พอกลับถึงบ้านด้วยเนื้อตัวเปียกโชก มิกะกุไม่ได้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับครอบครัวฟัง แต่เธอกลับใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ร่างบางเดินเข้าห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอทิ้งกระเป๋าลงบนพื้น แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ถอดเสื้อชุดนักเรียนเปียกปอนออก เปลื้องเปล่าเปลือยเผยผิวขาวผ่องมีรอยแดงของนิ้วมืออยู่ตามร่างกาย เธอเดินไปที่อ่างแล้วแช่ตัวในน้ำอุ่น มิกะกุยื่นไปหยิบขวดหนึ่งมา เธอเปิดฝาแล้วเทราดลงในอ่าง ทันใดนั้นสีน้ำก็แปรเปลี่ยนเป็ฉานสีแดง เธอค่อยบรรจงยกยิ้มอ่อนแล้วเกยศีรษะกับขอบอ่างพลางหัวเราะคิกคัก ใบหน้านั้นดูพึงพอใจเป็อย่างมาก ั์ตาเล็กคู่กลมค่อยปิดลงจนสนิท เธอพยายามหอบหายใจให้เป็ปกติ ปานว่าเื่ก่อนหน้านี้มันเป็เื่ตื่นเต้นยังไงยังงั้น
ย่ำยามเช้าของวันอาทิตย์ มิกะกุออกมาเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน เธอหอบเอาหีบหนึ่งขนาดกลางอุ้มออกมาด้วย เดินตรงไปยังโคนต้นไม้หนึ่ง มันเป็ต้นใหญ่พอควร ทว่าหากมองดูดีๆ จะเห็นหลุมหนึ่งถูกขุดไว้รออยู่ มันไม่ใหญ่มาก แต่ลึกราวห้าสิบเิเ แล้วมิกะกุก็เอาหีบมาวางใกล้ๆ เปิดออก มีขวดสามสี่ขวดใหญ่ มันบรรจุน้ำสีแดงคล้ายสตอเบอรี่ปั่น แม่สาวน้อยผู้นี้คงจะชอบสีแดง แม้แต่เล็บของเธอยังเคลือบสีนั้นเอาไว้ มิกะกุคร่ำครวญอะไรสักอย่าง เธอเปิดฝาขวดน้ำเทลงใส่หลุม แล้วเอาดินฝังกลบไว้ ซึ่งสิ่งที่เธอกระทำมันก็เหมือนเอายาบำรุงหรือน้ำหมักมาเทใส่ต้นไม้นั่นเอง พอเสร็จ มิกะกุก็เดินกลับเหมือนมันเป็กิจวัตรของเธอ พอตกเย็นมาเธอก็ทำแบบนั้นอีก เหมือนน้ำในขวดนั่นจะสำคัญต่อต้นไม้ต้นนั้น เธอกระทำมันอย่างนั้นเรื่อยๆ
ในครอบครัวเด็กสาว เหมือนทุกคนจะไม่ใส่ใจกิจของกัน จะไม่ว่าด่า ไม่ดุ ไม่ตักเตือนใดๆ แม้บุตรสาวจะออกไปข้างนอก ฮิโระโตะผู้เป็พ่อก็ไม่ว่าอะไร พอกลับดึกดื่นอากิระผู้เป็แม่ก็ไม่สนใจ ประหนึ่งพวกเขาเป็คนแปลกหน้าที่พักอาศัยอยู่ในเรือนเดียวกัน ทุกๆ วันมิกะกุจะเขียนไดอารี่ เธอพยายามเขียนบางอย่างแล้วพับเก็บมันไว้อย่างดี ใส่กล่องซึ่งมีกุญแจล็อกไว้ เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจการเรียนมากนัก แต่ก็ไปโรงเรียนไม่ขาด คราก่อนก็มีข่าวให้หวั่นใจ เกิดการฆาตกรรมขึ้นในโรงเรียนมัธยมปลายอิสึโนะ เด็กสาววัยสิบแปดปีถูกแทงที่ทรวงอกข้างซ้ายซึ่งคาดว่าเสียชีวิตทันที เด็กสาวมีร่างกายบอบช้ำ ทั้งแก้มที่ถูกกรีดจนเป็แผลลึก ทั้งอวัยวะเพศถูกทิ่มด้วยของแข็ง ร่างนั้นดับอนาถและถูกพบในชั้นเรียน ่ก่อเหตุคาดว่าเป็เวลาหลังเลิกเรียน ทางเ้าหน้าที่คาดว่าคงจะเป็คนในพื้นที่ แต่เหตุดังกล่าวยังไม่สามารถหาตัวผู้ร้ายได้เพราะหลักฐานใดๆ กลับไม่เจอ ทั้งร่องรอยของผู้ที่อยู่ใกล้ในเวลานั้น ก็ไม่มีเลย แม้แต่กล้องวงจรก็จับใครไม่ได้ แทบไม่มีร่องรอยของคนในบริเวณนั้น ส่วนคนที่พบก็เป็ภารโรงแก่ๆ มาพบเอาก็ตอนเช้า ตาเล่าว่า่หลังเลิกเรียนเด็กๆ มักไม่ค่อยรีบกลับกันจึงคิดว่าเป็เื่ปกติประจำ จึงไม่ได้ใส่ใจเดินตรวจตรา จะทำก็แต่ปิดห้อง ปิดไฟ และปิดรั้วเมื่อถึงเวลา เพราะอย่างไรเด็กพวกนั้นก็หาทางออกกันได้ บอกว่าพวกเขาทำกันเป็ประจำ จนไม่นึกแคลงใจ เหตุสลดในวันนั้นกลับทิ้งไว้ให้เป็ปริศนา แต่พวกเด็กๆ ทั้งครูก็เข้าเรียนเข้าสอนและตามปกติ แม้จะปิดเรียนชั่วคราวเพื่อให้เื่นั้นสงบลงแต่ผู้คนกลับหวาดหวั่นไม่นานก็ใช้ชีวิตปกติกัน คงจะมีแต่นักสืบที่ป้วนเปี้ยนไม่รามือ
และเื่อย่างว่า ทั้งการฉุด การลักพาตัว แม้แต่ลวนลามข่มขืนกลับเป็เื่ธรรมดาของเด็กๆ ไม่รู้ว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปั้แ่ตอนไหนถึงได้วิบัติเสียขนาดนี้
ไม่นานมิกะกุก็เลี่ยงใช้เส้นทางเดิม เธออ้อมมาใช้รถไฟแทนทั้งที่เดินไปนั้นเร็วกว่าเป็ไหนๆ ขบวนรถไฟขาไปขากลับยามเย็นนั้นแออัดไปด้วยผู้คนหลากหลายอายุ แต่ทุกคนก็พยายามใช้กันเพราะเส้นทางเดียวนั้นเชื่อมได้หลายจุดและไม่ยุ่งยากต่อการเดินทางแต่ต้องทนเบียดเสียดกันแค่นั้นเอง มิกะกุยืนอิงผนัง เธอหลุบมองเท้าตัวเองเหมือนกลัว ร่างบางทนเบียดกายกับคนแปลกหน้า แล้วจู่ๆ ก็มีมือจัญไรมาขยุ้มเอาแก้มก้นเธอ มิกะกุสะดุ้งตื่น เธอเบี่ยงกายหลบมือทรามนั่น แล้วไปชนกับอีกคน เขาเอามือมาประคองเหมือนพยายามพยุงเธอไว้ไม่ให้ล้ม แต่กลับรวบเอาเอวบางมากอดเสียเอง มิกะกุเร่งผลักร่างหนาออก แล้วถอยร่นหนีจากกลุ่มคนพวกนั้น เธอมาเจอะกับเพื่อนร่วมชั้น ชื่อ อาโออิ เด็กสาวรุ่นเดียวกันทักทายมิกะกุด้วยรอยยิ้ม เธอจึงยิ้มตอบ ทั้งสองต่างหาคำมาสนทนากันเสียงเบา พอล่วงเวลาใกล้ถึงจุดหมาย อาโออิเอ่ยลากับมิกะกุ มิกะกุเองก็ร่ำลาเพื่อนสาวเช่นกัน พอลงถึงสถานี เธอนั่งรอที่ป้ายรถเมล์เหมือนรั้งรอใครบางคน แล้วคนคนนั้นก็มาปรากฏตัวต่อหน้า เขาแต่งกายเรียบร้อย สวมเสื้อผ้าดูดี ชายผู้นั้นคือหนุ่มบาริสต้า นามว่าคิริโตะ เขาเป็พนักงานคาเฟ่ใกล้ๆ บ้าน มิกะกุได้พบเจอกับชายหนุ่มหลายครั้ง แต่เบื้องลึกเื้ัของเขาเธอไม่รู้ เขาบอกไว้เมื่อคราก่อน หากเธอขัดขืนหรือไปแจ้งความ เขาจะฆ่าเธอ หากเธอมีน้องหรือเพื่อนเขาจะกระทำเช่นเดียวกัน มิกะกุจึงไม่ต่อวาจา เธอทำตามคำของคิริโตะอย่างว่าง่าย วันนี้เขานัดให้เธอมาพบที่สถานี คิริโตะทักทายเด็กสาวเสมือนคู่รัก เขาซื้อช่อดอกไม้มาให้ เขาจับมือเธอแล้วพาเดินไปทางหนึ่ง มันเขียนว่าชั้นใต้ดิน พอเดินมาได้สักพักมันห่างไกลพอควร เขาพาเดินมาในที่ลับตาคน ทั้งมันก็มืดสนิทอีกด้วย มีไฟแวบๆ วับๆ ติดๆ ดับๆ อยู่หลอดหนึ่ง เขาเบี่ยงเดินเลี่ยงพาเธอมาหลบมุมเสา พลางผลักเธอให้พิงเสา แล้วส่งเสียงคำราม
"เธอทำอะไรบนรถไฟ อย่าคิดว่าผมไม่เห็นนะ"
"เอ่อ..ฉะ ฉัน..."
"ผมบอกแล้วไงว่าเธอเป็ของผม อยากรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเธอไม่ทำตาม"
คิริโตะขู่เสียงแข็ง เขาดึงเอาดอกไม้ดอกหนึ่งในช่อที่เธอถืออยู่มาจ่อที่ปากพลางบอกให้เธออมมัน เธอคาบดอกกุหลาบแดงนั้นไว้ตามที่เขาสั่ง ในมือยังถือช่อนั่นอยู่ คิริโตะบอกให้เธอถือช่อดอกไม้เอาไว้ให้ดีห้ามทำแม้แต่กลีบมันร่วงหล่น เขาสั่งคำขาด แล้วมือสากก็จับให้เธอหันเข้าเสาปูนขนาดกว้างห้าสิบเิเ ซึ่งมันสามารถเป็กำบังอันดีได้เลยทีเดียว คิริโตะเลิกกระโปรงนักเรียนของเธอขึ้น แล้วดึงกางเกงในสีขาวลงมาครึ่งขาเด็กสาว เขาเองก็เร่งรูดซิป แล้วเอาเ้าตัวขึงขังให้เด้งออกมา เอามันจ่อเข้าที่โพรงหวาม เขาทรุดตัวถลาชนเธอแรงๆ ร่างบางจึงปะทะกับเสาปูนแล้วต้องกระดกสะโพกขึ้นรับความเป็ชายของเขา เธอส่งเสียงอื้ออ้าพลางเหลือกตาถลนออกด้วยความจุกทั้งแรงกระแทกที่เขาดุดันมันเข้ามา มิกะกุหาได้ลืมว่าตนถือช่อดอกไม้อยู่เธอกำมันแน่นจนยับย่น มีหนามแหลมเล็กปักเข้าที่ฝ่ามือบอบบางจนมีเืออก แต่เหมือนความเจ็บเพียงเท่านั้นไม่เป็อุปสรรคในการร่วมรักกับชายหนุ่ม เธอกระดกสะโพกขึ้นรับจังหวะเข้าออกถี่ๆ ของเขา มือหยาบเร่งไปขยี้ยอดสวาทรัวๆ ให้เธอขมิบตอดรัดลำกายแรงๆ จนเกิดความเสียวสยิวขึ้นพานให้สะโพกสอบขยับในท่วงท่าพิสดาร คิริโตะยื่นมือไปขย้ำอกนุ่มบีบกำมันจนร่างบางสั่นสะท้านบิดตัวเร่าๆ เขาทำอย่างนั้นอยู่หลายนาทีพร้อมกับสอดกายเข้าออกถี่ๆ แล้วร่างสาวอ่อนเปลี้ยก็ทรุดลงกับพื้น เธอหอบหายใจแรงๆ เขากลับต่อว่าเธอเพราะถูกขัด แรงอารมณ์เดือดๆ ก็พุ่งสูง มือใหญ่คว้าเอาสะโพกผายยกขึ้นสูงให้รองรับกับกายขึงขัง แล้วชายหนุ่มก็เริ่มบรรเลงความป่าเถื่อน เขาไม่รีรอและไม่ใส่ใจกับเสียงครางโอดโอยของเธอ มีแต่ขยับย่ำซอยถี่ระรัวจนร่างสูงกระตุกเกร็ง พอเขาเสร็จสมดั่งใจ ก็หันมาดูความเรียบร้อยของตัวเอง พลางบอกให้มิกะกุเร่งแต่งตัวให้เรียบร้อย ใบหน้าสาวน้อยมีน้ำใสคลออยู่รำไร แต่เธอก็ยอมทำตามคำพูดของเขา มือเล็กสั่นเทาพยายามจัดเสื้อให้เรียบร้อย
พอบทรักอันดิบเถื่อนจบลง คิริโตะก็พาเด็กสาวไปทานมื้อเย็น แล้วไปต่อที่ร้านคาราโอเกะ ชายหนุ่มเปิดเพลงเสียงดังทว่ากลับไม่ได้สนใจดนตรีเลย เขาให้ความสนใจกับเรือนร่างบอบบางที่นอนขนานนาบกับโซฟา ั์ตาคมสั่นระริก พลางจับต้นขาเรียวให้ขนานไปกับตัวเด็กสาว เผยให้เห็นช่อดอกไม้งามฉ่ำน้ำหวาน อ้ากลีบให้เห็นรูเสียวซ่านมันสะท้อนแสงหลากสีของไฟห้อง ภาพนี้เบื้องหน้าคงไปกระตุ้นความกระหายของผู้ล่า เขามองมันนิ่งตาวาววับแล้วโน้มลงไป่ชิมช่อผกาอย่างบ้าคลั่ง ลิ้นสากดูดดึงเลียกลีบบางเล่นจนน้ำผุดออกมา แล้วประกบปากดูดเอาช่อน้ำหวานแรงๆ ผู้ที่ถูกกระทำราวกับจะเดี้ยงดับ เธอดิ้นพล่านไม่หยุดพลันส่งเสียงร้องระงม มือเรียวเร่งควานหาอะไรมาจับ คงจะรู้สึกเหมือนเธอกำลังลอยละล่องไปถิ่นที่อื่น พลันร่างสูงหยุดทันใด เขาเลียล่อรำไรที่ริมฝีปากเปื้อนน้ำหวานแล้วมองไปที่ดวงหน้างาม ตอนนี้มันยับยู่ยี่ทั้งผมเผ้าและเสื้อนักเรียน คิริโตะหยัดกายขึ้น เขาแทรกตัวให้เข้าใกล้จุดสวาทแล้วจับลำกายแข็งโด่ให้เชื่อมกับโพรงหอมหวาน ร่างสูงค่อยๆ ไถลมันเข้าไปเชื่องช้า เหมือนจะให้เธอรับรู้ถึงความแข็งความใหญ่ของมัน มิกะกุพลางมองใบหน้าสวยของคิริโตะราวกับรั้งรอบางสิ่งอย่างใจจดใจจ่อ แล้วเอ็นไร้กระดูกอันนั้นก็แทรกลึกจนสุดลำ เขาจับขาทั้งสองข้างของเธอฉีกแยกออกกว้างจนกลีบดอกเบ่งบานรับเอาทุกสัดส่วนของชายหนุ่ม คิริโตะหัวเราะร่วนถูกอกถูกใจ เขาพร่ำมองดวงหน้าหวานสายตาเยิ้ม แล้วค่อยบรรเลงสะโพกสอบเรียกเสียงครางของสาวน้อยให้ดังระงม เมื่อจังหวะเนิบนาบมันให้ความรู้สึกดี คิริโตะค่อยๆ ถลาลงขนาบกับกายบาง แล้วขยับท่วงทำนอง่ช้า ถูไถให้อกแกร่งเสียดสีกับทรวงอกอิ่ม เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้แล้วพรมจูบบนแก้มนวล จากนั้นก็มอบจุมพิตให้เด็กสาว เธอรับเอาลิ้นร้อนๆ ที่แทรกซ้อนเคลื่อนไหลยึกยือภายใน ร่างบางเผลอไผลกับท่าทีช่ำชองเธอยกขาขึ้นโอบสะโพกสอบที่กำลังเคลื่อนไหวเชื่องช้าอย่างเร้าให้อารมณ์เดือด พอจังหวะช้าผ่านไป ประกอบดนตรีเร็วระรัวของเพลงร็อกพอดี คิริโตะจึงขยับเร่งจังหวะเร็วขึ้น พานให้ร่างบางหดกายรับจังหวะหนักหน่วง
"อ๊ะ อ๊ะๆๆๆ" เธอกรีดร้องออกมาปานขาดใจเมื่อเขาซอยถี่ระรัวไม่หยุดหย่อน ทั้งที่เธอเสร็จสมไปแล้ว ทว่าเขายังขยับร่วนจ้วงลึกจนสุดใจ แล้วร่างสูงก็กระตุกเกร็ง เขาหอบหายใจถี่ๆ ปล่อยให้น้ำบ้าคลั่งมันไหลใส่ช่องสวาทจนหมด
"ฮาา.."
ทว่าเขายังไม่ยอมถอดถอนตัวจากช่องหวานล้ำ พอทั้งสองหายใจในจังหวะปกติ เขาก็จับให้ร่างเด็กสาวลุกขึ้น เขายืนขึ้นเต็มความสูงแล้วเพ่งมองจุดเสียวซ่านที่เชื่อมกันระหว่างเขาและเธอ มิกะกุเองก็มองมันเช่นกัน เขาอุ้มเธอขึ้นจากโซฟา มิกะกุจึงรีบคว้ากอดคอคิริโตะเอาไว้ทั้งขาและแขนรัดร่างสูงไว้ราวกลัวจะตกหล่น คิริโตะแสยะยิ้ม มือใหญ่จึงกอบโกยเอาก้นงามงอนออกแรงเคล้นคลึงให้มันเบียดเสียดกับลำกาย ร่างสูงขยับเท้าเดินไปยังโต๊ะ ขณะที่เดินเขาก็เคลื่อนไหวเข้าออกช่องสวาทอย่างใจเย็น หยอกล้อช่อผกาให้น้ำหวานมันไหลรั่วลงขา ลงพื้นห้อง มิกะกุหลับตาพริ้มรับรู้ถึงความสยิวที่เกิดขึ้น เธอร้องครางเป็จังหวะ พอมาถึงโต๊ะคิริโตะก็หยิบเอาน้ำเปล่ามาดื่ม เขาไม่ลืมป้อนให้เธอด้วยปาก จากนั้นทั้งสองก็เริ่มบรรเลงความเสียวซ่านต่อในท่ายืน มิกะกุกอดลำคอแกร่งแน่น ปล่อยให้ส่วนล่างรับการกระแทกอย่างเต็มที่ เธอร้องระงมเสียงดังกับจังหวะดุดัน มันเข้าลึกและััส่วนแปลกใหม่ ท่านี้ทำให้เธอร้องครวญจนใจสั่น เขาเองก็ไม่ต่างกัน เรือนร่างนุ่มนิ่มเขาดูดดึงไม่ยอมปล่อย คิริโตะรู้สึกเหมือนส่วนนั้นของตนจะขาดรอนๆ เขาจึงขย้ำแก้มก้นสองข้างแรงๆ สี่ห้าที พร้อมกับเร่งขยับถี่ๆ จนโพรงหวานปล่อยตัวอ่อนระทวยให้ลำกายแข็งขึงเคลื่อนไหวได้ตาม้า คิริโตะคำรามเสียงต่ำ เขากัดเข้าที่ไหลมนแรงๆ มิกะกุจึงร้องออกมาพร้อมกับกระตุกเกร็ง เขาเองก็คำรามลั่นพลันเร่งขยับเข้าออกลึกดิ่งหนักหน่วงจนร่างหนาเปล่งเสียงสุขสมออกมา
**********