ห้าวันต่อมา ขบวนเดินทางของท่านผู้ตรวจการหัวเมืองทางเหนือก็กลับมาถึงเมืองหลวง นั่นย่อมหมายถึงเซี่ยงมู่หยางได้กลับจวนด้วยเช่นกัน
หลังจากเข้าไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว เขาก็กลับเข้ามาที่เรือนหลักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและนำเสื้อผ้าเก่าที่ต้องซักให้บ่าวไปจัดการ
อิ๋นซวงเห็นวัสดุสีดำแปลกตาคล้ายห่อผ้าบรรจุสิ่งของที่เขาแบกขึ้นหลังมาจากเรือนอนุจางตั้งแต่ก่อนออกเดินทางก็รู้ว่าของสิ่งนั้นเป็นจางซูถิงที่มอบให้เขา เขายังพกมันติดตัวไปตอนเดินทางออกนอกเมือง ทั้งยังพกมาจนถึงเวลานี้อีก นางตั้งใจจะเข้าไปเปิดดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แต่เจ้าของจวนกลับบอกว่า
“ของในกระเป๋านั้นเจ้าไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
มือของอิ๋นซวงที่กำลังจะจับ ‘กระเป๋าเป้’ ขึ้นมาถึงกับต้องหยุดชะงักลง นางได้แต่เม้มปากด้วยความไม่พอใจแต่ก็ค้อมหัวรับคำ หันไปจัดการข้าวของอื่น ๆ ของเขาแทน เมื่ออิ๋นซวงออกไปจากห้องของเขาแล้ว เขาก็เอ่ยถามขึ้นทั้ง ๆ ที่ในห้องไม่เหลือใครอยู่สักคน
“นางอยู่ที่นี่เป็นอย่างไร”
เล่าตง คือองครักษ์เงาที่เซี่ยงมู่หยางทิ้งไว้ให้คอยดูแลความปลอดภัยที่เรือนท้ายจวนตั้งแต่ครั้งที่อนุภรรยาของเขาสงสัยว่ามีคนคิดปองร้ายนางอยู่ ตระกูลเซี่ยงที่เป็นตระกูลทหารเลี้ยงคนฝีมือดีมาหลายรุ่น แม้รุ่นเขาจะเบนเข็มมาเป็นบัณฑิตแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งคนเหล่านั้น ยังคงให้ฝึกฝนฝีมืออย่างสม่ำเสมอ ทำหน้าที่ดูแลตระกูลเซี่ยง และรับภารกิจพิเศษเช่นเดิม
เล่าตงไม่รู้จะเริ่มเล่าจากจุดใดก่อนดี เพราะสิ่งที่อนุจางทำตลอดเวลาที่เซี่ยงมู่หยางออกนอกเมืองไปมีมากมายอย่างที่เขาคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องรายงานไปตามจริง
เซี่ยงมู่หยางฟังรายงานของเล่าตงด้วยความรู้สึกผิดคาด เขาคาดหวังจะได้ฟังคำรายงานทำนองว่า ‘วัน ๆ นางเอาแต่ทำตัวขี้เกียจอยู่ในเรือน หลังจากกินเสร็จแล้วก็นอน’ หรืออะไรทำนองนี้ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับตรงกันข้ามชนิดปากเหวกับก้นเหวเลยทีเดียว
เขาถึงขั้นอยากให้คนเอาก้อนหินยักษ์ไปอุดช่องสุนัขลอดท้ายจวนนั่นให้รู้แล้วรู้รอดไป มีที่ไหน … แอบแต่งเป็นบุรุษแล้วหนีออกไปด้านนอกด้วยทางสุนัขลอด!
“มีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ จางอี๋เหนียงยังสามารถวาดภาพได้งดงามยิ่งนัก อย่าหาว่าข้าน้อยเข้าข้างอี๋เหนียงเลยนะขอรับ แต่ข้าน้อยคิดว่าอี๋เหนียงวาดภาพได้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าท่านปรมาจารย์สุ่ยถงหนานอีกขอรับ”
สุ่ยถงหนาน คือนามของศิลปินสูงวัยผู้เชี่ยวชาญด้านการวาดภาพจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วแคว้นถังให้เป็นปรมาจารย์ในด้านนี้ ภาพวาดของเขามักจะอยู่ในพระราชวังเสียเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาก็คือตามจวนขุนนางระดับสูง หรือในสำนักศึกษาหลวงเพื่อให้เหล่าบัณฑิตทั่วแคว้นได้ใช้ในการศึกษาการวาดภาพต่อไป หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไปตกอยู่ในมือคหบดีผู้มีฐานะร่ำรวย น้อยนักที่จะหลุดไปถึงมือของชาวบ้านทั่วไปได้
เล่าตงอยากจะบอกอีกว่าคำว่า ‘เยี่ยมยอดกว่าเป็นสิบเป็นร้อยเท่า’ ก็ยังไม่ถือว่าเกินจริงนัก แต่เกรงว่านายท่านจะไม่เชื่อ เขาเองก็คงไม่เชื่อเช่นกันหากไม่ได้เห็นภาพไป๋เสวี่ยกงจู่ในเรือนท้ายจวน และไม่ได้เห็นนางนั่งปัดพู่กันลงสีภาพวาดสตรีที่นางเรียกว่า ‘ฮุยกูเหนียง’ ด้วยตาของตนเอง เขามั่นใจว่าต่อให้เป็นท่านปรมาจารย์สุ่ยถงหนานก็ไม่สามารถผสมสีและระบายสีออกมาให้ภาพมีความซับซ้อนดูมีมิติเสมือนจริงได้เท่าอนุจางอย่างแน่นอน
คำรายงานสุดท้ายของเล่าตงทำให้เซี่ยงมู่หยางประหลาดใจอีกครั้ง สตรีผู้นั้นน่ะหรือจะวาดภาพได้งดงามยิ่งกว่าสุ่ยถงหนาน เขาไม่เคยเห็นอุปกรณ์วาดภาพในเรือนของนางเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าภาพวาดนั้นอยู่ที่ใด”
“ภาพแรกจางอี๋เหนียงขนไปที่ร้านอวี้ปี่ของหลิวเจี้ยนเช่นเดียวกับของชิ้นอื่น ๆ ส่วนภาพที่สองนางกำลังวาดอยู่ที่เรือนขอรับ”
เซี่ยงมู่หยางขมวดคิ้วครุ่นคิดตามคำบอก เป็นไปได้ว่านางจะนำภาพวาดไปขายให้กับหลิวเจี้ยน แต่เล่าตงกล่าวว่าภาพวาดนั้นงดงามยิ่งกว่าภาพวาดในตำนานของแคว้นถังเสียอีก เช่นนั้นมันจึงไม่น่าจะถูกวางขายในร้านทั่วไปเป็นแน่ ความคิดหนึ่งที่เขาคิดขึ้นมาได้ก็คือภาพนั้นอาจจะถูกนำไปประมูลที่ โรงประมูลจินอิ๋นจูเป่า ของหลิวเจี้ยนก็เป็นได้
ก่อนที่เล่าตงจะกลับไปเฝ้าอยู่ที่เรือนท้ายจวนตามเดิม เซี่ยงมู่หยางเรียกเขาเอาไว้ แล้วสั่งให้ทำภารกิจพิเศษเร่งด่วนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เล่าตงไม่แปลกใจกับคำสั่งนั้นแม้แต่น้อย ทั้งยังเห็นว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำอีกด้วย จึงรีบไปจัดการให้เสร็จสิ้นก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
*** ประกาศ : E-book เล่ม 1 จะวางขายใน MEB วันพรุ่งนี้ (25 ก.พ. 66) นะคะ (เรื่องนี้มี 2 เล่มจบ / เล่ม 2 วางขายไม่เกินสิ้นเดือนหน้าค่ะ)
