ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้ไรท์มโนขึ้นมาความสมเหตุสมเหตุสมผลมีบ้างไม่มีบ้าง รบกวนอ่านเพื่อความบันเทิงใจ ขอบคุณค่ะ
++++++++++++++++++++++
หยางจื่อบังคับรถม้าออกจากพื้นที่ขายของ เหล่าพ่อค้าแม่ค้ามองตามหลังรถม้ากันเป็นตาเดียว เพราะมันเป็นเรื่องที่แปลกมากที่เอารถม้ามาทำเป็นที่ขายของเช่นนี้
"ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ"
"เป็นอย่างไรบ้าง ขายดีหรือไม่"
"ท่านพ่อต้องถามข้าว่า ได้หยุดพักบ้างหรือไม่ต่างหาก"
"นี่พวกเจ้าไม่ได้หยุดมือกันเลยหรือ"
"เป็นเช่นนั้นขอรับท่านพ่อ"
หยางจื่ออุ้มเฉินเอ๋อร์ไปนอนในห้องโถงพร้อมกับห่มผ้าให้มิดชิด
"น้องก็ยังไม่ได้กินข้าวกินยาเช่นกัน พี่ว่าพรุ่งนี้ให้เฉินเอ๋อร์อยู่บ้านเถอะ"
"เดี๋ยวข้าจะบอกน้องเองเจ้าค่ะ"
หยางเจี้ยนยืนฟังลูกๆ คุยกันอย่างอารมณ์ดี เขาภูมิใจในตัวลูกมาก คนโตก็เก่งกาจ ลูกสาวเองก็ค้าขายเก่งเช่นกัน ส่วนลูกคนเล็กดูท่าทางคงจะเป็นบัณฑิต
"ท่านพ่อแล้วเรื่องจัดการพลิกหน้าดินเป็นอย่างไรขอรับ"
"ก็ต้องค่อยๆ ทำไป เพราะดินไม่ได้ใช้งานมานาน ทั้งยังถูกถับทมด้วยหิมะมาหลายปี ทำให้ดินมันแน่นมาก เมื่อทำบ้านเสร็จแล้วพ่อจะเข้าเมืองไปซื้อทาส จะได้จัดการพลิกหน้าดินได้เร็วขึ้น"
"ดีเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อเอาเจ้าหู่ไปเลือกทาสด้วยนะเจ้าค่ะ"
"ได้ๆ "
"ท่านพ่อขอรับ ข้าจะขอเข้าป่าไปกับเจี้ยนหัวได้หรือไม่"
"หึหึ..เจ้าไม่ต้องขอพ่อหรอก เจ้าอยากไปไหนก็ไปได้เลย เพียงแต่บอกคนในบ้านเอาไว้ก็พอ"
"ขอรับท่านพ่อ"
"ท่านพ่อเจ้าขาาา"
หยางมี่เรียกท่านพ่อเสียงอ่อนเสียงหวาน ทำให้หยางเจี้ยนหลุดหัวเราะมาทันที เพียงแค่มองหน้าลูกสาวก็รู้แล้วว่่าต้องการอะไร
"ส่วนเจ้ายังต้องอยู่ในสายตาของพ่อกับพี่ใหญ่ของเจ้าต่อไปจนกว่าจะถึง15หนาว เข้าใจหรือไม่"
"เห้อ...เข้าใจก็ได้เจ้าค่ะ"
หยางมี่แสแสร้งทำท่าทางยู่ปากอมลมแก้มป่อง มีคนคอยเป็นห่วงมีหรือที่นางจะไม่ชอบใจ นางชอบมากต่างหาก แต่ที่ถามเพราะนางอยากเรียกร้องความสนใจจากท่านพ่อสุดหล่อของนาง
ยามเว่ย (13.00-14.59)
หยางเจี้ยนอุ้มเฉินเอ๋อร์เดินไปบ้านเจิ้งโดยมีหยางมี่ขี่หลังหวังเฉาขนาบข้างท่านพ่อ
"ท่านพ่อ บ้านของเรากับบ้านลุงอี้อยู่ท้ายสุดของหมู่บ้านเลยหรือเจ้าคะ"
"ใช่แล้วล่ะ พื้นที่ตรงนี้เรียกว่าหลังเขาจะอยู่สูงที่สุด ที่ดินปลูกสมุนไพรบ้านลุงอี้ก็เป็นพื้นที่ลาดลงเขาเช่นเดียวกับบ้านของเรา"
"แล้วที่ดินคนอื่นๆ ล่ะเจ้าคะ"
"ที่ดินคนอื่นก็จะคล้ายๆ บ้านของเราเช่นกันอยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อย พวกเจ้ารู้หรือไม่ชาวแคว้นตงเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดนะ เพราะว่าทุกคนได้เดินขึ้นเขาลงเขากันทุกวัน ถ้าให้แคว้นอื่นมาเดินอย่างเรา พวกเขาก็จะเดินไม่ไหว "
"จริงด้วยเจ้าค่ะ ต่อให้ข้ากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนใช่หรือไม่ เพราะข้าเดินขึ้นลงเขาทุกวัน"
เด็กทั้งสองคนต่างพูดคุยหยอกล้อกันไปจนไปถึงบ้านเจิ้ง แต่เขากลับเห็นชายคนหนึ่งจะเอาไม้ตีเด็กผู้หญิง โดยมีชายสองคนโอบกอดเด็กหญิงเพื่อปกป้อง
หยางเจี้ยนที่ฝังใจกับเรื่องเช่นนี้ เพราะลูกชายลูกสาวก็เคยโดนกระทำมาก่อน ทำให้หยางเจี้ยนโมโหเป็นอย่างมาก จึงหยิบท่อนไม้ขว้างใส่ชายคนนั้นอย่างแรง
"โอ้ย!!..ใครบังอาจทำข้า"
"ข้าเอง"
หยางเจี้ยนเดินเข้าไปพร้อมกับมองชายคนนั้นทั้งยังมีสี่ยอดองครักษ์ยืนจ้องมองอย่างดุดัน จนคนพวกนั้นต่างก็ตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
"ระ..เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพะ พวกเจ้า ถะ.. ถอยไป"
"ข้าก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเท่าไหร่นัก แต่พอดีว่าข้าทนเห็นบุรุษตัวใหญ่รังแกเด็กไม่ได้"
"ขะ ข้าไม่ได้รังแก ขะ ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น"
"แล้วนี่คืออะไร เจ้าตีพวกเขาจนเลือดอาบเช่นนี้หรือที่เรียกว่าไม่ได้ทำ"
"ก็พวกมันไม่ยอมมาทำงานให้ข้า ข้าจำเป็นต้องสั่งสอน"
"หึหึ...ถ้าอย่างนั้นข้าจะตีเจ้าเพราะเจ้าอยู่ขวางหูขวางตาข้า"
หยางเจี้ยนตบเข้าไปที่ใบหน้าของชายผู้นั้นอย่างแรงไปหนึ่งครั้ง จนชายผู้นั้นล้มลงกับพื้นทั้งยังมีเลือดกบปาก ใบหน้าเช่นนี้ดูก็รู้แล้วว่าเป็นลูกหลานบ้านไหน
"จะ เจ้า ข้าจะฟ้องท่านแม่"
"ข้าเพียงแค่สั่งสอนเจ้าแทนมารดาบิดาเท่านั้น ถ้าอยากฟ้องเชิญฟ้องให้เต็มที่ "
ชายคนนั้นนั่งตัวสั่นไม่ยอมลุกไปไหน จนหยางเจี้ยนและสุนัขทั้งสี่ทำท่าทำทางจะเดินเข้าไปอีกครั้ง ชายคนนั่งถึงกับต้องคลานหนีไปอย่างสุดชีวิต ทำให้หยางมี่มองท่านพ่อด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม
'โห...ท่านพ่อสายดาร์คของข้าโคตรเหมือนเจ้าพ่อมาเฟียเลย'
"พวกเจ้าเป็นอะไรหรือไม่"
"พวกข้าไปเป็นอะไรขอรับ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
"แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดคนบ้านฮั่วถึงมาทำร้ายพวกเจ้าเช่นนี้"
"ชายคนนั้นชื่อฮั่วมู่เฉียน พวกเขาต้องการให้พวกข้าไปทำงานให้ แต่พวกข้าไม่ยอมไปเพราะถึงไปข้าก็ไม่ได้ค่าจ้าง พวกมันก็เลยมาทำร้ายพวกเราอย่างเช่นที่ท่านเห็น"
"สารเลวที่สุด!!"
"ท่านอาจจะเดือดร้อนที่มาช่วยพวกข้าเช่นนี้"
"ข้าไม่เป็นไรหรอก"
"แล้วท่านมาทำอะไรแถวนี้หรือขอรับ แถวนี้มีแต่บ้านของข้าเท่านั้น"
คนบ้านเจิ้งถามออกไปพร้อมกับคอยลอบมองสุนัขทั้งสี่ตัวไปด้วยความหวาดระแวง
"ข้าได้ยินผู้ใหญ่บ้านพูดว่าเจ้าหางานทำอยู่ เจ้าสนใจมารับจ้างเพาะปลูกที่บ้านของข้าหรือไม่"
"สนใจขอรับ "
"พรุ่งนี้เจ้ามาช่วยข้าพลิกหน้าดินเตรียมปลูกผักปลูกข้าว บ้านของข้าอยู่ติดกับบ้านท่านหมอ"
"เป็นบ้านผู้เฒ่าหลี่หรือขอรับ"
"ใช่ ข้าเป็นลูกเขยผู้เฒ่าหลี่ ข้าพาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ เจ้าเรียกข้าว่าอาเจี้ยนได้นะ อายุเราน่าจะใกล้เคียงกัน"
"ข้าชื่อเจิ้งตงเฉิน เจ้าเรียกข้าว่าอาเฉินก็ได้ "
ระหว่างที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันเรื่องงานหยางมี่เดินเข้าไปหาเด็กหญิงที่หน้าจะอายุมากกว่าหยางมี่ พร้อมกับสำรวจอาการบาดเจ็บไปด้วย เสื้อผ้าก็เก่าพอๆ กับนางเมื่อก่อนไม่มีผิด
"พี่สาวเป็นอะไรหรือไม่"
"พี่สาวไม่เป็นอะไรมากหรอก "
"พี่สาวพี่ชายชื่ออะไรอายุเท่าไหร่หรือเจ้าค่ะ"
"พี่ชื่อปิงปิง อายุ9หนาว"
"ข้าชื่ออวี่เยี่ยน อายุ12หนาว เจ้าเรียกข้าว่าพี่เยี่ยนก็ได้"
"เจ้าค่ะพี่เยี่ยน พี่ปิงปิง ส่วนข้าชื่อหยางมี่ อายุ6หนาวเจ้าค่ะ ส่วนคนโน้นเป็นน้องชายข้า ชื่อหยางเฉิน อายุ4หนาวเจ้าค่ะ เรียกข้าว่ามี่เอ๋อร์หรือเสี่ยวมี่ก็ได้ "
"ได้เสี่ยวมี่"
หลังจากที่พูดคุยตกลงกันแล้วว่าหยางเจี้ยนตัดสินใจจะจ้างทั้งครอบครัว ให้เริ่มงานพลิกหน้าดินในวันพรุ่งนี้
"ถ้าคนพวกนั้นมาหาเรื่องอีก วิ่งมาหาข้าได้นะ ถ้าเป็นไปได้อย่าปล่อยให้ลูกสาวของเจ้าอยู่คนเดียวเด็ดขาด พวกมันอาจจะมาอีกก็ได้"
"ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้า"
"ไม่เป็นไรๆ ข้าไปก่อนน่ะ"
หลังจากที่หยางเจี้ยนเดินออกไปจากบ้านของเจิ้งตงเฉินแล้ว ตงเฉินก็เข้าไปดูบุตรสาวทันที
"ปิงเอ๋อร์ลูกเจ็บตรงไหนหรือไม่"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ…….ท่านพ่อเจ้าคะเหตุใดคนพวกนั้นถึงได้ชอบรังแกพวกเรานัก"
เจิ้งตงเฉินเหม่อลอยออกไปเพราะกำลังคิดถึงเรื่องราวอดีตของตนกับสตรีนางนั้น พร้อมกับตัดสินใจเอ่ยเล่าเรื่องนี้ให้บุตรสาวฟัง
"ที่มารดาของเจ้าทิ้งพวกเราไป ก็เพื่อไปเป็นอนุภรรยาของผู้ช่วยฝ่ายตรวจการฮั่ว ยายเฒ่าฮั่วคงไม่พอใจเพราะยายเฒ่าฮั่วอยากได้หลานสาวบ้านหม่าเป็นอนุ แต่ก็ขัดขวางไม่ได้ ก็เลยมาลงที่พวกเรา"
"แต่พวกเขาก็รับอนุเพิ่มได้อีก เหตุใดถึงไม่พอใจพวกเรา"
"ด้วยฐานะ พวกเขาก็เลยรับอนุเพิ่มไม่ได้อีกนะสิ"
ตงเฉินโอบกอดลูกสาวแน่น เขาแค้นใจคนพวกนั้นที่สุด แม้กระทั่งงานในเมืองยังไม่มีใครรับเขาเข้าทำงานเพราะถ้าใครรับพวกเขาทำงานก็เท่ากับว่ามีปัญหากับผู้ช่วยฝ่ายตรวจการฮั่วทันที
"ท่านพ่อ เราย้ายไปอยู่ที่อื่นดีหรือไม่"
"ถ้าเราย้ายเราอาจจะอดตายก็ได้นะเยี่ยนเอ๋อร์ ตอนนี้พวกเรามีงานทำแล้ว ทั้งยังได้งานทั้งครอบครัวอีก อดทนหน่อยนะลูก พ่อเชื่อว่าต้องมีสักวันที่สวรรค์จะเห็นใจพวกเรา"
"ขอรับท่านพ่อ"
หยางเจี้ยนเดินมาถึงบ้าน เข้าอุ้มลูกชายไปนั่งที่แคร่หลังบ้าน โดยมีสี่ยอดองครักษ์เดินไปนั่งรวมกลุ่มด้วย อีกทั้งลูกชายของเขาก็ยังอยู่ไม่ได้เข้าป่าอย่างที่ได้บอกเอาไว้
"อ้าว...หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เจ้าหู่ วันนี้ไม่ออกสำรวจอีกหรือ"
'ไม่ขอรับ'
หยางเจี้ยนชะงักไปทันที พร้อมกับมองไปที่สี่ยอดองครักษ์ ทั้งยังไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงใคร เขาจึงลองถามอีกอีกครั้ง
"ใช่เสียง...ของเจ้าหรือ"
'ใช่ขอรับ '
หยางเจี้ยนดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้างพะงาบๆ อย่างอึ้งๆ พร้อมกับมองไปที่ลูกๆ ของเขาทั้งสามคน
"แหะ!!..ท่านพ่อขอรับ เมื่อครู่ข้าเองก็ตกใจเช่นกัน ที่ได้ยินม้าทั้งสองพูดได้ "
หยางจื่อส่งรอยยิ้มเจื่อนๆ ไปให้ท่านพ่อของตนที่ตอนนี้กำลังตกตะลึงอยู่เช่นเดียวกับเขา
"ก๊วยเจ๋งกับจั่นเจาด้วยหรือ"
"ขอรับท่านพ่อ"
"เฉินเอ๋อร์มี่เอ๋อร์พวกเจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่"
"แหะๆ ข้าสองคนรู้ตอนอยู่ที่เมืองจูซานเจ้าค่ะท่านพ่อพี่ใหญ่"
"เฮ้อ...แต่ละอย่างที่ตาเฒ่าคนนั้นให้เจ้ามา คนธรรมดาที่ไหนจะมีได้"
"หรือบางที่อาจจะไม่ใช่คนก็ได้เจ้าค่ะ"
"อืม..พ่อก็คิดเช่นนั้น คนที่ไหนจะสามารถเอาของมีค่าอย่างรถม้ามิติออกมาขายให้คนอื่นเช่นนี้ได้ ทั้งยังมีสุนัขและม้าพูดได้อีก เอาเป็นว่าพ่อจะพยายามทำใจให้ชินนะ"
"เออ..ท่านพ่อ คนบ้านเจิ้งจะมาทำงานกับเราหรือไม่ขอรับ"
"พ่อให้พวกเขาเริ่มงานพรุ่งนี้"
"ดีขอรับ ข้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าท่านพ่อจะเหนื่อย"
"เด็กดี...พ่อของพวกเจ้าแข็งแรงมาก ไม่เหนื่อยง่ายๆ หรอก"
หยางเจี้ยนลูบหัวหยางจื่ออย่างเอ็นดู ถึงแม้ลูกชายของเขาจะเริ่มโตแล้ว แต่ดูเหมือนลูกๆ ของเขาทุกคนจะชอบให้ลูบหัวเช่นนี้
"ท่านพ่อแล้วคนพวกนั้นจะมาทำร้ายคนบ้านเจิ้งอีกหรือไม่เจ้าค่ะ"
"พ่อคิดว่ามันน่าจะมาอีก "
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ"
หยางเจี้ยนเล่าเรื่องที่เจอให้กับหยางจื่อฟังทั้งหมด ทำให้หยางจื่อโมโหเป็นอย่างมาก เพราะหยางจื่อเองก็มีเรื่องฝังใจเกี่ยวกับน้องสาวน้องชายเช่นเดียวกันกับท่านพ่อ
++++++++++++++++++++
ขอบคุณที่คิดตามค่ะ หลังจากนี้ไรท์ขอลาหยุดเพิ่มอีกสามวันนะเจ้าคะเพราะไรท์ต้องไปตระเวนหาที่ขายของใหม่