ชีวิตในแต่ละวันของหลิวเฟยเซียนนับว่าสุขสบายเอามากๆ นางมีทุกอย่างตามที่ตน้าเพียงแค่ต้องเอ่ยปากบอกกับฟางกงกงสักเล็กน้อยเท่านั้น ทั่วทั้งวังหลังล้วนมีแต่คนอิจฉานางจนตาแทบลุกเป็ไฟ ทว่าก็ทำอันใดไม่ได้ เพราะคนหนุนหลังของนางนั้นมีอำนาจใหญ่คับฟ้าที่สุดในแคว้นหลี่
ใช่
นางหมายถึง หลี่เหวินโหรว ฮ่องเต้ผู้มีอำนาจชี้เป็ชี้ตายทุกคนในแผ่นดินนี้
‘อดีต’ ตัวร้ายที่มีไส้ในเป็เด็กน้อยผู้น่ารักราวกับยูนิคอร์นสีรุ้งในทุ่งลาเวนเดอร์ซึ่งทุกวันนี้ก็คลุกตัวอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน เพราะนางได้ย้ายสำมะโนครัวตัวเองมาอยู่ตำหนักเดียวกับเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้วแม้ว่าพระปิตุลาแห่งวังหลวงจะไม่ค่อยพอใจนักก็ตามก็เขาก็ขัดใจหลานชาย (ไส้ในปลอม) ที่ไม่ค่อยจะสนิทกันสักเท่าไหร่นักไม่ได้
หากกล่าวกันตามตรงนางก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าหลี่เหวินโหรวคือคนเดียวกับนักธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงแสนอายุน้อยจริงหรือ? เพราะเขาดูใสซื่อจนไม่น่าเอาตัวรอดได้ในสมรภูมิรบราทางการเงินแสนโสมมแบบนั้น ทว่าก็อาจจะเป็ไปได้เหมือนกัน…หลิวเฟยเซียนเคยได้ยินว่าธุรกิจสีเทาทั้งหมดในเครือตระกูลหลี่อยู่ในมือของผู้ชายที่ชื่อ ‘หลี่หยางเจี้ยน’
อืม หลี่หยางเจี้ยน บุตรบุญธรรมของตระกูลหลี่ มีศักดิ์เป็ญาติผู้พี่ของหลี่เหวินโหรวแต่กลับมีอิทธิพลต่อตระกูลเป็อย่างมาก อาจจะเป็เพราะพวกเขาเหลือกันแค่ไม่กี่คนแล้วก็เป็ได้ ถ้าเดาเอาจากที่หลี่เหวินโหรวเป็คนเล่าเื่ญาติผู้พี่คนนี้ด้วยใบหน้าภาคภูมิใจแล้ว ดูเหมือนว่าหลี่หยางเจี้ยนจะเป็คนดูแลในหลายๆ เื่ของตระกูลหลี่…แน่นอนว่านั่นคงน่าจะรวมถึงการกำจัดตัวเกะกะอย่างลับๆ ให้พ้นจากเส้นทางอันสดใสของหลี่เหวินโหรวด้วย
‘หยางเจี้ยนน่ะ เป็คนดีที่สุดเลย! แต่เขาชอบทำตัวเป็พ่อของข้ามากกว่าพี่ชาย เชอะ’
เสียงการนินทาของทรราชน้อยดังอยู่ในหัว
เหมือนลูกแกะตัวน้อยที่มีหมาป่าตัวใหญ่ห่มหนังแกะอีกทีเป็องครักษ์เลยแฮะ
แต่ก็เอาเถิด…หลี่เหวินโหรวเป็เด็กน้อยน่ารักซะขนาดนี้ ใครๆ ก็คงอยากปกป้องทั้งนั้นล่ะมั้ง ขนาดคนไม่ชอบสุงสิงกับใครอย่างตัวนางเองยังรู้สึกเคลิ้มตามไปทุกทีเลย
มันเหมือนมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้นในอก
คุ้นเคย
หรือ
เชื่อใจ
นางเองก็ไม่รู้เช่นกัน มันเป็ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนกระทั่งได้พบกับหลี่เหวินโหรว แต่ถ้าคนเรามีรักแรกพบได้ การมีความรู้สึกคุ้นเคยั้แ่แรกเจอก็คงไม่นับว่าแปลกอันใดนัก
หากจะอธิบายอาการพวกนี้อย่างไม่คิดอะไรมากก็คงเป็เพราะลักษณะนิสัยการชอบยุ่ง แคกๆ ช่วยเหลือชาวบ้านของนางเอกที่บังเอิญได้รับมาจากการข้ามมิติ ไม่ก็เพราะเป็คนร่วมชะตากรรมเดียวกันด้วยกระมัง หรือไม่ก็…เพราะท่าทางน่าเอ็นดูของตัวร้ายจำเป็ที่ไส้ในเป็เด็กดี
อย่างเช่นวันนี้ที่เ้าตัวเล่าเื่แปลกประหลาดชวนขบขันไม่น้อยออกมา
“แพ้ท้อง!”
นางเผลอหลุดะโออกมาเมื่อจู่ๆ ตัวร้ายจำเป็ก็ดันเล่าเื่ความฝันอันแปลพิสดารที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อนให้ฟัง
“อย่าเสียงดังสิ! เดี๋ยวก็มีพวกข้างนอกได้ยิน”
หลี่เหวินโหรวจุปากบอกคุณนางเอกคนงามที่กำลังเอามือตะครุบปากตัวเองอยู่
“จริงๆ ตอนแรกข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจความฝันนัก แต่ข้ามีอาการเหมือนคนแพ้ท้อง ทั้งๆ ที่หมอหลวงเองก็ตรวจไม่พบอะไรผิดปกติ”
“แหม มันเหลือเชื่อนี่”
หลิวเฟยเซียนว่าพร้อมทำสีหน้าประมาณ ‘อย่างเ้าน่ะนะ จะทำผู้หญิงท้อง’ ช่างจินตนาการเก่งเสียจริง!
“นั่นแหละ ข้าต้องแพ้ท้องแทนภรรยาแน่ๆ ข้ากำลังจะมีลูก!! โอ้ว ์ เขาน่ารักมากด้วย เ้าว่าเขากำลังจะมาเกิดในท้องใครกัน”
หญิงสาวเวียนหัวกับสรรพนามคนโบราณเล็กน้อย แต่ด้วยทักษะการแสดงขั้นตัวแม่ เื่พวกนี้ไม่อยากสำหรับนางนัก เื่ที่หินกว่าคือรับมือกับความขี้มโนของคนตรงหน้าต่างหาก พ่อตัวร้ายคนนี้มีนิสัยเด็กเอามากๆ แถมมองโลกแง่ดีประดุจเติบโตมาในทุ่งลาเวนเดอร์
คนบ้าอะไร อยากมีลูกมากจนเก็บไปฝัน! ดูสภาพตัวเองก่อนไหม มีแรงเล่นจ้ำจี้กับใครที่ไหนได้บ้างล่ะ?! แค่ลุกเดินเอาให้รอดก่อนเถอะ
“อย่างแรกเ้าไม่มีภรรยา” โฉมงามพูดประโยคดับฝันทันใด
และในใจของนางยังคิดต่ออีกว่า ‘ถ้ามีสามี ข้าคงไม่ใคร่แปลกใจเท่าใดนัก’
แน่นอนว่านางไม่ได้พูดประโยคนั้นออกไปให้เ้าเด็กขี้โวยวายได้ยิน
ด้านตัวร้ายจำเป็เบ้ปากเหมือนเด็กสามขวบกำลังงอน ก่อนจะตอบกลับด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า “ข้ามีสนมเต็มวังเลยนะ!”
“เ้าเคยไปหาพวกนางเหรอ? เ้าเคยก้าวขาพ้นตำหนักตัวเองได้ยัง?”
“ก็…ไม่” เ้าตัวตอบเสียงอ่อยแล้วแถต่อ “แต่หลี่เหวินโหรวเ้าชู้แถมยังบ้ากาม เขาอาจจะทำนางสนมสักคนท้องก็ได้นิ!”
“ถ้านาย เอ๊ย เ้าอ่านนิยายละเอียดๆ เ้าจะรู้ว่า หลี่เหวินโหรวมีสนมเต็มวังหลังก็จริง แต่เขาไม่เคยมีโอรสหรือธิดาเลย คนเขียนบอกว่า์สาปแช่งให้เขาเป็หมันจะได้สืบทอดยีนชั่วร้ายต่อไปไม่ได้”
“ห๋าาาาาา!!”
เ้าตัวร้ายกรีดร้องปานจะขาดใจ ดูเป็การแสดงที่โอเวอร์มากในความคิดของนางเอกจอเงิน แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ผันตัวไปนั่งเกือบตัวเงียบที่มุมห้องพร้อมพึมพำไม่ได้ศัพท์จนหลิวเฟยเซียนคิดว่าท่าทางเขาคงเสียใจจริงๆ แล้วล่ะ
“นี่”
“…”
“พ่อตัวร้าย”
“…”
“หลี่เหวินโหรวเพื่อนรัก”
“…”
หญิงงามล่มเมืองทอดสายตามองทรราชน้อยด้วยสายตาประดุจมารดาจ้องมองบุตรสาวที่กำลังอกหักจากรักแรก
“เหวินเหวิน” นางพูดเสียงอ่อนโยน เรียกชื่อเล่นใหม่ที่ตั้งให้อย่างน่ารัก “เ้าไปซื้อของใช้เด็กเตรียมรอไว้ก่อนก็ได้นะ เผื่อ์นะเห็นใจเปลี่ยนเนื้อเื่ให้เ้าไม่เป็หมัน แล้วถ้าเ้ามั่นใจนักว่าเด็กคนนั้นขอมาอยู่ด้วย เขาก็ต้องมานั่นแหละ…มั้ง”
นางคงท้ายประโยคเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความหวังพาดผ่านในแววตาของอีกฝ่าย ความจริงนางก็พูดปลอบส่งๆ ไปอย่างนั้นเองเพราะไม่อยากเห็นเ้าเด็กหน้ายู่คนนี้เศร้า แต่มันกลับทำให้หลี่เหวินโหรวยิ่งมีความฮึกเหิมเข้าไปใหญ่จนะโเสียลั่นตำหนักจนหูนางแทบจะดับอยู่รอมร่อ
“ฟางกงกง! ข้าอยากได้ของใช้เด็กอ่อน!!”
หลิวเฟยเซียนลอบกลั้นยิ้ม ก่อนจะมีจินตนาการบางอย่างแวบเข้ามาในหัว นางเหลือบมองหน้าท้องแบนราบภายใต้สาบเสื้อของตัวร้ายนิ่ง
หรือว่า…
หากนางกับเขาทะลุมิติมาได้ การที่ทายาทจะจอมมารจะเลือกนอนกลิ้งในท้องตัวร้ายก็คงเป็ไปได้ล่ะมั้งนะ?
ภายในวันเดียว…ของใช้จำเป็สำหรับเด็กอ่อนถูกเตรียมขึ้นอย่างครบครันด้วยอำนาจเม็ดเงินของจักรพรรดิหนุ่ม หลี่เหวินโหรวกวาดสายตามองรอบห้องด้วยสีหน้าครุ่นคิดแล้วกุลีกุจอตามหาถังสีจ้าละหวั่นจนหลิวเฟยเซียนต้องรีบห้าม
“เ้าจะเอาถังสีไปทำไม?” นางถามเสียงแข็ง ในใจก็คิดว่า ‘เ้าอาจจะท้องอยู่นะ เ้าจะแบกของหนักหรือสูดกลิ่นสีพวกนั้นไม่ได้!!’
“ข้าจะทาสีห้อง เอาแบบมีท้องฟ้า ก้อนเมฆ พระอาทิตย์ สายรุ้ง น่ารักจะตาย” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยใบหน้าเคลิ้มฝัน
หลิวเฟยเซียนแทบกุมขมับ
ทำไมเื่มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งแบบนี้ หมอนี่ถึงฉลาดนักนะ! ตอนท้องแม่กินดอกไม้แทนข้าวเหรอ?
“ไม่ได้!” โฉมสะคราญว่า “เ้าดูสภาพตัวเองก่อน แค่ยืนยังต้องเกาะผนัง จะไปทาสีได้อย่างไร?”
หลี่เหวินโหรวยิ้มอ่อน ครั้นจะปล่อยมือจากผนังเขาคงลงไปนอนกับพื้น เพราะงั้นเขาจึงไม่สามารถเถียงอันใดได้ นอกจากจะส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนกระต่ายถูกทิ้ง
“นะ เฟยเซียนคนสวยใจดี ช่วยหน่อยนะๆๆๆ”
หลิวเฟยเซียนถอนหายใจ เธอล่ะแพ้สายตาออดอ้อนของเ้าเด็กน้อยนี่เหลือเกิน
“งั้นเ้าวาดคร่าวๆ ใส่กระดาษแล้วกัน เดี๋ยวให้พวกขันทีกับนางกำนัลช่วยกันทำ ข้าจะคุมให้เอง”
หลิวเฟยเซียนเสนออย่างอ่อนใจ เห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของตัวร้ายทีไรก็ใจอ่อนทุกที ไม่ใช่แค่นางนะ ทุกคนเลย ก็พ่อตัวร้ายคนนี้น่ะ ดันมีรัศมีสุดแสนจะใสซื่อฉายออกมารอบตัวตลอดเวลาจนคนอื่นไม่กล้าแม้กระทั่งจะขัดใจเพราะกลัวพ่อตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจะหลั่งน้ำตาหรือทำหน้าตาน่าสงสารใส่
ด้วยใบหน้างามหมดจดแถมไร้เดียงสาดุจดอกบัวขาวขนาดนั้นเล่นเอานางคิดภาพเ้าทรราชผู้โฉดชั่วในนิยายไม่ออกเลยทีเดียว
และจากความกระตือรือร้นของหลี่เหวินโหรวประกอบกับความเ้าแม่แฟชั่นของหลิวเฟยเซียน ห้องนอนเด็กสุดน่ารักตะมุตะมิปานลอกมาจากแดนเทพนิยายก็สำเร็จเสร็จสิ้นโดยตั้งอยู่ถัดจากห้องบรรทมของจักรพรรดิบ่งชี้ถึงความโปรดปรานอันมากล้นจนกระทั่งเกิดข่าวลือไปทั่ววังหลวงว่า
‘แม่นางหลิวกำลังตั้งครรภ์ ฝ่าาทรงดีพระทัยมากถึงขั้นสร้างห้องรับขวัญโอรส์อยู่ข้างห้องบรรทม’
“ทำไมคนตั้งท้องถึงกลายเป็ข้าล่ะ!”
โฉมสะคราญปานล่มเมืองเกรี้ยวกราดเล็กน้อย มือขวาก็ตักน้ำแกงใส่ปากไปด้วยเพื่อระงับอารมณ์โมโหหลังจากเหลือพวกเขานั่งอยู่ในห้องด้วยกันเพียงสองคน
“ข้าก็ไม่รู้ เราก็ไม่เคยได้กันนี่เนอะ”
หลิวเฟยเซียนสำลักน้ำแกง คำว่า ‘ได้’ ช่างฟังดูแสลงหูยิ่ง
“ข้าไม่นิยมคนท้องนะ บอกก่อน”
“เอ๋”
จักรพรรดิเลิกคิ้ว แต่อีกฝ่ายไม่ตอบอันใดกลับมา แล้วตั้งหน้าตั้งตาตักกับข้าวใส่จานเขาอย่างเดียว โดยไม่ลืมพวกยาบำรุงอีกเต็มไปหมดซึ่งนางเป็คนปรุงมันทั้งหมดด้วยตนเอง
ใช่…หลิวเฟยเซียนเพิ่งได้ทักษะ ‘หมอเทวดา’ ของนางเอกมาหลังจากสะดุดถังสีล้มจนศีรษะกระแทกโต๊ะ อาจจะดูตลกอยู่บ้างทว่าโชคดีเหลือเกินที่สกิลนางเอกช่างสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลาอ่านตำราก็เข้ามาในหัวเองเลย ดังนั้นนางจึงแน่ใจว่าทายาทจอมมารตัวน้อยกำลังนอนเล่นอยู่ในท้องของสหายแน่ๆ
ถึงจะน่าเหลือเชื่อไปหน่อย มันก็เป็ไปแล้วน่ะนะ เอาเป็ว่า…ในเมื่อหาทางกลับไปโลกเดิมไม่ได้สักที ระหว่างนี้นางจะช่วยเลี้ยงหลานไปพลางๆล่ะกัน ก็อยู่ที่นี่มันสุขสบายดีนี่นา!
“นี่ยาอะไรหรือ?”
เ้าทรราชน้อยเอียงคอถามดูน่ารักยิ่งในสายตาพี่เลี้ยงเด็กจำเป็อย่างหลิวเฟยเซียน
ถ้านางบอกว่ายาบำรุงครรภ์ เ้ากำลังอุ้มท้องลูกให้จอมมาร หลี่เหวินโหรวจะสติแตกไหมนะ?
“เ้าป่วยอยู่นี่ ต้องบำรุงเยอะๆ ไอ้โรคคำสาปถ้ำัน่ะ หายช้ามากเลยนะ”
ใช่ นางโกหก…เพราะมีเสียงเล็กๆ ของเด็กผู้ชายดังขึ้นในหัวขึ้นมากะทันหัน
‘อย่าเพิ่งบอกท่านแม่นะ ท่านน้าคนงาม เดี๋ยวท่านแม่ใคลอดข้าก่อนกำหนดพอดี’
อืม คำว่าท่านน้าคนงามนี่โอเคมากจริงๆ ฉลาดมาก หลานรัก นางจะไม่พูดเด็ดขาด!
“ได้เลย ข้าจะตั้งใจกินนะ” ด้านเ้าคนไม่รู้เื่ก็คลี่ยิ้มหวานแล้วซดอึกๆ ด้วยความตั้งใจ
อีกด้านหนึ่ง…
แดนปีศาจกำลังลุกเป็ไฟ เพราะทายาทจอมมารหายตัวไปจากถ้ำัราชันย์และคาดการณ์ได้ว่าเป็ฝีมือผู้ใด
“เ้าทรราชชั่วช้านั่นช่างกล้า! อึก นายน้อยของข้า”
เสนาบดีอสรพิษเพลิงสบถอยู่หน้าหอคอยแห่งมนตรา ข้างกายมีเสนาบดีพยัคฆ์เมฆาที่มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก รวมถึงเหล่าขุนนางมากมายที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณด้วยอาการหวาดกลัว
มันช่างประจวบเหมาะยิ่งที่ท่านจอมมารกำลังเข้าสู่การบำเพ็ญเพียรในหอคอยแห่งมนตราและถ้ำัราชันย์ก็เป็แดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าปีศาจที่มิใช่ชนชั้นราชวงศ์ไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้
แต่ไอ้ฮ่องเต้สารเลวนั่นทำได้!! ทั้งที่มันเป็เพียงมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อย
พวกเขาประมาทเกินไป...คาดไม่ถึงว่าเ้ามนุษย์ไร้พิษสงนั่นจะมีมนตราสูงส่งเทียบเท่าจอมมารจนสามารถหลอกล่อเวทมนตร์เขตแดนของจักรพรรดิัได้
(ตัวร้าย : ข้าแค่เดินโง่ๆ เข้าไปเลย มันเป็สกิลตัวร้ายน่ะ//ชูคอ)
พวกเขาจะกล้าทูลเื่นี้กับจอมมารได้เยี่ยงไร
โทสะของฝ่าา พสุธาคงพินาศเป็เถ้าถ่านเป็แน่
ไม่สิ…หากทูลท่านอ๋องก่อน อาจจะรอดก็ได้
[special part : บทสัมภาษณ์หลิวเฟยเซียน]
Q : รู้สึกอย่างไรที่ได้ทะลุมาอยู่ที่นี่
A : ก็…สบายดี มีเงินใช้โดยไม่ต้องทำงาน แฮปปี้สุดๆ
Q : จงให้คำนิยามตัวร้ายอย่างหลี่เหวินโหรว
A : เด็กน้อยใสซื่อ ขี้มโน โวยวายเก่ง แต่่นี้ไม่ค่อยมีแรงหาเื่ซน เห็นแล้วก็สงสาร // หันไปลูบหัวด้วยความเอ็นดู