คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    สะสมหนังและเกล็ด

    หลังจากตรวจสอบเลเวลของทุกคนแล้ว อคินก็เอื้อมมือไปเกาคางเจ้าสองแสบที่เลเวลยังไม่ถึงเกณฑ์

    "ไม่ต้องน้อยใจน่า อีกนิดเดียวพวกแกก็ตามทันแล้ว คืนพรุ่งนี้เรามาปั๊มเวลกันต่อ!"

     

    [แนะนำให้... อคิน... ทดสอบสกิลใหม่ของพวกเขา... ในการเดินทางกลับ... นะ]

     

    "จัดไปครับระบบ!"

    อคินลุกขึ้นยืน ปัดทรายออกจากกางเกง แววตามุ่งมั่น

    "งั้นเปลี่ยนขบวนรบ! ส้มซ่า ใช้สกิลใหม่นำทาง แล้วโบ้คอยระวังหลัง!"

    ขบวนรบใหม่ถูกจัดขึ้นทันที ส้มซ่าเดินนำหน้า เงาร่างของมันแทบจะกลืนไปกับความมืด ผลจากสกิลลบร่องรอย

    ขณะที่โบ้เดินรั้งท้าย คอยหันซ้ายขวาด้วยท่าทีขึงขัง โล่บนหลังสะท้อนแสงจันทร์วาววับ

    อคินเดินอยู่ตรงกลาง มองดูแผ่นหลังของสัตว์เลี้ยง... ไม่สิ เพื่อนร่วมรบของเขา ด้วยความรู้สึกทึ่งในใจ

    ...

    หลังจากตะลุยฟาร์มเมิร์กและเก็บกวาดพื้นที่ชายฝั่งมาเกือบสี่ชั่วโมง

    อคินลากสังขารและกระสอบใส่ 'ชิ้นส่วนอสูร' กลับมาที่ประตูทิศตะวันออกของค่าแหลมสิงห์ด้วยสภาพมอมแมมโชกเลือดของอสูร

    ตูมทหารยามกะดึกที่กำลังสัปหงกสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะออร์คเดินออกมาจากความมืด

    พร้อมกับขบวนสัตว์ประหลาด... หมาแบกโล่และแมวสามตัวที่เดินตามต้อยๆ ราวกับบอดี้การ์ด

    "อะ... อคิน! ปลอดภัยดีนะ!"

    ทหารหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาช่วยรับกระสอบที่หนักอึ้ง โดยมีฝาแฝดของเอาอีกคนเข้ามาช่วยตรวจสอบ

    "สบายมากครับ วันนี้ได้ของดีมาเพียบ"

    อคินปาดเหงื่อที่หน้าผาก ยิ้มร่าเริง

    "รบกวนหน่อยนะครับพี่ตูม ฝากเอาพวกนี้ไปแลกเป็นเครดิตเข้าบัญชีผมทีนะครับ"

    "ได้! เดี๋ยวพรุ่งนี้จัดการให้"

    'ตูม' เอ่ยคอย ขณะที่มองดู 'ตาม' ที่กำลังจดบันทึกจำนวนชิ้นส่วนของเมิร์กลงในสมุดบันทึก

    "อ้อ! แล้วก็..."

    อคินชะงักเหมือนนึกขึ้นได้ เขาชี้ไปที่โบ้ที่ยืนหอบลิ้นห้อย และชี้ไปที่โล่ไม้เก่าๆ บนหลังมัน

    "เครดิตที่ได้วันนี้ทั้งหมด ผมขอฝากซื้อของหน่อย"

    ตูมมองตามแล้วทำหน้างง

    "ครับ?"

    "ช่วยหาแลก 'โล่' ให้หน่อยครับ เอาแบบที่ขนาดพอดีกับสุนัข หรือถ้าไม่มี เอาโล่กลมเล็กๆ แบบของมนุษย์ก็ได้ เดี๋ยวผมเอามาดัดแปลงเอง"

    อคินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับสั่งซื้ออาวุธสงครามระดับสูง

    "แล้วก็... ถ้ามีพวกชุดเกราะหนัง หรือปลอกคอเสริมป้องกันสำหรับแมวด้วยก็ฝากแลกมาให้หมดเลยนะครับ เท่าไหร่เท่ากัน!"

    ตูมอ้าปากค้าง มองดูหมาไทยหลังอานกับแมวบ้านๆ สลับกับหน้าจริงจังขึงขังของยอดฝีมืออย่างอคิน

    แต่เมื่อเห็นแววตาที่ไม่ได้ล้อเล่น เขาก็รีบตะเบ๊ะรับคำ

    "อะ... โอเค! พรุ่งนี้จะรีบประสานงานกับฝ่ายพลาธิการให้นะ!"

    "ขอบคุณมากครับ!"

    อคินยิ้มกว้าง เขาเดินไปแกะเชือกเอาโล่ของตัวเองคืนมาจากหลังของโบ้

    "ทนหน่อยนะพวกแก พรุ่งนี้ป๋าจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบให้แน่นอน!"

    ติ๊ง!

     

    [ใกล้จะหมดเวลาเชื่อมต่อแล้ว]

    [แนะนำให้กลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อน... โดยด่วน... ร่างกายต้องการการฟื้นฟู]

     

    ข้อความแจ้งเตือนสีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมเสียงไซเรนเตือนภัยแผ่วเบาในหู

    อคินรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายเริ่มหนักอึ้งขึ้น ขาเริ่มก้าวไม่ออก ความหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้ามาที่ปลายรอมนิ้ว

    "รู้แล้วน่า... กำลังจะไปนอนเดี๋ยวนี้แหละ"

    อคินบ่นอุบอิบกับอากาศ พยายามฝืนยิ้มให้ทหารยาม

    "ผมขอตัวไปพักก่อนนะ ฝากเวรยามด้วยครับ"

    ร่างสูงเดินนำขบวนสัตว์เลี้ยงกลับขึ้นไปบนตึกร้าง ทิ้งให้ทหารยามยืนมองด้วยความทึ่งระคนงุนงง

    เมื่อถึงห้องพักบนดาดฟ้า อคินทิ้งตัวลงบนฟูกเก่าๆ ทันที แรงเฮือกสุดท้ายหมดลงพร้อมกับตัวเลขนาฬิกานับถอยหลังที่ลดลงเรื่อยๆ

    "วันนี้ได้ค่าประสบการณ์มาเพียบ..."

    อคินพึมพำ ดวงตาปรือปรอยมองเพดานที่เริ่มหมุนคว้าง

    "พรุ่งนี้...เราจะไปให้ไกลกว่าเดิม...ต้องเพิ่มเลเวลให้ปลาเผา กับบัวลอย...แล้วก็...ต้องหาแต้ม...ให้เจอ..."

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    วูบ...

    เหมือนโทรทัศน์ที่ถูกดึงปลั๊ก สติของอคินดับวูบลงทันที

     

     

     

    ติ๊ง!

     

    [การเชื่อมต่อสมบูรณ์]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 23 มีนาคม]

     

    "เฮือก!"

    อคินสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกเกร็งเหมือนคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ

    ลมหายใจแรกของค่ำคืนถูกสูดเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม

    ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วถ่วงทับแขนขาค่อยๆ จางหายไป

    แทนที่ด้วยความรู้สึกแสบพร่าที่ปลายประสาทและความหิวโหยที่รุนแรงราวกับสัตว์ป่า

    ติ๊ง!

     

    [สถานะร่างกาย: ต้องการสารอาหาร]

    [รีบลงไปหาอาหารกินได้แล้ว]

     

    ข้อความสีแดงกะพริบถี่ๆ บนหน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยอยู่ตรงหน้า อคินขยี้ตาพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

    "รู้แล้วน่า... ระบบนี่ขี้บ่นชะมัด"

    เขาบ่นพึมพำ พลางบิดขี้เกียจจนกระดูกสันหลังลั่นกร๊อบ

    "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เข้าใจไหมเพื่อนยาก? ป่ะพวกเรา... ไปหาอะไรกระแทกปากกัน!"

    เขาหันไปกวักมือเรียกสมาชิกปาร์ตี้สี่ขาที่นอนกระจัดกระจายอยู่ตามมุมห้อง

    เจ้า 'โบ้' สุนัขหลังอานพันธุ์ผสมลุกขึ้นสะบัดตัว

    ตามมาด้วย 'ส้มซ่า' และ 'ปลาเผา' แมวลายสลิดจอมซนที่กระโดดลงมาจากตู้เสื้อผ้า

    อคินเดินนำขบวนลงมายังชั้นล่าง แล้วมุ่งตรงไปอาคารไม้ขนาดใหญ่อยู่บนที่ตั้งตระหง่านที่ใจกลางค่าย

    เมื่อมาถึงโรงอาหารกลางของค่ายอพยพ 'แหลมสิงห์' กลิ่นอายของชีวิตชีวาที่หาได้ยากในยุคนี้ปะทะเข้าจมูกทันที

    กลิ่นควันไฟจากการเผาฟืน กลิ่นฉุนของผักดอง และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวต้มปลา ทำให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

    บรรยากาศในลานจอดรถเก่าที่ถูกใช้เป็นโรงทานเต็มไปด้วยความคึกคัก

    แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันและหลอดไฟโซลาร์เซลล์ส่องสว่างวูบวาบ

    ผู้รอดชีวิตจับกลุ่มพูดคุยกันเสียงขรม

    อคินเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป แลกคูปองอาหารยับยู่ยี่ในกระเป๋าเป็นชามข้าวต้มร้อนๆ ควันฉุย และอาหารเม็ดสำหรับเหล่าสัตว์เลี้ยง

    เขานั่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ มองดูโบ้ ส้มซ่า และปลาเผา รุมกินอาหารเม็ดอย่างเอร็ดอร่อย

    เสียงเคี้ยวกรุบกรับของพวกมันทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข พลางซดข้าวต้มร้อนจัดเข้าปากโดยไม่กลัวลวกลิ้น

    ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับพลังงานชีวิตที่ขาดหายไปถูกเติมเต็ม

    "กินเยอะๆ นะเจ้าโบ้"

    อคินเอื้อมมือไปลูบหัวสุนัขคู่ใจที่กำลังเลียก้นชาม

    "คืนนี้งานหนักแน่... เดี๋ยวป๋าจะมีของเล่นใหม่มาให้ลองด้วย รับรองว่าแกต้องชอบ จนลืมโล่ฝาหม้ออันเก่าไปเลย"

    ...

    หลังจากกินอาหารสนอิ่มหนำ ก็ใกล้จะถึงเวลาเข้าเวรเฝ้ายามตอนสองทุ่ม

    อคินเดินเอาชามไปเก็บ แล้วจากนั้นก็พาเหล่าสกายเดินตรงไปยังประตูทิศตะวันออก

    ลมทะเลยามค่ำคืนพัดกรรโชก

    อคินกระชับเกราะหนังออร์คให้เข้าที่ขณะเดินนำขบวนมาถึงจุดตรวจการณ์ทิศตะวันออก เพื่อเปลี่ยนเวรกับทหารกะเย็น

    ทหารหนุ่มคนเมื่อวานยืนพิงกระสอบทรายรออยู่แล้ว ใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเขาฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นอคินเดินเข้ามา

    "สวัสดีอคิน! ตรงเวลาเป๊ะเลยนะ"

    "สวัสดีครับพี่ต้น"

    อคินทักทายอย่างเป็นกันเอง สายตาเหลือบไปเห็นวัตถุขนาดใหญ่ที่วางพิงผนังอยู่

    "นั่น..."

    "อ๋อ! เรื่องของที่ฝากแลกเมื่อวานครับ"

    พี่ต้นทหารหนุ่มรีบหยิบมันขึ้นมา

    "ทางคลังบอกว่าเกราะสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะไม่มีเลย ช่วงนี้ช่างตีเหล็กเร่งผลิตเกราะให้คนก่อน แต่... ฉันไปเจอเจ้านี่เข้า"

    เขาพลิกด้านหน้าของวัตถุนั้นให้อคินดู มันคือโล่ไม้ขนาดใหญ่ทรงสามเหลี่ยมหัวตัด

    สภาพผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน เนื้อไม้สีเข้มมีรอยบากลึก

    ขอบโล่หุ้มด้วยเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะเป็นบางจุด

    ด้านบนกว้างแล้วค่อยๆ ลู่ลงมาเป็นมุมแหลมด้านล่าง

    "มันเป็นของเก่าเก็บ ชาวบ้านไปเจอในซากบ้านนักสะสมแถวตัวเมือง สภาพยังแข็งแรงดี เนื้อไม้หนาปึ้ก ผมเลยแลกมาให้แทน ไม่รู้จะถูกใจนายไหม"

    ดวงตาของอคินลุกวาวเป็นประกายเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่

    เขาเอามือลูบผิวสัมผัสสากระคายของโล่ไม้โบราณอย่างหลงใหล

    "โอ้โห! คลาสสิกสุดๆ! นี่แหละจิตวิญญาณแห่งอัศวินยุคกลาง! ขอบคุณมากครับพี่!"

    เขาหันไปกวักมือเรียกโบ้ทันที

    "มานี่เลยโบ้ ถึงเวลาอัปเกรดจากหมาจรเป็นนักรบแล้ว!"

    อคินปลดเชือกฟางที่มัดโล่กลม ออกจากหลังของโบ้ แล้วบรรจงวางโล่อันใหม่ทาบลงไปแทน

    ด้วยความที่โล่มันถูกออกแบบมาสำหรับมนุษย์

    ความยาวของมันจึงครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดบนหลังของเจ้าสุนัขไทยหลังอาน

    ด้านกว้างปิดช่วงคอและไหล่ ส่วนปลายแหลมยาวพาดไปจนถึงโคนหางพอดีเป๊ะ ราวกับกระดองที่ถูกสร้างมาผิดไซส์

    "โฮ่ง?"

    โบ้ลองขยับตัวหมุนซ้ายขวา ขาหลังเซเล็กน้อยเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

    แต่มันก็กลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝน

    "อุ๊บ... ฮ่าๆๆๆ!"

    พี่ต้นทหารหนุ่มกลั้นขำไม่อยู่จนต้องหลุดหัวเราะก๊ากออกมา

    "ขอโทษที... คือมัน... มันเหมือนเต่าเลย หมาเต่าชัดๆ!"

    อคินถอยออกมาพิจารณาผลงาน แล้วมุมปากก็กระตุกยิ้ม

    "เออจริง... เหมือนเต่านินจาเวอร์ชันหมาวัดเลยว่ะโบ้ แต่เท่! ดูทรงพลัง! แบบนี้กันหลังได้มิดชิดแน่นอน ใครจะมาตุ๋ยหลังแกไม่ได้อีกแล้ว!"

    ทหารหนุ่มปาดน้ำตาจากการหัวเราะ ก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลเล็กๆ ให้

    "ส่วนนี่ใบยืนยันเครดิตที่แลกซากมอนสเตอร์เมื่อวานหักค่าโล่นี้แล้วยังเหลืออีกเพียบ นายนี่ล่าเก่งจริงๆ นะ มาคนเดียวแต่ผลงานดีกว่าหน่วยลาดตระเวนบางทีมอีก"

    อคินรับซองมาเก็บใส่กระเป๋าคาดเอว ตบกระเป๋าเบาๆ สองทีอย่างอารมณ์ดี

    "ขอบคุณครับ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะไปหาทุนเพิ่มอีก กะว่าจะเก็บตังค์ซื้อเกราะให้พวกตัวเล็กด้วย"

    ...

    หลังจากเปลี่ยนเวรและแจ้ง 'พี่ต้น' ทหารยามกะเย็นเรียบร้อยแล้ว เอกยามอีกคนที่เข้ากะกันกับอคินก็มาถึงพอดี

    อคินฝากให้เอกเฝ้าประตูไว้คนเดียวเช่นเคย ส่วนเขาจะออกไปกไจัดศัตรูทั้งหมดนอกประตูนั่น

    อคินก็พาปาร์ตี้มุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าชายเลนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

    แสงจันทร์ส่องลอดกิ่งไม้โกงกางที่พันเกี่ยวกันหนาทึบลงมาเป็นลำ

    เงาสะท้อนบนผิวน้ำสีดำสนิทดูน่าขนลุกสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับอคิน มันคือดันเจี้ยนที่รอการสำรวจ

    เป้าหมายของเขาในคืนนี้ไม่ใช่แค่การเก็บเลเวล แต่คือการ 'ฟาร์มวัตถุดิบ'

    "ในเมื่อร้านไม่มีขาย เราก็ต้องคราฟต์เอง!"

    อคินบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางปัดหน้าต่างสกิลในจินตนาการดู

    "ถ้าได้หนังเหนียวๆ ของพวก 'ลิซาร์ดแมน' มา น่าจะเอามาเย็บเป็นเกราะเบาให้พวกส้มซ่าได้... ระบบ มีแบบแปลนแนะนำไหม?"

    ติ๊ง!

     

    [คำแนะนำ: หนังของลิซาร์ดแมนมีความทนทานต่อของมีคมสูง เหมาะสำหรับทำเกราะอ่อน]

    [เคล็ดลับ: ส่วนท้องของฟร็อกเกอร์มีความยืดหยุ่นและกันน้ำ เหมาะสำหรับทำรองเท้า]

     

    ข้อความตอบกลับที่ดูเหมือนรู้ใจเขาไปเสียทุกอย่างเด้งขึ้นมา อคินยิ้มกว้าง

    "เยี่ยม! งั้นเป้าหมายคืนนี้: ลิซาร์ดแมนกับฟร็อกเกอร์!"

    เดินลัดเลาะรากไม้โกงกางมาเกือบชั่วโมง เสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดก็ลอยมาตามลม...

    ฉัวะ! กี๊ซซซ!

    อ๊บ! ตูม!

    อคินยกกำปั้นขึ้นเป็นสัญญาณหยุด

    ซึ่งมีแค่โบ้ที่หยุด ส่วนแมวๆ มุดพุ่มไม้ไปส่องดูแล้ว

    เขาค่อยๆ แหวกใบไม้หนาออก

    ภาพที่เห็นคือลานโคลนโล่งกว้างที่มี 'ลิซาร์ดแมน' เกล็ดสีเขียวเข้มตัวหนึ่ง

    คาดว่าเป็นพวกหลงฝูง กำลังแกว่งดาบสนิมเขรอะฟาดฟันกับ 'ฟร็อกเกอร์' เจ้าถิ่นที่ยิงกระสุนน้ำใส่ไม่ยั้ง

    "แจ็คพ็อต! ตีกันเองแบบนี้เสร็จโจร!"

    อคินแสยะยิ้ม แววตาของนักล่าฉายชัด

    "โบ้! เปิดด้วยสกิลใหม่เลย! [ยั่วยุ] !"

    "โฮ่ง!!!!"

    เจ้าหมาเต่ากระโจนออกไปกลางวง ยืนปักหลักสี่ขาแน่น แล้วส่งเสียงคำรามก้อง ออร่าสีแดงจางๆ แผ่ออกมาจากตัวเป็นวงคลื่น

    ผลของสกิล [ยั่วยุ] ทำงานทันที! ทั้งลิซาร์ดแมนและฟร็อกเกอร์ชะงักกึก หันขวับมามองผู้มาเยือนเป็นตาเดียว

    ความโกรธเกรี้ยวถูกเปลี่ยนเป้าหมายมาที่สุนัขตัวโตที่แบกกระดองเต่า

    "เข้ามาสิเว้ย!"

    อคินตะโกนเสริม วิ่งชาร์จเข้าไปพร้อมดาบในมือ

    ลิซาร์ดแมนพุ่งเข้าใส่โบ้ก่อน ดาบสนิมฟาดลงมาเต็มแรงหมายจะผ่ากะโหลก

    เคร้ง!

    เสียงโลหะกระทบไม้ดังสนั่นหวั่นไหว

    แต่โบ้ไม่แม้แต่จะสะเทือน! โล่บนหลังรับแรงกระแทกไว้ได้หมดจด

    บวกกับสกิล [กำแพงเหล็กกล้า] ที่โบ้เรียกใช้ ทำให้มันยืนหยัดดุจป้อมปราการเคลื่อนที่

    "ตาฉันบ้าง!"

    อคินอาศัยจังหวะที่ศัตรูโฟกัสที่โบ้ วิ่งอ้อมไปด้านหลังลิซาร์ดแมน เขาไม่รอช้าแทงดาบเข้าไปที่ข้อพับขาของมันสุดแรง

    ฉึก!

    มันทรุดลงทันที เสียงร้องโหยหวนยังไม่ทันจบ

    ในอีกฝั่ง ส้มซ่าและปลาเผาที่ซุ่มรออยู่บนต้นไม้ก็กระโจนลงมาดุจสายฟ้าฟาด

    กรงเล็บคมกริบของส้มซ่าข่วนหน้าฟร็อกเกอร์จนมันเสียสมาธิ ร่ายเวทไม่ออก

    ขณะที่กรงเล็บของปลาเผาปาดเฉือนเส้นเลือดที่คอ จนเลือดสีเขียวพุ่งกระฉูด

    เมื่อร่างของศัตรูตัวสุดท้ายล้มลง

    การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วด้วยทีมเวิร์กที่สมบูรณ์แบบ

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน