ตอนที่แปดสิบเจ็ด Abandon Plotline
ก็อบลินสเลเยอร์อาจจะบอกว่าการบาดเจ็บที่ศีรษะจนไม่สามารถต่อสู้ได้คือความอ่อนหัดของมือสมัครเล่น
นั่นคือคนอื่นที่ไม่ใช่บาบาเรี่ยน!!!
พี่โคแนนยอดคนแดนเถื่อนเคยสอนบุตรของตนเองเอาไว้ว่า
“นี่คือความผิดพลาดของเจ้าลูกพ่อเจ้าคิดว่าการบาดเจ็บจะทำให้เจ้าอ่อนแอเจ้าไม่เคยต้องจัดการสังหารศัตรูโดยลิ้มรสเลือดของตนเองไปด้วย”
ร่างกายของข้านี้มีแต่กระดูกและรอยแผลเป็นเท่านั้น
ไม่มีส่วนไหนในร่างกายของข้าที่ไม่เคยบาดเจ็บ!!!
คนอื่นอาจจะวางแผนการต่างๆใช้ฝีมือดาบของตนเองอย่างนักดาบการหลบหลีกของโจรหรือนักฆ่าหรือมั่นใจในความศรัทธาแห่งเทพเจ้าของตนเองว่าเทพเจ้าจะปกป้องตนเองได้
คัลไม่ได้ใช้เรื่องนั้น
ครอมไม่เคยช่วยและมีแต่จะความหายนะและภัยพิบัติมาให้อย่างเช่นครั้งนี้ก็เช่นกัน
หากเป็นการโจมตีธรรมดาเขาอาจจะพังน้ำแข็งออกมได้โดยไม่บาดเจ็บ
แต่เพราะครอมช่วยผสมโรงทำให้เขาบาดเจ็บเล็กน้อยจากการโดนน้ำแข็งกัดบริเวณผิวหนัง
ครอมหันไปทางรอบข้างที่เต็มไปด้วยรูปปั้นสีขาวของยุคสมัยแห่งเหมันต์
ราชินีออโรร่าสามารถใช้ความสามารถนี้ได้ในเขตแดนของตนเองอย่างในปราสาทนี้
ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คัลคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าในปราสาทมันต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ
คัลพยายามหันไปหาท่านอิทมาริที่แม้แต่เคราของตนเองก็แข็งค้างอยู่
ที่ผมสีฟ้าสยายไปมาแสดงอำนาจของตนเองแล้วถอนหายใจ
มายุ่งกับพวกราชวงศ์ไม่เคยมีอะไรดีเล้ย
รับมือยากมากๆ
เพล้ง เพล้ง เพล้ง
คนใช้และทหารยามส่วนหนึ่งพังน้ำแข็งออกมา
แต่ดวงตาของพวกเขากลายเป็นสีเหลืองและมีกรงเล็บที่แหลมคมและแววตาแบบสัตว์ป่า
พวกเขาคือสายลับของแวมไพร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในกองทหารและคนรับใช้
เพล้งเพล้ง เพล้ง
ทหารยามและคนรับใช้อีกส่วนเช่นกันก็พังน้ำแข็งออกมา
แต่คราวนี้พวกเขามีใบหน้าสีเขียวแบบต้นไม้ ระยางค์ออกมาตามร่างกาย
เพล้ง
คราวนี้ทหารยามที่ดูชราคนหนึ่งพังน้ำแข็งออกมาและจับสร้อยคอรูปพระอาทิตย์ที่หน้าอกของตนเองไว้
“ข้าแต่โซลอินวิคตัสโปรดประทานแสงสว่างแก่ข้า”
ทันใดนั้นน้ำแข็งบางส่วนที่ครอบคลุมทหารยามบางส่วนก็สลายไป
ทหารยามชราคนนั้นสะบัดผ้าคลุมเผยให้เห็นเสื้อที่มีรูปคบเพลิงที่อยู่ข้างใน
Torch Bearer
ผู้ถือคบไฟ
พวกเขาคือผู้ที่เชื่อมั่นว่าตนเองคือผู้ต่อสู้กับความมืดยามราตรีแฝงตัวอยู่ทุกที่ของสังคม
และมีชื่อเสียงไม่ดีในหมู่ชาวบ้านทั่วไปว่าคือคนที่จับแม่มดไปเผา
ซึ่งบางครั้งผมก็สงสัยว่ามันมีคนจงรักภักดีกับราชินีอยู่บ้างไหมนี่?
ราชินีออโรร่าที่พยายามขู่คนในบริเวณนั้นกลับผงะไปสักพักเมื่อรู้ว่าตนเองตกอยู่ในสภาวะที่ไม่เคยคาดคิดมากกว่าที่คิด
มีแต่คัลที่ผ่านประสบการณ์มามากรู้ว่านี่คือAbandon plotline การทิ้งพล็อต
ที่เขาไม่เลือกเดินตามพล็อตเรื่องแน่ๆ
และน่าจะเป็นพล็อตที่ให้เขาต้องพยายามแก้ไขปริศนาในปราสาทที่เกิดขึ้นโดยต้องสืบหาว่าใครเป็นคนร้ายว่าจะเป็นใครกันคนทรยศ สายลับ แวมไพร์ ภูตดรายแอ็ด กลุ่มผู้ถือคบไฟฯลฯ
และผมจะพลาดในที่สุดเพราะใครจะแก้ไขปัญหาได้ครบ100% หากไม่มีบทสรุปฟะ?
จนผมต้องสรุปข้อมูลการสืบสวนแบบผิดพลาดและหลังจากคิดว่าตนเองแก้ไขทำลายแผนการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้เรียบร้อย
กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ผมสืบสวนและจับไม่ได้ก็จะเคลื่อนไหวโดยการที่หมดตัวขัดขวางจากกลุ่มอื่นๆไปแล้ว
โดย DM จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกผิดว่าที่ตนเองทำมาทุกอย่างนั้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นทำให้มีความรู้สึกรับผิดชอบที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา
แต่เผอิญผมทำสปีดรันแก้ไขปัญหาแบบรวดเร็วแต่ไม่ได้ตามสืบเรื่องราวในปราสาทเลยเกิดเหตุการณ์เช่นตอนนี้ขึ้น
“ทุกคนอย่าตกใจ”
คัลกล่าวเสียงปลุกใจ
ทุกคนที่โดนน้ำแข็งตกอยู่ในสภาพสับสนและหวาดกลัวแม้น้ำแข็งจะละลายแล้วก็ตาม
“ไปหลบหลังท่านราชินีหากต้องการมีชีวิตรอด”
คัลกล่าวกับคนที่ยังพอมีท่าทีจงรักภักดีต่อราชินีที่อยู่ในบริเวณนี้อยู่