ความเคลือบแคลงสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจทำให้อคินแทบข่มตาหลับไม่ลงตลอดทั้งคืนเช้าวันใหม่เขาจึงสั่งให้ชานนท์ เลขาส่วนตัวอีกคนตรวจสอบบันทึกการเข้า-ออกห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินย้อนหลังและคำตอบที่ได้ก็เป็ไปตามคาด... นนทพัทธ์ใช้สิทธิ์ทนายความสัญญาจ้างเข้าไปที่นั่นจริงๆ
ภายในห้องทำงานอันเงียบสงัดอคินนั่งจ้องถุงมือผ้าสีขาวบนโต๊ะสลับกับมองร่างบางของพริมาที่กำลังจัดเตรียมเอกสารอยู่มุมห้องวันนี้แววตาของเธอนิ่งสนิท ไร้ความรู้สึก ราวกับตัดขาดจากความหวั่นไหวที่เคยเกิดขึ้นในคืนฝนตกไปจนหมดสิ้นสภาพของเธอคอยตอกย้ำความผิดพลาดที่เขาทำลงไปเมื่อวันก่อน
‘คุณมันกำลังตาบอดเพราะความแค้น...’ คำพูดของทนายหนุ่มยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในห้วงคำนึง
"พริมา...บ่ายนี้เคลียร์ตารางงานให้ฉันที" อคินเอ่ยเสียงเรียบ"ฉันมีนัดทานข้าวกับคุณอาภพที่โรงแรมพาร์คเลน"
มือบางที่กำลังหยิบจับเอกสารชะงักไปเล็กน้อยพริมาหันกลับมาสบสายตากับเขา ั์ตากลมโตฉายแวววูบไหวสับสนอยู่ลึก ๆความทรงจำเกี่ยวกับ ‘อาภพ’ ผู้ใหญ่ที่คอยยัดเยียดความผิดให้พ่อของเธอยังคงแจ่มชัดทว่าเธอเลือกที่จะซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ
"รับทราบค่ะคุณอคิน ดิฉันจะจัดการให้นะคะ"
ณห้องอาหารส่วนตัวหรูหราของโรงแรมอาภพนั่งละเลียดไวน์แดงราคาแพงพลางส่งยิ้มอบอุ่นให้หลานชายที่เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามท่าทางภูมิฐานและแววตาใจดีของอาภพเป็สิ่งที่อคินเคารพและเชื่อถือมาตลอดสิบปีแต่วันนี้... หลังจากความเอะใจเริ่มทำงาน อคินกลับลอบสังเกตผู้เป็อาอย่างละเอียดมากขึ้น
"เป็ยังไงบ้างอคินเห็นชานนท์บอกว่า่นี้แกเข้าบริษัทแต่เช้าทุกวัน หักโหมเกินไปหรือเปล่า"อาภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยตามประสาญาติผู้ใหญ่
"่นี้มีโปรเจกต์ใหม่เข้ามาน่ะครับคุณอาแถมทนายความสัญญาจ้างคนใหม่ที่ชานนท์หามา... ก็ดูจะขยันเกินหน้าที่ไปหน่อย"อคินแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางจับจ้องปฏิกิริยาของอาภพ"เห็นแอบเข้าไปรื้อแฟ้มคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อนที่ห้องใต้ดินด้วยครับ"
มือที่กำลังหมุนแก้วไวน์ของอาภพชะงักกึกไปเสี้ยววินาทีดวงตาเรียวรีไหววูบด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะรีบปรับเป็หัวเราะกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว
"หึๆ... ทนายสมัยนี้ก็เป็แบบนี้แหละ ชอบขุดเื่เก่ามาศึกษาแต่แกคงไม่ได้ปล่อยให้มันยุ่งกับเอกสารสำคัญใช่ไหม อดีตก็คืออดีต...หลักฐานทุกอย่างมันจบไปตั้งนานแล้ว ธวัชชัยก็ชดใช้กรรมไปแล้วแกไม่จำเป็ต้องให้ใครมารื้อฟื้นเื่นี้ให้รกสมองหรอก"
คำพูดที่ดูเหมือนจะหวังดีแต่กลับแฝงความเร่งรีบที่จะ ‘ตัดขาด’ จากอดีตของอาภพ ทำให้อคินใจกระตุกอาภพดูรีบร้อนเกินไป... ราวกับกลัวว่าใครจะไปเจออะไรในกองเอกสารเ่าั้
"ครับคุณอา...มันจบไปแล้ว" อคินเอ่ยเสียงเรียบพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบทว่าั์ตาคมกริบกลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างเงียบๆก่อนจะแกล้งเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับชวนคุยเื่ทั่วไป
"แต่จะว่าไป...ตอนที่เกิดเื่เมื่อสิบปีก่อน เงินห้าสิบล้านหายไปทั้งก้อนขนาดตำรวจยังมืดแปดด้าน แต่คุณอากลับหาหลักฐานมัดตัวธวัชชัยได้เร็วเหลือเกินนะครับแถมหลังจากนั้นคุณอาก็ดู... ไม่ค่อยอยากจะรื้อฟื้นหรือตามหาเงินก้อนที่เหลือเลยทั้งที่มันน่าจะช่วยให้บริษัทเราฟื้นตัวได้เร็วกว่าการต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเวียน"
อคินจงใจทิ้งหางเสียงไว้เพื่อหยั่งเชิงแววตาคมดุจเหยี่ยวคอยจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของอาภพ
คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้นทำให้มือที่กำลังหั่นสเต็กของอาภพชะงักกึกไปเพียงเสี้ยววินาทีดวงตาของจอมบงการวูบไหวด้วยความตระหนกก่อนจะถูกฉาบทับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างรวดเร็วอาภพวางมีดและส้อมลงพลางถอนหายใจยาว เลื่อนมือมาตบไหล่อคินเบา ๆด้วยท่าทางน่าเลื่อมใส
"คินลูก...ที่อาไม่อยากพูดถึงมันอีกเพราะอารู้สึกผิดมาตลอดที่รักษามิตรภาพของเพื่อนรักไว้ไม่ได้"อาภพทำสีหน้าเศร้าสลด "ส่วนเื่เงิน... ธวัชชัยมันฉลาดจะตาย มันคงผ่อนถ่ายไปบัญชีต่างประเทศจนหมดแล้ว...ตามจับยากอาเลยคิดว่าสู้เอาเวลาและสมองมาคิดว่าจะทำยังไงให้บริษัทของพ่อแกอยู่รอดไม่ดีกว่าเหรอ? จะไปเสียเวลาขุดคุ้ยอดีตที่เรียกเงินกลับคืนมาไม่ได้ทำไมกัน"
อาภพยกไวน์ขึ้นดื่มเพื่อตัดบททว่าคำตอบที่ดู 'สมบูรณ์แบบและรักบริษัทเกินเหตุ' นั้น กลับส่งผลตรงกันข้ามในใจของประธานหนุ่ม
‘ขุดคุ้ยอดีตที่เรียกเงินกลับคืนมาไม่ได้งั้นหรือ?’
อคินคิดตามในใจดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย รอยร้าวเล็ก ๆ เริ่มปริแตกขึ้นในความรู้สึกอันแรงกล้าคนระดับอาภพที่เคยมั่นใจและกัดไม่ปล่อยในทุกผลประโยชน์ของบริษัทแต่กลับยอมปล่อยมือจากเงิน 50 ล้านบาทง่าย ๆราวกับว่ารู้ดีอยู่แล้วว่าเงินก้อนนั้นไม่มีวันตามเจอ... หรือแท้จริงแล้วอาภพไม่ได้อยากให้ใคร 'ขุดคุ้ย' มันขึ้นมาอีกกันแน่?
"นั่นสินะครับ...คุณอาช่างมองการณ์ไกลจริง ๆ" อคินเหยียดยิ้มบางที่ไปไม่ถึงดวงตาเอ่ยคำชมเคลือบยาพิษซ่อนความกังขาที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ในใจ
บ่ายวันเดียวกันนนทพัทธ์นัดเจอกับรินรดาที่ร้านกาแฟใกล้กับสำนักงานกฎหมายชายหนุ่มส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้หญิงสาวดู รินรดาเปิดอ่านด้วยความฉงนก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างด้วยความใเมื่อเห็นบันทึกหนี้สินการพนันในต่างประเทศของคุณอาภพรวมถึงเส้นทางการเงินห้าสิบล้านที่สอดคล้องกันอย่างน่าประหลาด
"พี่นนท์...นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? คุณอาภพ..." รินรดาเสียงสั่นมือบางที่จับกระดาษเริ่มสั่นเทา
"รินครับ...พี่รู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่หลักฐานพวกนี้บ่งชี้ว่าคุณอาภพอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในอดีตแทนที่จะเป็คุณลุงธวัชชัยที่ถูกกล่าวหา" นนท์เอ่ยเสียงเครียด"และลายเซ็นของคุณลุงธวัชชัยในใบโอนเงิน... พี่ตรวจสอบแล้วมันเป็ลายเซ็นปลอม"
นนทพัทธ์เลื่อนแผ่นสไลด์และเอกสารสองฉบับมาตรงหน้ารินรดานิ้วเรียวจิ้มลงไปที่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ"รินลองดูตรงน้ำหนักการกดปากกาและแนวเส้นตรงนี้สิครับลายเซ็นปกติของมนุษย์เรา ต่อให้เซ็นชื่อตัวเองซ้ำ ๆมันก็ต้องมีจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบามีความหนาบางของเส้นที่ไม่เท่ากันร้อยเปอร์เซ็นต์ตามอารมณ์และแรงกดมือในแต่ละวัน...แต่รินดูสองฉบับนี้สิ ลายเส้นมันนิ่งสนิท เรียบเนียนสม่ำเสมอเท่ากันเป๊ะั้แ่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสุดท้าย"
รินรดาขมวดคิ้วเพ่งมองเอกสารสลับกัน หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ"เส้นมันเรียบเนียนและเหมือนกันเป๊ะ...มันก็แปลว่าเป็ลายเซ็นของคุณลุงธวัชชัยจริง ๆ ไม่ใช่เหรอคะพี่นนท์?"
"ถ้ามองเผินๆ ใช่ครับ... แต่ในทางนิติวิทยาศาสตร์ลายเส้นที่เรียบสนิทขนาดนี้มันไม่ใช่ฝีมืุ์ครับริน แต่มันคือร่องรอยของการใช้‘เครื่อง Autopen’ หรือเครื่องปลอมแปลงลายเซ็นที่ถูกเซ็ตคำสั่งเลียนแบบบล็อกลายเซ็นของคุณลุงธวัชชัยเอาไว้ล่วงหน้า"
นนทพัทธ์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้สบตาหญิงสาวด้วยแววตาจริงจังและเปี่ยมด้วยชั้นเชิงของนักกฎหมายน้ำเสียงของเขาหนักแน่นทว่านุ่มนวลเพื่อโน้มน้าวใจ
"คนเราถ้าจะโกงเงินตั้งห้าสิบล้านเขาต้องพยายามทำทุกอย่างให้แเี แอบโอนเงียบ ๆหรือทำลายหลักฐานให้สิ้นซากถูกไหมครับ? ไม่มีใครบ้าพอจะมานั่งเซ็นชื่อสดกำกับตอกย้ำความผิดตัวเองทิ้งไว้ในเอกสารสำคัญถึงสามฉบับรวดหรอกครับแต่ในคดีนี้... มันมีใครบางคนตั้งใจใช้เครื่องจักรปั๊มลายเซ็นพวกนี้ทิ้งไว้ในที่ที่ตรวจเจอได้ง่ายที่สุดเพื่อสร้างหลักฐานเท็จมัดตัวและบีบให้ทุกคนพุ่งเป้าไปที่คุณลุงธวัชชัยทันทีโดยที่ไม่มีใครคิดจะไปตรวจสอบเส้นทางการเงินสายอื่นเลยเอกสารพวกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออนุมัติเงินครับริน แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ‘ป้ายความผิด’... มาที่คุณลุงธวัชชัยต่างหาก"
"ถ้ามันเป็ลายเซ็นจากเครื่องปลอมแปลงลายเซ็นจริงๆ อย่างที่พี่นนท์ว่า..." รินรดาขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจและไม่ยอมจำนนต่อข้อสันนิษฐานง่ายๆ เธอจ้องหน้านนทพัทธ์ก่อนจะแย้งขึ้นทันควัน
"แล้วทำไมตำรวจถึงไม่รู้เื่นี้เลยล่ะคะพี่นนท์? คดีใหญ่ระดับห้าสิบล้านฝ่ายพิสูจน์หลักฐานกับตำรวจเ้าของคดีเมื่อสิบปีก่อนไม่มีทางมองข้ามเื่ใหญ่ขนาดนี้ไปได้แน่ๆ หรือพี่กำลังจะบอกว่าตำรวจไร้ประสิทธิภาพงั้นเหรอคะ?"
นนทพัทธ์ไม่เพียงไม่โกรธที่โดนขัดแต่เขากลับจุดรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ราวกับคาดการณ์ไว้แล้วว่าเธอต้องถามคำถามนี้
"ตำรวจไม่ได้ไร้ประสิทธิภาพครับรินแต่เพราะพวกเขากำลังเล่นไปตามบทละครที่มีคนเขียนเอาไว้ต่างหาก"นนท์อธิบายด้วยน้ำเสียงสุขุม "รินต้องเข้าใจก่อนนะว่า เทคโนโลยี Autopenเมื่อสิบปีก่อนในบ้านเรายังเป็เื่ที่ใหม่มากและที่สำคัญที่สุด... ในสำนวนคดีตอนนั้นฝ่ายตำรวจได้รับผลตรวจเปรียบเทียบลายเซ็นจาก ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ที่อาภพเป็คนส่งชื่อให้มาร่วมตรวจสอบซึ่งผู้เชี่ยวชาญคนนั้นยืนยันว่ามันคือลายเซ็นจริง"
ทนายหนุ่มเลื่อนเอกสารอีกแผ่นที่รวบรวมรายชื่อความเชื่อมโยงทางการเงินมาให้เธอดู
"ประกอบกับตอนนั้นคุณลุงธวัชชัยเครียดจนเส้นเืในสมองแตก กลายเป็อัมพาตพูดไม่ได้ไม่สามารถลุกขึ้นมาปฏิเสธหรือร้องขอให้มีการตรวจพิสูจน์ซ้ำจากหน่วยงานกลางได้เลยพอจำเลยหลักสิ้นสภาพการต่อสู้บวกกับมีหลักฐานพยานวัตถุที่นิ่งสนิทมัดตัวแ่าขนาดนี้ ตำรวจเลยปิดคดีได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครเอะใจหรือสะกิดใจเลยสักคน...ว่ามีคนจงใจสร้างเื่นี้ขึ้นมาเพื่อโยนความผิดให้คุณลุงธวัชชัย"
คำโต้แย้งที่ถูกหักล้างด้วยเหตุผลและหลักฐานเชิงลึกของนนทพัทธ์ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบหญิงสาวรู้สึกเหมือนความเชื่อที่เธอมีมาตลอดสิบปีสั่นคลอนจนแทบพังทลายความจริงที่อยู่ตรงหน้าเริ่มกระจ่างชัด... และมันน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด
เธอมองหน้าทนายหนุ่มพลางทบทวนอดีต...ทุกอย่างมันประจวบเหมาะและชี้เป้าไปที่ลุงธวัชชัยเร็วราวกับมีคนเขียนบทไว้แล้วรอยร้าวแห่งความสงสัยเริ่มผุดขึ้นในใจของรินรดาไม่ต่างจากอคินและนั่นทำให้เธอเริ่มคล้อยตามแล้วว่า... ครอบครัวของพริมาอาจจะเป็เพียงเหยื่อในเกมสกปรกที่มีคนใช้เทคโนโลยีมาจัดฉากไว้จริง ๆ
รินรดาน้ำตาคลอเบ้าเธอสนิทกับอาภพและรักอคินมาก หากเื่นี้เป็ความจริงแปลว่าพี่ชายของเธอถูกหลอกมาตลอดสิบปีและใช้ชีวิตอยู่กับความแค้นที่ผิดคนมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้น...พริมาต้องกลายเป็แพะรับบาปที่ถูกอคินทรมานอย่างไม่เป็ธรรม
"ริน...พี่้าความช่วยเหลือจากริน" นนทพัทธ์สบตารินรดาด้วยความจริงใจ"มีเพียงรินคนเดียวที่จะช่วยพี่หา ‘ตรายางลอกลายเซ็นสำเนา’ ชิ้นนั้นได้มันน่าจะถูกเก็บไว้ที่เซฟส่วนตัวในห้องทำงานของคุณอาภพถ้ารินช่วยพี่หาหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้ได้... เราจะหยุดความแค้นของพี่คินและล้างมลทินให้พรีมได้ครับ"
รินรดามองแฟ้มหลักฐานตรงหน้าสลับกับมองแววตาจริงจังของชายหนุ่มที่เธอแอบรักความถูกต้องและความสงสารที่มีต่อพริมาบีบให้เธอต้องเลือก
"รินจะช่วยค่ะพี่นนท์..."รินรดาปาดน้ำตาช้า ๆ แววตาเปลี่ยนเป็เด็ดเดี่ยว"รินจะไม่ยอมให้พี่คินต้องกลายเป็คนใจร้ายเพราะคำลวงโลกของใครอีกแล้ว!"
เกมกระชากหน้ากากคนทรยศเริ่มต้นอย่างลับๆ โดยที่พญามารอย่างอคินกำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความจริงอันแสนเ็ป...และความแค้นที่กำลังจะมลายหายไป !