คู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล]

    บทที่ 25 ใจกล้าราวกับกินดีเสือมา

     

    บทที่ 25 ใจกล้าราวกับกินดีเสือมา

     

    เซียวหลิงอวิ๋นเกือบจะทุบกำปั้นลงบนศีรษะเขาหันไปมองเขาแล้วพูดว่า “ที่แท้พวกเจ้ายังไม่เชื่อว่าข้าเป็นปรมาจารย์สื่อวิญญาณนี่เองหากข้าไม่มีรากวิญญาณ เมื่อครู่จะเตะเหยียนฉี่หมิงกระเด็นจนไร้ทางตอบโต้ได้หรือจะซัดเย่หลงจนคลานกลับไปไม่เป็นท่าได้อย่างไร รีบไปเถอะ! เรามีเวลาแค่สามวันข้ายังต้องไปหาตำรับโอสถฟื้นปราณมาดูอีกว่ายานี้ต้องหลอมอย่างไร!”

            ในชาติก่อนแม้เซียวหลิงอวิ๋นจะเป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการ แต่ความลับแห่งการหลอมโอสถนางก็ได้มาเพียงคัมภีร์ฉบับไม่สมบูรณ์ ภายในนั้นมีเพียงตำรับและวิธีหลอมโอสถขั้นหนึ่งสอง และสามเท่านั้น สำหรับโอสถขั้นสี่ขึ้นไปนางเพียงเคยอ่านเจอจากคัมภีร์โบราณว่ามีอยู่แต่ไม่รู้ทั้งตำรับและวิธีการหลอมเลยสักนิด

            คำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นทำให้เซียวหลิงเฟิงกับเซียวหลิงเย่แทบหมดหวังนางยังไม่เคยเห็นแม้แต่ตำรับโอสถฟื้นปราณ คิดว่าการหลอมโอสถเป็นเรื่องง่ายแค่เห็นตำรับก็หลอมได้แล้วหรือ

            แต่ตอนนี้นอกจากเชื่อในตัวเซียวหลิงอวิ๋นพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก แม้จะรู้ดีว่าต่อให้ได้ตำรับมาก็อาจหลอมยานี้ไม่ได้สำเร็จ ไม่อาจช่วยมารดาให้ฟื้นขึ้นมา แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้เพราะหากยอมแพ้ นั่นเท่ากับต้องยอมดูมารดาสิ้นใจต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขารับไม่ได้

            เซียวหลิงเฟิงตอบอย่างจริงจังว่า“น้องรอง โอสถฟื้นปราณนั้นไม่มีขายในท้องตลาดไม่เพียงแต่ตำรับโอสถนี้ไม่มีขายเท่านั้น ตำรับโอสถขั้นสามขึ้นไปต่างก็ล้ำค่าล้วนหายากทั้งสิ้น...แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทาง”

            “พรุ่งนี้คือวันพิธีบูชาฟ้าดิน พวกเจ้าอาจไม่รู้ ข้าได้ยินมาว่าครั้งนี้ที่ปรมาจารย์เย่ว์ยอมมาที่แคว้นฮั่วหลีเพื่อประกอบพิธีขอฝนก็เพราะฮ่องเต้สัญญาว่าจะมอบตำรับโอสถฟื้นปราณขั้นห้าให้หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ พวกเราที่แคว้นฮั่วหลีฝนไม่ตกมาสองปีแล้วปรมาจารย์เย่ว์จะยอมมาง่ายๆ ได้อย่างไร วันพรุ่งนี้เราสามารถหาทางแอบเข้าไปในพิธีบูชาฟ้าดินแล้วขโมยตำรับโอสถฟื้นปราณออกมา!”

            เซียวหลิงอวิ๋นถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้คือพิธีบูชาฟ้าดิน

            พิธีบูชาฟ้าดินนี้จัดขึ้นทุกสามปีหนนี้จัดขึ้นเพื่อขอฝน ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ล้วนต้องเข้าร่วมทั้งสิ้น

            “ไม่จำเป็นต้องแอบเข้าไปหรอกพรุ่งนี้พวกเจ้าตามข้าเข้าไปอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเราเป็นทายาทสายตรงของจวนเจิ้นกั๋วโหวย่อมมีสิทธิเข้าร่วมพิธีอยู่แล้ว!จะปล่อยให้ลูกหลานของซ่างกวนหลิวได้ประโยชน์ไปฝ่ายเดียวไม่ได้เด็ดขาด!”

            เซียวหลิงเฟิงกับเซียวหลิงเย่เพิ่งนึกขึ้นได้แม้พวกเขาจะออกจากจวนเจิ้นกั๋วโหวมาแล้วแต่เซียวหลิงอวิ๋นยังเป็นคุณหนูใหญ่โดยชอบธรรม พวกเขาสามารถตามนางเข้าไปได้!

            เรื่องของวันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันตอนนี้สิ่งสำคัญคือหาเงินมาให้ได้ก่อน หากได้ตำรับมาแล้วแต่ไม่มีเงินซื้อสมุนไพรแบบนั้นคงน่าอับอายเกินไป!

            เซียวหลิงอวิ๋นให้พวกเขาสองคนออกไปกระจายข่าวหากเจอคนแล้วก็พากลับมาที่จวนเจิ้นกั๋วโหวส่วนนางออกว่าจ้างคนหามเกี้ยวมาสองสามคนเพื่อพามารดากลับไปยังจวนเจิ้นกั๋วโหวที่นี่ทั้งชื้นทั้งเย็น ไม่เหมาะจะพักรักษาตัวนางต้องพาหลิ่วซื่อกลับไปพักฟื้นที่จวน!

            เมื่อรู้ว่าซ่างกวนหลิวเป็นอัมพาตครึ่งซีกสองพี่น้องจึงคิดว่าหากเซียวหลิงอวิ๋นจะพานางกลับไปก็คงไม่มีปัญหาอะไร จึงตอบตกลง

            ครั้นเซียวหลิงอวิ๋นคลุมผ้าโปร่งบนใบหน้าแล้วพาคนหามเกี้ยวพาหลิ่วซื่อมาถึงหน้าประตูจวนเจิ้นกั๋วโหวทหารยามสองคนที่เฝ้าประตูเห็นนางก็ยังเมินเฉย ไม่แม้แต่จะปรายตามองยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการแสดงความเคารพ

            เซียวหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ “เข้าไปตามสาวใช้กับบ่าวหญิงที่แรงเยอะมาช่วยกันหามคนหน่อย”

            ผลกลับเป็นว่าอีกฝ่ายมองนางด้วยแววตาดูแคลนแล้วตอบด้วยท่าทีเฉื่อยชา“ขออภัยคุณหนูใหญ่ พวกข้าได้รับคำสั่งให้เฝ้าประตู คุณหนูไม่มีสิทธิ์สั่งพวกข้าฮูหยินสั่งไว้ว่าไม่ให้เดินออกจากหน้าประตูโดยพลการ ขออภัยที่ขัดคำไม่ได้”

            ช่างกล้าพูดว่า‘ขออภัยที่ขัดคำไม่ได้’ เซียวหลิงอวิ๋นแค่นหัวเราะเย็นก่อนจะก้าวขึ้นไปแล้วซัดหมัดเข้าใส่คนที่ปากกล้าไปเต็มแรง

            “อ๊าก!” ทหารยามคนนั้นร้องลั่นมองหญิงสาวที่คลุมหน้าไว้ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว

            คุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวที่เคยถูกใครๆเหยียบย่ำกลับกล้าลงมือกับเขา! แถมเขายังรับมือไม่ทัน คลื่นพลังเมื่อครู่อย่างน้อยต้องอยู่ระดับหลังฟ้าขั้นสามขึ้นไปแน่ในขณะที่พวกเขาอยู่เพียงขั้นสองเท่านั้น

            ทหารอีกคนตกใจจนหน้าซีดเงยหน้าขึ้นชี้นิ้วใส่นางพลางตวาดลั่น “คุณหนูใหญ่ ท่าน...ท่านกล้าทำร้ายคนรึ!”

            ไม่ทันขาดคำก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณกระโชกวูบ

            “พลั่ก!” ทหารอีกคนถูกเตะจนล้มกลิ้งไปอีกคนใบหน้าคนทั้งคู่ซีดเผือดไร้สีเลือด

            เซียวหลิงอวิ๋นจ้องมองพวกเขาด้วยแววตาเย็นชาเอ่ยถามอย่างเฉียบขาด

            “ไอ้ขี้ข้า ตอนนี้ข้ามีสิทธิ์สั่งพวกเจ้าหรือยังยังไม่รีบไสหัวไปตามคนมาหามแม่ข้าเข้าไปอีก!”

            สองทหารยามเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่พอใจแต่ไม่กล้าปริปาก ได้แต่ยอมจำนนเดินเข้าไปตามคำสั่ง

            เหล่าคนหามเกี้ยวเมื่อเห็นเซียวหลิงอวิ๋นใช้กำลังเช่นนั้นพลันแน่ใจว่านางทั้งแข็งกร้าวและอารมณ์ร้อนสมกับคำร่ำลือ จึงไม่มีใครกล้าเร่งรัดได้แต่ยืนรอนิ่งๆ ให้คนในจวนเจิ้นกั๋วโหวออกมาช่วยหามคนเข้าไป

     

    เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปขณะที่เซียวหลิงอวิ๋นเริ่มรู้สึกหงุดหงิดก็เห็นคนห้าหกคนเดินอ้อยอิ่งออกมาจากในจวนผู้ที่เดินนำหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์หมัวมัวที่ถูกเซียวหลิงอวิ๋นซัดหน้าบวมเป็นหัวหมูก่อนหน้านี้ถัดจากนางคือบ่าวหญิงหนึ่งคนและสาวใช้สองคน แต่ละคนแต่งตัวดีกว่าเซียวหลิงอวิ๋นทั้งนั้นสีหน้าก็ล้วนหยิ่งยโสแสดงความดูแคลนชัดเจนส่วนทหารยามสองคนที่เดินตามหลังมาท้ายสุดก็จ้องมองเซียวหลิงอวิ๋นด้วยแววตาเคียดแค้นเจือแววสะใจ

            ใครในจวนไม่รู้บ้างว่าเซียวหลิงอวิ๋นกลัวซ่างกวนหมัวมัวที่สุด เมื่อก่อนถูกซ่างกวนหมัวมัวทั้งตีทั้งด่านางยังไม่กล้าร้องออกมาสักคำ พวกเขาจึงจงใจไปตามซ่างกวนหมัวมัวให้ออกมาหามคนครานี้เซียวหลิงอวิ๋นคงหมดทางรอด!

            ซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ทำหน้าบึ้งตึงพอมองเห็นเซียวหลิงอวิ๋น ความแค้นที่ถูกนางทำร้ายก่อนหน้านี้ก็ปะทุขึ้นทันทีแม้นายหญิงจะบอกว่าไม่ติดใจเอาความ แต่นางกลับฝังใจไม่ลืม ครานี้มีโอกาสนางย่อมไม่ยอมปล่อยให้เซียวหลิงอวิ๋นรอดไปง่ายๆ!

            ระหว่างที่ก้าวข้ามธรณีประตูซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ก็แค่นเสียงเยาะเย้ยกล่าวกับเซียวหลิงอวิ๋นว่า

            “คุณหนูใหญ่เจ้าขา ขอเถอะเจ้าค่ะเดือนนี้ท่านลงไม้ลงมือกับข้ารับใช้นับครั้งไม่ถ้วนตอนนี้ฮูหยินยังถูกท่านทำให้โกรธจนเป็นอัมพาตพวกเราก็ต้องคอยดูแลฮูหยินกันจ้าละหวั่นท่านจะกุเรื่องอะไรมาใช้งานบ่าวอีกล่ะเจ้าคะ ข้ารู้ว่าท่านโกรธแค้นฮูหยินไม่อยากให้ฮูหยินหายป่วย แต่คิดดูสิ ฮูหยินรักท่านขนาดไหนสุดท้ายกลับต้องเจอกับคนอกตัญญูเช่นนี้ ช่าง...”

            เพียงเปิดปากซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ก็ประณามเซียวหลิงอวิ๋นอย่างเปิดเผยกล่าวหาว่านางทั้งใช้กำลังกับบ่าว ก่อเรื่องจนนายหญิงล้มป่วยซ้ำยังเป็นคนใจดำที่คิดร้ายกับผู้มีพระคุณอย่างซ่างกวนหลิวอย่างเลือดเย็น

            สมแล้วที่เป็นบ่าวสินเดิมของซ่างกวนหลิววาจาชุดนี้ หากคนไม่รู้เรื่องได้ยินเข้ามีหวังได้พากันเกลียดคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเซียวเข้าไส้

            หากเป็นเจ้าของร่างเดิมคงได้แต่ตื่นตระหนก พยายามแก้ตัวเป็นพัลวันแต่ผลลัพธ์ก็คงไม่พ้นถูกซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์สาดน้ำสกปรกใส่ซ้ำจนล้างอย่างไรก็ไม่สะอาด

            ทว่าเซียวหลิงอวิ๋นกลับหัวเราะเย็นเสียงหนึ่งเงื้อมือสะบัดวูบ พลังปราณแหวกอากาศตามมา ก่อนเสียง ‘เพียะ!’ จะดังสนั่นซัดฝ่ามือฉาดใหญ่ลงบนใบหน้าซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์อย่างจัง

            “ไอ้บ่าวสถุลใครให้เจ้ากล้าตะโกนโวยวายกับคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วโหวเช่นนี้กล้าพูดจาแดกดันใส่กันเชียวหรือ!”

            ใบหน้าซ่างกวนหมัวมัวบวมเป่งขึ้นมาทันตา

            บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบงันทุกคนต่างตะลึงงันกับภาพตรงหน้า

            คุณหนูใหญ่ที่มักถูกรังแกตามอำเภอใจจากซ่างกวนหมัวมัวกลับกล้าตบหน้านางต่อหน้าธารกำนัล!

            นี่พวกนางไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่

            ส่วนทหารยามสองคนที่ตั้งใจให้ซ่างกวนหมัวมัวออกมาสั่งสอนเซียวหลิงอวิ๋นต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มผิดไปจากที่คาดไว้

            คุณหนูใหญ่วันนี้กินดีเสือมาหรืออย่างไรถึงได้กล้าตบแม้กระทั่งซ่างกวนหมัวมัว? นางไม่กลัวว่าจะโดนซ่างกวนหมัวมัวทรมานจนตายหรืออย่างไร!

             

    คล้ายกับเรื่องคู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน