การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 150 ลูกเต๋าแห่งโชคชะตา

    บทที่ 150 ลูกเต๋าแห่งโชคชะตา
    ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้…
    ผู้คนในเมืองรีบอพยพเข้าไปในปราสาท หวังพึ่งให้ม่านพลังของซูเหยียนคุ้มภัยในยามสงคราม ซูเฉิงและส่วนอื่นๆ ช่วยกันขนเสบียงเพราะไม่รู้ว่าอีกนานหรือไม่กว่าเรื่องราวเหล่านี้จะจบลง
    ซูสือคงและชิวเหวินเจี้ยนยืนอยู่ที่ขอบกำแพงปราสาทเฝ้ามองฝูงชนที่ไหลเข้าไปด้านในด้วยความพึงพอใจ ซูสือคงยอมรับในตัวชิวเหวินเจี้ยนไม่น้อยเลยที่เขาสามารถทำให้ทุกคนยอมเชื่อฟังได้ ถึงจะเป็นวิธีข่มขู่ก็เถอะ
    "หน่วยสอดแนมของเจ้าไปไกลถึงไหน" ชิวเหวินเจี้ยนเอ่ยถาม ละสายตามามองซูสือคง ชายหนุ่มครุ่นคิดเพียงครู่
    "สุดขอบของดินแดนขอรับ เลยป่าที่ล้อมเมืองของเราไว้ไกลโข"
    "ถูกสังหารหมดเลยงั้นหรือ"
    ซูสือคงพยักหน้าเชื่องช้า หัวหน้ากององครักษ์ขมวดคิ้ว ชิวเหวินเจี้ยนไม่อยากให้เกิดการนองเลือดมากนัก แต่เพียงแค่การสอดแนมฝ่ายนั้นก็รู้ตัวและสังหารคนของซูสือคงจนหมดสิ้น นั่นหมายถึงอีกฝ่ายไม่คงไม่คิดจะออมมือ
    "ศพของพวกเขาถูกชำแหละและส่งกลับมา" ซูสือคงบอกเสียงแผ่ว เขาเห็นชิวเหวินเจี้ยนมองทะลุออกไปไกลนอกเขตของปราสาท สุดขอบของผืนป่ามีคบเพลิงสว่างจ้า
    ยามที่ค่ำคืนมาเยือนทุกอย่างก็มืดมนในสายตาของเขา เทพมารกลับเข้าไปในดาบแล้วและมังกรมายาลวงเองก็ไม่เคยสื่อสารกับเขา ชิวเหวินเจี้ยนจึงคิดเอาเองว่าคงตกตายไปอย่างแท้จริง เพียงแค่ส่งต่อพลังให้ตนเท่านั้น เผ่ามังกรเป็นเผ่าที่ทรนง แต่มังกรมายาลวงนั้นเป็นหนี้บุญคุณเขา และชิวเหวินเจี้ยนเองก็เป็นหนี้บุญคุณมันเช่นกัน
    การอพยพเป็นไปด้วยดี และฝ่ายนั้นเองก็เดินมาถึงเขตดินแดนส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว ชิวเหวินเจี้ยนเห็นแสงคบไฟจากที่ไกลๆ เสียงสะเทือนเลือนลั่นของเหล่ากองทัพดังมาถึงที่นี่
    ชิวเหวินเจี้ยนคิดว่าตนเองไม่ควรอยู่เฉยๆ ตอนนี้นั้นม่านพลังถูกสร้างขึ้นทับหลายชั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซูเหยียนเหนื่อยหอบแต่ก็ยังส่งยิ้มมาให้เขาตอนที่เงยขึ้นมามอง ซูเฉิงจัดการอาหารการกินและให้ทหารคนอื่นๆ ช่วยเรื่องที่พักด้วย
    "พวกมันมาถึงกันแล้ว" ชิวเหวินเจี้ยนว่า ทั้งเมืองของซูหยางส่องสว่างในพริบตาเพราะไฟที่ถูกจุดขึ้น แม้ภายนอกจะมืดมิด ทว่าเด่นชัดแก่สายตาว่าผู้บุกรุกคงเตรียมการอยู่
    "ทำไมมันไม่บุกเลย ข้าเห็นกองทัพนับแสนอยู่ข้างนอกนั่น"
    "ข้าจะออกไปดู"
    ซูสือคงหันมามองชิวเหวินเจี้ยนด้วยความตกใจ
    "ท่านจะบ้าไปแล้วหรือ จอมมารลำดับที่สองถึงสุดท้าย ท่านไม่มีทางต้านพวกเขาได้"
    ชิวเหวินเจี้ยนถอนหายใจ "ข้าแค่ออกไปดูเท่านั้น ถ้าจะให้ส่งเพียงทหารออกไปก็คงตายกันหมด ในระหว่างนี้เจ้าช่วยดูในปราสาทด้วยแล้วกัน"
    ซูสือคงไม่ทันได้เอ่ยห้าม ร่างของชิวเหวินเจี้ยนก็หายลับไป ชายหนุ่มกระโจนลงจากกำแพงของปราสาท ด้วยพลังของมังกรมายาลวงเขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดแค่นี้หรอก ---ค่ายพักแรมของเหล่าลูกน้องตั้งกระจายไปทั่วบริเวณป่ารกทึบเพื่อรอคำสั่งจากผู้เป็นนาย ยามเมื่อซูหยินและจอมมารคนอื่นๆ มาถึงที่นี่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเห็นมนุษย์ที่สังหารซูเฟิงออกมานอกกำแพงปราสาท
    ซูหยินเขย่าลูกเต๋าในมือ เห็นความสนุกของตนมาอยู่เบื้องหน้า ชิวเหวินเจี้ยนได้ยินเสียงของพวกเขา เหมือนกำลังพูดถึงตนและตามหาเขาเพื่อเอาดาบมา
    และบัดนี้บุคคลนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ซูหยินหัวเราะพร้อมทั้งก้าวออกจากเขตของค่ายพักแรมไปทันที ทหารของซูหยินวิ่งตามไปแต่เมื่อถูกสายตาดุดันจ้องมองก็ถอยออกมาอย่างหวั่นเกรง
    ชิวเหวินเจี้ยนเห็นร่างเล็กของใครบางคนเยื้องย่างมาด้านหน้า เขาเป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นที่อายุพอกันกับเขา แต่ดวงตาแดงฉานและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมนั้นไม่ได้บ่งบอกว่าเจ้าตัวใส่ซื่อ ท่ามกลางความมืดมีเพียงแสงจากคบเพลิงเท่านั้นที่ทำให้ชิวเหวินเจี้ยนสามารถมองเห็นรอบกายได้ชัดเจน
    "ข้ามีนามว่าซูหยิน จอมมารลำดับที่สองของดินแดนแห่งนี้" ซูหยินพูดเสียงดัง ในตอนนั้นอีกคนก็เดินเข้ามาขนาบข้างเขา เปล่าเลย...ชิวเหวินเจี้ยนเบิกตากว้างเมื่อเห็นใครอีกสี่คนปรากฏกายขึ้น
    ทั้งหมดนั้นมีระดับพลังแตกต่างกัน ห้าคนที่ยืนอยู่หน้าค่ายพักแรมนำทัพมารกว่าแสนตนเข้ามาชิดประตูเมืองล้วนแล้วแต่เป็นจอมมารทั้งสิ้น
    ชิวเหวินเจี้ยนไม่ได้หวาดกลัว เขาไม่ได้สนใจอีกสี่คนที่เหลือนัก คนที่ดูน่ากลัวและดุดันกลับเป็นชายร่างเล็กที่มีตำแหน่งเป็นถึงจอมมารลำดับที่สองมากกว่า
    แต่ทว่าความโกรธแค้นกับฉายชัดในแววตาของชายตัวใหญ่คนหนึ่งที่อยู่ข่างซูหยินมากกว่า เขาเป็นชายร่างโต มีเขาสองข้างในมือถือคันธนูสีทองอร่าม
    "นั่นน้องชายของข้า ซูฉินเฟย พลธนูที่ไม่เคยพลาดเป้า" ซูหยินยกยิ้มอย่างพึงพอใจ น้องชายของเขาก้าวออกมาด้านหน้า ชิวเหวินเจี้ยนอยู่ห่างจากเขาหลายร้อยเมตรแต่ทว่าสามารถสัมผัสพลังของธนูนั้นได้ เป็นอาวุธระดับคำสาป เป็นรองดาบเทพมารนี้เพียงระดับเดียวเท่านั้น
    อีกสามคนถอยห่างออกไปเมื่อเห็นซูหยินปราดตามองเพียงแวบเดียว เขาคงเป็นจอมมารที่มีพลังมากที่สุดในตอนนี้ เป็นรองจอมมารลำดับที่หนึ่งเพียงคนเดียว แต่ชิวเหวินเจี้ยนก็ยังไม่เข้าใจเหตุใดคนอื่นถึงหวาดกลัวเช่นนั้น
    "ชะตาของเจ้าอยู่ในกำมือของข้าแล้วไอ้มนุษย์เขลา" ซูหยินบอกพร้อมทั้งแบสิ่งที่อยู่ในมือให้ชิวเหวินเจี้ยนดู ชายหนุ่มจ้องมอง เห็นเพียงลูกเต๋าหกหน้าธรรมดาๆ ลูกหนึ่ง
    "ข้าไม่เข้าใจ เจ้าจะอยากบุกเมืองน้องของเจ้าไปทำไมกัน ซูหยางสิ้นไปแล้ว ส่วนซูเฟิงก็เช่นเดียวกัน ฆ่าฟันกันไปก็มีแต่สูญเสียเท่านั้น" ชิวเหวินเจี้ยนบอกกับเขาแต่ในมือก็กระชับดาบเอาไว้แนบแน่น หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ออมมือ…
    "เพราะมันสนุกยังไงเล่า" ไม่พูดเปล่า ซูหยินทอยลูกเต๋าในมือ เจ้าสี่เหลี่ยมเล็กกระเด็นลงสู่พื้นก่อนจะประกายแสงเจิดจ้า "หากวันไหนลูกเต๋าออกเลขหนึ่งเมื่อไหร่..."
    ชิวเหวินเจี้ยนขมวดคิ้วมองจอมมารพิศดารตรงหน้า เลขสามสีสวยประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า
    "ข้าจะบุกเมืองที่เคยเป็นของซูหยางให้สิ้น และชิงดาบเล่มนั้นมาเป็นของข้า" ซูหยินพูดพร้อมทั้งชี้หน้าชิวเหวินเจี้ยนอย่างไม่เกรงกลัว "แต่น่าเสียดาย...วันนี้ออกเลขสามซะได้"
    ชิวเหวินเจี้ยนไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน ซูหยินไม่ได้ยินดียินร้ายว่าพี่น้องของตนจะตกตายไปมากขนาดไหน เขาเอาชีวิตชาวเมืองมาเป็นของเล่นให้ตนบันเทิงใจ ใช้ชะตาแขวนไว้กับลูกเต๋าเล็กๆ นั่น
    เป็นคนที่ชิวเหวินเจี้ยนไม่อยากเข้าใกล้มากที่สุด...และเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าพลังของอีกฝ่ายอยู่ระดับไหน
    ซูฉินเฟยยกธนูขึ้นมา "แต่มันอยู่ตรงหน้าเราแล้วท่านพี่ ดาบที่พวกเราอยากครอบครอง ดาบระดับศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงเล่มเดียวในดินแดนแห่งนี้"
    ซูหยินมองหน้าน้องของตนสลับกับชิวเหวินเจี้ยน ชายหนุ่มเมื่อเห็นอีกฝ่ายยกอาวุธระดับคำสาปขึ้นมาหมายจะทำร้ายเขา ชิวเหวินเจี้ยนก็ควักดาบของตนออกมาเช่นกัน แสงสีส้มส่องสว่างเรืองรองในความมืด ร่างของเทพมารปรากฏขึ้นเบื้องหลัง
    "เจ้าจะทำอะไร" ซูหยินเอ่ยถาม เก็บลูกเต๋าขึ้นมาไว้ในมือ เเสงของมันดับวูบลง "วันนี้ข้าทอยได้เลขสาม ไม่ใช่วันบุกของเรา"
    "แต่- แต่ว่ามันอยู่ตรงนี้แล้ว!" ซูฉินเฟยเดือดดาล มือที่กำธนูสีทองสั่นเทิ้ม ก่อนที่ลูกศรสีเดียวกันจะปรากฏขึ้น มันอาบเวทย์มนตร์เอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย ชิวเหวินเจี้ยนถอยเท้าออกไป เตรียรับแรงปะทะที่อาจเกิดขึ้น "อย่างน้อยขอให้ข้าได้ฆ่ามันและเอาดาบมาให้ท่านพี่ด้วยตนเอง"
    ฟึ่บ!
    ฉับพลันลูกธนูก็พุ่งแหวกอากาศมาหาชิวเหวินเจี้ยน มันทะลุผ่านต้นไม้และสิ่งกีดขวางบริเวณนั้นอย่างง่ายดายแต่ไม่ทันที่จะปักลงที่หัวใจของชายหนุ่ม ร่างบางร่างก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน