บทที่ 68 การอัปเกรดทักษะ
หลังจากหน้าจอคอมมูนิตี้ดับวูบลงผมก็ได้แต่เหม่อมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอยู่ครู่ใหญ่ และอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาพร้อมชูนิ้วกลางใส่ความว่างเปล่านั้นอย่างเหลืออด
"ไอ้ระบบเฮงซวย!"
ลิลลี่ที่นอนพักอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือกเธอโงหัวขึ้นมองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าเหนื่อยล้าก่อนจะลุกขึ้นนั่งเหม่อมองทุ่งกว้างราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
"โทษที"
ผมกล่าวสั้นๆพลางยักไหล่แทนคำขอโทษก่อนจะเบนสายตากลับมา
พอลองมาทบทวนดู เกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกๆของเจ้าหมีเถ้าถ่าน ทุกอย่างก็เริ่มเข้าเค้า ตั้งแต่ตอนที่ผมเก็บเครื่องรางนั่นได้ผมก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่แล้ว
ยิ่งตอนที่เจ้าหมีนั่นโผล่ออกมาความเชื่อมโยงระหว่างมันกับเครื่องรางก็ยิ่งชัดเจนจนผมต้องตัดสินใจเอามันไปทิ้งแต่สุดท้ายพวกหมาป่าที่ผมติดเครื่องรางเอาไว้ก็ยังวนกลับมาหาพวกเราอยู่ดี
ดูเหมือนระบบ จะจงใจยัดเยียดทางรอดที่ต้องแลกด้วยชีวิตนี้ให้พวกเราโดยไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธเลย
ผมรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่รู้กลไกนี้ให้เร็วกว่านี้
แต่พอคิดดูอีกที...ต่อให้รู้แล้วยังไงล่ะ?
หากพวกเราหวังพึ่งกลไกนั้น พวกเราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวงทุกครั้งที่มันปรากฏตัวต้องคอยสวดภาวนาไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อสังเวยอย่างนั้นเหรอ?
ถ้าต้องรอดชีวิตด้วยวิธีทุเรศแบบนั้นผมยอมตายเสียดีกว่า ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ คำตอบของผมก็ยังเหมือนเดิมคือฆ่ามันทิ้งซะ
พูดถึงเรื่องฆ่าหมีเถ้าถ่านผมก็นึกถึงข้อความของปราชญ์สันโดษ ขึ้นมา
เจ้าหมอนั่นพูดจริงหรือเปล่า?
ถ้าแค่ล้อเล่นก็แล้วไปแต่ถ้าเป็นเรื่องจริงขึ้นมานั่นแหละปัญหาใหญ่มนุษย์ธรรมดาจะฆ่าสัตว์ประหลาดระดับนั้นได้ง่ายๆ ได้ยังไง
ขนาดตัวผมเองที่ทำสำเร็จ ก็ต้องยอมรับเลยอาศัยโชคช่วยอยู่หลายส่วนคนปกติไม่น่าจะ...
ในจังหวะนั้นลิลลี่ที่นั่งเหม่ออยู่นานก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปหาเทส
ผมมองตามแผ่นหลังของเธอพลางพยักหน้ากับตัวเองเพื่อเปลี่ยนความคิดในเมื่อลิลลี่ยังมีทักษะมรณะนั่นได้เจ้าคนที่ชื่อปราชญ์สันโดษก็อาจจะมีเขี้ยวเล็บที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน
ดูเหมือนโลกใบนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้วเห็นทีผมต้องกลับมาจริงจังกับการพัฒนาตัวเองมากกว่านี้
"เอาล่ะ... มาดูเรื่องการอัปเกรดทักษะกันหน่อยดีกว่า"
แต่ทันทีที่ผมพยายามจะเข้าถึงระบบอัปเกรดผมก็ต้องสบถออกมาอีกรอบอย่างเหลืออด
"อะไรของมันอีกวะเนี่ย?"
[โปรดเลือกอาชีพของคุณก่อนคุณจะสามารถอัปเกรดทักษะได้หลังจากเลือกอาชีพแล้วเท่านั้น]
นี่มันรังแกกันชัดๆ!
แต่การแจ้งเตือนแบบนี้มันก็ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของผมที่ว่าการอัปเกรดทักษะมีผลต่ออาชีพที่จะปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นระบบคงไม่ล็อคเอาไว้แน่นหนาขนาดนี้บางทีถ้าผมดึงดันอัปเกรดทักษะไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมเลือกอาชีพผมอาจจะเข้าถึงอาชีพที่ทรงพลังเกินไปจนระบบต้องรีบสกัดไว้ก่อน
แต่ก็นั่นแหละ...มันเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ผมคงไม่มีวันได้คำตอบจากระบบเฮงซวยนี่
ผมตัดสินใจพับโครงการอัปเกรดทักษะแล้วหันมาเผชิญหน้ากับตัวเลือกอาชีพที่มีอยู่อย่างจริงจัง โดยมี 3อาชีพที่ดึงดูดสายตาผมมากที่สุด
ผู้ปรับแต่งพลัง
(อาชีพระดับต้นที่เน้นการดึงแรงรูปแบบต่างๆมาใช้ควบคุมพลังงานและโมเมนตัมในการต่อสู้มอบความได้เปรียบแก่ผู้ที่มีความเข้ากันได้กับการจัดสรรพลังงาน)
ผู้ถ่ายเทมานา
(ผู้เชี่ยวชาญการหมุนเวียนมานาระดับต้นเพื่อเสริมสถานะทางกายภาพพร้อมขัดเกลาทักษะการบงการเวทมนตร์เบื้องต้นให้เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น)
ผู้บรรลุสมาธิ
(อาชีพเบื้องต้นที่ให้ความสำคัญกับการรวบรวมจิตเป็นหนึ่งช่วยเพิ่มพูนขีดความสามารถทางเวทมนตร์ และรักษาสติเพื่อปรับตัวเข้ากับสถานการณ์)
ส่วนอาชีพที่เหลืออย่างนักฝึกสัตว์มนตรานี่ผมคงต้องไปเคลียร์กับเจ้าบิสกิตทีหลัง อาชีพนี้โผล่มาเพราะมันชัวร์ๆ
ทางด้านนักรบเอเธอร์ และ มานาสไตรเกอร์แม้จะดูน่าสนใจแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าตาผมนัก หรืออย่างนักธนูพลังงานนี่ก็คงเป็นผลมาจากลูกปัดมานาของผมล่ะมั้ง ถ้าเปลี่ยนจากธนูเป็นมือปืนหรือสไนเปอร์ผมคงจะตื่นเต้นกว่านี้เยอะ
ส่วนพวกที่เหลือไม่ว่าจะเป็นผู้พิทักษ์พลังงานจลน์, หน่วยสอดแนมมานาหรือ ช่างศาสตรามนตรา ล้วนแต่เป็นสายงานที่ไม่เข้ากับสไตล์ของผมเลยสักนิด
สุดท้ายตัวเลือกก็วนกลับมาที่สามอันแรก...
ผู้ปรับแต่งพลัง ฟังดูดีมากเพราะมันเน้นเรื่องมานาและการควบคุมแรงรูปแบบต่างๆอย่างพลังงานจลน์ซึ่งน่าจะเอาไปพลิกแพลงได้เยอะ
ส่วนผู้บรรลุสมาธิ ก็น่าสนใจแต่คำอธิบายที่บอกว่า ช่วยปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ มันดูคลุมเครือไปหน่อย
ที่สำคัญคือผมมีทักษะสมาธิเลเวล 10อยู่แล้ว การเลือกอาชีพนี้เลยดูจะไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ในตอนนี้
ท้ายที่สุด ใจผมก็เทไปให้ ผู้ถ่ายเทมานามากที่สุด
การหมุนเวียนมานาและขัดเกลาทักษะบงการเวทมนตร์ให้ทรงพลังขึ้นมันเหมือนเป็นการบอกใบ้กลายๆว่าอาชีพนี้จะช่วยขยายขีดจำกัดของมานาและทำให้ผมควบคุมมันได้ดั่งใจนึก
ก็นะ... แค่มีคำว่า มานา ผมก็ใจอ่อนแล้วล่ะ
ถึงแม้ตัวเลือกอื่นจะดูเย้ายวนแค่ไหนแต่ผมก็ตัดสินใจกดเลือกผู้ถ่ายเทมานา ไปอย่างไม่ลังเล
[ยินดีด้วย!คุณได้เลือกอาชีพแรกของคุณสำเร็จแล้ว]
[ในอนาคตคุณยังจะสามารถอัปเกรดอาชีพ หรือเปลี่ยนอาชีพใหม่ให้เหมาะสมกับการกระทำของคุณในบทฝึกสอนได้]
[ยินดีด้วย! คุณได้รับอาชีพหลักผู้ถ่ายเทมานา!]
ผู้ถ่ายเทมานา
ทักษะใช้งาน: มานาปะทุ
(ผู้ใช้สามารถเพิ่มการไหลเวียนของมานาในร่างกายได้ชั่วคราวโดยจะช่วยเพิ่มพลังให้กับความสามารถทางเวทมนตร์ในช่วงเวลาสั้นๆ)
ทักษะติดตัว: กระแสมานา (ระดับหายาก)
(มานาของผู้ใช้จะไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นลดปริมาณมานาที่ต้องใช้ในการเรียกใช้งานทักษะและปรับปรุงการควบคุมมานาโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น)
โบนัสสถานะ:
มานา +10
ความทนทาน +2
"เยี่ยม!"
ผมตะโกนออกมาอย่างลืมตัวจนทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวแต่ผมไม่สนใจสายตาพวกนั้นหรอก เพราะในโลกใบนี้มีแค่มานาเท่านั้นที่สำคัญที่สุด
ใช่แล้ว มานา ขอมากกว่านี้อีก!
นี่ถ้าผมมีพลังโทรจิตแบบเจ้าคอร์กี้คำแรกที่ผมจะสื่อสารออกไปคงไม่พ้นคำว่า มานา!
ให้ตายสิผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคุมอารมณ์ยากขึ้นทุกทีแล้ว
อนาคตผมอาจจะเผลอไปยืนตะโกนว่ามานาของรักของข้า! ก็ได้ใครจะรู้ แต่ช่างมันเถอะ ไว้ให้เนเทล ในอนาคตเป็นคนปวดหัวกับเรื่องนี้ก็แล้วกัน
ผมเบนสายตากลับมามองทักษะกระแสมานาที่มีเครื่องหมายระดับหายากติดอยู่ตอนนี้ผมยืนยันได้แน่นอนแล้วว่าทักษะในโลกนี้มีการแบ่งระดับจริงๆ
แต่สิ่งที่ยังค้างคาใจคือทำไมระบบถึงไม่ใส่ระดับกำกับไว้ให้ทุกทักษะ?
ทำไมถึงเลือกใส่แค่บางอัน?
เอาเถอะ ถามไประบบเฮงซวยนี่ก็คงไม่ตอบ
โดยรวมแล้วผมพอใจกับอาชีพใหม่นี้มากมันมอบทักษะที่เข้ากับความต้องการของผมอย่างที่สุดหากไม่ติดว่าร่างกายตอนนี้สะบักสะบอมจากการต่อสู้ ผมคงลุกขึ้นมาลองของใหม่ไปแล้ว
หลังจากนั้นผมก็หันมาให้ความสนใจกับการอัปเกรดทักษะต่อในเมื่อเลือกอาชีพเสร็จแล้ว ข้อจำกัดเหล่านั้นก็ควรจะหายไป และก็เป็นไปตามคาดหน้าต่างแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาทันทีที่ผมขยับความคิด
[ยินดีด้วย!ตอนนี้คุณสามารถอัปเกรดทักษะที่ถึงเลเวล 10 ได้โดยใช้โทเคนอัปเกรดทักษะปัจจุบันมีสองทักษะที่พร้อมสำหรับการอัปเกรด โปรดเลือกอย่างชาญฉลาด!]
[รายการสำหรับทักษะสมาธิ]
สมาธิขั้นลึก:(เพิ่มความเข้มข้นและประสิทธิภาพของสมาธิ ช่วยเสริมความสามารถทางเวทมนต์และการรวบรวมสมาธิระหว่างการต่อสู้ให้ดียิ่งขึ้น)
ขยายขอบเขตสมาธิ:(ยืดระยะเวลาของสภาวะสมาธิช่วยให้รักษาสมาธิได้นานขึ้นโดยไม่เกิดอาการเหนื่อยล้าทางจิต)
สมาธิคู่ขนาน:(ฝึกจิตให้สามารถโฟกัสสองสิ่งได้พร้อมกันช่วยให้กระทำการหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น)
[รายการสำหรับทักษะการควบคุมมานา]
มานาขยายตัว:(เพิ่มพูนความเข้มข้นของการควบคุมมานาช่วยให้สร้างผลลัพธ์ทางเวทมนตร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น)
การควบคุมมานาขั้นสูง:(ยกระดับการควบคุมมานาช่วยให้บงการพลังงานเวทมนตร์ได้อย่างแม่นยำและซับซ้อนยิ่งขึ้น)
มานาเข้มข้น:(เสริมสร้างความเข้มข้นของการควบคุมมานา ช่วยให้สร้างผลลัพธ์ทางเวทมนต์ที่ทรงพลังได้โดยใช้ความพยายามน้อยลง)
ผมเบิกตากว้างจ้องมองทักษะหนึ่งในหน้าต่างระบบโดยตาไม่กะพริบ
เดิมทีแผนของผมคือการอัปเกรดทักษะที่เกี่ยวกับการควบคุมมานาโดยตรงเพราะมันจะช่วยให้ผมจัดการกับพลังมหาศาลที่ล้นทะลักอยู่ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
แต่ทันทีที่สายตาไปสะดุดเข้ากับสมาธิคู่ขนานความมั่นใจของผมก็เริ่มสั่นคลอน
ในเรื่องเล่าที่ผมเคยผ่านตามามักจะมีการกล่าวถึงพลังความคิดคู่ขนาน เสมอ
มันคือความสามารถที่เปรียบเสมือนการมีสองสมองทำงานพร้อมกันในร่างเดียวแนวคิดนี้โคตรเท่!
หากผมทำได้จริง มันจะช่วยให้ผมสร้าง และควบคุมทักษะหลายอย่างแยกออกจากกันเป็นเอกเทศได้ในคราวเดียวซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมันแทบไม่ต่างจากการแยกร่างเลยสักนิด
แล้วถ้าในอนาคตผมอัปเกรดมันให้ทำได้มากกว่าสองอย่างล่ะ?
นี่มันไม่ใช่แค่การแยกความคิดแล้วแต่มันคือร่างโคลนทางความคิดชัดๆ!
ผมตัดสินใจในทันที...ผมจะเอาสมาธิคู่ขนาน นี่แหละ!
เพราะนอกจากมันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถพื้นฐานของสมาธิแล้วมันยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การใช้ทักษะอื่นๆของผมทรงประสิทธิภาพขึ้นอย่างก้าวกระโดด
[ยินดีด้วย! คุณอัปเกรดทักษะสำเร็จ:สมาธิ >สมาธิคู่ขนาน]
หัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผมอดใจไม่ไหวจนต้องรีบเปิดใช้งานทักษะใหม่นี้เพื่อทดสอบขีดจำกัดของมันทันที!