22. ณ หน้าหอดารา
“คุณชายฉินเดี๋ยวเราไปพบท่าแม่กันก่อนเถอะเ้าค่ะ” ฉินโม่พยักหน้าแล้วเดินตามเยว่ชิงเอ๋อไป ทั้งคู่เมื่อกลับมายังเมืองชิงก็ทำเป็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งเื่ที่สังหาร
หมางกั่วและฉีไป๋ ทั้งเื่ที่เขาทั้งสองคนมีอะไรลึกซึ้งกันแล้วพวกเขารู้ดีว่าเวลานี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผย
ก๊อก ก๊อก! ท่านแม่! เสียงเคาะประตู และเสียงเรียกของเยว่ชิงเอ๋อ จากนั้นนางเปิดประตูเจอเพียงเยว่ของเอ๋อ นางขมวดคิ้วแล้วถาม “ไหนคุณชายฉินละ เยว่เอ๋อ” เยว่ชิงเอ๋หันกลับมองด้านหลังตัวของฉินโม่ได้หายไปแล้ว
ฮะแฮ่ม ฮะแฮ่ม !
เสียงกระแอมดังจากในห้อง ทั้งคู่หันไปมอง ผงะไปครู่นึง ชายหนุ่มในตาสีเทาได้นั่งอยู่ที่โต๊ะรับแขกแล้ว ในใจเ้าหอคิดว่านี่มันอะไรกันเขาเข้าไปั้แ่เมื่อไรแล้วทำไมข้าถึงไม่รู้สึกตัวเลย ข้าอยู่ถึงระดับแกนทองเลยนะไม่สามารถััผู้ที่อยู่ขั้นรวมลมปราณได้รึ่
หลังจากนั้นทั้งสองแม่ลูก ได้มานั่งที่โต๊ะรับแขกพร้อมให้สาวใช้รินชาให้ หลังจากชิบชาแล้ว เ้าหอเยว่ชิงเสวียนได้กล่าวถาม “ข้าอยากทราบรายละเอียดในการเดินทางครั้งนี้”
เมื่อฉินโม่และเยว่ชิงเอ๋อได้ยินทั้งคู่ต่างพยักหน้าให้กัน แล้วเยว่ชิงเอ๋อเล่าเื่ราวทั้งหมดตลอดการเดินทาง ยกเว้นเื่นางกับฉินโม่ เ้าหอที่ได้ฟังแล้วครุ่นคิด
จากนั้นนางกล่าว “ข้าขอบคุุณ คุณชายมาก ไม่คิดเลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนระดับเทียนเสวียน และยังมีอสูรระดับเทียนเสวียนอีก หากท่านไม่ไปด้วยเยว่เอ๋อคงไม่รอดกลับมาแล้ว” ฉินโม่เมื่อได้ยินเ้าหอกล่าวขอบคุณเขาชิบชาอย่างใจเย็นแล้วกล่าวออกไปว่า “ไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้าอะไรขนาดนั้น ท่านดูแลข้าเป็อย่างดีเมื่อข้าอยู่ที่หอดารา อีกอย่างไปครั้งนี้ก็มิได้เสียเที่ยว ข้าได้ข้าได้ขัดเขลาการฝึกตนและยังได้ประสบการณ์ต่อสู้อีก”
ในใจฉินโม่ตอนนี้เขาคิดว่าตนเองได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ไม่น้อย นอกจากประสบการณ์ต่อสู้ ยังได้วิชาดาบตัดวารี อีกทั้งบรรลุเคล็ดวิชาระดับ์ขั้นที่สอง และยังมีหญิงงามดุจเทพธิดาอีก
ฉินโม่กล่าวถามต่อ “แล้วท่านจะเริ่มการโจมตีตระกูลหมางเมื่อไร” เยว่ชิงเสวียนได้ยินเช่นนั้นนางชิบชาแล้ว สีหน้าเคร่งครึม “อีกจ็ดวันหลังจากนี้ พวกเราจะโจมตระกูลหมาง ตอนนี้เราเตรียมกองกำลังไว้เรียบร้อยแล้ว”
ฉินโม่ได้ยินเช่นนั้นเขาพยักหน้าแล้วเตรียมจะกลับเรือนป่าไผ่ “คุณชายฉิน เหตุในการฝึกตนของท่านจึงอยู่ในระดับรวมลมปราณขั้นที่หนึ่งละ”
เ้าหอที่เพิ่งสังเกตุเห็นถามขึ้น ฉินโม่ได้ยินเช่นนั้นเขายิ้มออกมา ในใจของเขาคิดว่าแสดงว่าระดับแกนทองก็ไม่สามารถตรวจสอบระดับของเขาได้ คิดเสร็จเขาก็ตอบไปพร้อมกับปลดปล่อยระดับที่แท้จริง “ท่านเห็นเป็เช่นนั้นรึ้”
ขั้นเจ็ด!
รวมลมปราณขั้นเจ็ด “ยินดีกับคุณชายด้วย ไปไม่นานคุณชายพัฒนาขึ้นอีกแล้ว และยังมีวิชาที่สามารถปกปิดระดับการฝึกตนอีกด้วย” ฉินโม่ได้ยินคำชมแล้วเขาตอบกลับไปว่า “ข้าแค่บังเอิญโชคดีเท่านั้นเอง มิได้เก่งกาจอะไร ข้าขอตัวกลับเรือนก่อนนะขอรับ”
หลังจากที่ฉินโม่กลับไป เยว่ชิงเสวียน หันไปทางเยว่ชิงเอ๋อแล้วถามว่า “เยว่เอ๋อเ้าเดินทางกับเขาหลายเดือนคิดว่าฉินโม่เป็อย่างไรบ้าง”
เยว่ชิงเอ๋อนางได้ยินเช่นนั้นนางยิ้มแบบเขินๆแล้วเอ่ยไปว่า “หล่อ รูปร่างดี มีความเป็ผู้นำ พึงพาได้เ้าค่ะ” เ้าหอได้ยินเช่นนั้นถึงกับคุมขมับ แล้วเอ่ยไปว่า “ข้าหมายถึงการทำภารกิจ” เยว่ชิงเอ๋อได้ยินเช่นนั้นนางหัวเราจะแห้งๆ แล้วตอบไปว่า “ฉลาด โหดเหี่ยม เด็ดขาด และที่สำคัญ มากแผนการณ์เ้าค่ะ โชคดีที่เราเป็มิตรกับเขาเ้าค่ะ” เ้าหอได้ยินก็พยักหน้า
เจ็ดวันถัดมา
ณตระกูล หมาง
เ้าว่าอะไรนะ! เ้าตระกูลหมางโพล่งขึ้น
“ขอรับคุณหนูหอดารากลับมาเจ็ดวันแล้วขอรับแต่ยังไม่มีข่าวคุณชายหมางกั่วเลยก็รีบ” เ้าตระกูลหมายเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาขมวดคิ้วแล้วพูดกับคนรับใช้ไปว่า “เอาละเ้าออกไปได้” หลังจากเขากล่าวกับคนรับใช้แล้วหันไปอีกทาง เป็ชายที่สูงอายุผมขาวสาวชุดสีขาวลายเมฆสีทอง แล้วกล่าว “ผู้อวุโสฉี ท่านคิดว่าอย่างไร หรือมันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขากัน”
ชายสูงอายุได้ยินเช่นนั้น เขาส่ายหน้าแล้วตอบกลับไปว่า “เ้าตระกูลหมางไม่ต้องกังวล มีหลานชายข้าฉีไป๋ไปด้วย เขาเป็คนค่อนข้างฉลาดและยังอยู่ในระดับเทียนเซียน ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไป”