เล่มที่ 3 บทที่ 12
เวลาผ่านไปผู้คนเริ่มทยอยกันเข้าสู่โรงประมูลจนในที่สุดที่นั่งก็เต็มแน่นจนไม่มีที่เหลือ หยางอี้มองไปโดยรอบสังเกตเห็นศิษย์มากมายที่สวมชุดแตกต่างกันตามสัญลักษณ์ของสังกัดที่ตนเองอยู่ ในกลุ่มคนพวกนี้มีหลายคนที่เป็นศิษย์หลักเข้าร่วมการประมูลด้วย หยางอี้เดาว่าอาจจะเป็นเพราะเมล็ดทานตะวันแสงอาทิตย์ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามามากมายเช่นนี้เวลา 1 ชั่วยามผ่านไป ที่ใจกลางเวทีก็มีหญิงสาวหน้าตางดงามผู้หนึ่งเดินออกมา หยางอี้เดาว่าคงเป็นหนึ่งในบริกรของหอประมูลเทียมฟ้า เพราะนางไม่ได้แต่งกายด้วยชุดของสำนัก“ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โรงประมูลเทียมฟ้าเจ้าค่ะ วันนี้ข้าน้อยเสี่ยวเป่ยจะเป็นผู้รับหน้าที่ในการประมูลครั้งนี้”นางยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเริ่มกล่าวนำอีกครั้ง“ก่อนอื่นต้องบอกว่าวันนี้ชั้นที่ 3 ของเรามีของเข้าร่วมประมูลทั้งหมด 10 ชิ้น เสี่ยวเป่ยคิดว่าของแต่ละชิ้นนั้นจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังแน่นอน”หลังจากกล่าวจบ เสี่ยวเป่ยก็พยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนที่ศิษย์ของโรงประมูลจะนำกล่องหยกกว้าง 5 นิ้ว ยาว 50 นิ้ว ออกมาวางบนโต๊ะนางเปิดกล่องในทันทีก่อนจะหยิบดาบสีเงินเล่มหนึ่งออกมา ด้ามจับของมันเป็นสีแดงฉานมองแล้วให้ความรู้สึกร้อนแรงจับใจ“นี่คือ ดาบเพลิงอัคคี เป็นศาตราวุธระดับปฐพีขั้นสูง ตัวดาบนั้นถูกหลอมขึ้นจากหินลาวา ช่วยส่งเสริมให้กับผู้ฝึกวรยุทธ์ธาตุไฟ ราคาประมูลเริ่มที่ 1000 แต้ม”เมื่อเสี่ยวเป่ยกล่าวจบ เสียงฮือฮาพลันดังขึ้นทันที เหล่าศิษย์ต่างวิจารณ์กันไม่หยุดหย่อน ศาสตราวุธระดับปฐพีขั้นสูงนั้นไม่นับว่าดึงดูดมากนัก แต่กับศาสตราวุธที่ส่งเสริมธาตุนั้นไม่ใช่ เพราะการส่งเสริมธาตุนั้นจะทำให้ผู้ใช้ที่มีธาตุเข้ากันกับศาสตราวุธแสดงพลังได้มากกว่าเดิม 2 หรือ 3 เท่า! 1500 160018002000การประมูลเป็นไปอย่างดุเดือด นี่เป็นเพียงสิ่งของชิ้นแรกเท่านั้น หยางอี้นั่งชมการประมูลแอบลอบชื่นชมในใจ หอประมูลเทียมฟ้านั้นแม้จะเป็นหอประมูลที่จัดตั้งขึ้นของสำนักแต่ก็นับว่ามีศักยภาพในการหาของอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียวการประมูลยังดำเนินต่อไปจนไปจบลงที่ 5500 แต้ม ผู้ชนะเป็นศิษย์หลักคนหนึ่งของสำนัก เพียงไอพลังปราณที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ทำให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถึงความร้อนแรงแล้ว การได้อาวุธชิ้นนี้ไปจะทำให้เขากลับเป็นพยัคฆ์ติดปีกแน่นอน ด้วยราคา 5500 แต้ม อาจจะดูแพงกว่าราคาทั่วไปของศาสตราวุธระดับปฐพี แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรการใช้จ่ายของเขาครั้งนี้ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างแท้จริงหลังจากการประมูลชิ้นแรกจบลง การประมูลต่อไปก็เริ่มขึ้นทันที สิ่งของระดับสูงยังคงถูกนำออกมาอย่างต่อเนื่อง หยางอี้ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แม้ว่าคนอื่นๆจะประมูลแย่งชิงกันอย่างดุเดือด สำหรับพวกปรมาจารย์โอสถและศิษย์หลักอีกหลายคนก็มิได้ใส่ใจมากนักเช่นกัน หยางอี้เดาว่า การมาของพวกเขาเช่นนี้ ย่อมมีเป้าหมายในใจแล้วเหมือนกับตัวเขาเองอย่างแน่นอนหินภูเขาไฟ….เขามังกร.....หัวใจเต่าดำ...การประมูลดำเนินไปจนถึงช่วงสุดท้ายที่ทุกคนเฝ้ารอ หยางอี้เองก็เช่นกัน ตัวเขาเองก็อยากรู้ว่าหญ้าบัวราตรี 25 ปี และ 50 ปีนั้นจะจบลงที่เท่าไหร่“ของประมูลชิ้นที่ 8 เป็นสมุนไพรหายากจากป่าสวรรค์ และถือเป็นสมบัติของนักปรุงยา”เสี่ยวเป่ยพูดออกมาก่อนจะเว้นจังหวะเล็กน้อยจึงเปิดกล่องหยกด้านหน้าออก กลิ่นหอมของสิ่งที่อยู่ด้านในเริ่มโชยออกมาภายในโรงประมูล พร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากกล่อง เหล่าศิษย์จากเขาโอสถต่างจ้องมองกันอย่างตื่นเต้น ส่วนปรมาจารย์ทั้ง 5 ที่นั่งหลับตาอยู่นั้นก็เริ่มลืมตาขึ้นมาทันทีหยางอี้นั้น แม้จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับหญ้าบัวราตรีทั้งสองต้นที่เข้าร่วมการประมูล ก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นไปด้วยเช่นกัน อย่างไรเสียชายหนุ่มยังคงมีหญ้าพวกนี้อยู่อีกไม่น้อย การประมูลรอบนี้จึงทำให้เขาสนใจเป็นอย่างมาก“นี่คือหญ้าบัวราตรี อายุ 25 ปี เทียบได้กับสมุนไพรระดับ 3 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5000 แต้ม!”เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าศิษย์ของสำนักทุกคนต่างรู้ดีถึงการมีอยู่ของป่าสวรรค์ และรู้อีกด้วยว่ามีผู้คนมากขนาดไหนที่เข้าไปเสี่ยงโชคภายในนั้น การจะหาสมุนไพรที่อายุมากกว่า 20 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนหยางอี้นั้นก็ตะลึงไม่น้อย ในใจได้แต่ลอบสาปแช่งเถาหยา ตาเฒ่านั้นรับซื้อไปในราคา 7000 แต้ม แต่เริ่มประมูลที่ 5000 แต้มเนี่ยนะ นี่มันโขกสับกันเกินไป แต่แล้วจะทำอะไรได้ในตอนนี้ หยางอี้ได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมคิดว่าการซื้อขายครั้งหน้าจะต้องกดราคาตาเฒ่าหน้าเหลี่ยมนี่ให้มากกว่านี้เสียหน่อยทันทีที่เสี่ยวเป่ยกล่าวจบเช่นกัน ปรมาจารย์คนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาในทันที6000 ปรมาจารย์อีกคนแค่นเสียงออกมาก่อนจะสู้ราคาต่อ700080009000ปรมาจารย์คนอื่นๆเองก็ไม่น้อยหน้าสู้ราคากันอย่างดุเดือด เมื่อ 5 ปรมาจารย์โอสถลงมือ ยังจะมีผู้ใดกล้าสอดแทรกอีก? ตอนนี้ทั้งโรงประมูลต่างเงียบกริบได้ยินเพียงเสียงของชายชราทั้ง 5 ประมูลแข่งกัน จนสุดท้ายราคามาจบลงที่ 15000 แต้ม เหล่าลูกศิษได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก 15000 แต้ม สำหรับศิษย์หลักยังต้องใช้เวลานับปีกว่าจะรวบรวมได้“ฮี่ๆ ยินดีด้วยน้อง 5 หญ้าต้นนี้เป็นของเจ้าแล้ว”ปรมาจารย์อีก 4 คนที่เหลือกล่าวคำพูดพลางยิ้มกริ่มมายังชายชราร่างเล็กที่ชนะการประมูล ชายชราที่ถูกเรียกว่าน้อง 5 นี้ทำเพียงแค่นเสียง หึ เย็นชาออกมา ก่อนจะไม่ใส่ใจคนอื่นๆอีก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านี่เป็นเพียงการปั่นราคาเท่านั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาคือ หญ้าบัวราตรีอายุ 50 ปี! ดังนั้นสำหรับหญ้าต้นนี้เป็นเพียงการตัดกำลังฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ปรมาจารย์ทั้ง 5 นั้นเป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้าเขาโอสถ แน่นอนว่าทั้ง 5 คนต่างต้องแข่งขันกันเพื่อสืบทอดตำแหน่ง และตัวยาระดับที่พวกเขาต้องการจะปรุงขึ้นนั้นด้วยความบังเอิญดันมีสมุนไพรพลังหยินเป็นวัตถุดิบเหมือนกัน แต่สำหรับชายชราที่พวกเขาเรียกว่าน้อง 5 ผู้นี้ กลับแอบหัวเราะในใจ แม้จะเสียแต้มไปไม่น้อยทว่าอย่างไรเขาก็ได้สมุนไพรพลังหยินมาแล้วแน่นอน ดังนั้นการต่อสู้ในรอบต่อไปจะชนะหรือแพ้ต่างไม่มีความหมายมากนัก เพราะหากเขาแพ้อย่างไรก็จะเหลือคู่แข่งในการประชันโอสถเพียง 1 เดียว แต่อีก 3 คนที่เหลือเล่า พวกเขาไม่แม้แต่จะมีวัตถุดิบในการปรุงยาครบถ้วนเสียด้วยซ้ำ!ด้านหยางอี้นั้นได้แต่นั่งกัดฟันเสียใจให้กับความโง่เขลาของตัวเอง ตัวชายหนุ่มรู้ดีว่าสมุนไพรนี้จะต้องมีราคาสูง แต่ใครจะคิดเล่าว่าจะสูงขนาดนี้ แล้ว ต้นที่อายุ 50 ปี จะขึ้นไปสูงถึงขนาดไหนกัน แม้จะยังมีหญ้าบัวราตรีอยู่อีกทว่าในใจเขาก็ยังคงเสียดายอยู่ดี“สำหรับการประมูลชิ้นที่ 9 ยังคงเป็นหญ้าบัวราตรีเช่นเดิม แต่ว่า...”เสี่ยวเป่ยยังคงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใสลากยาวเช่นเดิมพร้อมกับเปิดกล่องหยกสีขาวออกช้าๆ กลิ่นอายและแสงจางสีฟ้ายังคงเป็นเช่นเดิม ทว่าทุกอย่างกลับดูเข้มข้นกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่านัก“หญ้าบัวราตรี อายุ 50 ปี ราคาประมูลเริ่มที่ 10000 แต้ม”ทันทีที่กล่าวจบเสียงของปรมาจารย์ทั้ง 5 คนต่างดังขึ้นทันที พวกเขาต่างรู้ดีว่าจะพลาดของชิ้นนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด15000200002500030000การประมูลดุเดือดยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่านัก แม้แต่เหล่าศิษย์ที่นั่งชมยังเลือดลมเดือดพล่าน สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์โอสถจากยอดเขาโอสถที่ร่ำรวยเป็นหนึ่งใน 5 ของสำนักวิหารสวรรค์ การประมูลยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดอยู่ที่ 60000 แต้ม โดยที่ผู้ให้ราคานี้คือศิษย์พี่ใหญ่ ปรมาจารย์อีก 4 คนที่เหลือได้แต่กัดฟันขบกรามแน่น ราคาของหญ้าต้นนี้ตามจริงอยู่ที่ 30000-40000 แต้มเท่านั้น ที่พวกเขาสู้กันจนเกินราคามาจนเกือบสองเท่าเช่นนี้ เป็นเพราะเวลาในการประชันโอสถนั้นใกล้เข้ามาแล้ว หากพลาดโอกาศนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาศอีกเมื่อไหร่และทันใดนั้นระหว่างที่เขายิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ ก็ได้มีเสียงแหบพร่าดังขึ้นมาจากมุมห้อง“70000 แต้ม”