ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 จู่ๆ ก็ฉวยโอกาส

           “คารวะท่านเจ้าเมือง”

           “ท่านเจ้าเมือง”

           “คารวะท่านเจ้าเมือง” ……

           ประชาชนที่อยู่บริเวณรอบสนามทยอยทักทายก้มคำนับเจ้าเมืองมีเสียงตะโกนทักทายต้อนรับเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย

           บริเวณทางเดินพิเศษตรงสนามประลองมีเงาของคนกว่าร้อยคนปรากฏขึ้นเมื่อบุรุษวัยกลางคนคนหนึ่งที่เดินนำหน้าและสาวน้อยที่งดงามเหนือคำบรรยายที่ติดตามอยู่ไม่ห่างก้าวเข้ามาบริเวณที่พวกเขาเดินผ่าน พลเมืองของเมืองสือเฉิงต่างรีบคารวะทักทายแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นบุคคลที่มีสถานะและตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาในเมืองสือเฉิง

      ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปมองคนกลุ่มคนนั้นที่อยู่ห่างๆและกำลังก้าวเข้ามา บุรุษที่เดินนำหน้าคนนั้นก็คือเจ้าเมืองของเมืองสือเฉิง เยี่ยเป่าหลิน

      สาวน้อยที่เดินตามอยู่ข้างหลังคือเยี่ยจื่อจินสาวน้อยผู้มีผิวขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มน่าหลงใหล อายุน้อยกว่าฉินเสี่ยวลู่และไป๋ไฉ่อีเล็กน้อยทว่าความสง่าของนางมีมากกว่าหญิงสาวสองคนที่อายุมากกว่าเสียอีก

      “ทุกคนไม่ต้องพิธีรีตองอะไรให้มากหรอก”

      เยี่ยเป่าหลินที่เดินนำทักทายพลเมืองสือเฉิงอย่างเป็นมิตร ไม่ถือตัวหรือวางตัวเย่อหยิ่งแต่อย่างใด

      “คารวะท่านเจ้าเมือง”

      บรรดายอดฝีมือและผู้กล้าของบ้านสกุลตู้บ้านสกุลฉิน บ้านสกุลอั้น บ้านสกุลไป๋ต่างลุกขึ้นมาคารวะทักทายเจ้าเมืองพวกเขาไม่มีใครกล้าไม่เคารพต่อเจ้าเมือง

      “เอาล่ะทุกท่านก็ไม่ต้องพิธีรีตองมากหรอก”

      เยี่ยเป่าหลินยิ้มโบกมือไปมาเบาๆ แสดงเป็นนัยๆ ว่าพอแล้วไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมายแล้วจากนั้นก็เดินตรงเข้าไปประจำที่ตรงกลาง ท่าทางนิ่งสงบ บุคลิกดีและน่าเกรงขามมาก

      “เซ่าฝู่ ไม่เจอกันนานเลยนะ”

           เยี่ยจื่อจินเดินตรงไปที่ข้างๆ ตู้เซ่าฝู่เอ่ยทักทายพร้อมกับยิ้มบางๆ ให้กับเขามีเด็กหนุ่มมากมายที่จับจ้องนางอยู่ทุกอิริยาบถตั้งแต่เห็นนางมาถึงและเมื่อพวกเขาเห็นฉากนี้ต่างก็ตะลึงและอิจฉาตาร้อนกัน

      ที่จริงแล้วไป๋ไฉ่อีกับฉินเสี่ยวลู่ก็ถือว่าเป็นสาวงามที่มีเสน่ห์มากๆแล้ว ทว่าเมื่อเยี่ยจื่อจินปรากฏตัว เห็นได้ชัดว่านางมีความน่ามองน่าหลงใหลมากกว่าทำให้สาวงามสองคนนั้นถูกบดบังกลบรัศมีไปหมดเหมือนกลายเป็นแค่เพียงหญิงสาวประกอบฉากธรรมดา

      “ก็ไม่ได้นานมากหรอก”

           ตู้เซ่าฝู่เหลือบไปเห็นแววตาของเด็กหนุ่มจำนวนมากที่ดูอาฆาตเหมือนอยากจะฆ่าตนก็รู้สึกเหนื่อยใจดูเหมือนว่าสาวน้อยที่มาอยู่ด้านหน้าของเขาตอนนี้มาเพื่อสร้างเรื่องให้คนอื่นโกรธแค้นตนกันมากขึ้น ทว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้

      เยี่ยจื่อจินจงใจเข้าไปใกล้ชิดตู้เซ่าฝู่มากขึ้นไปอีกใกล้แทบจะเอนศีรษะแนบอกตู้เซ่าฝู่ได้แล้ว นางเผยรอยยิ้มที่สุดแสนจะงดงามให้เขาพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นปากของนางก็เริ่มขยับ พูดเอ่ยเบาๆ ว่า “ได้ยินว่าช่วงก่อนหน้ามีคนตั้งใจจะเข้าไปหาเรื่องเจ้ากันวันนี้เจ้าน่าจะลำบากมีคนมาหาเรื่องเพิ่มขึ้นไปอีกแน่ แต่คนของบ้านสกุลเยี่ยจะต่อสู้ไปพร้อมกับเจ้า”

      การที่เยี่ยจื่อจินเข้าไปยืนใกล้ชิดตู้เซ่าฝู่เด็กหนุ่มทุกคนที่จับตาดูเยี่ยจื่อจินอยู่ต่างโมโหฮึดฮัดกันยกใหญ่ มองตู้เซ่าฝู่ด้วยความโมโห

           ในบรรดาบ้านสกุลใหญ่แต่ละบ้านสกุลมีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่มีความแค้นร่วมกัน พวกเขาเริ่มขยับแข้งขยับขายึดเส้นยืดสายเพื่อเตรียมพร้อมลงมือใส่ตู้เซ่าฝู่อย่างเต็มที่

           ยอดฝีมือและผู้แกร่งกล้าของแต่ละบ้านสกุลเองก็หันไปมองตู้เซ่าฝู่กับเยี่ยจื่อจินเมื่อเห็นต่างก็ครุ่นคิดกันอยู่ในใจ

      ตู้เฮ่า ตู้ชง ตู้เหยียนและคนอื่นๆแม้จะยืนอยู่ข้างหลังตู้เซ่าฝู่ แต่เมื่อเห็นฉากนี้ต่างก็อิจฉาตู้เซ่าฝู่และโมโหแทบคลั่งเช่นกัน

           พวกเขาต่างไม่เข้าใจว่าเจ้าทึ่มที่ทึ่มมาเป็นสิบปี เหตุใดอยู่ดีๆ จึงมีการเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดนี้ จู่ๆก็มาจัดการพวกเขาได้อยู่หมัด เหยียบพวกเขาได้จมดิน ที่สำคัญคือเขายังได้รับความสนใจจากเยี่ยจื่อจินสาวงามยอดนิยมที่สุดในเมืองสือเฉิงไปด้วย

      หากพูดถึงเรื่องพละกำลัง ตู้เฮ่ากับตู้ชงและพวกคนที่เจอมากับตัวต่างชัดเจนกันดีพละกำลังของพวกเขาในตอนนี้สู้ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้เลยจริงๆทว่าระดับความหล่อเหลาและความมีเสน่ห์ พวกเขาคิดกันไปว่าพวกเขามีมากกว่าตู้เซ่าฝู่ตั้งเยอะ

      “ในเมื่อคุณหนูเยี่ยชอบทำแบบนี้งั้นข้าก็ต้องให้ความร่วมมือบ้างแล้ว เจ้าว่าใช่หรือไม่”

      ตู้เซ่าฝู่ยิ้มสีหน้าเจ้าเล่ห์ซุกซน พร้อมกับเอ่ยประโยคดังกล่าวไปเมื่อพูดจบก็ก้าวเข้าไปข้างหน้าเข้าไปยืนประชิดตัวเยี่ยจื่อจินจากนั้นก็งอแขนขวายื่นเข้าไปโอบเอวบ้างๆ ของสาวสวยที่อยู่ข้างหน้าทันที

           การเข้าไปประชิดแนบร่างกันเช่นนี้ ทำให้ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ถึงสิ่งที่นุ่มนวลบางอย่างสองชิ้นกดติดบริเวณหน้าอกของเขาเป็นครั้งแรกที่ตู้เซ่าฝู่ใกล้ชิดกับเพศหญิงเช่นนี้ ในใจของเขาเองก็สั่นไหวรู้สึกหวิวๆ ในใจอย่างแปลกประหลาด

           เยี่ยจื่อจินตะลึงตกใจมาก นางคิดไม่นึกว่าตู้เซ่าฝู่จะทำเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชนขณะที่ผู้คนในเมืองเมืองสือเฉิงกำลังจับจ้องอยู่ยังกล้าได้ขนาดนี้ในใจของนางสั่นไหวเล็กหน่อย รู้สึกราวกับว่าตัวแข็งขยับไม่ได้ใบหน้าของนางมีเลือดสูบฉีดจนหน้าแดงก่ำ

           ขณะนั้นเองวัยรุ่นหนุ่มจำนวนมากในลานกว้างที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นเมื่อเห็นภาพชายหญิงกอดกันแนบชิดก็ตกตะลึงจนหายใจติดขัดจากนั้นแววตาก็ยิ่งอาฆาตแค้นยิ่งขึ้นไปอีก

           หญิงสาวที่มีแต่ผู้คนหมายปองและไม่เคยมีชายหนุ่มคนใดในเมืองเคยสัมผัสขณะนี้ถูกชายหนุ่มที่ไม่ใช่ตนคว้าเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอย่างแนบชิด ความรู้สึกของพวกเขาคิดดูว่าจะเป็นอย่างไรได้ล่ะ

           คนในแต่ละบ้านสกุลเองก็ตกตะลึงเช่นกันหรือว่าคำร่ำลือซุบซิบที่เคยได้ยินแว่วๆ มาจะเป็นเรื่องจริงล่ะกระนั้นเองแม้แต่ยอดฝีมือผู้กล้าทุกคนของบ้านสกุลเยี่ยและเยี่ยเป่าหลินเองก็ตกใจเช่นกัน

      “เจ้าหนูคนนี้ช่างฉวยโอกาสเก่งเสียจริงๆ”

      มีเพียงตู้เจิ้นอู่และตู้จื้อสยงที่จ้องหน้ากันด้วยความประหลาดใจสักครู่จากนั้นก็หลุดยิ้มออกมากัน ในใจพวกเขาต่างกำลังหัวเราะอย่างชอบใจ

      ในบรรดาฝูงชนตรงนั้น อั้นหลงและเฉาฉี่ไท่สองคนนั้นเมื่อเห็นสองคนนั้นยืนแนบชิดกัน แววตาก็เล็ดลอดความรู้สึกไม่พอใจออกมาเล็กน้อยแต่จากนั้นไม่นานก็ได้สติ เก็บแววตาอิจฉาได้อย่างรวดเร็ว

      ทว่าเฉาฉี่ไท่เก็บสีหน้าเคร่งเครียดไม่พอใจได้ไวกว่าอั้นหลงเล็กน้อย

      “อีกเดี๋ยวจะเริ่มการประลองกันแล้วข้าหวังว่าเจ้าจะยืนได้จนถึงตอนสุดท้าย”

           เยี่ยจื่อจินที่เขินอายจนหน้าแดงเริ่มหายกลับมาเป็นปกติในเวลาอันสั้นนางสามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ นางดันตัวออกไปทางขวา ดึงร่างบางๆของนางออกจากอ้อมแขนขวาของตู้เซ่าฝู่ได้ในทันที

           ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเยี่ยจื่อจินขยับสร้างรอยยิ้มพิมพ์ใจอีกครั้งดวงตาสุกใสเป็นประกายของนางหายสั่นไหว นางกะพริบตาอย่างช้าๆ และเงยหน้าขึ้นไปสบตาตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาของนางราวกับแฝงความรู้สึกและความหมายบางอย่างให้กับเขา กล่าวว่า“ประเดี๋ยวบ้านสกุลเยี่ยของข้าจะช่วยเจ้าสกัดไว้บ้านสกุลหนึ่งอีกสองบ้านสกุลเจ้าคงต้องลงมือเองแล้วล่ะ”

           เมื่อพูดจบเงาอรชรอ้อนแอ้นของสาวงามคนนี้ก็ค่อยๆ ขยับห่างออกไปไกล

      “ทุกท่าน ใกล้ถึงเวลาแล้วมาเริ่มกันเถิด”

      เยี่ยเป่าหลินกล่าวเขาทำราวกับไม่เห็นฉากที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ทว่าก็หันไปมองตู้เซ่าฝู่โดยไม่ได้ตั้งใจ

      “ซู่!”

           หลังจากเยี่ยเป่าหลินพูดจบก็มีผู้อาวุโสของบ้านสกุลเยี่ยที่สวมชุดยาวที่ยืนอยู่ด้านหลังท่านหนึ่ง กระโดดลอยตัวเข้าไปข้างหน้าการเคลื่อนไหวของเขาราวกับเหยี่ยวเขาที่โผบิน เขากระโดดลอยกลางอากาศสยายแขนทั้งสองข้างท่าทางราวกับเหยี่ยวเขาที่กำลังสยายปีก จากนั้นเท้าของเขาค่อยๆสัมผัสลงพื้นที่จุดศูนย์กลางของอาณาเขตกว้างทรงวงกลม

           “เยี่ยม!”

           หลังจากที่ผู้อาวุโสคนนั้นใช้วิชากายเหาะลงมาเหยียบบนพื้นได้อย่างสวยงามแล้วผู้คนต่างร้องตะโกนอย่างชอบใจด้วยความตื่นเต้น

      ผู้อาวุโสคนนั้นกวาดสายตามองรอบๆพร้อมกับพยักหน้า จากนั้นตะโกนประกาศว่า “วันนี้คือวันแห่งการประลองครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างทายาทวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆสามปี งานนี้เป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของเมืองสือเฉิงข้าขอประกาศเชิญผู้เข้าแข่งขันจากบ้านสกุลใหญ่ทุกตระกูลให้มาลงสนามเตรียมตัวได้ ณบัดนี้”

      “ทุกคนไปเถิด”

      เยี่ยเป่าหลิน อั้นชิงซงฉินจงฉยง ไป๋ซวี่หรูสีหน้าหวั่นไหวเล็กน้อยเขาหันไปหาและพูดกับทายาทที่อยู่ด้านหลัง ทุกคนต่างกำลังเครื่องติดเตรียมพร้อมที่จะเริ่มการประลองกันนานแล้ว

      “ครับ/ค่ะ”

           วัยรุ่นหนุ่มสาวทุกคนพยักหน้า เยี่ยจื่อจินเริ่มขยับตัวก่อนใต้ฝ่าเท้าของนางมีพลังปราณพลุ่งพล่านออกมา นางกระโดดพาร่างบางๆของนางลอยอยู่กลางอากาศอย่างสวยงามกิริยาการเคลื่อนไหวของนางดูเบาบางราวกับสามารถเดินอยู่บนผิวน้ำได้ความอ่อนช้อยพลิ้วไหลของนางแลดูแล้วให้ความรู้สึกถึงสายลมโชยอ่อนๆพัดผ่านทุ่งดอกไม้ และแล้วนางก็ลงไปเหยียบบนสนามประลองเป็นคนแรกท่าทางของนางงดงามและสง่า ทำให้ผู้ที่เห็นใจเต้นแรงและรู้สึกประทับใจ

           หลังจากได้ยินประกาศเรียก นัยน์ตาของไป๋ไฉ่อีก็สั่นไหวเล็กน้อยชายกระโปรงของนางสั่นไหวตามพลังปราณของนางที่พุ่งออกมาการเคลื่อนไหวของนางอ่อนช้อยราวกับเทพธิดา นางกระโดดลอยกลางอากาศไปในทิศทางสนามประลองตรงๆอย่างสง่า สุดท้ายลงไปยืนที่บริเวณไม่ไกลจากเยี่ยจื่อจิน ผู้ชมรอบๆเมื่อพบเห็นก็ตื่นเต้นแววตาเป็นประกาย

      ฉินเสี่ยวลู่ก็ไม่ช้ามีพลังปราณพลุ่งพล่านออกมาใต้ฝ่าเท้า นางถีบตัวพาร่างลอยอยู่กลางอากาศพลังใต้ฝ่าเท้าของนางดูรุนแรงและร้ายกาจมาก นางหมุนตัวสามรอบอยู่กลางอากาศจากนั้นจึงลงมาเหยียบบนสนามประลองในบริเวณที่ไม่ไกลจากไป๋ไฉ่อี

      ฉินเสี่ยวลู่ไม่อยากยอมแพ้เยี่ยจื่อจินกับไป๋ไฉ่อีวิชากายของนางก็สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์เช่นเดียวกัน

      “เยี่ยม!”

      หลังจากที่ผู้เข้าประลองสาวงามสามคนยืนอยู่บนสนามประลองแล้วก็มีเสียงโห่ร้องตะโกนให้กำลังใจจนดังสนั่นกึกก้องสนาม

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน