บนดาดฟ้าของอาคารเรียน
่เวลาสิบโมงเช้าเป็เวลาที่ทุกคนเข้าชั้นเรียนกันหมดแล้ว เซี่ยปิงใช้โอกาสจากการโดนอาจารย์ไล่ออกจากห้องเรียนทำความเข้าใจกับระบบความเกลียดชัง
“ระบบ” เซี่ยปิงเรียกผ่านความคิด “ตรวจดูหน่อย ฉันได้คะแนนความเกลียดชังมากี่คะแนน”
“ท่านได้คะแนนความเกลียดชังมาทั้งหมด หนึ่งร้อยยี่สิบคะแนน” เสียงเ็าดังอยู่ในความคิดของเซี่ยปิง
“ยินดีด้วย คุณได้รับรางวัลเป็วิชาบ่มเพาะพลังปราณ ชื่อวิชา <หยางบริสุทธิ์>”
“วิชาหยางบริสุทธิ์เป็วิชาแบบไหนกัน” เซี่ยปิงขมวดคิ้ว
ระบบตอบอย่างไร้อารมณ์เช่นเดิม “ท่านจะรับรางวัลนี้ไหม”
“รับ” เซี่ยปิงตอบไปตามสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น ข้อมูลจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงจิตของเซี่ยปิงราวกับกระแสน้ำ เขารู้สึกเหมือนถูกย้ายไปยังมิติหนึ่ง ด้านในพื้นที่ว่างปรากฏร่างเงาสีขาวนั่งขัดสมาธิ โคจรเส้นลมปราณสีทองหมุนเวียนอยู่ทั่วร่าง แสดงถึงความลึกลับของเคล็ดวิชาหยางบริสุทธิ์
“วิชาหยางบริสุทธิ์ชุดนี้เป็วิชาบ่มเพาะพลังปราณชั้นยอดจริง ๆ สินะ มันเป็ไปได้อย่างไรกัน” เซี่ยปิงตกตะลึง
แม้ดาวหยานหวงจะอยู่ใน่เฟื่องฟูด้านทักษะการต่อสู้ แต่เคล็ดวิชาบ่มเพาะชั้นยอดกลับหายากเสียยิ่งกว่ายาก อาจมีอยู่แค่ตระกูลใหญ่หรือในสถาบันระดับสูงเท่านั้นที่สามารถฝึกได้ ขณะที่บุคคลทั่วไปจะได้รับเพียงวิชาพื้นฐานที่ออกโดยสหพันธรัฐ
“วิชานี้มันของจริงหรือของปลอมกันแน่” เซี่ยปิงไม่สามารถตัดข้อสงสัยออกไปได้ หากอ้างอิงตามการแนะนำของเคล็ดวิชาหยางบริสุทธิ์ เมื่อทำการฝึกฝน มันจะดูดซับแก่นแท้จากดวงอาทิตย์และโลก นำมาหลอมรวมเข้าร่างกาย เผาผลาญร่าง สร้างกายอันเป็นิรันดร์
เพียงแค่นึกตามก็รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวแล้ว การดูดซับพลังหรือแก่นแท้จากดวงอาทิตย์เป็สิ่งที่อันตรายมาก หากเป็ผู้ฝึกปราณธรรมดาทั่วไปดูดซับมันบางส่วน ร่างกายจะถูกเผาไหม้ไม่เหลือแม้เศษซาก
ต่อให้อยู่ในระดับปรมาจารย์การต่อสู้ก็ยังไม่กล้าคิดััแก่นพลังของดวงอาทิตย์ แต่กระนั้น เคล็ดวิชานี้จะดูดซับแก่นแท้ของดวงอาทิตย์ั้แ่แรกเริ่ม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่า
ถ้าหากทั้งหมดนี้เป็เื่จริง ไม่ผิดที่จะพูดว่ามันเป็เคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับชั้นยอด
“ไม่ว่ามันจะจริงหรือเท็จ แต่นี่ก็เป็โอกาสอย่างหนึ่งเช่นกัน ฉันต้องลองเสี่ยงดู” แม้จะมีความลังเลอยู่บ้าง ทว่าแววตาเซี่ยปิงเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่
เขานั่งขัดสมาธิปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้เห็นจากระบบ
“ปัง!”
ในขณะที่ฝึกฝน ร่างของเขาเปรียบเสมือนหลุมดำ ดึงแก่นแท้ดวงอาทิตย์ที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า แปรเปลี่ยนเป็ลูกไฟไหลผ่านเส้นลมปราณแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย
ระยะห่างจากเซี่ยปิงประมาณสิบเมตรกลายเป็หลุมดำ ไม่ว่าริ้วแสงใดๆ หลุดรอดเข้ามาใกล้พื้นที่นี้ ล้วนถูกร่างกายของเขาดูดซับเอาไว้ทั้งหมด
สายลมไร้การเคลื่อนไหว ราวกับเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ
หลังจากฝึกฝนผ่านไปสองชั่วโมง เกิดเสียง “ปัง!”
ร่างของเซี่ยปิงสั่นสะท้าน ปากพ่นกระแสลมอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ราวกับลูกศรแหลมคมฉีกอากาศพุ่งชนผนังบนดาดฟ้าเสียงดังสนั่น
เขาเปิดเปลือกตาขึ้น ประกายแสงสีทองแผ่รัศมีเจิดจ้าอยู่รอบตัวเขาก่อนจะหายไป
“นักสู้ระดับสี่ เพียงครั้งแรกที่ฝึกเคล็ดวิชานี้ก็ทำให้ฉันทะลวงขั้นของตัวเอง มันเป็วิชาบ่มเพาะที่น่าทึ่งมาก” เซี่ยปิงพูดด้วยความรู้สึกยินดี
เขาใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนักมาสิบแปดปีเพื่อก้าวสู่นักสู้ระดับสาม แต่กลับใช้เวลาแค่สองชั่วโมงเพื่อเลื่อนขั้นเป็นักสู้ระดับสี่
ผลลัพธ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในอดีต
“มาลองดูกันดีกว่า”
เซี่ยปิงกระแทกหมัดไปที่ผนังหินอ่อนตรงหน้าราวกับชกก้อนเต้าหู้ ทันใดนั้นรอยหมัดพลันปรากฏอยู่บนผนังหินลึกเจ็ดถึงแปดเิเ เศษหินกรวดร่วงกราวลงมา
“เป็พลังที่แข็งแกร่งจริงๆ” เซี่ยปิงพูดพร้อมกับกำหมัดไว้แน่น
เขาไม่ได้ใช้พลังปราณเลยแม้แต่น้อย อาศัยแค่ความความแข็งแกร่งทางร่างกายก็มากพอที่จะเจาะกำแพงด้วยหมัดเดียว และหมัดของเขายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยาแ ในอนาคตอันใกล้ หากการฝึกฝนพัฒนาเช่นนี้ต่อไป มันจะน่ากลัวแค่ไหนกัน
แน่นอนว่า เมื่อเทียบกับปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ที่สามารถเดินผ่านความว่างเปล่าหรือทำลายโลกทั้งใบด้วยหมัดเดียว เขายังอยู่ไกลจากจุดนั้น
“ครืดดดด“
ท้องของเซี่ยปิงร้องเตือนเสียงดัง ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาั้แ่เช้าแล้ว เขารู้สึกหิวมากจริงๆ
“ไปโรงอาหารก่อนดีกว่า” เซี่ยปิงเดินลงจากชั้นดาดฟ้า
เมื่อมาถึงโรงอาหาร เขาใช้เงินหกเหรียญซื้ออาหารสองจาน ข้าวหนึ่งถ้วย มองหาโต๊ะว่างนั่งกินอาหารอย่างสุขใจ
ทันใดนั้น มีเสียงจากคนคุ้นเคยดังขึ้นมา “เซี่ยปิง!”
เซี่ยปิงเงยหน้ามองก็พบว่าเป็หยางเว่ยกำลังแสดงอาการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เขา นอกจากนี้แล้วยังมีนักเรียนรูปร่างสูงใหญ่หกคนยืนอยู่ข้างหลัง พิจารณาจากลักษณะท่าทางแล้วคงไม่ได้มาดีแน่