บทที่ 7
ความหวาดระแวง
ใบหน้าเปื้อนเลือนซีดเผือดลงฉับพลัน เมื่อความลับของเธอไม่เป็ความลับอีกต่อไป ชายหนุ่มที่พึ่งเจอไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้กำลังจ่อปืนมาทางเธอ และด้วยความเด็ดเดี่ยวของเขาก็สามารถทำให้ะุพุ่งตรงมายังเธอได้ทันที
ฮาโมนี่ยกมือชูขึ้นยอมจำนน ค่อย ๆ ลุกออกจากผีดูดเืที่นอนแน่นิ่ง
ไอ้แวมไพร์หน้าโง่ทำให้แผนของเธอพัง แต่เธอจะไม่ยอมให้มันจบแบบนี้หรอก
“ฉันอธิบายได้นะคะ ชายผู้นี้เป็แวมไพร์จะเข้ามาทำร้าย ฉันก็แค่ป้องกันตัว” เธอกล่าวเสียงเรียบพลางก้าวถอยหลังจนชิดเคาน์เตอร์บาร์
ชายหนุ่มยังคงจ่อปืนไปที่เธอและก้าวเดินมาข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ั์ตาสีดำสนิทเหลือบมองคนที่โดนกะซวกหน้าอกนอนหายใจรวยริน ั์ตาสีแดงและมีเขี้ยวแหลมคม าแตามตัวของผีดูดเืค่อนข้างน่าสยดสยองเพราะหน้าอกของมันฉีกขาดราวกับว่าหญิงสาวผู้นี้จะควักหัวใจแวมไพร์คลั่งด้วยเพียงแค่มือเปล่า
คำถามมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว ลีโอนาร์ดไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน หญิงสาวข้างหน้าคือแวมไพร์งั้นเหรอ ทว่าดวงตาของเธอไม่ได้เป็สีแดงแต่เหมือนจะเป็สีม่วงแวบนึงหรือเปล่า แล้วก็ไม่มีเขี้ยวเหมือนแวมไพร์อีกด้วย
“เธอเป็ใครกันแน่”
เขาเรียกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ และยังคงจ่อปีนใส่หล่อนอยู่
“ฉันเป็เหมือนคุณ-”
ยังไม่ทันพูดจบประโยค ฮาโมนี่ก็รีบพุ่งเข้าไปใกล้ตัวลีโอนาร์ดทันทีเพื่อถีบผีดูดเืที่มันกำลังจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายทำการฟื้นตัวและหวังจะจัดการชายหนุ่มข้าง ๆ
ปัก!!
หญิงสาวถืบเข้าที่หน้าแวมไพร์ และผลักลีโอนาร์ดให้ออกห่างไป
ด้วยแรงผลักอันมหาศาลของเธอทำให้ชายหนุ่มล้มลงกับพื้นและปืนก็หลุดออกจากมือ อาวุธเพียงอย่างเดียวที่ใช้ต่อกรกับแวมไพร์ ส่วนเบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวที่กำลังกระทืบผีดูดเือย่างเอาเป็เอาตาย
ฮาโมนี่หันศีรษะมามองลีโอนาร์ดในขณะยืนเอาเท้ายันหน้าผีดูดเื
“หยิบปืนสิคะ”
ชายหนุ่มใจนแทบสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขารีบคลานไปหยิบปืนเดี๋ยวนั้น พอหันมามองหญิงสาวอีกครั้งก็ทำให้เขาแทบช็อก
เธอใช้มือทะลวงที่อกแวมไพร์จนร่างของมันเริ่มกลายเป็ขี้เถ้าและสลายหายไปในชั่วพริบตา ทิ้งร่องรอยไว้เพียงผลึกสีแดง
“คะ...คุณทำแบบนั้นได้ไง....” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงสั่นเครือ ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวผู้นี้เป็ตัวอะไรกันแน่ ถ้าเป็แวมไพร์ ทำไมเธอถึงไม่ฆ่าเขา เธอยังคงใจเย็นและพูดคุยรู้เื่เหมือนคนปกติทั่วไป
พลังกายของหล่อนสามารถจัดการแวมไพร์ด้วยแค่มือเปล่าโดยไม่ต้องพึ่งะุอาคมที่มีอยู่อย่างจำกัด
ฮาโมนี่ใช้มือเช็ดเืที่หน้าออกอย่างลวก ๆ พลางเดินไปที่ซิงค์ล้างจานก่อนจะเปิดน้ำชำระล้างคราบเื
“คุณก็ทำแบบฉันได้ค่ะ เรามีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกัน”
ลีโอนาร์ดลดปืนลง เขานึกถึงคำพูดเมื่อกี้ที่เธอบอกว่าเป็เหมือนกับเขา
“หมายความว่ายังไง”
หญิงสาวยังคงหันหลังให้ลีโอนาร์ดและวักน้ำล้างหน้า เืสีแดงค่อย ๆ ไหลอาบผสมกับน้ำประปาลงใส่ซิงค์ล้างจาน
“ฉันมีพลังเหมือนคุณลีโอค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป คุณมีพละกำลังกายเทียบเท่าพอ ๆ กับแวมไพร์ ฉันรู้เพราะเคยเห็นคุณสู้กับแวมไพร์มาแล้ว”
ฮาโมนี่หยิบผ้าขนหนูในลิ้นชักเอามาเช็ดหน้าพลางหันมามองชายหนุ่มที่ยืนมองเธออยู่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณมีหัวใจสองดวงใช่ไหมล่ะคะ”
ลีโอนาร์ดยังคงอึ้งไม่หาย เพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดมามันถูกทุกประการ เขาเป็มนุษย์ที่มีความพิเศษทางด้านร่างกายสูงและมีหัวใจสองดวงตามที่หล่อนกล่าว เื่แบบนี้เขาคิดว่ามันคือความผิดปกติทางด้านร่างกาย
“คุณจะยืนยันยังไงว่าไม่ใช่พวกแวมไพร์ แล้วรู้ได้ไงว่าผมมีหัวใจสองดวงหรือก็คุณก็มี?”
ฮาโมนี่ชูแขนที่โดนผีดูดเืข่วน มันยังคงมีเืไหลซึมออกอยู่เป็ทางยาว
“ฉันฟื้นฟูตัวเองไม่ได้ค่ะ แล้วก็ไม่กินเืมนุษย์ ไม่มีตาสีแดงไม่กระหายคลั่ง ฉันเป็คนปกติที่มีพลังเหนือธรรมชาติเช่นคุณ นั่นทำให้ฉันสนใจคุณลีโอที่เป็เหมือนกันแต่ฉันไม่มีหัวใจสองดวงเหมือนคุณหรอกนะ”
หญิงสาวยกมือชี้ไปที่หน้าอกข้างขวาของลีโอนาร์ด
“ฉันรู้เพราะได้ยินเสียงหัวใจอีกข้างไงคะ”
ลีโอนาร์ดเริ่มคล้อยตามกับคำพูดของหญิงสาว ถ้าความแปลกประหลาดนั่นไม่ได้มีแค่เขาที่เป็ล่ะ แล้วถ้ามีคนอื่นที่เป็ด้วยก็อาจถูกเข้าใจผิดเหมือนที่เขาเคยโดนเมื่อครั้งในอดีต
ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงสาวในเคาน์เตอร์บาร์ สายตากวาดมองหาของแหลมคมก่อนจะหยิบมีดอันเล็กที่วางไว้ไม่ห่างจากมือมากนัก กรีดเข้าที่แขนของตัวเองจนเืไหลซึมออกเป็ทางยาวและหยดลงสู่พื้น
“คุณทำอะไรคะ!!”
ฮาโมนี่รีบเอาผ้าขนหนูซับเืตรงแขนเขา ทว่าชายหนุ่มก็สะบัดออกและเอาแขนจ่อหน้าเธอด้วยระยะประชิดใกล้
เืมนุษย์ไหลหยดลงตรงหน้าเธออย่างช้า ๆ กลิ่นหอมของเืลอยแตะที่จมูกของเธอ มันหอมกว่าเืมนุษย์ทั่วไป หรือเป็เพราะลีโอนาร์ดคือคนพิเศษจึงทำให้เขามีเืที่ชวนลุ่มหลงมากขนาดนี้ ถ้าแวมไพร์ตนอื่นได้กลิ่นเย้ายวนจากเืเขาคงพุ่งเข้าหาราวกับฝูงปลาปิรันยาเป็แน่
“ผมก็ต้องพิสูจน์สิว่าคุณไม่ใช่พวกแวมไพร์”
หญิงสาวยังคงยืนนิ่งไม่สั่นไหวอาการอะไรออกมา เธอเพียงขมวดคิ้วแล้วทำสีหน้าหงุดหงิดใส่ ลีโอนาร์ดจึงลดแขนลง
“ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่แวมไพร์จริงๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรแน่นอน ถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าเป็เหมือนผมก็ตาม”
หญิงสาวจับแขนเขา พลางใช้ผ้าขนหนูซับเือย่างอ่อนโยน
“งั้นคุณลีโอนาร์ดก็เชิญจับตาดูฉันก็ได้นะคะ แต่ตอนนี้เราต้องทำแผลกันก่อน”
ฮาโมนี่ใช้ผ้าพันแผลพันรอบแขนกำยำอย่างเบามือ เธอยังพอครองสติไว้ได้อยู่โดยไม่แสดงอาการกระหายเื ทำตัวปกติใช้น้ำเสียงเหมือนเดิมพูดคุยกับเขาอย่างธรรมชาติ
“คุณกลับมาหาฉันทำไมอีกคะ” เธอถามเขาในระหว่างที่เก็บกล่องยา
“ผมทำแหวานตกไว้น่ะครับ คุณเห็นหรือเปล่า?”
ลีโอนาร์ดเหลือบมองไปยังแขนเล็กของเธอ มันยังคงเป็แผลรอยยาว ถ้าเป็ก่อนหน้านี้เขาคงอาสาทำแผลให้ ทว่ามันไม่ใช่กับตอนนี้ เขายังคงระแวงหญิงสาวผู้นี้ไม่หาย
ฮาโมนี่พยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบซองใส่แหวนที่เธอเจอเมื่อตอนเย็น
การที่เขาเอาแหวานใส่ซองใสแบบนี้คงไม่ใช่กำลังไปขอสาวแต่งงานใช่ไหม เธออยากถามแต่ก็กลัวว่าลีโอนาร์ดจะระแวงเพิ่มเลยยื่นส่งให้เขาอย่างว่าง่าย
“อันนี้หรือเปล่าคะ”
เขารับมันมาและเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ
“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว คุณลีโอกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะต้องทำความสะอาดยกใหญ่” ใบหน้าของเธอยังคงยิ้มแย้มราวกับไม่เคยมีเื่อะไรเกิดขึ้น
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนยืดตัวตรง “เดี๋ยวผมจะมาสอบสวนคุณพรุ่งนี้...อย่าคิดจะหนีเชียว”
ชายร่างสูงเอ่ยเสียงเข้ม เขาพูดจากับเธอโดยทิ้งระยะห่างมากขึ้นไปอีก น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป แววตาที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้ฮาโมนี่รู้สึกได้ว่าเธอจะกลับมายังจุดเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
ทันทีที่ประตูปิดลง ร่างบางก็ทรุดตัวลงกับพื้น
“แฮก...” เธอหอบหายใจถี่แรงจากการอดกลั้นต่อกลิ่นเื สายตาเริ่มพร่ามัว พยายามหยัดกายลุกขึ้นยืน ค่อยๆ ประคองร่างอันอ่อนล้า คว้าผ้าขนหนูที่เปื้อนเืของลีโอนาร์ดสูดดมกลิ่นคาวเือย่างกระหาย และไม่ใช่แค่นั้น เธอใช้ปากกัดผ้าขนหนูเพื่อลิ้มรสคราบเืที่ยังหลงเหลืออยู่อันน้อยนิด
ใบหน้าของเธอแดงฉานเมื่อได้ลิ้มลองสิ่งที่ไม่ได้กินมาเนิ่นนาน กลิ่นเืของเขามันหอมหวาน เผลอ ๆ อาจจะชวนลุ่มหลงมากกว่าของเฮนรี่
ตึกตึกตึกตึก!!! “อึก..”
ทว่าหัวใจของเธอก็เต้นแรงและเ็ปราวกับถูกบีบขย้ำ อีกทั้งภายในยังรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนโดนแผดเผาจากเพลิงโลกันตร์
แค่เืของเขาอันน้อยนิดไม่สามารถล้างคำสาปได้ นั่นทำให้ฮาโมนี่รู้สึกสิ้นหวัง เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด
มันไม่มีทางเลือกอื่นเลย เธอไม่อยากรออีกแล้ว เธออยาก่ชิงหัวใจคืนมา หัวใจของเธอที่อยู่กับชายผู้นั้น
ใบหน้าสวยเงยหน้ามองเพดาน ดวงเนตรสีฟ้าครามเหลือกตามองบน แม้จะเ็ปขนาดไหนแต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด ชีวิตที่อยู่มาเป็ร้อยปี มีแต่ความทรมานแสนสาหัสราวกับถูกจองจำอยู่ในขุมนรก แม้แต่ความแค้นที่กัดกินมาก็เริ่มเจือจางลง แต่มันก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งโดยที่คนคนนั้นไม่เคยรับรู้อะไรเลย
“ถ้าข้าทำลายท่านอีกครั้ง... คราวนี้ข้าจะหายทรมานหรือไม่...”
ความทรงจำในอดีตที่ไม่มีวันลืมผุดขึ้นมาราวกับภาพฉาย
เบื้องหน้าใต้แทบเท้าหญิงสาวเรือนผมสีเงินยาวคือใบหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคนกำลังนอนหายใจรวยรินพร้อมคราบเืเปรอะเปื้อนตามใบหน้าและริมฝีปาก แม้กำลังจะตายจากโลกอันโสมม เขาก็ยังคงยิ้มรับพร้อมกล่าวคำสาปแช่งที่หญิงสาวผู้นั้นไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็โซ่ตรวนไปชั่วชีวิต
“เ้าจงหิวกระหายดั่งสัตว์เดรัจฉาน ยิ่งกระหายมากเท่าใด ชีวิตที่เ้าเคย่ชิงมาจะตามติดตัวเ้าไปกาลนาม...ข้าขอสาปแช่งแวมไพร์ที่ชั่วช้าเช่นเ้าให้อยู่อย่างทุกข์ทรมานจนกว่าชีวิตจะหาไม่...”
ก่อนสติอันเลือนรางของฮาโมนี่จะดับไป เธอคลานไปยังเครื่องโทรเลขที่อยู่ไม่ห่างจากตัวมากนัก ยกหูโทรศัพท์เพื่อต่อสายตรงไปยังคฤหาสน์เฟรนเรนเดีย
“บอกให้เฮนรี่รีบมาหาฉันด่วน...” เธอเอ่ยเสียงแหบพร่ากับคนปลายสายก่อนภาพตรงหน้าจะวูบตัดในทันที...