Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    เล่ม 2 ตอนที่ 2 คราเคน!


    หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ได้เกินขึ้นในท้องทะเล ผู้คนที่พักผ่อนหย่อนใจอยู่ในชั้นสองของเรือก็พากันขึ้นมายังดาดฟ้า ไม่ต่างไปจากผมที่มีความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเรือลำนี้ เมื่อมองไปโดยรอบก็พบว่าไม่มีภูเขาหรือโขดหินใดๆ อยู่ในบริเวณนี้เลย ไม่มีแม้แต่วี่แววของเรือข้าศึก สิ่งเดียวที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คงจะเป็นการเผชิญหน้ากับเจ้าถิ่นใต้ทะเลด้วยการที่ผมนั้นเป็นคลาสบรรณารักษ์ มีสกิลติดตัวอย่างสกิลรีดเดอร์ที่จะเรียกหนังสือเวทมนตร์แบบสุ่มออกมา 2 ถึง 3 เล่ม แล้วสามารถเลือกหนึ่งในนั้นเพื่อมาใช้ในการต่อสู้ได้ บางครั้งก็ได้มาเป็นหนังสือที่ดีเหมาะกับการต่อสู้ ช่วยให้ผมผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากมาได้ แต่ก็หลายครั้งก็ต้องยอมรับว่าชุดหนังสือที่สุ่มออกมานั้นแทบไม่ได้ช่วยอะไรในการต่อสู้เลย ซึ่งนอกจากสกิลดังกล่าวจะพึ่งปาฎิหารย์เป็นครั้งคราวแล้ว มันยังทำให้ผมไม่สามารถใช้ระบบอัพสกิลแบบปกติเหมือนกับผู้เล่นคนอื่นได้ แต่มันก็ยังมีโอกาส 1% ที่จะทำให้ผมได้รับสกิลจากหนังสือมาอย่างถาวรสกิลถัดมาก็เป็นสกิลติดตัวเช่นกัน โดยสกิลนี้มีชื่อว่ารีดเดอร์อินสติงค์ ทุกครั้งที่ผมได้รับทักษะใหม่ ผมจะได้รับค่าสติปัญญาเพิ่ม 10 แต้ม และทุกครั้งแรกที่ได้ยินการใช้งานสกิลใดๆ ก็ตาม ผมจะรู้ความสามารถของมันโดยอัตโนมัติ พร้อมเสียค่าสติปัญญาไป 1 แต้มเป็นค่าครู และคงเป็นโชคดีของผม เนื่องจากเกมนี้ดันมีระบบการต่อสู้ที่ผู้เล่นด้วยกันจะไม่สามารถได้ยินการใช้งานสกิลของผู้เล่นคนอื่นได้ ยกเว้นจะเป็นคนในปาร์ตี้เดียวกันส่วนสกิลล่าสุดที่ผมเพิ่งได้มานั้น มีความสามารถทำให้ใช้สกิลได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำร่าย เพิ่มแต้มสเตตัสแบบพิเศษที่ผมได้รับจากความสามารถของสกิลคลาสบรรณารักษ์ให้ทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่า แต่ก็แลกมากับการที่ต้องสูญเสียระบบการอัพสเตตัสแบบปกติไปแค่เพียงสกิลติดตัวประจำอาชีพทั้ง 3 ทักษะที่ผมได้รับมาก็ทำเอาปวดตับไปไม่เป็นอยู่พักใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้ผมสบายแล้ว เพราะมีสมาชิกร่วมตี้อย่างพี่มาร์คัส สตลอล์กเกอร์ที่ช่วยให้พวกเรารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดถึงหลายครั้ง มีสกิลเดดลี่สไตร์อันรุนแรงกับพาสซีพสกิลที่ล้วนช่วยเพิ่มพลังโจมตีอย่างมหาศาล ส่วนสมาชิกอีกคนหนึ่งก็คือป้าโซฟีที่เป็นซัมมอนเนอร์สายทักษะดูซีรี่ส์ มีสกิลโดดเด่นอย่างสกิลทาโรต์ซัมมอนนิ่งที่สามารถเรียกซัมมอนไพ่ทาโรต์ออกมาช่วยต่อสู้ได้ สกิลทาโรต์รีดดิ้งที่จะเป็นการอ่านไพ่แล้วสุ่มบัฟออกมาเพิ่มความสามารถให้คนในปาร์ตี้ความจริงแล้วการมีอยู่ของพี่มาร์คัสกับป้าโซฟีนั้น ช่วยให้ผมมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมากกว่าการต่อสู้เพียงลำพัง หากเหตุการณ์ตรงหน้านั้นเกินกำลังของพวกเรา ก็ยังมีกำลังจากเพื่อนร่วมทางที่ไม่ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทุกคน ณ ที่นี้ก็ถือว่าได้ลงเรือลำเดียวกันไปแล้ว ทั้งในความหมายโดยตรงและทางอ้อมเอ็นพีซี ‘กัปตันโจนส์ เลเวล: 120’ พยายามบอกให้ผู้โดยสารทุกคนอยู่ในความสงบด้วยเวทโทรโข่ง แต่ไม่ได้บอกว่าพวกเรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับสิ่งใด คงเป็นเพราะเขาไม่อยากให้ผู้เล่นแตกตื่นไปมากกว่านี้ละมั้งผมคิด ไม่นานนักสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแก่สายตาทุกคนก็ทำให้ได้รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือ ‘ตัว’ อะไรต่างหาก“คราเคน!” ลูกเรือเอ็นพีซีตะโกนลากเสียงยาวออกมาโดยพร้อมเพรียงกันหนวดปลาหมึกยักษ์เส้นหนึ่งฟาดลงมาบนดาดฟ้าเรืออย่างแรง แต่เรือกลับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เนื่องจากเรือได้รับผลของทักษะบางอย่างของกัปตันโจนส์ที่เป็นเหมือนบาเรียใสเคลือบตัวเรือเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะชักดาบข้างเอวออกมาฟันไปที่หนวดปลาหมึกโดยแทบไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนอื่นเลยแม้แต่น้อย ดาบถูกเก็บเข้าฝักไปอย่างรวดเร็ว คมดาบได้หั่นหนวดอันนั้นให้ขาดออกเป็นสองท่อน ส่งชิ้นส่วนเหล่านั้นให้กลับลงทะเลไป“เคยเห็นแต่ในหนัง เพิ่งจะมาได้เจอตัวจริงก็วันนี้แหละครับ”“สุดยอดไปเลย!” ป้าโซฟีกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น แววตาเป็นประกาย“จบแบบชู้รักเรือล่มแน่” พี่มาร์คัสถอนหายใจเรือที่พวกเราโดยสารมาในตอนนี้ถูกเสาหนวดปลาหมึกนับสิบเส้นกระจายตัวล้อมไว้หมดแล้ว ผมล่ะนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะหนีไปจากตรงนี้ได้อย่างไร ยิ่งถ้าคิดจะปะทะนั้นยิ่งคิดไม่ออกเลยว่าเรือที่ไม่มีอาวุธแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้กับคราเคน มอนสเตอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นฝันร้ายแห่งท้องทะเลตัวนี้ทันใดนั้นเองกัปตันก็เริ่มร่ายทักษะขึ้นอีกครั้ง ปรากฏวงเวทสีน้ำเงินขึ้นบนตัวเรือ เพียงครู่เดียวทุกคนที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าก็ถูกเวทมนตร์บางอย่างเคลือบร่างเอาไว้ พร้อมดึงเรือให้จมลงไปในน้ำโดยที่ทุกคนแทบไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่คลื่นทะเลจากรอบทิศทางจะโถมเข้ามาบนดาดฟ้า จมเรือลำนี้ลงไปใต้ทะเลได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุดน่าแปลกที่ไม่มีใครลอยเคว้งออกไปเลยราวกับว่าเรือลำนี้มีแรงดึงดูดเป็นของตัวเอง ผลของสกิลกัปตันยังทำให้ผมสามารถหายใจใต้น้ำได้อีกด้วย แม้ผมจะยังสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ แต่ก็มีความหน่วงที่เกิดขึ้นจากมวลน้ำเท่านั้นที่พอจะนับเป็นปัญหา ใบเรือที่เคยใช้สายลมในการขับเคลื่อนก็ถูกแปรเปลี่ยนมาใช้กระแสสายน้ำขับเคลื่อนแทน ทุกอย่างที่ข้องเกี่ยวกับเรือถูกทำให้โปร่งใสกลมกลืนไปกับน้ำสีครามเข้มของท้องทะเลราวกับว่าไม่เคยมีเรืออยู่เลย ชั่ววินาทีนั้นร่างของอสูรร้ายก็ได้ปรากฏแก่ทุกคนที่อยู่บนเรือคราเคน(บอส) เลเวล: 240มอนสเตอร์ร่างมหึมาที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าบอสนากะควีนไม่รู้ตั้งกี่เท่า ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหมึกสีคล้ำตัวนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นฝันร้ายแห่งท้องทะเล หนวดรยางค์นับสิบของมันพลันกวัดแกว่งไปรอบๆ อย่างไร้รูปแบบ เผยให้เห็นรยางค์ที่มีหนามยาวแหลมงอกออกมา พร้อมเหล่าปุ่มดูดที่มีฟันเล็กแหลมงอกอยู่ด้านในนับไม่ถ้วน การกระทำดังกล่าวของอสูรร้ายได้ทำให้ก่อเกิดเป็นคลื่นใต้น้ำ ส่งเรือให้ล่องไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว จนพวกเราหลุดพ้นออกมาจากระยะอันตรายได้สำเร็จผมคงต้องยกความดีความชอบนี้ให้กับกัปตันโจนส์ เพราะเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เรือที่ได้บรรทุกชะตาชีวิตของพวกเราเหล่าผู้เล่นและลูกเรือลำนี้รอดมาจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ได้ ไม่นานนักเรือก็ลอยขึ้นกลับสู่เหนือผิวน้ำดังเดิม พร้อมกับผลของเวทมนตร์กัปตันที่สิ้นสุดลงกะลาสีเรือที่เป็นเอ็นพีซีต่างก็รีบทำตามกัปตันสั่งอย่างเคร่งครัด ใบเรือถูกกางออกจนสุด ในขณะที่กัปตันใช้เวทเรียกลมออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้างส่งตรงไปที่ใบเรือหลักตรงเสากลาง ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เล่นจอมเวทคนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างใช้เวทแห่งสายลมไปยังใบเรือเสาหน้าและเสาหลังตามกำลังของตัวเองหนังสือที่ถูกสุ่มออกมาพลันหายไป นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเรารอดจากเงื้อมมือของพยามัจจุราชแห่งท้องทะเลมาได้แล้ว ผู้โดยสารและเอ็นพีซีบนเรือทุกคนต่างโห่ร้องออกมาด้วยความยินดี ผมหลงดีใจอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที หนังสือเหล่านั้นก็ดันถูกสุ่มออกมาใหม่อีกครั้ง ผมนึกอะไรไม่ออกจึงลอกเลียนการกระทำของกะลาสี รีบตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง“คราเคน!” ผมลากเสียงยาว ฉุดอารมณ์ของคนบนเรือให้ดำดิ่งสู่ความเกรงกลัวอีกหนผมสอดประสานสายตากับกัปตันโจนส์โดยไม่ได้ตั้งใจ แววตาหวาดวิตกของผมได้แปรเปลี่ยนสีหน้ายินดีของเขาให้พลันเปลี่ยนกลับมาเป็นสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง ทันใดนั้นเองอสูรร้ายก็ได้ปรากฏตัวออกมาทางด้านหนึ่งของเรือ แรงกระเพื่อมของมวลน้ำที่เกิดขึ้นทำเอาเรือแทบพลิกคว่ำ ผู้คนบนเรือต่างถูกแรงเหวี่ยงให้ไปกองกันอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของเรือ พร้อมกับน้ำเค็มเย็นเฉียบที่สาดกระเซ็นเข้ามากัปตันเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เวทที่เขาใช้นั้นเป็นเวทเรียกคลื่นขนาดใหญ่ออกมา ประคองเรือให้ขี่เกลียวคลื่นทิ้งระยะห่างออกจากสัตว์ร้ายออกมาได้อย่างทันท่วงที ช่วยให้รอดพ้นจากรยางค์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ฟาดลงไปบนพื้นน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งหากเรือไม้ลำนี้โดนเข้าไปก็คงไม่ต้องคิดสภาพเลยเมื่อคลื่นดังกล่าวหยุดลง เรือจึงนิ่งพอให้ผมหันไปมองหาพี่มาร์คัสกับป้าโซฟีได้ ทั้งที่ผมคิดว่าผมตื่นเต้นและรู้สึกอินไปกับเหตุการณ์ตรงหน้าแล้ว แต่ป้าโซฟีนั้นกลับดูเหมือนจะอินยิ่งกว่าผมเสียอีก แม้มันจะเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์เหมือนกัน ทว่าสิ่งที่ผมเห็นกลับทำให้ผมถึงกับกุมหัวแล้วถอนหายใจออกมา ป้าโซฟีเจ้าเก่ากำลังนั่งกินป๊อปคอร์นอยู่อย่างออกรสอยู่ในตัวของซัมมอนหอยเชลล์ราวกับตัวเองเป็นนางเงือกอย่างไงอย่างงั้น เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวทันที“ป้าช่วยอินกับการผจญภัยในเกมหน่อยได้ไหมครับเนี่ย”“ป้าก็อินอยู่นี่ไง!”“มันใช่ซะที่ไหนเล่า”พลันคราเคนที่อยู่ไกลออกไปหลายเมตรก็ได้ส่งเสียงคำรามออกมา ก่อนจะฟาดหนวดยักษ์ลงบนผืนน้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้แรงฟาดของมันได้ทำให้เกิดการระเบิดปะทุคลื่นน้ำออกมาเป็นทางยาว เฉียดไปที่ข้างหนึ่งของตัวเรือ แรงคลื่นกระแทกส่งผลให้เรือสั่นสะเทือนและเอียงไปข้างหนึ่งทันที ป๊อปคอร์นในมือของป้าโซฟีก็พลันลอยหลุดมือกระจัดกระจายลงไปในทะเลราวกับภาพสโลวโมชั่น แขนของป้าถูกยืดออกไปจนสุดเพื่อหวังจะไขว่คว้าสิ่งที่สูญเสียไป พร้อมกับสีหน้าตกใจสุดขีดในขณะที่กำลังตะโกนคำว่า ‘ไม่’ แบบลากเสียงยาวออกมา หลังจากนั้นอารมณ์ของป้าแกก็ถูกเปลี่ยนโหมดไปอย่างสิ้นเชิง“ทาโรต์รีฟอร์ม(Tarot Reform)” ป้ากล่าวใช้งานทักษะออกมา เปลี่ยนร่างของหอยเชลล์ตัวใหญ่ให้กลายเป็นไพ่ทาโรต์ที่ลอยมาอยู่ในมือของป้าตามเดิม ก่อนที่ป้าจะหยิบอีกเก้าใบที่เหลือออกมาดูอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้ผมเห็นว่าการ์ดทั้งหมดที่อยู่ในมือป้าโซฟีนั้นเป็นธีมของสัตว์น้ำน้ำหมดเลย นี่ก็แสดงว่าการสวมใส่ชุดไพ่เฟทเดสทิเนียที่ผมให้ป้าไป ซึ่งเป็นรางวัลที่ผมได้มาจากอีเวนท์สงครามนากะนั้น ได้ส่งผลให้รูปไพ่และธีมไพ่ของทักษะทาโรต์ซัมมอนนิ่งที่ป้าโซฟีใช้ เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของชุดไพ่ที่เฟทเดสทิเนียจำแลงสุ่มมาได้ทุกตอนเที่ยงคืน ซึ่งผมก็ได้มารู้ทีหลังว่าชุดไพ่นั้นมีชื่อว่า ‘วอนเดอร์ออฟดิโอเชี่ยน(Wonder of The Ocean)’ แต่ก่อนที่ป้าโซฟีจะได้เรียกใช้ซัมมอนออกมานั้น กัปตันโจนก็ดันพุ่งมาห้ามเอาไว้เสียก่อน พร้อมออกคำสั่งเรียกให้ผู้เล่นที่เป็นซัมมอนเนอร์มากองรวมกันตรงที่ป้าโซฟียืนอยู่เรือไม้ยังคงแล่นตรงไปข้างหน้า แต่ก็เทียบไม่ได้กับความเร็วของอสูรหมึกที่กำลังสะบัดหนวดว่ายน้ำตามมา ท่าทางของมันดูตลกมาก มองเผินๆ เหมือนกับมันกำลังเต้นรำอยู่บนผิวน้ำเลย แต่เมื่อสายตาไปกวาดไปเจอเข้ากับโพรงปากอันเต็มไปด้วยฟันแหลมที่กำลังดูดน้ำอยู่นั้น ความน่าขันเหล่านั้นก็หายไปจนหมดสิ้นกัปตันโจนส์ที่จับข้อมือข้างหนึ่งของป้าโซฟีเอาไว้ รีบออกคำสั่งให้ลูกเรือนำถังน้ำมันขึ้นมาจากห้องใต้ท้องเรือ แล้วสั่งให้ลูกน้องเขวี้ยงมันลงไปในทะเล ก่อนจะใช้ปืนยาวเล็งยิงไปที่ถังจนเกิดเป็นประกายไฟลุกพรึบขึ้น เอ็นพีซีลูกเรือที่เหลือก็พากันทำตามในสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาของตนได้ทำลงไป จนเกิดเป็นกองไฟนับไม่ถ้วน แม้มันจะไม่สามารถไล่คราเคนไปได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะถ่วงเวลาเอาไว้ได้บ้าง จากนั้นกัปตันโจนส์ก็หันมาพูดคุยกับเหล่ากองทัพซัมมอนเนอร์ที่มีอยู่ราว 4 คน เขาได้บอกกับเหล่าผู้อัญเชิญเหล่านั้นว่าให้เรียกซัมมอนที่มีความสามารถในการลากเรือออกมาเดี๋ยวนี้กัปตันโจนส์ได้ปล่อยมือจากหญิงสาวผู้ซึ่งแววตาไร้ความกริ้วโกรธไปเสียแล้ว ก่อนที่ป้าโซฟีจะก้มลงมองไพ่ในมือตัวเองอีกครั้ง โดยคราวนี้เธอก็เอ่ยชื่ออีกทักษะหนึ่งออกมา“เดสทินี่ดรอว์(Destiny Draw)” ไพ่ใบหนึ่งในมือของเธอถูกชูขึ้นไปสุดแขน มันเรืองแสงออกมาแว๊บหนึ่ง ก่อนที่ไพ่ใบนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นไพ่รูปอัศวินเงือกบนรถม้าที่มีหางเป็นปลาโดยมีชื่อกำกับไพ่เอาไว้ว่า ‘เดอะชาริออต’ ซึ่งการที่ป้าใช้ทักษะนี้ออกมานั้นมีความเสี่ยงถึง 50% เลยที่ไพ่ใบนั้นจะหายกลับไปในสำรับ แต่ก็แลกมาด้วยโอกาสที่จะทำให้ป้าโซฟีเปลี่ยนไพ่ใบหนึ่งให้กลายเป็นไพ่ใบที่แกต้องการได้หากการใช้สกิลไม่ล้มเหลวจากนั้นป้าโซฟีก็จัดการเรียกชื่อไพ่ทั้งสิบออกมาทันที โดยคราวนี้เธอได้กล่าวชื่อไพ่อัศวินรถม้ามาเป็นอันดับแรก ตามด้วยไพ่เดอะสเตร็งท์ ไพ่เดอะมูนเป็นอันดับสองกับสามตามลำดับ ก่อนที่ไพ่ใบที่เหลือจะถูกเรียกชื่อออกมาจนหมดทันใดนั้นด้านข้างของเรือก็ปรากฏเป็นสายน้ำหลายสายที่พวยพุ่งขึ้นมารวมกันเป็นเกลียวน้ำ มองดูคล้ายงูทะเลที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ด้านข้างของเรือ ก่อนที่จะเกิดเป็นวงเวทแห่งสายน้ำสีครามขึ้นกลางอากาศที่เปรียบดั่งห่วงไฟ ให้สายน้ำขนาดใหญ่ที่มีชีวิตพุ่งขึ้นมาจากน้ำผ่านวงเวท เปลี่ยนเกลียวน้ำให้กลายเป็นม้าเงือกตัวโต ‘เมอร์ฮอร์ส เลเวล: 25’ มันหมุนตัวกลางอากาศโชว์ครีบหน้าทั้งสองข้าง แล้วสะบัดหางที่ดูเหมือนปลาดำน้ำลงไปอีกครั้ง ก่อนที่มันจะไปโผล่ว่ายน้ำในท่านอนหงายอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของเรือ พลางใช้ครีบหน้าปะทะกันจนเกิดเสียงคล้ายการปรบมือส่วนทางด้านผมเองก็มีหนังสือสองเล่มที่ถูกสุ่มมานานแล้วเช่นกัน แต่ผมก็ยังไม่สามารถตัดสินใจเลือกระหว่างหนังสือชื่อ ‘คริวเมทไกด์’ ที่ผมพอจะเดาจากชื่อปกได้ว่ามันน่าจะเกี่ยวกับการเป็นลูกเรือหรืออะไรสักอย่าง กับหนังสือ ‘ซองออฟเดอะซี’ ที่น่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการร้องเพลงสนับสนุนแม้ในใจจะกลัวว่าหนังสือที่เลือกอาจจะไม่ได้มีชุดสกิลตรงตามชื่อปก แต่ตราบใดที่มันไม่มีคีย์เวิร์ดคำว่า ‘อิมพอสเตอร์’ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สุดท้ายแล้วความชอบส่วนตัวก็อยู่เหนือเหตุผลอยู่ดี‘คู่มือลูกเรือ’ ฉันเลือกนาย