“นายท่าน...” หลิงหลิงคอยเฝ้าดูแลอาการของหยางฉินเทียนไม่ห่างตลอดสามวันที่ผ่านมานางรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อยและนั่งหลับขณะเฝ้าไข้ นางภาวนาอยู่ทุกวันหวังให้เจ้านายฟื้นคืนสติแต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือหยางฉินเทียนกำลังจะตกรอบ เพราะไม่ได้ไปร่วมประลอง หากเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบกับศีรษะของหยางเทียนหลงจะเป็นอย่างไรนางไม่อยากจะคิดเลย
“อ๊ะ!”นางร้องขึ้นเมื่อเห็นนิ้วของหยางฉินเทียนเริ่มขยับ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่กรรมการขานชื่อเขาบนเวทีเหมือนเขาจะรับรู้ได้ แต่เพียงอึดใจเดียวเขาก็นิ่งไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
...............
หยางเทียนหลงและหยางเชี่ยงชุนประลองกันเป็นคู่แรกอย่างดุเดือดถือว่าเป็นคู่เปิดสนามที่น่าประทับใจแม้หยางเชี่ยงชุนจะพ่ายแพ้แต่ก็สู้ได้อย่างสมเกียรติ เมื่อการต่อสู้คู่นี้จบลงก็ถึงเวลาของการแข่งขันคู่ใหม่หยางเสี่ยวป้อเป็นชื่อแรกที่สุ่มออกมาได้ ส่วนชื่อที่สองคือหยางฉินเทียน!
“ข้าคิดว่า...”กรรมการเอ่ยขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเพียงห้าลมหายใจ“หยางฉินเทียนคงจะไม่สามารถเข้าประลองได้ฉะนั้นข้าขอตัดสินให้หยางเสี่ยวป้อเป็นผู้...”
“ช้าก่อน!!”หยางชิงเยว่ลุกขึ้นคัดค้าน
“เจ้ามีอะไรหรือ หยางชิงเยว่?” หยางต้าเฉิงเอ่ยถามไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกที่สงสัย ทุกคนที่อยู่ในงานประลองล้านสงสัยทั้งสิ้นนางเป็นถึงอาวุโสอันดับแปด และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับหยางฉินเทียนเลย ทำไมนางจึงต้องคัดค้าน?
“เรียนท่านประมุข ข้าอยากให้เลื่อนการประลองคู่นี้ไปไว้ท้ายสุดหากเขายังมาไม่ทันก็ค่อยตัดสินก็ยังไม่สาย”
“ทำไมเจ้าถึงต้องการเช่นนั้นล่ะ”
“หยางฉินเทียนได้รับบาดเจ็บก็เพราะหลานสาวของข้า การที่หยางชิงเอ๋อลงมือในตอนนั้นนางลืมไปว่าหยางฉินเทียนมีกำลังภายในแค่ขั้นปฐมธาตุขั้นแรกเท่านั้นจึงได้ใช้พลังเต็มที่ ทำให้เกิดคำครหาว่าหลานสาวของข้ากระทำไม่เหมาะสม”
นางกวาดสายตาไปรอบลานประลองแล้วหันกลับมา
“ฉะนั้นข้าจึงอยากจะให้โอกาสหยางฉินเทียนเพื่อชดเชยกับสิ่งที่หลานสาวของข้าได้พลั้งมือไปขอท่านประมุขได้โปรดอนุญาตตามที่ข้าร้องขอด้วย”
“ท่านอาวุโสในที่นี้คิดว่าอย่างไร”
หยางต้าเฉิงหยั่งความเห็นจากอาวุโสทั้งแปดท่าน
“กฎก็ต้องเป็นกฎ กติกาก็ต้องเป็นกติกาการมาไม่ทันก็เป็นเรื่องของเขา แต่จะละเมิดกฎเพื่อคน ๆ เดียว หรือเพื่อเหตุผลส่วนตัวเช่นนี้ข้าเห็นว่าไม่เหมาะสม”
บิดาของหยางเชี่ยงชุนแสดงทัศนะเป็นคนแรก
“ถ้าอย่างนั้นคนของตระกูลเชี่ยงก็หาคนอื่นไปรักษาหยางเชี่ยงชุนก็แล้วกันข้าและตระกูลชิงจะไม่แตะต้องคนของเจ้า!”
คำพูดนี้ทำให้ผู้เสนอทัศนะถึงกับสะอึกบุตรชายของเขาได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร ลำพังหมอทั่วไปอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานนับเดือนปากหนอปาก สุดท้ายเหตุผลส่วนตัวก็สำคัญ!
“ข้าเห็นด้วยกับนาง”หยางโม่ชิวถือโอกาสสนับสนุนก่อนใคร “เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถหยางฉินหลงจึงถูกจับตัวไป แม้การเลื่อนคู่ประลองไปอาจจะไม่ช่วยอะไรได้มากแต่ข้าก็ต้องขอร้องท่านประมุขได้โปรดอนุญาตเถอะ”
แม้หยางโม่ชิวจะไม่ได้มีตำแหน่งอาวุโสของหมู่บ้านแต่โดยกำลังภายในและความกว้างขวางนั้นไม่เป็นรองใครคำพูดของเขาจึงนับได้หนึ่งเสียงและเป็นเสียงที่มีน้ำหนักมากกว่าอาวุโสบางท่านอีกด้วย หลังจากเขาพูดจบก็ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดเพราะพวกเขารู้ว่าหากล่วงเกินบุคคลทั้งสองนี้ย่อมจบไม่สวยเป็นแน่!
“ถ้าไม่มีใครคัดค้าน ข้าก็จะอนุญาตตามที่ขอให้เริ่มคู่ต่อไปก่อน ให้คู่ของหยางฉินเทียนประลองเป็นคู่สุดท้าย”
“ขอรับ” กรรมการคำนับแล้วสุ่มคู่ต่อไปมาประลอง
7 คู่ผ่านไป...
15 คู่ผ่านไป...
23 คู่ผ่านไป...
49 คู่ผ่านไป...
“เรียนท่านประมุขผู้บ่มเพาะทั้งหมดประลองกันครบแล้ว เหลือแต่คู่ของหยางฉินเทียน”กรรมการกล่าวรายงาน “ท่านจะให้ข้ารอต่อไป หรือว่าประกาศผลได้ในตอนนี้เลย”
“ลองรอดูอีก...”
“ข้ามาแล้ว!”เสียงชายคนหนึ่งตะโกนออกมาจากนอกลานประลอง ทุกสายตาจับจ้องไปที่บุคคลผู้มาใหม่หน้าตาอย่างนี้ รูปร่างอย่างนี้ เสียงอย่างนี้ นั่นมันหยางฉินเทียน!
“โอ้ว...ข้านึกว่าจะไม่ได้แสดงความสามารถเสียแล้ว”หยางเสี่ยวป้อปรบมือพร้อมกับหัวเราะร่วน“ยินดีด้วยที่เจ้ามาทันเวลาในวินาทีสุดท้ายแต่เสียใจด้วยที่เจ้าจะต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย แต่ไม่เป็นไร คนหล่อ ๆอย่างข้าจะสู้เผื่อเจ้าในการประลองครั้งหน้าเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เริ่มกันได้หรือยัง”หยางฉินเทียนหันไปถามกรรมการ
“เริ่มได้!”
ตู้มมม!!!
เพียงพริบตาเดียวที่กรรมการให้สัญญาณการต่อสู้หยางฉินเทียนพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วจนคู่ต่อสู้ไม่ทันตั้งตัวหมัดขวาที่ดูดพลังฟ้าดินอัดเข้าไปที่ชายโครงจนเกิดแรงระเบิดทำให้หยางเสี่ยวป้อกระเด็นไปกระแทกกำแพงแล้วหล่นลงมานอนจมกองเลือด
ตะลึง! ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบจนสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของคนที่นั่งข้างๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้นหยางเสี่ยวป้อผู้มีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้นสามกลับพ่ายแพ้ด้วยกระบวนท่าเดียวทุกคนถึงกับอึ้งอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตา นี่เราฝันไปหรือนี่?