ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 97 สังหารทางอ้อม
เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง สถานการณ์ของฝ่ายกองกำลังรอสบ้าที่เคยรักษาสภาพสมดุลไว้ได้เริ่มกลายเป็นเสียเปรียบ คนของมันตายไปแล้วถึงสามคน หนึ่งคนเป็นฝีมือของหานฮวา อีกสองคนที่เหลือล้วนมาจากฝีมือของคาลอส ดูเหมือนพวกมันจะดูแคลนความสามารถของชายหนุ่มร่างสูงต่ำไป
ชายหน้าบากที่เริ่มเห็นว่าตนเองเสียเปรียบมากจนเกินไป ทั้งยังไม่น่าจะกู้สถานการณ์กลับมาได้ ก็กัดฟันแน่น
เป้าหมายของกองกำลังรอสบ้าคือกล่องทองคำที่อยู่ในการครอบครองของหญิงสาว ซึ่งพวกมันท้าทายบททดสอบด้วยตนเองไม่ได้ อสูรควันพวกนั้นมีแต่พลังหยางบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะทำลายได้ ในเมื่อทำลายไม่ได้ก็ให้คนอื่นทำลายให้เสียก็สิ้นเรื่อง จริงไหม?
พวกมันวางแผนมาอย่างดี รอคอยโอกาสที่พอเหมาะพอดีเพื่อรับสมบัติต่อมาจากหญิงสาว แต่ใครเล่าจะรู้ว่าจะมีตัวแปรไม่คาดฝันอย่างชายหนุ่มอีกสองคนอยู่ที่นี่!
จำนวนคนกว่าสิบคน อาวุธยุทโธปกรณ์มากมายที่เตรียมพร้อมมาเพื่อจัดการกับหญิงสาวเป็นการเฉพาะ มาดหมายว่าจะเข่นฆ่าให้ตายตกฝังกลบอยู่ในมิติแห่งนี้ สุดท้ายแผนทั้งหมดกลับพังไม่เป็นท่า!
'เพราะไอ้อ้วนไอ้ผอม สองคนนี้แท้ๆ!' ชายหน้าบากทำได้เพียงขู่คำรามอยู่ในลำคอ ส่งสายตาอาฆาตไปให้คาลอสและฮิคาริส ก่อนจะตะโกนเรียกพรรคพวกทุกคน
“กลับมารวมตัว!” พลังเสียงของอเวกระดับแปดกระจายไปทั่วห้อง
ชายชุดหนังดำขลับทั้งหกคนปลีกตัวออกจากการต่อสู้ พุ่งกลับมารวมกลุ่มกับชายหน้าบากทันที
พวกมันเริ่มอ่อนล้าอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งสู้ก็ยิ่งเสียเปรียบ ใช้ทุกอย่างที่มีแล้วแต่ก็ยังจัดการคนทั้งสามไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงคำสั่งจึงไม่ลังเลเลยที่จะถอยกลับ
คาลอสและชายร่างอ้วนที่ปลดเปลื้องภาระออกไปได้ก็ค่อยๆ ขยับเข้าหาหญิงสาว
ทั้งสองฝั่งต่างก็จดจ้องกัน ฝั่งของหญิงสาวเองก็ไม่รู้ว่าพวกกองกำลังรอสบ้าต้องการจะทำอะไรต่อไป บางทีมันอาจจะมีแผนอะไรอีกก็ได้
“เหลือเวลาเท่าไหร่?” ชายหน้าบากกระซิบแผ่วเบาถามชายที่อยู่ข้างๆ แต่สายตายังจับจ้องไปที่กลุ่มของคาลอสไม่วางตา
“สามสิบเก้านาทีขอรับ” ชายที่อยู่ด้านข้างรู้หน้าที่ มันก้มลงมองอุปกรณ์บางอย่าง ก่อนจะแจ้งคำตอบกลับไป
“อืม น่าจะพอดี” ชายหน้าบากพยักหน้าให้กับตนเอง ใบหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดูหนักใจ แต่สุดท้ายก็กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง
แววตาของมันเปลี่ยนเป็นเฉียบคม เก็บกระบองกลับเข้าไปที่ข้างเอว จากนั้นจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ล้วงหยิบบางสิ่งออกมา
“AZ-Q2 ใช้งานรูปแบบกักขัง!” มันตะโกนเสียงดังให้อีกหกคนรับรู้ทันทีที่ล้วงมือหยิบของ
อีกหกร่างพร้อมใจกันหยิบอุปกรณ์บางอย่างขึ้นมาทันที มันเป็นคริสตัลสีเขียวเรืองแสงอ่อนๆ ดูไม่น่าไว้วางใจอย่างยิ่ง
“ไป!” สิ้นเสียงของชายหน้าบากทุกคนต่างปาคริสตัลออกไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่มีอันไหนเลยที่พุ่งเข้าใส่กลุ่มของคาลอสโดยตรง พวกมันเบี่ยงไปรอบๆ ล้อมทั้งสามคนเอาไว้
จากนั้นคนทั้งเจ็ดก็พุ่งตัวหลบหนีทันที
คาลอส และหานฮวาตอบสนองพร้อมกัน พวกเขาพยายามกระโดดออกจากจุดที่ตนเองอยู่……แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ไกลพอ
คริสตัลสีเขียวแตกกระจายกลายเป็นของเหลวหนืด แผ่ออกรอบด้านเป็นวงกว้าง กว้างจนเกินกว่าระยะการหลบหนีอย่างฉับพลันของคนทั้งคู่จะหลบได้
ดึ๋ง
ของเหลวหนืดพุ่งเข้าเกาะกุมต้นขาของคนทั้งสามไว้แน่น ไม่ว่าจะหลบหนี หรือยืนเฉยๆ ก็ไม่สามารถรอดพ้นของเหลวสีเขียวที่พุ่งเข้ามาหาได้ มันราวกับเป็นมือของปีศาจที่พยายามพันธนาการกลุ่มของคาลอสเอาไว้
ของเหลวสีเขียวม้วนตัวเกาะกุมร่างของทั้งสามไว้ถึงครึ่งตัว กลายเป็นพังผืดเหนียวหนึบ
ฟิ่ว
เครื่องมือบางอย่างถูกชายหน้าบากปาออกไป มันพุ่งลงในแอ่งของเหลวเหนียวหนืด ไม่นานมันก็ปล่อยสารบางอย่างเข้าทำปฏิกิริยากับของเหลวสีเขียวบนพื้น
ของเหลวหนืดๆ เริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นของแข็งทันที และมันค่อยๆ ลามไปเรื่อยจนของเหลวทั้งหมดกลายเป็นของแข็ง รวมถึงส่วนที่เกาะติดอยู่บนร่างของผู้โชคร้ายทั้งสามด้วย
ใบหน้าของชายหน้าบากดูเจ็บปวดอย่างยิ่ง ใครเห็นก็รู้ว่าสิ่งของที่เขาใช้ออกไปเมื่อครู่จะต้องมีค่ามีราคาไม่น้อยจึงทำให้แสดงความปวดใจออกมาขนาดนั้น
“ถ้ากองกำลังรอสบ้าไม่ได้ครอบครอง ก็อย่าคิดว่าจะมีใครได้มันกลับไป!” ชายหน้าบากกดเสียงต่ำ ส่งเสียงผ่านไรฟัน “พวกเจ้าบังคับให้ข้าต้องใช้ของทดลองที่เหลืออยู่แค่ไม่กี่อัน! ฉะนั้นก็ตายอยู่ที่นี่ไปเสียเถอะ”
กลุ่มกองกำลังรอสบ้ามองพวกของคาลอสอย่างอาฆาตแค้น แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะหวาดกลัวแอ่งสีเขียวตรงหน้านี้ไม่น้อย ไม่มีสักคนที่ยอมเข้าใกล้มันในระยะน้อยกว่าห้าเมตร
กลุ่มของคาลอสทั้งสามคนพยายามออกแรงดึงตัวเองออกมาจากแอ่งสีเขียว แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ยิ่งตอนที่มันกลายเป็นของแข็ง ร่างของทั้งสามคนก็เหมือนถูกตรึงไว้อยู่กับที่ไม่ให้เดินไปไหน
ปัก!
หานฮวา หญิงสาวหนึ่งเดียวหัวเสียแทบคลั่ง ฟันกระบี่ในมือเข้าใส่แอ่งสีเขียวตรงแทบเท้าด้วยแรงทั้งหมด แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะเลวร้ายกว่าที่คิด
ไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งของมันเท่านั้นที่น่าหวาดกลัว แต่ความยืดหยุ่นของมันในสถานะก่อนหน้าก็ยังคงไว้อย่างครบถ้วน ทันทีที่คมกระบี่แทรกตัวเข้าไปภายในแอ่งสีเขียวได้หนึ่งนิ้ว แรงบีบมหาศาลก็ตรึงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ แม้หญิงสาวจะออกแรงเพื่อดึงกลับ แต่ตัวกระบี่ก็แทบจะไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนว่าแอ่งที่เคยเป็นของเหลวเหนียวหนืดมันพยายามจะดึงกระบี่ของหญิงสาวให้จมลึกมากขึ้นไปอีก
กลุ่มชายในชุดหนังดำขลับเห็นภาพนั้นก็หน้าตาซีดเซียว ดูเหมือนว่าพวกมันจะคิดถูกที่ไม่เข้าไปใกล้ของเหลวเหนียวหนืดนั่น แม้จะกลายสภาพเป็นของแข็งไปแล้ว แต่ความร้ายกาจของมันก็ยังไม่จบสิ้น
คาลอสมองสภาพทุลักทุเลของหญิงสาวแล้วก็แอบคิดว่าตนโชคดีที่ไม่ใช้ขวานเพลิงสุริยันตัดลงไปบนแอ่งสีเขียว ไม่เช่นนั้นสภาพอาจจะไม่ต่างจากหญิงสาวมากนักในตอนนี้ อาวุธของคาลอสจะค่อนข้างพิเศษก็จริง แต่ขนาดอาวุธของหญิงสาวที่ไม่ธรรมดาเช่นกันยังยากจะดึงรั้งกลับมา คาลอสคิดว่าตนเองไม่ควรเสี่ยงเอาขวานที่บรรพบุรุษมอบให้ไปจุ่มในสสารประหลาดที่ไม่ทราบที่มาเช่นนี้
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองฝ่ายตรงข้ามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ภายในใจของเขา แต่ทันทีที่เห็นชายหน้าบากซึ่งยืนอยู่ตรงกลางขยับมือจะเอื้อมไปที่ด้านหลัง คาลอสก็สะบัดขวานออกไปทันที
คมขวานเปล่งแสงสีแดงจ้า ปลดปล่อยคลื่นพลังงานออกไปเป็นวง มันพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มคนจากกองกำลังรอสบ้าด้วยความเร็วสูง
“อึก!” ชายหน้าบากกำลังจะหยิบระเบิดที่เหลืออยู่มาปาส่งท้าย ต้องรั้งมือกลับทันที ยกมือขึ้นเกร็งกำลังสุดตัวป้องกันพลังที่พุ่งเข้ามาให้ได้ทันท่วงที
ชี่!
ฝับ
คลื่นพลังงานสีแดงที่พุ่งเข้าใส่นั้นรุนแรงมาก มันเจาะทะลุชั้นผิวหนังตรงลึกไปถึงชั้นกระดูกก่อนจะหยุดลง กลิ่นเหม็นไหม้โชยออกจากบาดแผล
ถึงแม้จะไม่ได้สร้างบาดแผลน่าหวาดกลัวเอาไว้ แต่หลังออกจากที่นี่ไป ชายหน้าบากคงต้องกลับไปพักรักษาตัวอีกสักพักใหญ่
แต่คนที่โชคร้ายคือคนที่ยืนอยู่ใกล้ชายหน้าบากมากที่สุด เพราะมันวางใจมากเกินไป ทั้งยังมีประสาทสัมผัสที่ช้ากว่าคลื่นพลังที่พุ่งเข้ามา คลื่นพลังงานส่วนที่เหลือจึงตัดเข้าใส่ลำคอของมันอย่างจัง แม้จะไม่สามารถเฉือนลำคอได้จนสมบูรณ์ แต่ความลึกที่กินเข้าไปมากกว่าครึ่งก็ทำให้มันหมดโอกาสรอดชีวิตเป็นที่เรียบร้อย
เข่าของมันค่อยๆ ทรุดลง ร่างสั่นกระตุกอยู่ที่พื้น ดวงตาเบิกกว้าง ไม่คิดว่าตนเองจะตกตายกลายเป็นศพง่ายดายเพียงนี้
กลุ่มชายชุดหนังสีดำที่เหลือตื่นตระหนกทันที ใครจะคาดคิดว่าชายหนุ่มยังมีความสามารถในการปล่อยพลังงานออกนอกร่างกายได้ไกลและรุนแรงเช่นนี้อยู่อีก
ทั้งชายหน้าบากและกลุ่มชายชุดหนังที่ยังรอดชีวิตรีบพุ่งตัวออกห่างจากกลุ่มของคาลอสทันที พวกมันหนีไปไกลจนแทบจะออกไปหน้าห้องทดสอบ
พวกมันยืนมองกลุ่มของคาลอสอย่างไม่ไว้วางใจครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าสื่อสารกันเอง
การต่อสู้ที่ผ่านมามันสูญเสียผู้คนไปมาก ไม่คิดเลยว่าคนกว่าสิบคนจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ถึงสี่ แถมยังไม่ได้อะไรติดมือกลับไปด้วยซ้ำ ภารกิจก็ทำไม่สำเร็จ นับเป็นความอัปยศของพวกมันอย่างยิ่ง
ใบหน้าของกลุ่มชายชุดหนังสีดำเต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พวกมันไม่สามารถสูญเสียไปมากกว่านี้ได้แล้ว ในที่สุดชายหน้าบากก็ตัดสินใจว่าจะถอยกลับ แม้จะไม่ได้เห็นกับตาว่าเป้าหมายของพวกมันตายหมดแล้ว แต่ก็เชื่อได้ว่าพวกนั้นคงไม่สามารถหลุดออกจากพันธนาการได้ภายในครึ่งชั่วโมงแน่
สสารที่แม้แต่พวกมันยังหวาดกลัว แม้จะเป็นของที่อยู่ในการทดลอง แต่อย่างไรเขาก็คิดว่ามันน่าจะแสดงผลได้สักครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
'ต่อให้พวกมันหลุดออกมาจาก AZ-Q2 ได้ภายในครึ่งชั่วโมง ก็คงจะเป็นไม่ได้ที่จะมุ่งหน้าไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุดได้ภายในเจ็ดนาที' ชายหน้าบากคิดอยู่ภายในใจ พร้อมกับยกอุปกรณ์บอกเวลาขึ้นมาดู
“ไปเถอะ ทิ้งพวกมันไว้ที่นี่ ให้มันตายอยู่ในนี้” ชายหน้าบากออกคำสั่งเด็ดขาด แม้เขาอยากจะฆ่าอีกฝ่ายด้วยมือตนเองใจจะขาด แต่รู้ดีว่ามันเสี่ยงเกินไป อีกฝ่ายใช่จะเป็นลูกพลับนิ่มให้เคี้ยวง่ายๆ เสียเมื่อไหร่
ชายหน้าบากพูดจบก็พุ่งตัวถอยหลัง ใบหน้ายังจับจ้องมาทางกลุ่มคนทั้งสามซึ่งอยู่กึ่งกลางห้องด้วยความหวาดระแวง เมื่อพ้นระยะจึงพลิกตัวกลับไป และกลุ่มชายชุดหนังอีกห้าชีวิตที่เหลือก็พุ่งร่างตามชายหน้าบากไปตามๆ กัน พวกมันสูญเสียกันมามากแล้ว อยากจะรีบออกจากที่นี่ให้ได้สักที ออกไปรอดูประตูมิติที่ปิดตัวลง เอาแค่พอให้เห็นว่าคนทั้งสามไม่มีวันจะได้กลับออกมาก็คงช่วยให้พวกมันใจชื้นขึ้นได้มาก ต่อให้เป็นการฆ่ากลุ่มของคาลอสทางอ้อม แต่แค่นั้นก็พอจะทำให้พวกมันรู้สึกว่าตนเองได้ชำระแค้นให้กับพรรคพวกที่สูญเสียชีวิตแล้ว
กลุ่มอัจฉริยะวัยเยาว์จากกองกำลังรอสบ้าค่อยๆ หายไปตามทางเดิน ทิ้งสองชายหนึ่งหญิงให้ติดอยู่ในแอ่งสีเขียวไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้