ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 106 นักศึกษาเนื้อหอม

    ตอนที่106 นักศึกษาเนื้อหอม


    เสิ่นอี้ยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจทั้งจากคำตอบของดอกเตอร์เบอร์นาร์ดและจากทักษะอ่านจิตใจคนทำให้เขารู้สึกดี ทว่าเขากลับรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันทีเช่นกันเนื่องด้วยรับรู้ได้ถึงจิตใจของดอกเตอร์โซเฟีย ซึ่งเธอปรารถนาที่จะตอบแทนตนด้วยร่างกายของเธอเอง


    จากนั้นชายหนุ่มได้รับเกียรติร่วมมื้ออาหารกลางวันจากทุกคนด้วยความอบอุ่นในภัตตาคารหรูข้างสถาบันเอ็มไอที


    ระหว่างกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้นเสิ่นอี้ได้รับการร้องขอจากศาสตราจารย์ไมเคิลซึ่งต้องการให้ตนไปช่วยแนะนำคณิตศาสตร์พื้นฐานที่สามารถต่อยอดจนสร้างนวัตกรรมชุดอเนกประสงค์ให้เป็นที่ประจักษ์ได้


    อนึ่งศาสตราจารย์ไมเคิลคาดหวังให้เสิ่นอี้ผู้เป็นนักศึกษาใหม่ปีหนึ่งและได้กลายเป็นนักศึกษาต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาคนอื่นบ้างว่า


    “เสิ่นอี้หลังกินอาหารเสร็จแล้ว หากไม่มีนัดที่ไหนอีก ผมอยากให้คุณไปช่วยแนะนำคณิตศาสตร์กับเพื่อนนักศึกษาหน่อยได้ไหมเอาพื้นฐานของคณิตศาสตร์ที่สามารถสร้างชุดอเนกประสงค์ออกมาได้”


    “ได้ครับแต่วันต่อไปผมคงไม่ว่างแล้วนะครับ ผมจะเร่งเขียนวิทยานิพนธ์แล้วมานำเสนอให้อาจารย์ได้ตรวจสอบอีกที”


    เสิ่นลี่อี้พยักหน้ารับคำร้องขออย่างผ่อนคลายทว่าเขาเอ่ยดักคอคนอื่นไว้อย่างรู้เท่าทัน เนื่องด้วยต้องการใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ด้วยการเร่งมือเขียนวิทยานิพนธ์ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว จากนั้นจึงจะเข้าร่วมการวิจัยที่อาจมีขึ้นต่อไป


    “โอเคพวกเราเข้าใจแล้ว แล้วจะรอวันนำเสนอวิทยานิพนธ์นะ”


    ศาสตราจารย์เดวิดเอ่ยขึ้นมาก่อนคนอื่นด้วยความเข้าใจเขาอาสาที่จะไปสนทนากับศาสตราจารย์ลูคัสผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเสิ่นอี้เองโดยเชื่อมั่นว่าอาจารย์ลูคัสจะต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน


    “ขอบคุณมากครับ”เสิ่นอี้ยิ้มรับความเข้าใจจากอาจารย์ทุกคนด้วยดี


    พลันมีเสียงสื่อสารมาจากอินทรีดำซึ่งมันบินตรวจสอบสถานการณ์ภายในสถาบันตามคำสั่งของเจ้านาย มันพบกลุ่มโอลิเวอร์และพวกอีกเกือบสิบคนกำลังมุ่งหน้าตรงมายังห้องทำงานของศาสตราจารย์เมสันพอดี


    เสิ่นอี้มองเห็นภาพบรรยากาศผ่านดวงตาของอินทรีดำเขาเอ่ยกับศาสตราจารย์เมสันและทุกคนก่อนลุกออกจากห้องอาหารด้วยน้ำเสียงแสดงความกังวลใจว่า


    “อาจารย์ครับ พอดีก่อนหน้าผมเคยมีเรื่องกับโอลิเวอร์แล้วงานผมจะมีปัญหาไหมครับ”


    คำถามจากเสิ่นอี้ทำให้ทุกคนในห้องอาหาร ยกเว้นพันเอกจอห์นที่ไม่ได้มากินร่วมด้วย ต่างพากันนั่งนิ่งด้วยความรู้สึกหลากหลายทว่าดอกเตอร์เบอร์นาร์ดเอ่ยขึ้นมาอย่างเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดีว่า


    “เอาอย่างนี้แล้วกันให้เสิ่นอี้ทำงานอยู่ที่พักด้านนอกไปก่อนได้ไหม จนกว่าวิทยานิพนธ์จะเสร็จสิ้นแล้วค่อยกลับเข้ามานำเสนอทีเดียวเลย ส่วนการสอนบ่ายนี้คงแล้วแต่อาจารย์ไมเคิลนะครับ”


    “คงเลื่อนไปก่อนเหมือนกันไว้เป็นหลังจากนำเสนอวิทยานิพนธ์ก็ได้”


    ศาสตราจารย์ไมเคิลรีบเปลี่ยนแผนการทันใดเขาไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันซึ่งบางทีเขาอาจจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เนื่องด้วยทุกคนรับรู้ได้ถึงอิทธิพลจากครอบครัวของชายหนุ่มผู้โด่งดังชื่อโอลิเวอร์ กันทั้งหมด จึงไม่ต้องการให้เกิดเหตุร้ายกับเสิ่นอี้ด้วยเช่นกัน


    ถึงแม้ศาสตราจารย์ไมเคิลจะรู้สึกแปลกใจที่เสิ่นอี้เอ่ยชื่อของโอลิเวอร์ขึ้นมาในตอนนี้ทว่าเขาสังหรณ์ใจได้ว่าหากไม่อนุญาตให้ชายหนุ่มไปทำงานที่อื่น โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำคณิตศาสตร์พื้นฐานตามแผนเดิมอาจช่วยให้สถานการณ์ไม่วุ่นวายได้


    อย่างไรก็ตามทุกคนคิดเห็นเหมือนกันในการร่วมกันปกป้องเสิ่นอี้เพราะเป็นบุคคลอันทรงคุณค่าแห่งสถาบันไปแล้วโดยต่างตั้งตารอฟังผลงานการสรุปเนื้อหาวิชาการสำคัญจากวิทยานิพนธ์ของชายหนุ่ม


    ต่อจากนั้นเสิ่นอี้มีอิสระมากขึ้นเมื่อออกจากห้องอาหารเพราะไม่ต้องกลับเข้าไปเรียนต่ออีกเขารู้สึกคิดถึงเพื่อนทว่าไม่ต้องการสร้างปัญหาให้แก่เพื่อนร่วมหอพักเช่นกันจึงเลือกที่จะทำตัวหลบซ่อนด้วยการไปพักยังคอนโดมิเนียมของตนแทน


    ระหว่างเดินทางกลับคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องอาหารมากนักเสิ่นอี้จึงเลือกที่จะเดินกลับอย่างสบายใจแทน โดยยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจสถานการณ์บางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นพลางพึมพำด้วยความรู้สึกหลากหลายว่า


    “เฮ้อ!เกิดเป็นคนหล่อมันก็ลำบากใจอย่างนี้นี่เอง ฉันควรปฏิเสธเธอดี หรือจะทำตามใจตัวเอง”


    เสิ่นอี้พบว่าดอกเตอร์โซเฟียลอบติดตามตนมาโดยเขานึกว่าเธอจะกลับเข้าไปในสถาบันพร้อมกับอาจารย์คนอื่น เนื่องด้วยไม่พบความคิดอันแปลกประหลาดใดจากเธอทว่าพอตนเดินมาได้สักพัก กลับพบว่าเธอลอบติดตามเขาเหมือนกับนักสืบติดตามคนสำคัญอยู่


    ชายหนุ่มตัดสินใจหลบเข้าซอกตึกเพื่อหวังสนทนากับเธอให้รู้เรื่องก่อนเขาไม่ต้องการให้เธอรับรู้ที่อยู่ของตนเพราะอาจเกิดปัญหาในภายหลังได้


    พอชายหนุ่มหลบซ่อนตัวในซอกตึกได้สักพักโซเฟียวิ่งผ่านแล้วหยุดยืนเหลียวมองซ้ายขวาอย่างไม่แน่ใจเธอกังวลใจว่าเสิ่นอี้จะรู้ตัวและหายตัวไปก่อน จึงตั้งท่าจะวิ่งตามหาต่อไป


    ทันใดนั้นเสิ่นอี้เข้าสวมกอดโซเฟียจากด้านหลังพร้อมเอามือซ้ายปิดปากเธอไว้แน่นพลางกระซิบถามข้างใบหูขาวสะอาดของเธอด้วยความอยากรู้ว่า


    “ดอกเตอร์โซเฟียคุณจะตามผมมาทำไม คุณควรกลับไปสถาบันได้แล้วนะครับ”


    ฉับพลันเสิ่นอี้กลับต้องตาโตด้วยความตื่นตกใจแทนเพราะไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าทำบางอย่างต่อหน้าผู้คนที่เดินผ่านไปมากันขวักไขว่ทว่าไม่มีใครสนใจมองกระทำของเธอกับเขาสักคน สร้างความงุนงงสับสนให้กับเขาเป็นอย่างยิ่ง


    ดอกเตอร์โซเฟียได้ยินเสียงเสิ่นอี้กระซิบข้างใบหูทีแรกเธอเตรียมใช้กระบวนท่าของยูโดที่ร่ำเรียนมาจัดการชายปริศนาไปแล้ว ทว่าพอได้ยินเสียงทุ้มอันคุ้นเคยจึงเปลี่ยนใจด้วยการจับมือขวาของชายหนุ่มซึ่งไม่ได้ปิดปากตนเปลี่ยนมาจับหน้าอกของตนเองโดยตรง


    เสิ่นอี้จำเป็นต้องปล่อยมือซ้ายที่ปิดปากเธอไว้พร้อมกับตั้งท่าผละออกจากร่างเธอ ทว่าเขากลับรู้สึกได้ว่าเธอดึงมือซ้ายของตนให้กลับเข้ามาโอบกอดเอาไว้โดยให้มือขวาสัมผัสเต้านมนุ่มนิ่มของเธออย่างตั้งใจ


    “อย่าตะโกนเลยค่ะที่นี่เขาไม่สนใจเรื่องแค่นี้หรอก”


    ดอกเตอร์โซเฟียหัวเราะคิกคักต่อท่าทีขืนตัวเล็กน้อยของชายหนุ่มเพราะรู้ดีว่าเขาไม่ได้ตั้งใจผละตัวออกจากตนโดยตรงทว่ามีลักษณะห้ามใจตัวเองมากกว่า


    เสิ่นอี้รับรู้ความคิดของโซเฟียได้เป็นอย่างดีเขายังไม่ต้องการมีสัมพันธ์เลยเถิดกับเธอในเวลานี้ ด้วยรู้ตัวดีว่าไม่สามารถมีหญิงหลายคนในขณะที่ตนไม่พร้อมดูแลเนื่องด้วยอีกไม่นานจะต้องเดินทางไกลซึ่งอาจไม่มีวันได้กลับมายังโลกนี้อีกจึงไม่ต้องการให้หญิงสาวทั้งหลายต้องคาดหวังหรือเสียใจได้


    “ผมว่าเรา.....”เสิ่นอี้ตัดสินใจที่จะสนทนากับโซเฟียให้ชัดเจนเพราะไม่ชอบอะไรที่คลุมเครือในตอนนี้


    ฉับพลันโซเฟียหันหน้ากลับมากอดตัวชายหนุ่มต่อหน้าพลางมองสบตาเขาแล้วใช้นิ้วแตะริมฝีปากนุ่มของชายหนุ่มเพื่อไม่ให้เขากล่าวคำใดออกมาอีกเธอเอ่ยออกมาอย่างจริงจังและแน่วแน่ว่า


    “ฉันไม่ใช่คนที่จะนอนกับใครไปทั่วนะคะฉันเลือกผู้ชายที่จะหลับนอนด้วยมากถึงมากที่สุด แล้วการที่ฉันเลือกคุณส่วนหนึ่งคือฉันต้องการตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตฉันไว้ อีกส่วนหนึ่งก็คือ ฉันชอบคุณชอบตั้งแต่แรกเห็น เข้าใจไหมคะ”


    โซเฟียเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางเง้างอดพลางแอ่นอกใหญ่นุ่มเข้าไปเบียดกับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มอย่างจงใจ เธอไม่เชื่อว่าเขาจะใจแข็งกับเรือนร่างอันเย้ายวนของตนได้ตลอดไป


    เสิ่นอี้มองสบตากลมโตของหญิงสาวสวยตรงหน้าเขารับรู้ได้ถึงเจตนาและความปรารถนาของเธอ พลางลอบถอนหายใจด้วยความจำยอมเพราะรู้ดีว่าความปรารถนาของผู้ชายในส่วนลึกได้ลุกโชนขึ้นมาแล้วโดยเขาไม่ต้องการใช้บริการน้องนางทั้งสิบอีก ในเมื่อมีเรือนร่างอันหอมกรุ่นพร้อมขึ้นเตียงกับเขาอย่างไม่มีปัญหาในอนาคต


    ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาอย่างประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตอีกครั้งว่า


    “โซเฟียผมไม่สามารถเป็นแฟนหรือสามีคุณได้นะ อีกไม่นานผมจะต้องเดินทางไกลแล้วบางทีเราอาจไม่ได้พบกันอีก ผมไม่สามารถรับผิดชอบคุณได้ คุณยังต้องการจะมีอะไรกับผมอยู่หรือ”


    “อย่ากังวลอนาคตสิคะแค่มีความสุขกับปัจจุบันก็พอ”


    โซเฟียเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจเธอรับรู้แล้วว่าเกมนี้เธอชนะ และเป็นชัยชนะที่ขาวสะอาดเพราะชายหนุ่มหล่อเหลาให้ความร่วมมือด้วย


    เสิ่นอี้ลอบถอนหายใจเขาจุมพิตริมฝีปากของโซเฟียแว่บหนึ่งก่อนจับจูงมือเธอเดินตรงไปยังอาคารคอนโดมิเนียมของตนโดยได้แต่หวังว่าความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ครั้งนี้ คงไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง


    อย่างไรก็ตามชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับโซเฟียครั้งนี้จะกลายเป็นการเติมเต็มระหว่างกันและกัน จนทำให้ทั้งคู่ได้พักอยู่อาศัยร่วมกันระยะหนึ่งจนถึงวันสุดท้ายของการคงอยู่บนโลกใบนี้ของเขา


    ระหว่างขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักเสิ่นอี้และโซเฟียจูบกันอย่างดูดดื่ม ทั้งคู่ต้องอดใจรออยู่กันเพียงสองคนเพราะไม่ต้องการให้มีคนอื่นอยู่ร่วมในเหตุการณ์อันวาบหวามด้วย


    ครั้นมีโอกาสเหมาะเจาะแล้วจึงโผเข้ากอดและจูบกันอย่างโหยหา คล้ายกับต่างฝ่ายต่างต้องการซึ่งกันและกันมานานเมื่อเปิดประตูห้องพักเข้าไป ทั้งคู่ต่างเริ่มจูบและถอดเสื้อผ้าตั้งแต่หน้าประตูด้วยอารมณ์เสน่หาที่คุกรุ่นขึ้นมาจนฉุดรั้งไม่อยู่อีกต่อไป