บทที่ 14 นางกำลังหงุดหงิด ดังนั้นนางไม่มีทางปล่อยให้พวกนี้ได้ใจแน่
เสวียนอิ่งที่ถูกเหวี่ยงออกไปโดยไม่ทันตั้งตัวได้แต่ด่าทอสารพัดคำหยาบคายเท่าที่คิดออก
มันสาบานเลยว่าเมื่อถุงเืนี่ไร้ประโยชน์แล้ว มันจะต้องฆ่านางให้ได้!
เยี่ยหลิงหลงเหวี่ยงมันออกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีทักษะใด ๆ เสวียนอิ่งเห็นตัวเองกำลังจะกระแทกพื้นด้วยท่วงท่าน่าเกลียด มันจึงรีบอาศัยแรงเหวี่ยงพลิกตัวปักลงบนพื้นดินตรงกลางฝูงชนอย่างงดงาม
เมื่อเห็นกระบี่เล่มหนึ่งปักลงพื้น ศิษย์ของสำนักต่าง ๆ ใพร้อมกัน เงยหน้ามองไปทางที่มาของกระบี่ ก็เห็นเผยลั่วไป๋และเยี่ยหลิงหลงเดินเข้ามาในทันที
เมื่อเทียบกับศิษย์ที่สวมชุดของสำนักตัวเองอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย เยี่ยหลิงหลงและเผยลั่วไป๋ที่สวมเสื้อผ้าของตัวเองดูโดดเด่นและสะดุดตาเป็พิเศษ
"ศิษย์ของสำนักทั้งหมดอยู่ที่นี่ ข้าเซี่ยหลินอี้จากสำนักเจ็ดดาราขอถาม ท่านเป็ใครกัน? ทำไมถึงได้เขวี้ยงกระบี่มาทางพวกเรา?"
เซี่ยหลินอี้ขมวดคิ้วมองเผยลั่วไป๋ ส่วนคนอื่น ๆ ก็มองด้วยสายตาระแวดระวัง พวกเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าของสำนัก แสดงว่าไม่ใช่ศิษย์ของสำนักในพันธมิตร แต่ดูเหมือนจะเป็ลูกหลานตระกูลใหญ่หรือผู้ฝึกตนทั่วไปมากกว่า
โดยทั่วไปแล้ว ลูกหลานตระกูลใหญ่ในโลกแห่งการฝึกตนไม่จำเป็ต้องเข้าสำนักก็สามารถฝึกฝนด้วยตัวเองได้ ตระกูลใหญ่มีชื่อเสียงโด่งดัง มองข้ามศิษย์สำนักทั่วไป และมีท่าทีหยิ่งยโส
ส่วนผู้ฝึกตนทั่วไปไม่สังกัดฝ่ายใด เดินทางไปทั่วโลกแห่งการฝึกตน มักก่อเื่ท้าทายขโมยสมบัติอยู่บ่อยครั้ง เพราะไม่มีใครควบคุม การใช้วิธีสกปรกจึงทำให้อยู่รอดได้ง่ายกว่า
ดูจากการแต่งกาย ทั้งสองคนนี้ไม่เหมือนผู้ฝึกตนทั่วไป แต่ดูเหมือนลูกหลานตระกูลใหญ่ร่ำรวยมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็แบบไหน การเขวี้ยงกระบี่ใส่ฝูงชนทันทีที่มาถึง ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็การท้าทาย ผู้มาเยือนไม่ได้มาด้วยเจตนาดีแน่นอน
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องระมัดระวังคนทั้งสองเป็พิเศษ โดยเฉพาะเผยลั่วไป๋
เห็นเผยลั่วไป๋หันไปมองเยี่ยหลิงหลง
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าเหวี่ยงกระบี่ทำไมกัน?"
"หือ? ข้าแค่เหวี่ยงไปเฉย ๆ นะ ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะไปไกลขนาดนี้ ใครจะคิดว่ามันจะปักอยู่บนพื้นได้ ดูเหมือนอยากจะต่อสู้เลย"
เยี่ยหลิงหลงไม่ได้โกหก นางเพียงแค่ใจร้อนอยากจะขัดขวางการกระทำต่อไปของเยี่ยหรงเยว่และศิษย์พี่ใหญ่ของนางเท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าเสวียนอิ่งจะหน้าบางขนาดนี้ ถึงกับต้องทำจัดท่าเท่ ๆ ทำเอานางดูเหมือนจงใจมาหาเื่เลยทีเดียว
เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ ศิษย์ของสำนักฝ่ายตรงข้ามต่างตะลึงงัน ศิษย์น้องหญิงเล็ก? คำเรียกนี้ หรือว่าพวกเขาก็เป็คนของสำนักเดียวกัน?
ขณะนั้นเอง เยี่ยหรงเยว่ที่อยู่ข้างกายเซี่ยหลินอี้ก็อุทานเสียงดัง
"หลิงหลง เ้ามาทำอะไรที่นี่?"
เสียงร้องในี้ทำให้เยี่ยหลิงหลงหันไปมองเยี่ยหรงเยว่
ในต้นฉบับบรรยายว่าเยี่ยหรงเยว่เป็คนที่มีระดับการฝึกฝนต่ำที่สุดในบรรดาผู้ที่เข้าไปในดินแดนลับหุบเขาประจิม แต่สุดท้ายนางกลับทำให้ทุกคนตกตะลึง ได้รับความอิจฉาและความชื่นชมจากทุกคนอีกครั้ง
ที่เยี่ยหรงเยว่ใขนาดนี้ อาจเป็เพราะเยี่ยหลิงหลงที่ปรากฏตัวในดินแดนลับหุบเขาประจิม ไม่ว่าจะเป็อายุหรือระดับการฝึกฝน นางจะไม่ใช่คนที่ต่ำที่สุดอีกต่อไป ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะโด่งดังเป็พลุแตก แต่ก็ยังไม่เด่นที่สุด
เยี่ยหลิงหลงเดาความคิดของเยี่ยหรงเยว่ออก จึงยิ้มเยาะหยัน
"เ้าก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ ทำไมข้าจะมาไม่ได้เล่า พี่สาวที่รักของข้า"
คำว่าพี่สาวนี้ทำให้หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์เดาได้ทันทีว่าเยี่ยหลิงหลงเป็ใคร
สี่เดือนก่อนในงานรับศิษย์ใหญ่ของโลกหล้าผู้ฝึกเซียน ด้วยพร์อันโดดเด่นทำให้หลายสำนักแย่งตัวเยี่ยหรงเยว่กันจ้าละหวั่น แต่ในวันนั้นน้องสาวของนางกลับเปิดโปงว่าพ่อแม่บุญธรรมทารุณนาง
ที่แท้สาวน้อยตรงหน้าก็คือน้องสาวของเยี่ยหรงเยว่นี่เอง
ได้ยินว่าพี่น้องสองคนนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว พี่สาวไปอยู่สำนักที่ดีที่สุด ส่วนน้องสาวดูเหมือนจะไปอยู่สำนักที่แย่ที่สุด?
หากไม่ใช่เพราะน้องสาวออกหน้าแก้ต่างให้เยี่ยหรงเยว่ต่อหน้าทุกคน คงไม่มีใครจดจำนางได้ เพราะเยี่ยหรงเยว่โดดเด่นเกินไป ทุกการกระทำของนางล้วนถูกจับตามองจากผู้คนมากมาย
เมื่อถูกเยี่ยหลิงหลงย้อนถามแบบนี้ เยี่ยหรงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแสดงสีหน้าเ็ป
"ขอโทษนะ ข้ารีบร้อนเกินไป ข้าแค่เป็ห่วงความปลอดภัยของเ้า เ้าเพิ่งอยู่ในขอบเขตก่อปราณขั้นต้นเท่านั้น ส่วนดินแดนลับหุบเขาประจิมเป็สถานที่ฝึกฝนของศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐาน มันอันตรายเกินไป"
ทุกคนเคยได้ยินมาว่าเยี่ยหรงเยว่มีพร์เหนือผู้อื่น แต่มีนิสัยอ่อนโยนและใจกว้าง ไม่เคยวางท่าอวดดีใส่ใคร ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็เช่นนั้นจริง ๆ ความประทับใจของทุกคนที่มีต่อเยี่ยหรงเยว่จึงดีขึ้นไปอีกหลายส่วน
"ศิษย์น้องหญิง เ้าไม่จำเป็ต้องถ่อมตัวเช่นนี้ เ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ตรงกันข้าม คนที่ควรสำนึกผิดคือพวกเขาต่างหาก" เซี่ยหลินอี้มองเยี่ยหรงเยว่ด้วยสายตาเห็นใจ
ตอนที่อ่านนิยายเื่นี้ในตอนแรก เยี่ยหลิงหลงก็รู้อยู่แล้วว่า เซี่ยหลินอี้เป็สุนัขอันดับหนึ่งของเยี่ยหรงเยว่ แถมยังเลียจนสุดท้ายไม่เหลืออะไรเลย ตอนนั้นนางยังเคยคร่ำครวญว่าคนคนนี้ช่างโง่เง่าเสียจริง
ไม่คิดเลยว่าเมื่อได้พบคนคนนี้ เยี่ยหลิงหลงรู้สึกว่าการใช้คำว่าโง่มาอธิบายเขายังถือเป็การดูถูกตัวอักษรจีนด้วยซ้ำ
แต่นางกำลังหงุดหงิด ดังนั้นนางไม่มีทางปล่อยให้พวกนี้ได้ใจแน่
"เ้าก็อยู่ในขอบเขตก่อปราณเหมือนข้ามิใช่หรือ? ทำไมข้ามาถึงอันตราย แต่เ้ามากลับไม่เป็ไร เ้ากำลังดูถูกใครอยู่กันแน่?"
เยี่ยหรงเยว่เบิกตาโต นางเติบโตมากับเยี่ยหลิงหลง ตอนเด็ก ๆ น้องสาวคนนี้ก็ดื้อรั้น เอาแต่ใจ อวดดี และพูดจาไม่ค่อยมีหัวคิดสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ทั้งดุทั้งเถียงนางได้อย่างมีหลักการขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน
"ข้ามากับศิษย์พี่ใหญ่ ดังนั้นข้าจึงไม่มีอันตราย ข้าแค่เป็ห่วงความปลอดภัยของเ้าเท่านั้น ทำไมเ้าถึงพูดแบบนั้นเล่า? เพราะข้าไปอยู่สำนักเจ็ดดารา ส่วนเ้าไปอยู่สำนักที่ไม่มีชื่อเสียงงั้นหรือ?"
เยี่ยหรงเยว่ไม่ใช่คนไร้อารมณ์ การถูกเยี่ยหลิงหลงเถียงก็ทำให้นางโมโหเช่นกัน
"ข้าก็เข้ามากับศิษย์พี่ใหญ่เหมือนกัน เขาตัวใหญ่ขนาดนี้ เ้ามองไม่เห็นหรือไง? เ้าบอกว่าข้าเหน็บแนมเ้า? แล้วตอนที่งานรับศิษย์ ใครกันที่ออกหน้าพูดแทนเ้าและเรียกร้องของขวัญต้อนรับเป็สองเท่า? บุญคุณที่ข้ามีต่อเ้า เ้าไม่เคยนึกถึงเลยสักนิด จำได้แต่ว่าข้าเพิ่งเถียงเ้า?"
เยี่ยหรงเยว่พูดไม่ออก ตาเบิกโพลงค้างอยู่อย่างนั้นเป็เวลานาน หาคำพูดต่อไม่ถูก
เยี่ยหลิงหลงมองด้วยสายตาขบขัน ในเื่การเถียงคน นางไม่เคยแพ้ใคร ก็นางเคยสอบได้ที่หนึ่งวิชาภาษาจีนตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี่นา ความสามารถไม่ธรรมดาหรอก
"แล้วก็ เ้าบอกว่าพวกเราเป็สำนักที่ไม่มีชื่อเสียง คำพูดนี้อาจารย์ของเ้าสอนมาหรือ? หรือว่าเ้าดูถูกสำนักของพวกเราจากใจจริง? พี่หญิง เ้าเป็แค่ขอบเขตก่อปราณเท่านั้น มีสิทธิ์อะไรถึงได้หยิ่งผยองขนาดนั้น?"
ตอนนี้ ศิษย์สำนักต่าง ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้เคียง ซึ่งได้ยินทุกอย่างชัดเจนก็อดกระซิบกระซาบกันไม่ได้
"เยี่ยหรงเยว่อ่อนโยนขนาดนี้ แต่น้องสาวของนางดูดุร้ายจริง ๆ! พร์ก็ไม่ดี แต่ยังดุร้ายขนาดนี้ ช่างเป็พี่น้องที่ต่างกันสุดขั้วจริง ๆ"
"ถึงจะดุร้าย แต่สิ่งที่นางพูดก็ไม่ผิดนี่นา คำพูดของเยี่ยหรงเยว่ที่ฟังดูใจกว้างและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นนั้น มีประโยคไหนบ้างที่ไม่ได้ดูถูกน้องสาวของนางทั้งทางตรงและทางอ้อม? ดูถูกแล้วยังโต้กลับไม่ได้ นี่คืออัจฉริยะงั้นหรือ? ช่างน่าอับอายจริง ๆ"
"แค่อยู่ในขอบเขตก่อปราณเท่านั้น ทั้งวันทั้งคืนก็คุยโวว่าเป็อัจฉริยะ มีพร์เหนือผู้อื่น ข้าฟังจนแทบอ้วกแล้ว ไม่พูดถึงเื่อื่น แค่ประโยคที่ว่าเป็สำนักที่ไม่มีชื่อเสียงนั่นก็บ่งบอกได้แล้วว่าเยี่ยหรงเยว่ดูถูกน้องสาวของนางมากแค่ไหน ถ้าเป็ข้า ข้าคงไม่แค่เถียงนางหรอก ข้าต้องด่านางจนกว่านางจะก้มหัวยอมรับผิดเลยล่ะ!"
"ศิษย์พี่ใหญ่ของนางยืนปกป้องและตามใจนางอยู่ข้าง ๆ เ้ากล้าด่านางหรือ เ้าอยากตายหรือ? ศิษย์พี่ใหญ่ของนางนั้นอยู่ขอบเขตจินตานแล้วนะ! ที่นี่มีแต่คนในขอบเขตสร้างรากฐาน ใครจะสู้เขาได้!"
แน่นอน เมื่อเห็นเยี่ยหรงเยว่ถูกรังแกจนกัดริมฝีปากด้วยความทุกข์ใจ เซี่ยหลินอี้ก็รู้สึกเ็ปราวกับหัวใจถูกบีบรัด คนที่เคยใจเย็นพลันร้อนรนขึ้นมาทันที