หลังจากที่ทั้งสองคนได้นำหลักฐานส่งไปพิสูจน์แล้วก็ได้เดินทางกลับไปยังหน่วยสืบสวน ระหว่างทางรินรดาได้เอ๋ยถามณรงกรณ์เพื่อเป็การหยั่งเชิง หากว่าเธอจะสารภาพกับเขาว่าเธอเห็นผีเขาจะมีความคิดเห็นอย่างไร
“พี่กรณ์เคยเห็นผีไหมคะ”
“ผี” ณรงกรณ์ถามหญิงสาวกับด้วยความแปลกใจ
“ใช่ค่ะ พี่ทำคดีมาก็เยอะ เจอคนตายมาก็นับไม่ถ้วนเคยเจอเื่ลี้ลับหรือผีช่วยไขคดีบ้างไหมคะ”
“ไม่นะ แต่ทางที่ดีไม่เจอจะดีกว่า เพราะพี่คิดว่าทำคดีเองได้ไม่ต้องมีผู้ช่วย”ชายหนุ่มพูดติดตลก ก่อนจะหันไปมองหน้าหญิงสาวที่มีท่าทีครุ่นคิดอะไรอยู่“มีอะไรไหม เล่าให้พี่ฟังได้นะ เผื่อจะช่วยให้คำปรึกษาได้”
“ไม่มีค่ะ” เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มก่อนที่จะปฏิเสธหากเธอบอกว่าเธอเห็นิญญาของหญิงสาวที่จมน้ำหรือแม้แต่เธอเห็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวคนนั้นถูกฆ่าตายชายหนุ่มก็คงจะมองว่าเธอบ้าแน่ๆแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่ตอบได้เลยว่าสิ่งที่เธอเห็นเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้ง ๆที่เธอไม่เคยมีซิกซ์เซนส์ในการเห็นผีมาก่อนด้วยซ้ำ รินรดาได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆเพื่อระบายความหนักอึ้งในหัว ณรงกรณ์เห็นท่าทีหญิงสาวก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะลูบหัวเธอเบาๆ เพื่อเป็การปลอบใจ
“ครั้งแรกที่ออกภาคสนามก็เป็แบบนี้แหละ พี่เข้ามาใหม่ๆก็เป็ ทั้งเครียดทั้งกดดัน ยิ่งไปเห็นศพหรือเื เข่านี่อ่อนไปหมดแถมคดียังพลิกอีกจากคดีฆ่าตัวตายเป็คดีฆาตกรรม เป็ใครก็เครียดเป็ธรรมดา”ชายหนุ่มพูดปลอบใจกลัวหญิงสาวจะเครียด รินรดาได้แต่ยิ้มรับเมื่อทั้งสองมาถึงหน่วยสืบสวนก็เกือบจะเลยเวลาเลิกงานต่างคนก็ต่างไปเก็บสัมภาระเพื่อจะเตรียมกับบ้าน กิตติภพที่เห็นรุ่นน้องทั้งสองคนเดินเข้ามาก็เข้ามาให้กำลังใจเด็กใหม่ด้วยความภาคภูมิใจ
“วันนี้ทำดีมากนะริน น้องใหม่ไฟแรงมากเลยสงสัยปีนี้ทีมสองเราจะมาแรงนะเนี่ย อย่างงี้ต้องฉลองต้อนรับน้องใหม่กันแล้วแหละทุกคนว่าไง"
“ก็ได้สิครับ ของฟรีเราไม่เคยพลาดกันอยู่แล้ว”มานพและณรงกรณ์ต่างก็แตะมือกันด้วยความตื่นเต้น รินรดาได้แต่ยิ้ม ถึงแม้ใจอยากจะปฏิเสธมากแค่ไหนแต่นี่เป็การเลี้ยงต้อนรับเธอก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ ได้แต่ปล่อยตามน้ำไปเมื่อทั้งหมดเก็บของเสร็จก็ตรงไปที่ร้านประจำของพวกเขาตามมาด้วยน้องใหม่สาวสวยที่มาเป็ครั้งแรก รินรดามองบรรยากาศรอบ ๆร้านด้วยความสนใจ ถึงแม้จะเป็ร้านที่อยู่ใจกลางเมืองแต่ร้านบรรยากาศดีมากเป็บาร์ขนาดเล็ก ๆ แบบเอาท์ดอร์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติมีต้นไม้ลายล้อมรอบร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้เข้ามามีเสียงเพลงโฟล์กซองเบาๆ ยิ่งทำให้ร้านบรรยากาศเล็กๆ น่านั่งมากยิ่งขึ้น
“บรรยากาศดีไหมล่ะ นี่เป็ร้านประจำของทีมเราเลยนะ ไม่ไกลกับที่ทำงานเรามากนักไม่วุ่นวายเหมาะกับการผ่อนคลายในวันเครียดๆ เป็อย่างดีเลย”ณรงกรณ์แนะนำรินรดาที่เป็น้องใหม่ของทีม เมื่อเดินเข้ามาถึงร้าน
“บรรยากาศดีมากเลยค่ะไม่คิดว่าจะมีร้านบรรยากาศแบบนี้อยู่ใจกลางกรุง” รินรดามองบรรยากาศรอบๆในร้านอย่างชื่นชม
“เขาเรียกว่าสถานที่ลับของพวกเราครับถ้าไม่ใช่คอเหล้าอย่างคุณลุงไม่มีทางหาเจอ”กิตติภพเขกหัวรุ่นน้องที่กล่าวหาตนเพื่อเป็การลงโทษที่กล่าวหาพร้อมกับเดินตามบริกรไปยังโต๊ะที่พวกเขามานั่งเป็ประจำบริเวณที่นั่งเป็พื้นที่ติดกับธรรมชาติและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านจะได้เป็การผ่อนคลายอย่างแท้จริงการที่กิตติภพเลือกสถานที่ที่มีความเป็ส่วนตัวจะช่วยลดความเครียดที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเมื่อเข้ามาถึงที่นั่งประจำทุกคนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อมาเลี้ยงรับน้องใหม่แต่ละคนต่างก็พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสนุกสนานละลายพฤติกรรมการทำงานร่วมกันได้เป็อย่างดี
เมื่อเวลาผ่านไปทั้งหมดก็พากันแยกย้ายกันกลับรินรดาที่ขับรถมากับณรงกรณ์ทั้งสองจึงได้ตกลงว่าจะกลับบ้านด้วยกันเพราะเป็ทางผ่านบ้านของชายหนุ่มพอดีในระหว่างทางกลับมีรถยนต์เกิดอุบัติเหตุตกถนนทำให้การจราจรติดขัดเมื่อทั้งสองขับรถผ่านมาถึงจุดเกิดเหตุจึงได้แวะเข้าไปดูเหตุการณ์เนื่องจากใกล้สถานที่ที่พวกเขารับผิดชอบเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างแต่ด้วยความชุลมุนที่กู้ภัยกำลังนำร่างของคนขับที่เสียชีวิตถูกรถอัดทับอยู่ภายในรถทำให้การนำร่างออกจากรถได้อย่างทุลักทุเลเ้าหน้าที่กู้ภัยหลายคนต่างช่วยกันกู้ร่างกันอย่างวุ่นวายหลังจากที่ทั้งสองสอบถามเหตุการณ์และสำรวจสถานที่โดยรอบและถ่ายรูปเก็บไว้เป็หลักฐานเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็เตรียมที่จะกลับขึ้นรถเพราะจากการสอบถามเ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความประมาทเมาแล้วขับจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุภายในรถต่างก็มีขวดเหล้าและกลิ่นเหล้าคละคลุ้งเต็มรถไปหมดแต่ในระหว่างที่รินรดากำลังจะกลับขึ้นรถสายตาของเธอก็ได้หันไปกระทบกับเงาดำที่รอยอยู่บริเวณข้างรถหญิงสาวเพ่งมองไปบริเวณนั้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะได้เห็นชัดเจนมากนักเงานั้นก็หันมาจ้องมองเธอเช่นเดียวกัน สายตาอันว่างเปล่าจ้องมองประสานกันอยู่ๆร่างนั้นก็รอยเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว รินรดาค่อย ๆถอยห่างออกมาจนร่างบางแนบชิดกับรถที่จอดอยู่ เมื่อเธอหมดหนทางที่จะถอยหนีเงาดำที่เธอเห็นก็ค่อยๆ เปลี่ยนสภาพเป็ผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายโชกไปด้วยเืแขนขาต่างก็ผิดรูปจนแทบกลับสภาพเดิมไม่ได้สายตาที่จ้องมองดูโศกเศร้าและทรมานเป็อย่างมาก
"คุณเห็นผมใช่ไหม"รินรดาไม่กล้าที่จะตอบอะไรได้แต่ยืนนิ่งตัวสั่นเทาด้วยความกลัวแต่หนีก็หนีไม่ได้เช่นเดียวกันเพราะร่างกายของเธอไม่ยอมขยับแม้จะหันหน้าหนีจากร่างที่อยู่ตรงหน้าก็ยังทำไม่ได้เธอได้แต่จ้องภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นกลัว
“ผมไม่ได้เมา คุณบอกพวกเขาได้ไหม มีคนจะฆ่าผม”ร่างโปร่งแสงเริ่มประชิดตัวเธอมากยิ่งขึ้นปากก็พร่ำอ้อนวอนให้เธอช่วยสายตาที่จ้องมองเธอต่างก็เต็มไปด้วยเืสีแดงไหลรินออกมา ซึ่งเป็ภาพที่สยดสยองเป็อย่างมากรินรดาไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรออกมา แต่อยู่ ๆิญญาที่ลอยเข้าหาเธอก็ถูกกระชากกลับไปที่รถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุอย่างแรงเมื่อเ้าหน้าที่สามารถนำร่างอันไร้ิญญาออกมาจากรถได้ทำให้ร่างที่ถูกพันธนาการไว้หลุดทันที ร่างบางที่ยืนอิงรถอยู่ถึงกับทรุดลงพื้นอย่างหมดแรงณรงกรณ์ที่กำลังเดินมาจากที่เกิดเหตุเห็นว่ารินรดาทรุดลงข้างรถจึงรีบมาพยุงตัวเธอลุกขึ้น
“รินเป็อะไรไหม”
“ไม่เป็อะไรคะ แค่มึนๆ นิดหน่อย”
“บอกแล้วอย่าดื่มเยอะ แต่ตอนขับรถมาก็เหมือนไม่เมานิ”
“อาการพึ่งออกมั้งค่ะ” ณรงกรณ์พยักหน้าเข้าใจก่อนจะพยุงหญิงสาวลุกเดินไปขึ้นรถข้างคนขับและเปลี่ยนเป็ตัวชายหนุ่มที่เป็คนขับแทนจากที่ตอนมาหญิงสาวเป็คนขับมา
“เป็ยังไงบ้างคะผู้ชายที่อยู่ในรถ”
“แหลกแบบจะไม่เห็นสภาพเดิมเลย แขนขาผิดรูปไปหมดน่าจะมาแรงมากถึงได้อัดที่กั้นอย่างแรงและตกลงมาด้านล่างดีนะที่ดึกแล้วไม่มีผู้ได้รับาเ็ร่วม”ณรงกรณ์อธิบายให้หญิงสาวฟังตามภาพที่เขาเห็นมารินรดาที่ได้ฟังแล้วก็นั่งนิ่งไม่พูดอะไรเพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดอธิบายภาพลักษณ์ต่างก็คล้ายกับิญญาที่เธอเห็นเมื่อครู่นี้มาก
“พี่กรณ์เชื่อเื่จิตสุดท้ายก่อนตายไหมคะ”
“อืมม เฉยๆ นะ รินเป็อะไรไหมวันนี้ถามพี่แปลกๆมาสองครั้งละ พี่ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ”ณรงกรณ์ถามกลับด้วยความสงสัยก่อนที่จะหันไปมองหญิงสาวที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดอะไรอยู่
“รินเห็นผีเหรอ”
“ไม่แน่ใจ…” รินรดาตอบกับอย่างลอยๆ ก่อนจะได้สติ“เอ้ยย! ไม่เห็นค่ะ แค่ถามดูเฉยๆ” เธอแก้ต่างทันทีเพราะหากเธอบอกไปว่าวันนี้เธอเจอกับอะไร หรือแม้แต่เมื่อกี้ที่เห็นอะไรก็ตอบไม่ได้ เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะมองเธอผิดปกติ หรืออาจจะมองว่าบ้าไปเลยก็ได้ขนาดเธอเองก็ยังตอบไม่ได้เลยว่าเป็เื่จริงหรือสิ่งลวงตาที่เธอสร้างขึ้นกันแน่ แค่เห็นเหตุการณ์ก็สามารถปะติดปะต่อเื่ราวได้แต่มันจะบังเอิญไปไหมที่ทั้งสองเหตุการณ์ต่างก็คล้ายกับเื่จริงชวนให้เธอแปลกใจเป็อย่างมากหรือสิ่งที่เธอเห็นคือิญญาจริงๆและที่น่าแปลกก่อนที่เธอเห็นสิ่งแปลกๆ จะมีอาการเจ็บตาทุกครั้งและครั้งนี้ก็เช่นกันแต่อาการไม่รุนแรงมากนักรินรดาได้แต่นั่งครุ่นคิดกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้นมารู้ตัวอีกทีรถก็จอดสนิทอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งเป็ที่เรียบร้อยแล้วนั่นก็คือบ้านของณรงกรณ์นั่นเอง
“ถึงบ้านพี่ละ” ชายหนุ่มหันหน้ามองที่หญิงสาว“ขับรถกลับไหวไหม ถ้าไม่ไหวพี่ไปส่งที่บ้านก่อนก็ได้ไปอีกไม่กี่กิโลก็ถึงหรือจะนอนที่ห้องพี่ก่อนก็ได้ พี่พักคนเดียว”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง” เธอรีบตอบทันทีเมื่อได้ยินคำเชิญจากชายหนุ่ม เพราะคงไม่ดีแน่แค่ทำงานวันแรกก็นอนกับผู้ชายแล้ว
“พี่ก็ชวนไปงั้นแหละรู้อยู่แล้วละว่าเราไม่ค้างกับพี่หลอก” ณรงกรณ์หัวเราะอย่างชอบใจหลังที่ชวนเธอนอนค้างที่บ้าน“ขับรถดีๆ ละ ถึงแล้วก็โทรบอกแล้วกัน”
“ได้ค่ะ” เมื่อส่งชายหนุ่มถึงที่พักแล้วรินรดาก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันทีด้วยความอ่อนล้า เมื่อมาถึงหน้าบ้านรตีก็ได้ลุกมาเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว เหมือนว่าเธอกำลังรออยู่
“ทำไมพึ่งกลับ”
“ไปกินข้าวกับพวกพี่ๆ ที่ทำงานน่ะ วันแรกไม่อยากปฏิเสธ”รินรดาอธิบายให้เพื่อนสาวฟัง ก่อนที่เธอจะเดินขึ้นห้องไป
“ทำงานวันแรกก็เกเรเชียวนะทำไมไม่โทรบอกจะได้ไม่ต้องรอ”
“ขอโทษ" รินรดาขยี้หัวเพื่อนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้"นับวันนี่แกจะทำตัวเป็เมียฉันขึ้นทุกวันแล้วนะ”จากนั้นก็พูดแหย่อย่างอารมณ์ดี หลังจากที่เจอเหตุการณ์แปลกๆมาทั้งวันพึ่งจะดีตอนที่เจอเพื่อนของเธอบ่นให้นี่แหละแต่ก่อนที่เธอจะหันกับขึ้นบันไดเพื่อไปพักผ่อนอยู่ๆสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาของิญญาชายคนที่เกิดอุบัติเหตุอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเธอจำลักษณะของร่างนั้นได้อย่างแม่นยำเมื่อเธอเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบขึ้นห้องอย่างรวดเร็วรตีที่เห็นเพื่อนเร่งรีบขึ้นห้องจึงได้ขึ้นตามก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอนหลังจากที่เข้าห้องเรียบร้อยเธอก็ได้มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งและปรากฏว่าิญญาที่เธอเห็นได้หายไปแล้วเธอจึงได้ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนล้าแล้วหลับไปในทันที