ลมวสันต์ไม่เข้าใจ อะไรคือการลักพาตัว
"เดี๋ยวก่อนครับ บางทีอาจจะมีเื่เข้าใจผิด"
เขายกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
อีกฝ่ายแม้จะมีท่าทางเป็ปรปักษ์ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสามารถพูดคุยกันได้ ทั้งยังดูออกว่าเป็ห่วงวิธูมาก ลมวสันต์จึงรู้สึกเป็มิตรกับหล่อนไปตามธรรมชาติ
คุณวิธูเองก็ไม่ใช่คนธรรมดา ย่อมมองคนเป็อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างมองเธอในแง่ดี
แถมด้วยค่าสถานะในตอนนี้ของเขา ไม่จำเป็ต้องกลัวผู้เล่นคนไหนในเกมเลย
"เหรอคะ? แต่พวกคนในสลัมบอกว่าคุณวางยาเขา แล้วก็ลักพาตัวมา"
"ครับ? ไม่ใช่นะ นั่นเป็ผลจากคุณสมบัติของไอเทมที่ผมให้เขาไป ผมเห็นว่าเขาหลับก็เลยไม่อยากทิ้งไว้คนเดียว ดูสิเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากไม่ใช่เหรอ?"
หญิงสาวหันไปมองคนบนเตียงแล้วพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง
"ก็ใช่ค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็กักตัวเขาไว้ตั้ง 2 วัน"
"นั่นเพราะเขาพึ่งจะฟื้นสติมาเมื่อกี้เอง ใช่ไหมครับ ท่านวิธู เธอเป็คนรู้จักของท่านเหรอครับ"
วิธูพยักหน้ารับ ใบหน้าที่สดใสขึ้นจากครั้งก่อนมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นหลายส่วน
"ใช่ เป็คนดีคนหนึ่ง"
เมื่ออีกฝ่ายกล่าวสำทับ ลมวสันต์ยิ่งประเมินเธอสูงขึ้นอีกหลายส่วน
'แม่นางคนนี้ไม่เลวเลย พอรู้ว่าข้าหายตัวไปก็รีบออกตามหา ช่างเป็เด็กสาวที่ดีจริง ๆ'
วิธูคิดอย่างชื่นชม
ตอนนี้พอมีสองคนที่อยู่คนละฝ่ายจับจ้องมาที่เขา มันก็ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก อย่างน้อยถ้าใครคิดจะทำร้ายเขาล่ะก็ อีกฝั่งคงจะไม่ยอมอยู่เฉย
แม้ดูท่าแล้วคงจะไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่อย่างไรแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจมากกว่าอยู่หลายขุม
"แล้วเ้ามีธุระอะไรถึงตามหาข้าล่ะ"
เขาถามอัสดงอย่างสนใจ แน่นอนว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้จะมาทวงขนมปังแข็งและน้ำดื่มคืนหรอก คนเราต่อให้จะตระหนี่แค่ไหนก็คงไม่พยายามตะบี้ตะบันตามหากันขนาดนี้
'เดี๋ยวนะ...'
'แล้วพวกมันหายไปไหน'
บนตัวของเขาไม่มีขนมปังแข็งและน้ำเปล่าขวดนั้นอยู่แล้ว หรือว่า...
แต่ก่อนจะได้คาดเดาอะไรต่อ เสียงของอัสดงก็ดังขึ้นขัดกับความคิดนั้น
"ฉันได้รับโอกาสที่ดีมาก จากคำชี้แนะของคุณ เลยตั้งใจซื้อขนมปังธัญพืชมาให้ปอนด์หนึ่งค่ะ"
พูดจบก็ปรากฏห่อขนมปังธัญพืชขึ้นบนมือของเธอ
"...ขอบคุณ"
เขารับมันมาอย่างระมัดระวัง
'กลิ่นหอมมากเลย'
วิธูสูดหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกลิ่นอายหอมกรุ่นนั้นเข้าปอด
ไม่วายหันมองลมวสันต์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียงอย่างดูแคลนเล็กน้อย
'เทียบกับเ้านี่ ที่ให้แค่ขนมปังแข็งกับน้ำเปล่า 2 ขวด แถมยังมาขโมยของข้าคืนไปอีก จิ๊ จิ๊ คนเทียบกันไม่ได้จริง ๆ'
ลมวสันต์พอเห็นท่าทางแบบนั้น กับรู้สึกลนลานขึ้นมา
"ผม ผมก็ให้น้ำพุกับท่านเหมือนกันนะ ดูสิ ท่านแข็งแรงขึ้นมากเลย"
'โอ้... ข้าลืมเื่นี้ไปเลย'
วิธูพยักหน้ารับ
'ข้าจะถือว่านั่นเป็ของชดเชยจากการที่เ้านั่นขโมยน้ำและขนมปังแข็งของข้าไป แม้ว่าพวกมันจะเทียบกับสิ่งที่ได้รับมาไม่ได้ก็เถอะ'
ขนมปังที่อัสดงให้มานั้น ถูกหั่นอย่างดี ดูเหมือนว่าจะคำนึงให้เขาสามารถกินได้อย่างสะดวกด้วย
'นับแล้วมีโหลหนึ่งพอดี ต่อให้กินตั้งวันละ 2 แผ่น ก็ยังอยู่ได้เกือบอาทิตย์'
แน่นอนว่าการจะเก็บมันไว้โดยไม่มีเวทมิติ ไม่นานก็คงจะขึ้นรา แต่นั่นก็ยังกินได้อยู่ดี
"มาเถอะ แบ่งกัน"
ถึงกระนั้นวิธูก็เลือกที่จะแบ่งอาหารสำหรับ 1 วันให้คนทั้งคู่
'ของราคาแพงมาก จะเก็บไว้กินคนเดียวก็รู้สึกผิด'
เขายื่นขนมปังให้ลมวสันต์และอัสดงคนละแผ่น และสำหรับตัวเองอีกแผ่น ส่วนที่เหลือก็ห่อเก็บไว้
สองคนนี้แม้ว่าจะมีทัศนคติที่ค่อนข้างประหลาด แต่เห็นได้ชัดว่าเป็คนซื่อตรง
เขาอาศัยอยู่ในสลัม ด้านมืดของมนุษย์ไม่ว่าจะแบบไหนก็เคยได้เห็น เคยได้ยินมาแล้วทั้งนั้น
เหตุผลหนึ่งที่เขายอมรับอาหารจากคนแปลกหน้ามาอย่างง่ายดาย เป็เพราะว่าทั้ง 2 คนนี้มีเจตนาที่ชัดเจน พวกเขา้าบางอย่างจึงยอมตอบสนองต่อความ้าอาหารของเขา สำหรับเขาแล้ว มันเป็ความสัมพันธ์ที่สบายใจความกว่าการได้รับเพียงความหวังดีอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป
'สิ่งนี้... อร่อยมาก'
ขนมปังแข็งก่อนหน้านี้ก็นับว่าใช้ได้ แต่อันนี้อร่อยกว่ามากเลย
'เป็แบบนี้ต่อไป แล้วข้าจะกลับไปใช้ชีวิตในสลัมได้ยังไงกัน'
ในที่สุดอัสดงก็ได้รู้ชื่อของ NPC คนนี้แล้ว แม้ว่าจะมาจากปากผู้เล่นคนอื่นก็ตาม
' เป็ชื่อที่ฟังดูดีมาก ไม่ใช่ชื่อในระดับของ NPC ทั่วไป'
เธอรับขนมปังที่อีกฝ่ายให้โดยไม่ปฏิเสธ สำหรับเธอแล้ว พฤติกรรมแบบนี้ ทำให้ยิ่งเห็นได้ว่า ทัศนคติของวิธูนั้นไม่ใช่ทัศนคติแบบที่คนในสลัมควรจะเป็
'เขาต้องมีเื้ับางอย่างแน่'
เธอกินขนมปังอย่างเรียบร้อย สายตาละจากวิธูไปมองที่ผู้เล่นอีกคน
'ไม่รู้หมอนั่นจะรู้อะไรบ้าง อย่างน้อยเขาก็รู้ชื่อของ NPC คนนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะพอรู้ที่มาที่ไปของวิธูด้วยก็ได้'
อีกฝ่ายพอโดนจ้องนานเข้าก็อึกอักเล็กน้อย เธอจึงรู้ตัวว่ามองเขานานเกินไป
"เอ่อ ผม 'ลมวสันต์' นะครับ เพิ่มเพื่อนกันดีไหม?"
"ได้ค่ะ ฉัน 'แสงแดดในยามเช้า อัสดงในยามเย็น' ค่ะ เรียกอัสดงเฉย ๆ ก็ได้ คุณวิธูตั้งให้แบบนั้น"
หลังจากเพิ่มเพื่อนกันแล้ว จะรู้ข้อมูลได้บางส่วน คือ ชื่อ เลเวล ฉายา แล้วก็สัญลักษณ์กลม ๆ เล็ก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าออนไลน์หรือออฟไลน์อยู่
"คุณได้ฉายาแล้วเหรอคะ"
เพราะว่ารายชื่อของเขาปรากฏฉายาด้วย ทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย
'โชคดีที่ตอนแรกไม่ได้บุ่มบ่าม'
"ใช่ครับ มันแสดงให้เห็นด้วยเหรอ"
เขาดูเขินอายเล็กน้อย แต่ก็มีความภาคภูมิในอยู่นัยที
"ก็เพราะท่านวิธูนั่นล่ะครับ คงจะคล้าย ๆ กัน ที่ได้รับโอกาสจากเื่ที่เขาเล่า"
ลมวสันต์ไม่ได้มีโอ้อวด กลับกันดูจะเต็มใจจะยกความดีความชอบให้คุณวิธูแบบเต็มขั้น
"จริงสิ ั้แ่ออนไลน์มาคุณได้ล่ามอนสเตอร์รึยังครับ หรือว่าได้ทำตัวไม่ดีอะไรไหม"
อัสดงเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำถามนั้น อีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ตัวว่าคำพูดนั้นดูแปลก ๆ จึงรีบอธิบาย
"คืออย่างนี้ครับ น้ำพุที่ผมพูดถึงเมื่อกี้ อืม.. เป็ไอเทมที่มีประโยชน์มากครับ แต่เงื่อนไขการได้รับคือต้องไม่เคยทำเื่ไม่ดีมาก่อน"
เขาเอ่ยเสริมอย่างจริงจังว่า
"มันเป็ไอเทมในตำนาน เพราะว่าคุณเป็คนที่ท่านวิธูเชื่อใจผมเลยจะบอก หวังว่าคุณจะรักษาความลับไว้ ไม่อย่างนั้นท่านวิธูอาจได้ตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ"
เธอชะงักไป ก่อนจะตอบรับอย่างจริงจังไม่แพ้กัน
"แน่นอนค่ะ เื่ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณวิธูฉันจะไม่บอกใคร"
ลมวสันต์มีท่าทีผ่อนคลายขึ้น ก่อนจะกดส่งแผนที่ที่ได้จากการสำรวจท่อระบายน้ำส่งให้กับอัสดง
"เป็สถานที่ตั้งของไอเทมครับ เป็ไอเทมแบบใช้ครั้งเดียว ดังนั้นเอาสักครึ่งขวดก็พอครับ หรือจะเอาเต็มขวดก็ได้เผื่อว่าคุณจะแบ่งอีกครึ่งให้กับใครในอนาคต ผมเองก็แบ่งให้ท่านวิธูไป"
เขาอธิบาย
"ในอนาคตผมอาจขายแผนที่สำรวจนี้ โดยไม่ระบุเงื่อนไขใด ดังนั้นเป็เื่ยากที่คนอื่นจะได้รับไอเทมนี้ เพราะในนั้นมีมอนสเตอร์อยู่มาก คุณก็อย่าไปทำอะไรพวกมันนะครับ ไม่งั้นจะขาดคุณสมบัติ แค่วิ่งไปให้ถึงที่หมายก็พอ"
อัสดงกดดูแผนที่ที่อีกฝ่ายส่งมา ก่อนจะยิ้มเจื่อนเล็กน้อย
"วิ่งเหรอคะ? ฉันถนัดมากเลยล่ะ"
เห็นทั้งสองคนเปลี่ยนท่าทีจากศัตรูกลายเป็มิตรกัน วิธูก็ไม่รู้ว่าควรจะกังวลหรือยินดี
แม้จะรู้สึกเหมือน 2 คนนั้นกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิด แต่ก็ไม่ได้คิดจะอธิบายสิ่งใด
'มันไม่ใช่เื่ไม่ดี และเพราะพวกเขาบอกว่าจะปกป้องข้า ดังนั้นข้าควรจะเงียบ'
พอคิดได้ดังนั้น เขาก็วางความหวาดระแวงในอกลงไปได้เล็กน้อย
"ข้าว่าจะนอนต่อสักหน่อย"
พอใจผ่อนคลาย ร่างกายก็รู้สึกสบายขึ้นมา
'เตียงนี้นุ่มมาก ข้าควรจะนอนให้ได้มากที่สุด ก่อนจะถูกส่งตัวกลับสลัม'
ทั้งสองคนพอเห็นดังนั้น ก็พูดกับเขาอีก 2-3 คำ ก่อนจะแยกตัวไปคุยกันเงียบ ๆ ที่ระเบียง
"คุณมีข้อมูลของเขาไหมคะ"
อัสดงถามอย่างระมัดระวัง เธอจะไม่แปลกใจถ้าเขาเลือกจะไม่บอก เพราะการมีข้อมูลที่มากกว่า ก็ทำให้ได้เปรียบยิ่งกว่า
แต่อีกใจก็รู้สึกว่าลมวสันต์คนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ผู้เล่นประเภทนั้น เพราะเขาถึงกับให้แผนที่ของไอเทมในตำนานกับเธอง่าย ๆ แถมยังบอกเงื่อนไขให้เสร็จสรรพ
"ไม่มีเลยครับ แต่เขาดูไม่ธรรมดาเลย"
ลมวสันต์พูดขึ้น
"เขามีข้อมูลเยอะมาก แล้วบุคลิกกับการแสดงออกของเขาก็ไม่ธรรมดาสักนิด ต่อให้จะเอาไปเทียบกับคนธรรมดาที่ไม่ใช่คนในสลัมก็ตาม"
อัสดงพยักหน้าเห็นด้วย
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนพวกจอมยุทธ์ในนิยายกำลังภายในเลย แบบว่าพวกบุญคุณความแค้นชัดเจนอะไรแบบนั้น เขาก็ไม่ยอมรับอะไรฟรี ๆ จากเราเลย"
เธอพยักหน้าเห็นด้วยอีกครั้ง ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าสมเหตุสมผล
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนพวกตัวละครที่แบบว่า อืม.. โดดเดี่ยวไร้คู่ต่อกร? อะไรทำนองนั้น พวกที่ฝึกยุทธ์จนถึงขีดจำกัดเพียงลำพังน่ะครับ หันไปทางไหนก็ไม่มีใครอยู่ในระดับเดียวกัน แล้วก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะติดคอขวดอะไรสักอย่างอีก"
เขาเว้นจังหวะการพูดครู่หนึ่ง
"แต่ั้แ่ตื่นมาหลังจากดื่มน้ำพุเข้าไป ก็มีท่าทางผ่อนคลายขึ้นมากเลย คุณสังเกตเห็นใช่ไหม ตอนแรกเขาดูเหมือนคนที่พร้อมจะตายตลอดเวลา ไม่มีท่าทางขวนขวายอะไรเลย"
"...จริงด้วยค่ะ"
พยักหน้าสำทับ
"ไว้อยู่กับเขาต่อไป สักวันเขาอาจจะยอมเล่าอะไรออกมาก็ได้ค่ะ จริงสิ ฉันต้องออกเกมแล้ว ไว้พบกันใหม่นะคะ"
"ผมก็เหมือนกัน ไว้พบกันใหม่ครับ"
การออกจากระบบนั้น สามารถออกได้ทันที แต่การอยู่ในที่พักนั้นจะปลอดภัยกว่า เพราะการออกจากระบบกลางแจ้ง เมื่อล็อกอินเข้ามาอาจจะโชคร้ายเจอเข้ากับมอนสเตอร์หรือพวก NPC อาชญากรได้ ยังไงตอนนี้ก็อยู่ในที่พักอยู่แล้วจึงสามารถกดออกจากระบบได้เลย
ทั้งคู่จากกันตรงนั้นโดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ต่างก็รู้กันดีว่าตอนนี้พวกเขาได้กลายเป็พันธมิตรกันเรียบร้อยแล้ว
TBC.