ณ ยอดหอคอยสูงเสียดฟ้าของ "เจดีย์เจ็ดชั้น" แห่งตระกูลกัว บรรยากาศภายในห้องศิลาแปดเหลี่ยมที่ใช้สำหรับฝึกตนนั้นร้อนระอุราวกับตั้งอยู่ปากปล่องูเาไฟ ไอร้อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับน้ำตก ชโลมกายจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบไปกับลำตัวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบ
ไป๋หย่งเจิ้ง บุตรชายคนเดียวของตระกูลไป๋ กำลังตกอยู่ในห้วงสมาธิที่ลึกล้ำ คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยเืลมที่สูบฉีดอย่างรุนแรง ภายในจุดตันเถียนของเขา พลังลมปราณมหาศาลกำลังหมุนวนและควบแน่น มันคือสุดยอดวิชา "ลมปราณบ่มตะวัน" ที่เขาได้ค้นพบในหอตำราแห่งนี้
เสียงลมหายใจของเขาดัง "ฟืด... ฟาด..." สอดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วราวกับกลองศึก ในห้วงจิตของเขา ภาพของดวงตะวันจำลองขนาดเล็กที่ส่องแสงเจิดจ้ากำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละดวง... ทีละดวง...
จากเดิมที่เคยทำได้เพียง ๔ ดวงในขั้นที่ ๒ บัดนี้ ดวงตะวันที่ ๕ และ ๖ กำลังค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเ็ปที่เหมือนมีไฟเผาผลาญเส้นชีพจรทั่วร่าง หย่งเจิ้งกัดฟันแน่น ข่มความทรมานด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นเพียงสิ่งเดียว... "เพื่อท่านแม่... เพื่อท่านพ่อ... ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น!"
"ฮึ่ม!"
เขาะเิเสียงคำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับกระแทกฝ่ามือทั้งสองลงบนเข่า พลังลมปราณะเิออกรอบกายจนฝุ่นผงในห้องศิลาฟุ้งกระจาย ดวงตะวันจำลองทั้ง ๖ ดวงในจุดตันเถียนส่องสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน เป็สัญญาณแห่งความสำเร็จ!
"ลมปราณบ่มตะวัน ขั้นที่ ๓!"
หย่งเจิ้งลืมตาโพลง ั์ตาของเขาสาดประกายสีทองวาวโรจน์ก่อนจะจางหายไป เขายกมือขึ้นมองดูฝ่ามือของตนเองด้วยความตกตะลึง ในใจเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ แม้เขาจะรู้ดีว่าตนเองมีพร์ "กระดูกัซ่อนกาย" ที่หาได้ยากยิ่ง แต่ความเร็วในการก้าวหน้าเช่นนี้ก็นับว่าผิดมนุษย์มนา
"ข้า... ข้าทำสำเร็จแล้ว! ขั้นที่ ๓ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน!" เขาพึมพำด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มแห่งความหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อ "ท่านแม่... ท่านรอข้าก่อนนะ อีกไม่นาน... อีกไม่นานข้าจะพาตระกูลกัวผู้มีพระคุณไปช่วยท่านทวงคืนความยุติธรรม!"
หย่งเจิ้งหารู้ไม่ว่า ในขณะที่เขากำลังปลื้มปีติกับพลังใหม่เพื่อปกป้องมารดา มารดาของเขาที่เขาเทิดทูนบูชา... กำลังเตรียมตัวทำหน้าที่ที่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของเขาอย่างสิ้นเชิง
...
ตัดภาพมายังเรือนรับรองอันโอ่อ่าที่ตั้งอยู่ใจกลางคฤหาสน์ตระกูลกัว บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากห้องศิลาที่ร้อนระอุอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำของลมยามค่ำคืน กลิ่นหอมของกำยานราคาแพง และความนุ่มนวลของแสงตะเกียงที่ถูกจุดไว้ตามทางเดิน
ไป๋หย่งชิง อดีตฮูหยินผู้สูงส่ง กำลังยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว นางจ้องมองภาพสะท้อนของตนเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าทว่าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มยั่วยวนที่มุมปาก สภาพของนางในยามนี้ช่างห่างไกลจากคำว่า "วิญญูชน" ยิ่งนัก
นางสวมใส่ชุดสตรีตามแบบฉบับ ราชวงศ์ถัง ที่ตัดเย็บอย่างประณีต ตัวเสื้อเกาะอกเอวสูง (Qixiong Ruqun) รัดแน่นจนดันทรวงอกอวบอิ่มทั้งสองข้างให้ล้นทะลักออกมาอวดสายตา แต่สิ่งที่ทำให้ชุดนี้ดูวิปริตผิดธรรมเนียมคือเนื้อผ้า... มันทำจาก "ผ้าไหมแก้วโปร่งแสง" สีแดงสดที่บางเฉียบราวกับปีกแมลงปอ
ความบางของมันทำให้สามารถมองทะลุเห็นเรือนร่างขาวผ่องที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างชัดเจนเจนตา ั้แ่ยอดถันสีน้ำตาลเข้มที่ชูชันแข็งเป็ไต หน้าท้องแบนราบที่มีรอยสักตราประทับจางๆ จากฝีมือของพวกอันธพาล ไปจนถึงเนินสวาทสีดำขลับที่ดกหนา และ กลีบหี อวบอูมที่ปิดสนิท
นางไม่ได้สวมใส่อาภรณ์ชั้นในใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีกางเกงซับใน ไม่มีผ้าบังทรง มีเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกควันสีแดงจางๆ ของผ้าไหมเท่านั้น ทุกครั้งที่นางขยับตัว ชายกระโปรงที่ยาวกรุยกรายจะเสียดสีไปกับผิวเนื้อ ทำให้ แคมหี ของนางเสียดสีกับเนื้อผ้าเบาๆ จนน้ำหล่อลื่นเริ่มซึมออกมาเปรอะเปื้อนผ้าไหมราคาแพง
"ท่านประมุขกัว... รอข้านานแล้วสินะ..."
นางกระซิบเสียงหวาน พลางใช้มือลูบไล้ไปตามเรือนร่างของตนเองอย่างหลงใหล นางรู้ดีว่าค่ำคืนนี้คือคืนสำคัญ หลังจากถูก "ปรุงรส" โดยบุตรชาย (กัวเทียนอวี้) และเหล่าสุนัขรับใช้ (พวกอันธพาล) มาอย่างยาวนาน ในที่สุด นางก็พร้อมแล้วที่จะถูกส่งมอบเป็ "ของขวัญชิ้นพิเศษ" ให้แก่เ้าของที่แท้จริง... กัวฉงเฟิง ผู้เป็บิดาและเ้าสำนักคุ้มกันภัยเจิ้นเหว่ย
ไป๋หย่งชิงสะบัดชายแขนเสื้อยาว เดินนวยนาดออกจากห้องแต่งตัว มุ่งหน้าสู่ห้องนอนใหญ่ของประมุขตระกูลกัว เสียงฝีเท้าเปล่าเปลือยของนางกระทบพื้นไม้ดังเบาๆ เป็จังหวะ ทุกย่างก้าวสะโพกกลมกลึงของนางส่ายไหวไปมาอย่างยั่วยวน ราวกับงูพิษที่กำลังเลื้อยเข้าหาเหยื่อ
เมื่อนางผลักบานประตูห้องนอนเข้าไป กลิ่นอายแห่งอำนาจและราคะก็พุ่งเข้าปะทะหน้า ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเครื่องเรือนไม้แดงและพรมขนสัตว์ บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่กางมุ้งโปร่งสีทอง ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิรอคอยนางอยู่
กัวฉงเฟิง ในวัย ๔๕ ปี ยังคงดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามสมฉายา "หอกคุณธรรมฟ้าคำรณ" เขาสวมเพียงชุดคลุมนอนสีดำหลวมๆ ที่เปิดอกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยไรขนและมัดกล้ามเนื้อ เขานั่งนิ่งดุจรูปปั้น ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องมาที่ร่างกึ่งเปลือยของไป๋หย่งชิงอย่างหิวกระหาย ราวกับเสือที่กำลังจ้องมองกวางน้อยที่เดินเข้ามาในถ้ำ
"มาแล้วหรือ... ฮูหยินไป๋..." กัวฉงเฟิงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก มุมปากหยักยิ้มเ้าเล่ห์ "ข้าได้ยินกิตติศัพท์เื่ 'ความร่าน' ของเ้าจากลูกชายข้ามามาก... วันนี้ข้าอยากจะพิสูจน์ด้วยตาตนเองเสียหน่อยว่า สมบัติล้ำค่าแห่งตระกูลไป๋ จะมีรสชาติเป็อย่างไร"
ไป๋หย่งชิงไม่ตอบคำ แต่นางคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่สามารถละลายหัวใจชายได้ นางเดินเยื้องย่างเข้าไปหาเขาที่เตียง แสงเทียนส่องลอดผ่านชุดไหมแก้วบางเฉียบ เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวและจุดซ่อนเร้นของนางอย่างแจ่มแจ้ง นางจงใจหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วค่อยๆ แหวกสาบเสื้อคลุมตัวบางออกเล็กน้อย โชว์เต้าถันคู่งามที่สั่นระริก
"ข้าเป็ของท่านเ้าสำนักเ้าค่ะ..." นางเอ่ยเสียงกระเส่า "ร่างกายนี้... หี รูนี้... เตรียมไว้เพื่อรอรองรับน้ำรักของท่านมานานแล้ว..."
นางคุกเข่าลงบนเตียง คลานเข่าเข้าไปหาเขาอย่างนอบน้อมดุจทาสผู้ซื่อสัตย์ เมื่อถึงตัว นางก็โผเข้ากอดเอวสอบของกัวฉงเฟิง ซุกใบหน้าลงกับแผงอกที่มีขนดกหนาของเขา สูดดมกลิ่นกายบุรุษเพศของผู้มีอำนาจอย่างหิวกระหาย
กัวฉงเฟิงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ มือหนาของเขาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมดำขลับ เชยคางนางขึ้นมารับจูบ
"จ๊วบ..."
ริมฝีปากของทั้งสองบดขยี้เข้าหากันอย่างรุนแรง ไป๋หย่งชิงเผยอปากรับลิ้นสากของกัวฉงเฟิงที่สอดแทรกเข้ามาควานหาความหวาน ลิ้นของนางตวัดเกี่ยวพันตอบสนองอย่างชำนาญ ซึ่งเป็ทักษะที่นางเรียนรู้มาจากการปรนเปรอชายมากหน้าหลายตาในเรือนบุปผาโปรย
ในขณะที่ปากยังคงจูบกันอย่างดูดดื่ม มือซุกซนของไป๋หย่งชิงก็เริ่มเลื่อนต่ำลงไปที่หน้าท้องของกัวฉงเฟิง นางล้วงมือเข้าไปใต้ชายเสื้อคลุมนอน ััได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากผิวเนื้อ และสิ่งที่แข็งขึงดุจเหล็กกล้าที่ซ่อนอยู่
นางคว้าหมับเข้าที่ ควย ขนาดใหญ่ยาวของกัวฉงเฟิงที่แข็งตัวเต็มที่รอคอยอยู่แล้ว มันใหญ่โตสมคำร่ำลือ ยาวกว่า ๗ นิ้วและหนาเทอะทะราวกับด้ามหอกัทมิฬคู่กายของเขา เส้นเืปูดโปนเต้นตุบๆ สู้มือนาง หย่งชิงเริ่มขยับมือรูดรั้งแก่นกายนั้นขึ้นลงเป็จังหวะเนิบนาบ ปลายนิ้วโป้งบดขยี้ส่วนหัวหยักบานที่มีน้ำเมือกใสไหลซึมออกมา
"อืม... มือดีนี่..." กัวฉงเฟิงครางต่ำ เขาผละริมฝีปากออกมามองดูใบหน้าสวยที่แดงซ่านของนาง "สมแล้วที่เป็แม่พันธุ์ชั้นยอด... มิน่าเล่าเ้าลูกชายข้าถึงได้หลงใหลเ้านัก"
ไป๋หย่งชิงส่งสายตาหวานเชื่อม นางค่อยๆ ก้มศีรษะลงต่ำ ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากตนเองเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ก่อนจะอ้าปากรับส่วนหัวของ ควย ท่านประมุขเข้าไป
"อ๊อก..."
นางความเป็ชายของเขาเข้าไปจนเต็มปาก ความใหญ่โตคับแน่นทำให้แก้มของนางตอบลง แต่ด้วยความชำนาญ นางสามารถรับมันเข้าไปได้ลึกถึงคอหอย นางเริ่มโยกศีรษะขึ้นลง ดูดดึงท่อนเอ็นของเขาด้วยจังหวะที่เร่งเร้า เสียงดูดเลีย "จ๊วบ... จ๊วบ..." ดังลั่นห้อง ผสมกับเสียงครางอย่างสุขสมของกัวฉงเฟิง
กัวฉงเฟิงมองดูภาพศีรษะของอดีตฮูหยินผู้สูงส่งที่กำลังผงกขึ้นลงอยู่หว่างขาของเขาด้วยความสะใจ เขาเอื้อมมือไปขยำหน้าอกอวบอิ่มของนางผ่านเนื้อผ้าบางเบา บีบเค้นอย่างมันมือจนเนื้อปลิ้น
"ดี... ดูดให้แรงๆ... ดูดิญญาข้าออกไปเลย ฮูหยินไป๋!"
นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของราตรีแห่งการทรยศหักหลัง ในขณะที่ลูกชายของนางกำลังทุ่มเทชีวิตฝึกวิชาเพื่อช่วยแม่ มารดาของเขากลับกำลังปรนเปรอศัตรูฆ่าพ่อด้วยความเต็มใจและร่านสวาท... เพื่อเตรียมพร้อมรับ "ความจริง" ที่โหดร้ายยิ่งกว่าที่กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงดูดเลียที่ดังระงมไปทั่วห้องนอนใหญ่ของกัวฉงเฟิง เป็เพียงเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบสงัดของราตรีกาล ภายในมุ้งโปร่งสีทองที่ถูกปลดลงมาคลุมเตียงนอนราวม่านหมอก ไป๋หย่งชิง กำลังทำหน้าที่ปรนนิบัติบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในตระกูลกัวด้วยความตั้งใจที่เกินกว่าหน้าที่ของเชลย
ศีรษะของนางผงกขึ้นลงเป็จังหวะเนิบนาบแต่หนักหน่วง ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยน้ำลายจนชุ่มฉ่ำกำลังโอบรัด ควย ขนาดมหึมาของกัวฉงเฟิงไว้อย่างแ่า ลิ้นนุ่มของนางตวัดเลียไปตามเส้นเืปูดโปนที่พาดผ่านลำท่อนเอ็นราวกับงูเลื้อย นางช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของเ้าสำนักเจิ้นเหว่ย แววตาสีน้ำผึ้งฉายประกายยั่วยวนและศิโรราบอย่างถึงที่สุด
"อ๊อก... อื้มมม..." เสียงครางในลำคอของนางดังประสานกับเสียงคำรามต่ำอย่างพึงพอใจของกัวฉงเฟิง
กัวฉงเฟิงมองดูภาพเบื้องล่างด้วยความรู้สึกของผู้ชนะ เขาเห็นไรผมของอดีตฮูหยินผู้สูงส่งเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ชุดผ้าไหมแก้วสีแดงบางเฉียบที่นางสวมใส่อยู่นั้นลู่แนบไปกับเรือนร่าง ยามที่นางขยับศีรษะ หน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างที่ไร้สิ่งห่อหุ้มภายใต้ผ้าบางๆ นั้นก็กระเพื่อมไหวเสียดสีกับหน้าขาของเขา สร้างความรัญจวนใจจนเขาแทบจะะเิอารมณ์ออกมา
"พอแล้ว..." กัวฉงเฟิงสั่งเสียงพร่า เขาจับไหล่บอบบางของนางให้หยุดการเคลื่อนไหว "ข้าไม่ได้้าแค่ปากของเ้า... ข้า้า 'ลิ้มรส' ความร่านที่ลูกชายข้ามันพร่ำบอกนักหนาว่าเ้ายอดเยี่ยมเพียงใด"
ไป๋หย่งชิงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกจากแก่นกายของเขาอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้ ควย ที่เปียกชุ่มและแข็งขึงดีดผึงออกมาััอากาศ นางแลบลิ้นเลียน้ำลายที่เปรอะมุมปาก แล้วฉีกยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"ถ้าเช่นนั้น... ท่านประมุขก็อย่าได้รอช้าเลยเ้าค่ะ... เชิญท่าน 'ชิม' ข้าให้หนำใจ"
นางขยับกายลุกขึ้นยืนบนเตียงด้วยเข่าทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ ก้าวขาข้างหนึ่งข้ามลำตัวของกัวฉงเฟิงไป การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ชายกระโปรงผ้าไหมแก้วที่ยาวกรุยกรายเลิกขึ้นสูง เผยให้เห็น เนินหี ที่โหนกนูนและดกหนาไปด้วยขนสีดำขลับ ร่องสวาทสีแดงสดที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำร่านและน้ำลายปรากฏแก่สายตาของกัวฉงเฟิงในระยะประชิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ผสมกับกลิ่นคาวกามอันเป็เอกลักษณ์ของนางโชยเข้าจมูกเขาเต็มๆ
หย่งชิงค่อยๆ หย่อนสะโพกลงมา นางใช้มือข้างหนึ่งจับประคองท่อนเอ็นอันเขื่องของกัวฉงเฟิงจ่อเข้าที่ปากทางรักของนาง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งเลิกชายกระโปรงขึ้นมาพันไว้ที่เอว เผยให้เห็นบั้นท้ายกลมกลึงที่ขาวผ่องตัดกับความมืดสลัว
"อ๊าาา... ใหญ่... ใหญ่เหลือเกินเ้าค่ะ..." นางครางกระเส่าเมื่อส่วนหัวบานหยักของเขาเริ่มแทรกผ่านกลีบเนื้อนุ่มเข้าไป
"สวบ... ปึก!"
กัวฉงเฟิงกระแทกสวนสะโพกขึ้นมาเพียงครั้งเดียว ความใหญ่โตมโหฬารของเขาก็เสียบทะลวงเข้าไปจนมิดด้ามในคราวเดียว ไป๋หย่งชิงหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายของนางแอ่นโค้งไปด้านหลังจนสุดตัว หน้าอกตั้งชันชี้เพดาน ความคับแน่นที่เติมเต็มเข้ามาทำให้นางรู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกขาด แต่ความเ็ปนั้นกลับกลายเป็เชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือไฟราคะในใจนาง
"ซี๊ดดด... แน่น... แน่นดีจริงๆ!" กัวฉงเฟิงคำราม เขารู้สึกได้ถึงผนังมดลูกของนางที่ตอดรัดท่อนเอ็นของเขาตุบๆ ราวกับจะรีดเร้นิญญา
ไป๋หย่งชิงเริ่มขยับสะโพกควบขี่บุรุษผู้เป็ศัตรูของตระกูล นางโยกกายขึ้นลงอย่างเชี่ยวชาญ ชุดผ้าไหมบางเบาพลิ้วไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว ทุกครั้งที่นางทิ้งน้ำหนักลงมา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง "ตับ! ตับ!" ก้องกังวาน นางจ้องมองหน้ากัวฉงเฟิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล นางเห็นภาพของอำนาจและความแข็งแกร่งในตัวเขา ซึ่งเป็สิ่งที่นางบูชาเหนือสิ่งอื่นใดในยามนี้
...
ในขณะที่พายุราคะกำลังโหมกระหน่ำในห้องนอนของศัตรู ตัดภาพกลับมาที่ หอตำราเจดีย์เจ็ดชั้น บรรยากาศที่นี่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและพลังอำนาจที่รุนแรงจนน่ากลัว
ไป๋หย่งเจิ้ง ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องศิลา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เหงื่อที่ไหลออกมาเริ่มระเหยกลายเป็ไอหมอกสีขาวลอยคลุ้งไปทั่วห้อง ผลจากการบรรลุ "ลมปราณบ่มตะวัน ขั้นที่ ๓" ทำให้ดวงตะวันจำลองทั้ง ๖ ดวงในจุดตันเถียนหมุนวนด้วยความเร็วสูง ปลดปล่อยความร้อนระอุออกมาแผดเผาเส้นชีพจรทุกเส้นในร่างกาย
"อึก... ร้อน... ร้อนเหมือนร่างกายจะะเิ!"
ชายหนุ่มกัดฟันแน่นจนเืซิบ เขาพยายามโคจรลมปราณเพื่อควบคุมพลังมหาศาลนี้ให้อยู่ในร่องในรอย ภาพใบหน้าของมารดา ไป๋หย่งชิง ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความทรงจำถึงรอยยิ้มที่อ่อนโยนและคำสอนของนางเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่ช่วยให้เขาประคองสติไว้ได้
"ท่านแม่... ข้าััได้... ท่านคงกำลังรอข้าด้วยความหวัง..." หย่งเจิ้งรำพึงในใจ ความร้อนที่แผดเผาร่างกายถูกเขาตีความว่าเป็บททดสอบจาก์ "ข้าจะไม่ยอมแพ้... ต่อให้ต้องเ็ปเจียนตาย ข้าก็จะฝึกให้สำเร็จ เพื่อไปรับท่านกลับบ้าน!"
หารู้ไม่ว่า ความ "ร้อน" ที่มารดาของเขากำลังเผชิญอยู่นั้น ไม่ใช่ความร้อนจากการฝึกวิชาอันบริสุทธิ์ แต่เป็ความร้อนจากไฟราคะที่กำลังแผดเผาศักดิ์ศรีของนางจนมอดไหม้
...
ตัดกลับมาที่ห้องนอนใหญ่ กัวฉงเฟิงทนความเชื่องช้าไม่ไหว เขาพลิกตัวตลบกลับอย่างรวดเร็ว จับร่างของไป๋หย่งชิงกดลงกับฟูกนุ่ม แล้วขึ้นคร่อมทับนางไว้ ร่างสูงใหญ่ของเขาเปรียบเสมือนขุนเขาที่กดทับบุปผางามจนจมเตียง
เขาจับขาเรียวสวยทั้งสองข้างของนางพาดบ่ากว้าง เปิดทางให้ รูหี ที่แดงก่ำและชุ่มโชกไปด้วยน้ำรักและน้ำหล่อลื่นอ้ากว้างต่อหน้าเขาอย่างโจ่งแจ้ง ชุดผ้าไหมแก้วสีแดงที่นางสวมอยู่เลิกขึ้นมากองอยู่ที่หน้าอก เผยให้เห็นปทุมถันคู่สวยที่กระเพื่อมไหวรุนแรง
"ดูสภาพเ้าสิ ฮูหยินไป๋..." กัวฉงเฟิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางใช้นิ้วหัวแม่มือบดขยี้ เม็ดแตด ที่บวมเป่งของนาง "ไหนล่ะ... เกียรติยศของฮูหยินเอกตระกูลไป๋? ไหนล่ะ... ความหยิ่งทะนงของบุปผากระบี่พิสุทธิ์? ตอนนี้ข้าเห็นแต่ 'นางบำเรอ' ที่นอนแหกขาให้ศัตรูเย็ดอย่างเมามัน!"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามเ่าั้แทนที่จะทำให้ไป๋หย่งชิงโกรธแค้น มันกลับทำให้นางเสียวซ่านจนตัวสั่น นางแอ่นสะโพกขึ้นรับััจากนิ้วของเขา แล้วครางตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า
"ไม่มีแล้ว... ไม่มีฮูหยินไป๋อีกแล้วเ้าค่ะ... อ๊าาา... ตอนนี้มีแต่ 'หย่งชิง' ของเล่นของท่าน... สมบัติสาธารณะของตระกูลกัว!"
"ดี! งั้นข้าจะประทับตราความเป็เ้าของให้เ้าเดี๋ยวนี้!"
กัวฉงเฟิงกระแทก ควย เข้าไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เขาซอยสะโพกยิกๆ ด้วยความเร็วที่น่ากลัว เสียง "ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!" ดังสนั่นหวั่นไหว เตียงไม้สักทองขนาดใหญ่โยกคลอนจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นห้อง
ไป๋หย่งชิงกรีดร้องอย่างไม่เป็ภาษา หัวสมองของนางขาวโพลน นางใช้สองมือจิกท่อนแขนของกัวฉงเฟิงแน่น เล็บคมๆ จิกเข้าไปในเนื้อของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ดวงตาของนางเหลือกพองขึ้น้า ลิ้นห้อยจุกปาก น้ำลายไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนแก้ม
"อ๊ายยยย! ท่านเ้าสำนัก! แรงอีก! เย็ดข้าแรงๆ! กระแทกให้มดลูกข้าพังไปเลย! อ๊างงงง!"
นางะโร้องขออย่างหน้าไม่อาย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนี้ นางรู้สึกเพียงความเต็มตื้นที่ถูกเติมเต็ม ความเ็ปที่แสนหวาน และความสุขที่ได้เป็ผู้ถูกกระทำ
กัวฉงเฟิงก้มลงมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยตัณหาของนาง เขาเห็นภาพสะท้อนของชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่ชนะในการต่อสู้ แต่เป็การชนะในการทำลายจิติญญาของศัตรู เขาโน้มหน้าลงไปดูดดึงยอดอกสีเข้มของนางผ่านเนื้อผ้าบางๆ ฟันคมๆ ขบกัดลงบนหัวนมจนเืซิบ
"อ๊าาา! เจ็บ! เสียว!" หย่งชิงดิ้นพล่าน แต่ขาที่พาดบ่าอยู่กลับรัดคอเขาแน่นขึ้น ราวกับไม่อยากให้เขาหยุด
บทเพลงรักอันเร่าร้อนดำเนินต่อไปอย่างยาวนาน ทั้งสองผลัดเปลี่ยนท่วงท่าไปมาอย่างไม่รู้เหนื่อย จากท่าปกติสู่ท่าสุนัข จากบนเตียงสู่พื้นพรม และกลับมาที่เตียงอีกครั้ง ไป๋หย่งชิงถูกจับหมุนไปมาราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต นางยอมทำตามทุกอย่างที่กัวฉงเฟิงบัญชา ไม่ว่าจะน่าอายหรือวิปริตเพียงใด
...
ที่หอฝึกวิชา ไป๋หย่งเจิ้งค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงสีทองในดวงตาของเขาเจิดจ้ากว่าเดิม ร่างกายที่เคยร้อนระอุเริ่มเย็นลง พลังลมปราณบ่มตะวันทั้ง ๖ ดวงหมุนวนอย่างเป็ระเบียบในจุดตันเถียน เขาสามารถควบคุมมันได้แล้ว!
"ขั้นที่ ๓... สำเร็จโดยสมบูรณ์!" เขากำหมัดแน่น รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกาย "ท่านแม่... ข้าพร้อมแล้ว... อีกไม่นานข้าจะไปหาท่าน!"
รอยยิ้มของลูกชายที่เต็มไปด้วยความหวัง ตัดสลับกับภาพของมารดาที่กำลังนอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างของชายชู้ ร่างกายของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำกามและรอยช้ำ เป็ภาพที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงและน่าะเืใจยิ่งนัก
ความมืดมิดของค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล และความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของความสัมพันธ์อันวิปริตนี้... กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในไม่ช้า เพื่อกรีดแทงหัวใจที่แตกสลายของไป๋หย่งชิงให้แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี