ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 4 บทที่ 103 ไทม์ไลน์เพื่อนในนรก

    บทที่ 103 ไทม์ไลน์เพื่อนในนรก

         ยมทูตขาวมีเรื่องจะขอร้อง

         เย่จื่อเฉินเห็นข้อความก็เกิดความลังเลอยู่นาน

         ไม่ว่าเขาจะคิดสักเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถช่วยอะไรยมทูตขาวได้

         หรือว่ายมทูตดำจะรังแกเธออีกแล้ว?

         ถ้าอย่างนั้นตัวเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้เขาไม่สามารถไปปรโลกเพื่อต่อยยมทูตดำได้ อีกอย่างต่อให้ไปได้ที่นั่นมันก็เป็นถิ่นของพวกเขา สุดท้ายใครจะต่อยใครก็ยังไม่รู้เลย

         เย่จื่อเฉิน : มีเรื่องอะไร?

         เย่จื่อเฉินเลือกที่จะตอบกลับไป หลังจากที่ลังเลอยู่นาน

         ยมทูตขาว : เธออยู่จริงๆด้วย ดีเลย

         สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นที่ออกมาจากตัวอักษร เย่จื่อเฉินเกาหัวแล้วตอบกลับไป

         เย่จื่อเฉิน : เอ่อคุณบอกว่ามีเรื่องจะขอร้องผม?

         ยมทูตขาว : อ๋อ ใช่คืออย่างนี้นะ อีกไม่นานจะถึงวันเกิดของพญายมราชแล้ว ฉันในฐานะที่เป็นยมทูตย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมอบของขวัญให้พญายมราช แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่มีเงินเลย…

         เย่จื่อเฉินถึงกับขำจนไหล่สั่น

         ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เชื่อในพระเจ้าแต่เมื่อก่อนเขาก็มีความอยากรู้เกี่ยวกับเทพหรือผีพวกนี้เหมือนกัน เลยไปค้นหาข้อมูลในไป๋ตู้

         หัวหน้าของแดนปรโลกคือจักรพรรดิเทียนฉีเหรินเซิงที่ดูแลสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลก จากนั้นจึงเป็นจักรพรรดิเป่ยอินเฟิงตู สุดท้ายคือจักรพรรดิภูตผีทั้งห้า

         ถัดจากจักรพรรดิภูตผีทั้งห้าไปคือพญายมราช

         ถ้าพวกเขาอยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้ ก็จะเทียบเท่าได้กับระดับผู้จัดการ

         ยมทูตขาวอยู่ในนรกก็น่าจะอยู่ในระดับหัวหน้างานฝึกหัดแล้วการที่จะมอบของขวัญให้กับเจ้านาย จะต้องมอบของชิ้นใหญ่ให้อยู่แล้ว

         เย่จื่อเฉิน : คุณอยากมอบอะไรให้พญายมราช?

         ยมทูตขาว : ของที่ไม่ธรรมดาเกินไปก็โอเคแล้ว

          ยมทูตขาวยังไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของเธอกับเย่จื่อเฉินก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

         เย่จื่อเฉิน : โอเคเข้าใจแล้ว

         เย่จื่อเฉินพยักหน้า จากนั้นจึงเริ่มรื้อข้าวของภายในห้อง

         เขาก็ไม่ค่อยรู้ว่าอะไรเป็นของหายากในนรกแต่มันก็น่าจะคล้ายกับบนสวรรค์

         เท่าที่ฟังดูพญายมราชก็อายุไม่น้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นบุหรี่ก็อาจจะถูกใจเขา

         เย่จื่อเฉินหยิบบุหรี่ออกมาจากลิ้นชัก ก่อนจะทำการสแกนเหมือนปกติ

         ติ๊ง!

          การส่งล้มเหลว คุณยังไม่ได้รับอนุญาตการเปิดใช้งาน

         มองบุหรี่ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในโทรศัพท์ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอนั้นเย่จื่อเฉินก็ชะงักไปเล็กน้อย

         สถานการณ์แบบนี้ เขาไม่เคยเจอมาก่อน

         หรือว่าจะทำผิดวิธี?

         เย่จื่อเฉิน : ผมส่งไปให้คุณไม่ได้มันขึ้นแจ้งเตือนว่าไม่อนุญาต

          เย่จื่อเฉินส่งข้อความไปให้ยมทูตขาวในฐานะที่เธอเป็นคนในนรก เธอน่าจะเข้าใจ

         ติ๊ง!

         เพิ่งส่งข้อความไป ยมทูตขาวก็ส่งอั่งเปามาให้เขาหนึ่งซอง

         กดรับ

          ยันต์คุมผี ×1

         ติ๊ง!

          เปิดระบบไทน์ไลน์ในนรก

          เปิดระบบฟังก์ชันอั่งเปาในนรก

          เปิดระบบกล่องหยินหยาง

          เปิดระบบแผนที่โลก

         การเปิดใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ ทำเอาเย่จื่อเฉินงงไปทันที จนกระทั่งกดไปถึงฟังก์ชันคำว่า ‘ฉัน’ อันนั้นก็เห็นว่ามีโปรไฟล์รูปผีน้อยปรากฏขึ้นมาด้านล่างของหีบสมบัติ และแอปเถาเป่าจริงๆด้านบนเขียนไว้ว่า ‘กล่องหยินหยาง’

         เมื่อเปิดกล่องหยินหยาง ก็เห็นว่าภายในกล่องมียันต์ที่เพิ่งได้รับมาจากยมทูตขาววางอยู่หนึ่งแผ่น

          ยันต์คุมผี : สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในแดนปรโลก

          ประสิทธิผล : ใช้เพื่อควบคุมกลุ่มภูตผีจำนวนครั้งในการควบคุมผีในปัจจุบันเหลืออยู่ 3 ครั้ง

         ยมทูตขาว : อันนั้นฉันลองส่งให้เธอดูมันน่าจะส่งไปถึงเธอแล้ว

         ทางฝั่งของยมทูตขาวส่งข้อความหนึ่งกลับมา เย่จื่อเฉินเปิดหน้าฟังก์ชันสแกน

         ติ๊ง!

         ส่งไปได้แล้ว

         ยมทูตขาวได้รับอั่งเปาของคุณ

         ยมทูตขาว : ที่เธอส่งมาให้ฉันมันเรียกว่าบุหรี่ใช่ไหม?

         หลังจากที่ยมทูตขาวได้รับอั่งเปาแล้ว ก็ได้ส่งข้อความมาหนึ่งข้อความเย่จื่อเฉินที่เห็นข้อความก็ตกใจทันที เธอรู้จักบุหรี่ได้ยังไง

         เย่จื่อเฉิน : ใช่มันคือบุหรี่ หรือว่าในนรกของพวกคุณก็มีสิ่งนี้เหมือนกัน?

         ติ๊ง!

          ระดับความสนิทของคุณกับยมทูตขาวเพิ่มขึ้น 100 ระดับความสนิทปัจจุบันอยู่ที่ 300

         ยมทูตขาว : ไม่มีแต่ยมทูตอย่างเราจะได้กลิ่นนี้อยู่บ่อยๆ เวลาไปโลกมนุษย์ แต่ก่อนพญายมราชก็เคยพูดไว้ว่าอยากลองบุหรี่ของโลกมนุษย์ขอบคุณเธอมากจริงๆ

         เมื่อเห็นข้อความนี้หัวใจที่ตื่นตระหนกของเย่จื่อเฉินถึงได้ผ่อนคลายลง

         ในนรกก็ไม่มีสินค้าของโลกมนุษย์เหมือนกัน

         เย่จื่อเฉิน : ไม่ต้องเกรงใจๆแต่ว่าผมมีเรื่องหนึ่งที่ต้องขอร้องคุณเหมือนกัน

         ยมทูตขาว : เรื่องอะไรเหรอ?

         เย่จื่อเฉินเอื้อมมือไปลูบเนตรมังกรที่วางอยู่ข้างๆ หมอนเล็กน้อย ก่อนจะส่งข้อความกลับไป

         เย่จื่อเฉิน : ผมอยากรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะทำให้คนที่ยังไม่สิ้นอายุขัยฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง?

         ยมทูตขาว : เธอถามแทนเด็กผู้หญิงที่อยู่กับเธอวันนั้นสินะ

         เย่จื่อเฉิน : ใช่

         ถึงแม้ว่าช่วงนี้หลิวฉิงที่อยู่กับเขาจะดูมีความสุขมากและบางครั้งก็สะดวก ต่อให้เป็นตอนที่อยู่คนเดียวก็ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยว

         แต่เขาก็ยังจำคำพูดของตัวเองที่พูดกับหลิวฉิงในตอนที่ให้เธอมาอยู่กับตัวเองได้

         ว่าจะทำให้เธอฟื้นขึ้นมา

         ให้เธอได้แก้แค้น

         ในตอนนั้นที่ช่วยคุณซูเขาก็คิดว่าจะใช้ยาฟื้นคืนชีพเก้าระดับคืนชีพให้กับหลิวฉิง

         แต่ว่าร่างเดิมของหลิวฉิงโดนเผาจนมอดไหม้ไปแล้วถ้าไม่มีร่างเดิมก็ไม่มีทางที่วิญญาณจะกลับเข้าร่างได้

         ยมทูตขาว : ถ้าต้องการทำให้เธอฟื้นคืนชีพก็เป็นสิ่งที่น่าจะทำได้

         เย่จื่อเฉิน : ทำยังไง

         ลมหายใจของเย่จื่อเฉินเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้นแต่คำตอบของยมทูตขาวกลับทำให้หัวใจของเขาดิ่งวูบลงทันที

         ยมทูตขาว : แต่ฉันไม่แน่ใจ

         ไม่แน่ใจแล้วคุณจะพูดออกมาทำไมเล่า

         เย่จื่อเฉินจะด่าแล้วนะ

         ยมทูตขาวส่งข้อความมาอีกครั้งราวกับสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเย่จื่อเฉิน

         ยมทูตขาว : พญายมราชน่าจะรู้ดีเดี๋ยวถึงงานเลี้ยงฉลองวันเกิด ฉันจะช่วยถามให้เธอนะ

         เย่จื่อเฉิน : ขอบคุณมาก

         พอส่งข้อความไปแล้ว เย่จื่อเฉินก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดแล้วเอนตัวลงบนที่นอน

         ดูท่าว่า ถ้าอยากคืนชีพให้หลิวฉิงก็ยังต้องใช้เวลาสักพักแต่ที่ทำให้ปวดหัวที่สุดก็คือเรื่องแก้แค้นนี่แหละ

         อีกฝ่าย น่าจะจัดการไม่ได้ง่ายๆ เสียแล้ว

         วันต่อมา เมื่อเย่จื่อเฉินกลับมาที่มหาลัยเขาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของกระแสความนิยม

         เดินไปที่ไหนก็มีแต่ผู้หญิงตะโกนชื่อของเขายิ่งไปกว่านั้นคือพวกเธอมาขอถ่ายรูปกับเขาด้วย แถมบางคนก็แอบยัดกระดาษโน้ตใส่มือเขา

         ในกระดาษมีเบอร์โทรศัพท์ ดูท่าว่าจะตั้งตารอคอยให้เขานัดเดต

         ส่วนคังเผิงกับไป๋อี่ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วพวกเขาไม่กี่คนในห้องจึงคิดว่าจะออกไปกินข้าวข้างนอกสักมื้อเป็นการฉลอง

         เพิ่งลงมาจากตึก เย่จื่อเฉินก็เห็นลีมูซีนสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ข้างล่างของตึกประตูรถเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับที่มีชายชุดดำสองสามคนเดินลงมาจากรถ

         เย่จื่อเฉินกุมขมับหยุดยืนอยู่กับที่ ในตอนนั้นเองชายชุดดำถึงได้เดินมาหาเขา

         “คุณชายเย่”

         ดูจากการแต่งตัวของคนพวกนี้ บวกกับรถลีมูซีนตามแบบของหน่วยงานบริษัทเย่จื่อเฉินก็เดาได้ถึงสาเหตุในการที่พวกเขามาที่นี่

         “ผมบอกไปแล้วไงว่าไม่อยากเข้าวงการบันเทิง คุณกลับไปบอกเจ้านายของพวกคุณด้วยว่าต่อไปไม่ต้องมาหาผมที่มหาลัยอีก ทำแบบนี้มันทำให้ผมลำบากนะ”

         เย่จื่อเฉินเหลือบมองนักศึกษาที่เข้ามามุงดูรอบๆ เล็กน้อยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจ

         ชายหนุ่มที่สวมแว่นกันแดดยืนอยู่หน้าสุดเม้มปากยิ้ม ก่อนจะหยิบเอาบัตรงานคอนเสิร์ตหลายใบออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นมาทางเขา

         “คุณชายเย่ที่พวกเรามาครั้งนี้ไม่ได้มาขอให้คุณเข้าทำงานกับบริษัทของเราแต่คุณหยางอี่ฉือวานให้พวกเราเอาบัตรงานคอนเสิร์ตมาให้คุณครับ”

         บัตรงานคอนเสิร์ต?

         เย่จื่อเฉินเลิกคิ้ว เขารู้ว่าหยางอี่ฉือดังมากในวงการภาพยนตร์แต่ไม่ยักรู้ว่าเธอก็เป็นนักร้องด้วย

         “หยางอี่ฉือให้พวกคุณเอามาให้ผมเหรอ?”

         “ครับ แล้วคุณหยางยังให้พวกผมมากำชับกับคุณว่าเธอจะรอคุณอยู่ที่นั่นอีกอย่างประธานหูบอสของพวกผมยังให้พวกผมบอกกับคุณว่า ถ้าคุณไม่เข้าวงการบันเทิงมันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ”

         หัวเราะเล็กน้อยแล้วชายหนุ่มสวมแว่นตาดำก็หันมาพูดด้วยรอยยิ้มกับเย่จื่อเฉิน

         “คุณชายเย่ มีคำพูดอะไรจะฝากให้พวกผมไปบอกไหมครับ?”

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน