เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 16 สยบหมื่นอสรพิษ


    รอจนกระทั่งฉวีชุยจากไป เจวี๋ยหวู่หมิงซึ่งกำลังคิดจะกลืนกินศพหมาป่าที่เหลือ ถึงแม้จะมีปริมาณที่ไม่มากมายนัก แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้สิ้นสูญเปล่าได้ ยามนี้ ทันใดนั้นก็พลันมีเสียงประหลาดดังขึ้นมาจากอีกทางด้านหนึ่ง : “ฟ่อฟ่อ” ! “ฟ่อฟ่อ” …… เสียงนั้นยังคงดังขึ้นไม่จบไม่สิ้น อีกทั้งยังดังเข้ามาจากทุกสารทิศ เขาที่กำลังรู้สึกประหลาดใจ จนกวาดสายตามองออกไป ก็ถึงกับต้องมองเข้าไปด้วยความตกใจ : ทั้งในพุ่มไม้ บนพื้น บนต้นไม้ ภายในถ้ำหุบเขา ในแต่ละแห่งหน ได้เกิดเป็นสีสันประหลาดกันตัดสลับกัน จนชมเป็นที่ละลานตา ไม่ว่าจะเป็นงูพิษน้อยใหญ่ แทบจะเลื้อยคลานออกมาจากที่ซ่อนตัวโดยที่ไม่ได้นัดหมายเอาไว้ จากหลากหลายเส้นทาง ที่เต็มพื้นที่ไปกันหมด เพียงแค่พบเห็นก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการขนลุกขนพองขึ้นมาได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ก็ได้มีงูเหลือบยักษ์สีดำที่มีลำตัวหนาเท่าโอ่งน้ำอยู่ตัวหนึ่ง เลื้อยอยู่บนพื้นด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับแผ่นเกล็ดที่หมดจดไร้ซึ่งริ้วรอยแต่ละแผ่นที่เสียดสีกับพื้นดินไปมาไม่หยุด เส้นทางที่ฝูงงูได้ผันผ่าน สิงสาราสัตว์แต่ละชนิดที่หากว่าอยู่เบื้องหน้าพวกมัน แต่ละตนแต่ละตัวล้วนแต่แตกฮือกันออกไป พร้อมกับการหลบหนีมุ่งหน้าไปยังทุกสารทิศไปกันไม่หยุดไม่หย่อน ภายใต้ฝูงงูที่มีปริมาณนับไม่ถ้วนเช่นนี้ แทบจะไม่ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตปกติจะสามารถต่อกรกันได้เลยด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นพยัคฆ์ช่ำราชสีห์ชองตนใด เมื่อตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ ก็มีแต่ต้องถูกฝูงอสรพิษกลุ่มนี้กัดกินจนแม้แต่กระดูกก็ยังแทบจะไม่หลงเหลือ เป้าหมายของพวกมันเห็นได้ชัดว่าย่อมต้องเป็นซากศพหมาป่านับไม่ถ้วนที่อยู่รอบกายของเจวี๋ยหวู่หมิง งูพิษกว่าพันเกือบหมื่นตัว ได้มุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นเพียงแห่งเดียว ด้วยผลกระทบเช่นนี้ ไม่อาจที่จะไม่บอกได้ว่าแผ่ขยายวงกว้างได้มากมายนัก ทุกจุดที่ได้เลื้อยผ่าน แทบจะเรียกได้ว่าเป็นวาระแห่งการสูญพันธ์ของร้อยพันธุ์สัตว์ “ไม่แปลกใจเลยที่เป็นถึงเทือกเขาผานเสอ ถึงกับมีงูพิษนานาพันธุ์ได้มากมายถึงเพียงนี้ ดูเหมือนว่าเราเองก็คงจะมีข้าราชบริวารคอยติดตามกันแล้วล่ะ” เจวี๋ยหวู่หมิงไม่เพียงจะไม่ตกใจแต่กลับยังรู้สึกกระหยิ่มยินดี ขณะที่กำลังมองไปที่งูพิษที่พอจะควรจะเกิดความรู้สึกขนลุกขนพอง แต่กลับรู้สึกว่าน่ารักน่าเอ็นดูอย่างถึงที่สุดแทน ภายในสมองของเขาก็พลันปรากฏความคิดอย่างหนึ่งที่แตกต่างไปจากเดิม : “หากเราคิดที่จะเป็นราชาแห่งเผ่าอสรพิษ ก็น่าจะรับพวกมันเอาไว้เป็นบริวาร ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีส่วนช่วยเหลือได้ไม่น้อยเลยทีเดียว” บัดนี้พิภพไซอิ๋วกลับมีผู้นำสายหลักอยู่ซึ่งก็คือเผ่ามนุษย์เป็นผู้ปกครอง เผ่ามนุษย์ซึ่งถือเป็นที่รักของฟ้าดิน เป็นตัวละครเอก เผ่าอสูร ได้ถูกลดลำดับชั้นให้จัดอยู่ในระดับเดียวกับมารปีศาจมาตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อพบพานมีแต่ต้องสังหารสิ้น พวกผู้บำเพ็ญตบะพวกนั้น ยิ่งเอาแต่พูดถึงกำจัดมารพิชิตอสูรกันจนติดปากไปแล้ว อีกทั้งยังได้สังหารหมู่เผ่าอสูร ใช้โอกาสนี้เพื่อทำการล่าโอสถอสูร เพียงแค่คิดก็พอที่จะรู้ได้ว่า บัดนี้เผ่าอสูรได้ตกอยู่ในสภาพที่อเนจอนาถมากถึงเพียงใด! ประสบการณ์ของคนเราเมื่อชาติที่แล้วได้เป็นการบอกต่อเขาว่า หากคิดที่จะต่อสู้เพียงลำพัง หากว่าไม่มีพลังอยู่ในกำมือ ไม่มีขุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง จะช้าจะเร็วก็มีแต่ต้องถูกคนอื่นกลืนจนสิ้นซาก ยิ่งไปกว่านั้น เขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถึงการดำรงอยู่ของสิ่งที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้มากความสามารถอันยิ่งใหญ่ ก็ใช้ว่าทุกเรื่องราวต้องมาจัดการด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่ลดสถานภาพกันจนเกินไปแล้ว เมื่อมีลูกสมุน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง ก็ปล่อยให้พวกเขาไปจัดการแทนได้ มิใช่ว่าเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์กันหรอกหรือไง? ตอนนี้ เขาเองก็มีสิ่งที่เรียกว่าระบบแล้ว หากว่าต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางของการบำเพ็ญอสูร ขอเพียงเพียรพยายามอย่างไม่ลดละ วันหน้าจะต้องพบกับความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น ในเวลาเมื่อกี้นี้ตอนที่ได้เห็นราชาหมาป่าสั่งการฝูงหมาป่าบุกโจมตียอดฝีมือในยุทธภพไปหลายสิบคน ก็จึงค่อยรู้แจ้งขึ้นมา ในใจก็ได้เกิดเป็นความต้องการอยากที่จะรวบรวมกำลังพลเป็นของตัวเอง “ถ้าหากเราเป็นมนุษย์ ก็จะขอเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือกว่ามนุษย์ ถ้าหากเราเป็นสัตว์ ก็จะเป็นราชาร้อยสัตว์ ถ้าหากเราเป็นอสรพิษ อย่างนั้นก็จะขึ้นเป็นจ้าวแห่งหมื่นอสรพิษ” เจวี๋ยหวู่หมิงได้พึมพำอยู่ในใจ พร้อมกับทอแววตาที่มุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม ชั่วขณะนี้ เขาก็ค้นพบเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งภายในเทือกเขาผานเสอแล้ว นั่นก็คือการศิโรราบอสรพิษทั้งหมดในเทือกเขาผานเสอ เขาจะต้องสำเร็จจนขึ้นเป็นผู้เป็นราชาสูงสุดที่ยากเอื้อมถึงได้บนเทือกเขาสายนี้ เมื่อคิดได้แบบนี้ การเผชิญหน้ากับงูพิษที่เกลื่อนกลาดกันจนนับไม่ถ้วน เจวี๋ยหวู่หมิงจึงค่อยขดร่างม้วนตัว แล้วแผดเสียงคำรามเข้าใส่ทางด้านหน้า: “โฮก!” เสียงคำรามดุจเสียงที่มาจากมังกร สั่นสะเทือนจนไปจนถึงท้องนภาลัย บรรยากาศพลันหนักอึ้งขึ้นมา ในส่วนนี้ยังแฝงเอาไว้ด้วยบรรยากาศของผู้เป็นราชาเพื่อสะกดทุกสรรพสิ่งเอาไว้ แท้จริงแล้วก็คืออำนาจมังกรที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างในสายเลือด。 บิดาบังเกิดเกล้าของเขาก็คือราชามังกรเป่ยไห่ ภายในเลือดที่ไหลเวียนอยู่จะต้องแฝงเอาไว้ด้วยอำนาจมังกรอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย ด้วยก่อนหน้านี้เป็นเพราะยังมีพลังที่อ่อนแอจนเกินไป จึงยังไม่อาจที่จะกระตุ้นขึ้นมาได้อีก ในระหว่างที่พละกำลังเพิ่มพูนขึ้น ความสามารถจากสายเลือดเผ่ามังกรเองก็ยิ่งค่อย ๆ ถูกกระตุ้นออกมาทีละเล็กทีละน้อย อำนาจมังกรนี้ต้องเป็นเหมือนกับพลังที่สะกดร้อยสัตว์โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าหากเป็นเสียงคำรามของมังกรแบบนี้ เกรงว่าทุกชีวิตทั้งหมดคงจะต้องตายทั้งเป็นกันอย่างแน่นอน เกี่ยวกับเผ่าอสรพิษ อำนาจมังกรก็เหมือนกับสิ่งที่มีพลังในการฆ่าล้างอยู่ในตัว คล้ายกับไม่มีทางที่จะต้านทานได้ แต่ละตัวถึงกับตกอยู่ในสภาพที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงนอนกันเกลื่อนพื้น บนต้นไม้ยังถึงกับมีเสียงของบางสิ่งบางอย่างร่วงกราวกันเหมือนพิรุณร่วง จนเกิดเป็นฉากที่อลังการขึ้นเลยทีเดียว มีแต่เพียงงูเหลือบยักษ์สีดำตัวนั้น ที่คล้ายกับว่าเป็นราชาของพวกมัน โดยที่มีพลังที่เข้มแข็งมากที่สุด จนเกือบที่จะก้าวเข้าสู่ระดับที่เท่าเทียมกับอสูรกันได้แล้ว แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับอำนาจมังกรอันน่าสะพรึงกลัว ก็ถือว่ากินแรงมากเลยทีเดียว แต่ด้วยความภาคภูมิในตัวมันก็ทำให้มันไม่อาจที่จะล้มลงอย่างหมดสภาพได้เหมือนกับสัตว์ตัวอื่นได้ จึงพยายามฝืนร่างกายเพื่อลุกขึ้น หันเข้าไปเผชิญหน้ากับเจวี๋ยหวู่หมิง เจวี๋ยหวู่หมิงได้ค่อย ๆ มาถึงยังเบื้องหน้าของงูเหลือบยักษ์สีดำ พร้อมทั้งเกิดแววตาที่มองไปด้วยความชื่นชม แล้วพูดขึ้นว่า : “เจ้า ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว มาเป็นลูกสมุนของข้าเถอะ! ” จิตสมาธิได้ไหลเข้าสู่ภายในสมองของอีกฝ่ายไปในทันที งูเหลือบยักษ์สีดำก็เข้าใจถึงความหมายที่สื่อไว้ภายใน แต่กลับไม่เพียงแต่จะไม่ยินดีแต่ยังกลับเดือดดาลขึ้นอีก จนเหมือนกับกำลังถูกเหยียดหยามอยู่ก็มิปาน โดยที่หันเข้าปะทะกับอำนาจมังกร อ้าปากกว้างกัดเข้ามา แววตาของเจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับคมกล้าขึ้นในทันที พร้อมกับฟาดหางใส่เบา ๆ ก็ได้ฟาดเข้าใส่งูเหลือบยักษ์สีดำที่อยู่บนพื้นไป “เปรี้ยง!” บนพื้นที่หนาทนทาน วินาทีนั้นก็ได้เกิดเป็นหลุมรูปทรงงูตัวหนึ่งปรากฏขึ้นมา “หากไม่คิดที่จะยอมสยบ……ก็ตายซะเถอะ!” เจวี๋ยหวู่หมิงได้สาดทอแววตาอันเย็นเยียบกำลังจับจ้องมองไปที่งูเหลือบยักษ์สีดำ อำนาจแรงกดดันดุจขุนเขาที่กดทับลงมา พร้อมกับเสียงคำรามที่ดังก้อง จนสื่อถึงความหมายที่ส่งไปจนถึงก้นบึ้งจิตใจของอีกฝ่ายได้อย่างกระจ่างแจ้งแจ่มชัดอย่างไม่ต้องสงสัย งูเหลือบยักษ์สีดำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาหมื่นอสรพิษของเทือกเขาผานเสอ มีหรือที่จะยอมถูกสยบได้อย่างง่ายดาย ในเวลานี้ยังคงเปี่ยมไปด้วยสภาวะของผู้เป็นราชาสาดออกมาโดยที่ยกหัวขึ้นสูง “โฮก!!” จิตสังหารที่ผสมอยู่กับอำนาจมังกร กระแสพลังของเจวี๋ยหวู่หมิงยิ่งหนักอึ้งขึ้นมาอีกส่วน พร้อมทั้งกระแทกเข้าใส่บนร่างของงูเหลือมยักษ์ไปอย่างหนักหน่วง แต่แม้มันจะชะเง้อหัวสูงถึงเพียงใดก็ยังไม่อาจที่จะต้องก้มลงต่ำจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ “ฟ่อฟ่อ!” เห็นได้ชัดว่างูเหลือบยักษ์เองก็ไม่คิดที่จะยินยอม แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงมีพลังได้ไม่มากพอ อำนาจที่อยู่กดทับลงบนหัวแทบจะเรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรไปจากพลังที่เกิดจากขุนเขาใหญ่จนเกือบที่จะบดเลือดเนื้อจนละเอียดเละกันได้เลย จนทั่วทั้งร่างแทบจะไม่มีส่วนไหนที่ไม่เกิดเป็นความเจ็บปวด จนในที่สุด มันก็คล้ายกับเข้าใจความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ระหว่างตัวมันเองกับเจวี๋ยหวู่หมิงได้ เบื้องหน้าความเชื่อมั่นใจพลังของตัวเอง ถึงกับถูกบดขยี้จนป่นปี้ไปจนสิ้น และความลำพองที่มีอยู่แต่เดิมก็ถูกลดทอนจนต่ำลงไปพร้อมกับหัวที่ก้มลงต่ำ “ฟ่อฟ่อ!” เมื่อเจวี๋ยหวู่หมิงปลดเปลื้องพลังแรงกดดันแห่งพลังอำนาจ งูเหลือบยักษ์สีดำถึงกับหมอบลงที่ข้างกายของเจวี๋ยหวู่หมิงด้วยอาการตัวแข็งทื่อในบัดดล ในขณะที่ได้ก้มหัวลง ยังได้เข้ามาคลอเคลียกับแผ่นเกล็ดของเจวี๋ยหวู่หมิง ยิ่งเป็นเหมือนกับเจตนาที่สื่อให้เห็นว่ายินยอมที่จะศิโรราบให้แล้ว ถึงอย่างไรระหว่างสัตว์ด้วยกันก็ถือเป็นสิ่งที่มีความซื่อตรงได้มากกว่ามนุษย์อยู่แล้ว พวกมันมีแค่เพียงกฎเพียงอย่างเดียว:ผู้แกร่งกล้าก็คือจ้าว ตอนนี้เจวี๋ยหวู่หมิงที่แข็งแกร่งกว่ามัน การยอมศิโรราบต่อผู้ที่แกร่งกล้ากว่า กลับไม่ใช่เรื่องที่น่าอัปยศแต่อย่างไร อีกทั้งยังถือว่าเป็นเกียรติยศเสียมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นเจวี๋ยหวู่หมิงยังเป็นเหมือนกับพวกมัน ที่เป็นเผ่าอสรพิษดุจเดียวกัน ย่อมจะยิ่งมีแต่เกิดความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เจวี๋ยหวู่หมิงที่ได้สยบงูเหลือบยักษ์สีดำลงแล้ว ในส่วนงูพิษตัวอื่น ๆ ก็ได้แสดงเจตนายอมศิโรราบขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ภายในแววตายังได้เผยออกมาด้วยความพึงพอใจอยู่เล็กน้อย เขากลับไม่ได้กลัวว่าลูกสมุนจะทรยศหรืออะไร ภายใต้ท่ามกลางเผ่าอสูรมากมาย ทันทีที่ยอมสยบ ก็เป็นเหมือนกับเครื่องหมายที่จะไม่มีทางที่จะทรยศได้ง่าย ๆ แน่นอน ต่อมา ระบบภายในร่างกายของเขาก็เกิดเรื่องที่น่าเหลือเชื่อขึ้น ถึงกับมีพละกำลังรุดหน้าไปได้ไกลเสียยิ่งกว่าคนปกตินับร้อยเท่าพันทวี เมื่อผ่านไปนานวันเข้า พวกมันจะยิ่งมีแต่เกรงกลัวระคนเคารพเลื่อมใส อีกทั้งจะไม่มีวันที่จะกล้าทรยศไปชั่วนิจนิรันดร์...