่างโลก ที่แรกที่ไปโผล่คือห้องสีขาว
มีเทพธิดาองค์หนึ่งเดินออกมาพร้อมยืนบางอย่างให้ หลังจากนั้นทั้งห้องก็กลายเป็สีดำ
รู้ตัวอีกที่ก็กลายเป็ปีศาจและถูกกำหนดให้เป็าาปีศาจ
“พลังของปีศาจนี่น่า แถมยังทรงพลังอีก ต้องไปหยุดชายคนนั้น” จิน่าที่ดูข่าวอยู่ก็กำลังจะออกไป
แต่อีฟก็มาถึงโบสถ์พอดี เธอมาชวนจิน่าได้ด้วยกัน แถมยังพาคนขององค์กรวาติกันมาด้วย
ไปสู้คนเดียวคงไม่ใช้ความคิดที่ดีสักเท่าไร พวกเขารวมตัวกันไปจัดการชายคนนั้น
สถานการณ์ในตัวเมืองเริ่มเลวร้ายขึ้นอีกหลังจากชายคนนั้นอาละวาดทำลายตึกและบ้านเรือน
ถล่มลงมา กองทหารขนาดใหญ่พึ่งจะมาถึง คำสั่งใช้อาวุธาได้ถูกสั่งมาแล้ว
ปืนใหญ่ของรถถังถูกยิงออกไป เสียงะเิดังไปทั่วบริเวณ แต่ชายคนนั้นยังยืนอยู่
เขากำลังจะโจมตีใส่รถถังที่ยิงปืนใหญ่ใส่ก็ถูกหยุดด้วยอะไรบางอย่าง
ฝุ่นกระจายทั่วบริเวณ บดบังสายตาของคนที่อยู่รอบๆ และนักข่าวที่รายงานข่าวอยู่
ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นด้านในฝุ่นที่กำลังตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
คนจำนวนมากปรากฏขึ้นและล้อมชายที่กำลังอาละวาดอยู่ หนึ่งในนั้นคือ จิน่าและอีฟ
พวกนักปราบปีศาจได้มาถึงที่นี่แล้ว พวกเขาพร้อมใจคถาสะกดปีศาจใส่ชายที่กำลังอาละวาด
น่าแปลกที่คถาสะกดปีศาจใช้กับมนุษย์ได้ เป็เพราะชายที่กำลังอาละวาดอยู่ถูกควบคุมโดยปีศาจ
ทำให้สิ่งที่นักปราบปีศาจทำได้ผล แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือความแตกต่างของพลัง
แม้จะมีจำนวนมากกว่า แต่พวกเขาเทียบพลังกับชายตรงหน้าไม่ได้เลย
ถึงจะรวมพลังกันก็หยุดชายตรงหน้าไม่ได้ เขาดิ้นหลุดจากคถถาได้อย่างไม่อยากเย็น
และคนแรกที่ชายคนนั้นจะโจมตีใส่ก็คือจิน่า เธอยืนอยู่ใกล้ที่สุด ความเร็วของเขาเร็วกว่ามาก
ไม่มีใครสามารถหยุดได้ทัน ความตายกำลังจะเข้าถึงตัวของจิน่าแต่ก็ถึงหยุดไว้โดยใครบางคน
ไม่สิต้องเรียกว่าปีศาจต่างหาก ร่างขนาดใหญ่ได้หยุดดาบที่สามารถตัดตึกใหญ่ๆ ให้ขาดได้
พร้อมด้วยปีศาจที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีลักษณะภายนอกคล้ายแมว
“ไม่เจอกันนานนะเ้าผู้กล้า ไม่คิดว่าจะออกมาไล่ฆ่าคนเลยนะเนี่ย” ปีศาจที่หยุดดาบ
ได้พูดกับชายที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ ชายตรงหน้าหยุดทันทีที่เห็นปีศาจตนนี้
“แกไอ้าาปีศาจสารเลว” อดีตผู้กล้าพูด ตอนนี้เขาไม่ใช้ผู้กล้าอีกแล้ว
ร่างภายนอกเปลี่ยนั้แ่มาถึงโลกนี้แล้วและเมื่อเห็นศัตรูของเขาก็กลายร่างเป็ปีศาจ
และเข้าสู้กับาาปีศาจโดยไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อย
นักปราบปีศาจที่อยู่ในเห็นการก็ทำได้แค่ยืนดูอยู่เฉยๆ การต่อสู้นี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเข้าไปช่วยได้
อดีตผู้กล้าได้โจมตีใส่อย่างไม่ยั้งมือ แต่าาปีศาจก็ใช้แค่มือเดียวปัดการโจมตีได้ทั้งหมด
มันไม่ใช้การต่อสู้ด้วยซ้ำ ราวกับผู้ใหญ่กำลังแกล้งเด็กซะมากกว่า
แมวสาวก็ยืนดูอยู่เงียบๆ ถ้านายท่านไม่ได้สั่งอะไร เธอก็ไม่ทำอะไรเช่นกัน
“ี้เีจะเล่นกันแกต่อแล้วละ จบแค่นี้เลยละกัน กลับไปหายัยเทพธิดาของแกซะ”
าาปีศาจพูดพร้อมวาดวงกลมขึ้นกลางอากาศ สสารสีดำปรากฏขึ้นพร้อมดูดอดีตผู้กล้าหายไป
การอาละวาดถูกหยุดได้แล้วและฝุ่นที่บดบังอยู่กำลังจะหายไป นักปราบปีศาจยังทำตัวไม่ถูก
ปีศาจสองตัวตรงหน้า้าอะไรกันแน่ พวกเขาเดาไม่ออกจริงๆ
ทำได้แค่ปล่อยให้ปีศาจสองตัวนั้นหายวับไปในความมืด ก่อนจะหายไปาาปีศาจหันมามองจิน่า
พวกนักปราบปีศาจรีบพากันหนีออกจากที่เกิดเหตุ พวกเขาไม่้าให้โลกรู้ความจริงว่า
โลกใบนี้ยังมีปีศาจค่อยออกอาละวาดอยู่ จิน่ายังช็อกอยู่ที่ได้สบตากับาาปีศาจ
ความรู้สึกแปลกแต่ก็คุ้นเคยเกิดขึ้นในใจ “มันคืออะไรกันแน่นะ” จิน่าถามตัวเธอเอง
“ทำไมถึงออกมาช่วยงั้นหรือคะ” แมวสาวถามเ้านายของเธอ
ครั้งนี้เธอกล้าที่จะถามแม้จะโดนลงโทษก็ตาม
“ไม่รู้สิ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน กลับบ้านกันดีกว่า” นายท่านของแมวสาวพาเธอกลับไปบ้าน