บทที่ 5 จดหมายจากแดนเหนือ
“ขอบใจที่มาส่งแม่นะ เรนเดล” หญิงสาวสูงวัยที่ยังคงความสง่างามไว้แม้กาลเวลาจะผ่านล่วงเลยวัยแห่งยุครุงโรจน์ของเธอไปแล้วก็ตาม ยามาเรีย ยอร์เซีย ก็ยังคงเค้าความงดงามดั่งวันวานไม่แปรเปลี่ยน มือบอบบางของเธอกุมมือลูกชายเพียงคนเดียวเอาไว้ พลางลูบมันเบา ๆ เื้ัของเธอเป็รถม้าที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรหรูหรา ประดับด้วยตราประจำตระกูลยอร์เซีย ตระกูนเคานต์ผู้มีอาณาเขตในปกครองของตนเองแห่งโซนาริส
วันนี้เป็วันที่เธอต้องออกจากพระราชวังหลังจากการประกาศอย่างเป็ทางการที่ราชสำนักปล่อยออกมาราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน
“ท่านแม่ ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย ไม่ต้องเป็ห่วงข้า”
“อืม แม่รู้ ที่นี่เป็บ้านของลูก ที่ที่ลูกเกิดและเติบโต แม่ไม่เป็ห่วงเลย แม่รู้ว่าลูกเอาตัวรอดได้แน่ แม่รักลูกนะ” เธอบอกพลางเอื้อมมือของเธอจับแก้มลูกชาย จากเด็กตัวจิ๋วเดียวในวันนั้น กลายเป็อัลฟ่า เป็องค์ชายที่สง่างามถึงเพียงนี้ ช่างเติบโตมาได้เป็อย่างดีจริง ๆ
ริมฝีปากเคลือบสีลิปสติกของผู้เป็มารดาคลี่ยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าคล้ายคนจะร่ำไห้ของลูกชาย เธอรู้สึกว่าั้แ่เรนเดลของเธออายุครบยี่สิบปี ลูกชายของเธอนั้นดูมีอะไรอยู่ในใจ และมักอ่อนไหว...ไม่สิ อ่อนโยนต่างหาก เพราะนั้นคือสิ่งที่เรนเดลของเธอเป็มาตลอด แต่พยายามเก็บซ่อนมันไว้ภายใต้ผ้าคลุมขององค์ชายอัลฟ่า
“หากท่านพอจะมีเวลาว่าง ได้โปรดเขียนจดหมายมาหาลูกด้วยนะขอรับ”
“หึ แน่นอนสิเ้าลูกชาย ว่าแต่ลูกเถิด เขียนมาหาแม่บ้างเล่า เบื่อ ๆ จะมาหาแม่ที่บ้านท่านตาก็ได้ ทุกคนยินดีต้อนรับลูกเสมอ”
เรนเดลยิ้ม
“แล้วข้าจะไปเยี่ยมขอรับ”
องค์ชายลำดับที่สองของจักรวรรดิมองตามรถม้าของผู้เป็มารดาที่แล่นออกไป เขายืนมองมันจนมันหายไปจากสายตา ก่อนจะหันหลังมองประตูพระราชวังที่แสนจะใหญ่โต และวิจิตรงดงาม หรูหรา และปิดกั้นคนที่ไม่คู่ควร
เรนเดลกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินเข้าไปยังบ้านที่เขาไม่คิดจะ ไม่นานหรอกเขาก็จะไปจากที่นี่ด้วยเหมือนกัน
“มีจดหมายมาถึงองค์ชายพะย่ะค่ะ” ลอยด์รายงาน เขาคว้าซองจดหมายที่อยู่บนถาดที่สาวใช้คนหนึ่งถืออยู่มาวางลงตรงหน้าของผู้เป็นาย
“ตราประจำตระกูลดยุกไอเซนเบิร์ก” ในที่สุดจดหมายตอบกลับของเขาก็มาเสียที
เรนเดลหยิบที่เปิดซองจดหมายออกมาจากลิ้นชัก เขาค่อย ๆ บรรจง ตัดซองจดหมายอย่างระมัดระวัง เขาลุ้นระทึกไม่น้อย หากเนื้อความในจดหมายเป็คำปฏิเสธล่ะ...ถ้าเป็แบบนั้นเขาต้องทำอย่างไรต่อ หากขาเก้าอี้ที่แข็งแกร่งไม่ยอมให้เขาเกาะ แค่คิดถึงความเป็ไปได้ในทางนี้ เขาก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว หวังว่าคงไม่ใช่แบบนั้น
ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดผ่านตัวอักษรตัวแล้วตัวเล่าด้วยความรวดเร็ว เรนเดลมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นกว่าในตอนแรก ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มออกมาด้วยความเบาใจ ในที่สุดเขาก็สามารถหาแหล่งกบดานสำหรับหลบหนีความตายในเบื้องต้นได้แล้ว
“ไปทูลองค์จักรพรรดิให้ทีว่าข้าจะเข้าเฝ้า”
“พะย่ะค่ะองค์ชาย” อีกฝ่ายรับคำ ก่อนจะโค้งคำนับ แล้วถอยออกไปจากห้อง
เรนเดลหยิบฎีกาขอพระราชทานสมรสขึ้นมา ได้เวลาหลบหนีออกจากกรงขังที่มีความตายเป็จุดจบแห่งนี้เสียที
เขาไม่คิดจะตายที่นี่เป็ครั้งที่สองอีกแล้ว องค์รัชทายาทจะเป็อย่างไรล้วนไม่ใช่เื่ที่เขาต้องเอื้อมมือเข้าไปสอด แต่พระองค์คงลำบากไม่น้อย เพราะในชาติที่แล้วนั้น เพราะมีตระกูลของเขาคอยหนุนหลังช่วยทำเื่คาวน้อยใหญ่ น้องชายที่คิดไม่ซื่อจึงได้ครองบัลลังก์อย่างไม่เปลืองแรงตัวเอง หากมีใครสักคนถามว่าทำไมไม่คิดแก้แค้นบ้างเลยหรือไร ... อันที่จริงเคยสิ เคยคิด อีกฝ่ายทำกับเขาไว้เจ็บแสบเหลือเกิน แต่ว่านั่นเป็เื่ของชาติที่แล้ว ซึ่งมันยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ และมันอาจไม่เกิดขึ้นด้วย หากตัวแปรนั้นเปลี่ยนไป
แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเอ็นดูของเขาต่อน้องชายต่างมารดาผู้นั้นหมดลงไปแล้ว หมดสิ้นไม่มีเหลือ แต่เขาไม่อาจแก้แค้นทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไร ขอแค่เขาไม่เข้าไปเป็ตัวชูโรงออกหน้าให้ ลำพังตระกูลพ่อค้าที่มีแค่เงินก็ไม่มีทางซื้อความโอหังและหยิ่งทระนงของเหล่าขุนนางได้ ลอมบาร์เดียเป็จักรวรรดิที่รุ่งเรือง เต็มไปด้วยอารยธรรมที่เก่าแก่มาช้านาน และไม่มีตระกูลขุนนางตระกูลไหนตกอับเลยแม้แต่ตระกูลเดียว
เพราะแบบนั้นอย่าได้ดูถูกความโอหังของเหล่าขุนนางไป หากไม่มีเขาคอยหนุนหลัง ตำแหน่งองค์รัชทายาทย่อมสั่นคลอนแน่นอนอยู่แล้ว ทั้งองค์จักรพรรดินีก็ดี หรือองค์รัชทายาทเองก็ดี ล้วนรู้ถึงข้อจำกัดของตัวเองในฐานะที่มีรากเหง้าเป็สามัญชนอย่างดี หรือแม้กระทั่งองค์จักรพรรดิเองก็รู้ถึงจุดบอดข้อนี้ดีเช่นกัน
และถ้าหากมองย้อนกลับไปดี ๆ ลอมบาร์เดียไม่เคยมีเื่ราวแย่งชิงบัลลังก์ในเหล่าพี่น้องมาก่อน แม้ว่าเคยมีพระราชินีที่มาจากครอบครัวสามัญชน ก็ไม่มีเื่ราวการสังเวยเืเนื้อเช่นเดียวกัน อันที่จริงต้องบอกว่า เพราะที่ผ่านมาองค์จักรพรรดิแต่ละคนล้วนมีราชินีและสนมไม่เกินสามคน และก็ไม่เคยมีรัชกาลใดที่มีบุตรชายต่างมารดามากขนาดนี้มาก่อนเลย พ่อของเขานี่ช่างเป็ตัวอย่างที่ไม่คู่ควรแก่การเรียนรู้เลยจริง ๆ
สำหรับราชวงศ์ไวส์เซนเบิร์กหลังยุคก่อตั้งแล้ว เมื่อองค์ชายองค์ใดองค์หนึ่งถูกแต่งตั้งเป็องค์รัชทายาท องค์ชายองค์อื่น ๆ จะหมดสิทธิ์ในพระราชบัลลังก์ และจะได้ตำแหน่งขุนนางเป็ตำแหน่งองค์ชายแห่งราชวงศ์ที่ไม่สามารถส่งต่อเชื้อสายหรือสืบทอดตำแหน่งได้ พร้อมเงินทุนจำนวนหนึ่งเพื่อก่อร่างสร้างตัวของตนเองนอกพระราชวัง ในส่วนขององค์หญิงนั้น เมื่อแต่งงานออกไปแล้วจะยังคงสถานะองค์หญิงของราชวงศ์ที่ไม่สามารถส่งต่อตำแหน่งให้ทายาทได้เช่นกัน พร้อมเงินทุนจำนวนหนึ่ง และพวกเขายังคงเป็หนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์เสมอจนลมหายใจสุดท้ายมาเยือน
ตำแหน่งองค์รัชทายาทนั้น จะต้องเป็ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของราชสำนัก นั่นก็คือต้องเป็บุตรในสมรสของพระาาและพระราชินี จะต้องมีเพศรองเป็อัลฟ่าเท่านั้น นั่นทำให้ในบางรัชกาลมีจักรพรรดินีขึ้นครองราชแทนจักรพรรดิ เพราะพระองค์นั้นอาจเป็บุตรอัลฟ่าเพียงคนเดียวขององค์จักรพรรดิ สำหรับในรัชกาลปัจจุบันเอง ถึงมีบุตรและธิดามากมาย ทว่าที่มีเพศรองเป็อัลฟ่ามีแค่สี่คนเท่านั้นเอง เป็องค์ชายสามคน และองค์หญิงหนึ่งคน
บุตรชายอัลฟ่าคนหนึ่งกลายเป็บุตรนอกสมรสไปแล้ว จึงเหลือเพียงสอง แต่กฎที่สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือ การยอมรับจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย เพราะคนเ่าั้คือคนที่จะต้องทำงานกับองค์าาองค์ต่อไป และในบางครั้ง ลูกนอกสมรสทที่มีคุณสมบัติคู่ควรก็อาจได้เป็ผู้ครองบัลลังก์ ทว่ากฎนั่นสามารถโอนอ่อนได้ตามสถานการณ์เสมอ เพราะลอมบาร์เดียของเรา เป็จักรวรรดิที่คำนึงถึงความเป็อยู่ของราษฎรก่อนเสมอ พระาาที่พวกเขา้า คือพระาาที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจคนได้จริง ๆ
เรนเดลเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาไม่รู้หรอกว่าหลังจากที่เขาตายแล้ว น้องชายของเขาครองอาณาจักรเป็อย่างไร จะสามารถเป็ผู้นำความเจริญรุ่งโรจน์มาให้กับประชาชนได้หรือไม่ เหล่าขุนนางจะภักดีหรือไม่ เื่พวกนี้เขาล้วนแต่ไม่มีโอกาสได้รับรู้เลย มีเพียงเื่ราวเหม็นเน่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมนั่นต่างหากที่เขารู้ดีเสียยิ่งกว่าใคร ไม่มีผู้ใดรู้เื่นี้เลย ขุนนางไม่เอะใจ ประชาชนไม่รู้ว่าสาเหตุของการที่เหล่าองค์หญิงองค์ชายทยอยล้มเจ็บและตายมาตลอดห้าปีเกิดจจากอะไร เื่โสมมพวกนั้นเขาช่วยปัดกวาดและเก็บซุกซ้อนมันเป็อย่างดี แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว...ไม่มีวัน
“องค์ชายพะย่ะค่ะ ฝ่าาทรงอนุญาตให้เข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ ทรงรอที่ห้องทรงงานส่วนพระองค์” ลอยด์เดินมาเงียบ ๆ แล้วเอ่ยกับชายผู้เป็นาย
เรนเดลพยักหน้ารับ เขาถือฎีกาเอาไว้ในมือ วันนี้องค์ชายลำดับที่สองแห่งจักรวรรดิอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวครีม มีแต่งระบายลูกไม้เล็กน้อยที่คอปกและปลายแขนเสื้อ กางเกงทรงหลวมสีดำ แม้มันจะดูไม่เป็ทางการสักเท่าไหร่ แต่ที่นี่คือบ้านของเขา และคนที่เขาจะพบก็เป็พ่อแท้ ๆ ของเขา เรนเดลสาวท้าวยาว ๆ ไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดงหม่น ที่มีลวดลายสีทองปรากฏเป็ระยะ ๆ เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าประตูบานใหญ่ที่ถูกแกะสลักอย่างวิจิตร เขาก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดเข้าไป
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ” สิ้นเสียง ชายในวัยกลางคนที่นั่งอยู่กลางกองเอกสารที่กองอยู่รอบ ๆ โต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนที่องค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิจะถอดแว่นตาที่สวมอยู่ออก
เรนเดลยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็บิดา ดวงตาสีน้ำทะเลสองคู่มองสบตากัน
คนคนนี้เป็ผู้ที่มีตำแหน่งยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดน ผู้เป็พ่อของเขา พระองค์เป็คนที่หล่อเหลาเอาการทีเดียว ดวงตาสีน้ำทะเลเฉกเช่นเดียวกันกับเขา ผมสีบรอนด์สว่างที่เป็เอกลักษณ์ของราชวงศ์ จมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากได้รูปและกรอบหน้าคมกริบ สมกับที่มีสาว ๆ รายล้อมรอบตัวในสมัยวัยหนุ่มเสียจริง
“มีเื่อะไรจะคุยกับพ่องั้นหรือ”
“ข้ามาถวายฎีกาพะย่ะค่ะ” ผู้เป็บิดาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือออกมารับหนังสือฎีกาจากลูกชาย
“เื่อะไรละ” เขาถามออกมา พลางอ่านเนื้อหน้าที่ปรากฏบนหน้ากระดาษไปด้วย
“ลูกมาขอสมรสพระราชทานพะย่ะค่ะ ระหว่างลูกกับท่านดยุกแห่งกราเซีย”
เมื่อเรนเดลแจ้งความประสงค์จบ ทุกอย่างในห้องพลันเงียบไปครู่หนึ่ง แม้ว่าทั้งห้องใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือห้องนี้จะมีเพียงเขาและบิดาก็ตาม
ผู้เป็องค์เหนือหัวเงยหน้าขึ้นมามองลูกชาย ก่อนจะยิ้มออกมา
“ดีสิ ข้ากังวลอยู่เชียวว่าหนุ่มอีนิกม่าผู้นี้จะลงเอยกับตระกูลไหน หากเป็ราชวงศ์ของเรา พ่อก็ไม่คัดค้าน” อ่า...แน่สิ ท่านไม่มีวันคัดค้านเื่นี้อยู่แล้ว แม้ว่าดยุกแห่งแดนเหนือจะมีชื่อเสียงในเื่ของความเ็าและโหดร้าย แต่ก็ยังมีตระกูลที่กระหายอยากจะเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เพียงแต่คนผู้นั้นไม่สนใจ จนอายุปาเข้าไปยี่สิบห้าปีแล้วก็ยังไม่มีดัชเชสคู่ใจเสียที นั่นก็ถือว่าเป็ผลดีสำหรับเขาที่หวังใช้อิทพลของพยัคฆ์ทมิฬคุ้มกะลาหัวอยู่เช่นกัน ใครที่ได้ลูกเขยเป็ดยุกผู้นี้สามารถชูคอเดินทั่วตลาดได้เป็สิบปีเลยด้วยซ้ำไป
มีคนผู้นั้นเกี่ยวดองกับครอบครัวก็เหมือนเพิ่มพูนอำนาจให้ตระกูลของตน นับเป็โชคดีของราชวงศ์สุด ๆ เลยต่างหากที่ได้อีนิกม่าผู้นี้มาครอง แต่เสียใจด้วยท่านพ่อที่รัก คนคนนั้นเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียวต่างหากหาใช่ของราชวงศ์แต่อย่างใด
“เ้าไม่ต้องกังวล เดี๋ยวพ่อจะออกราชโองการพระราชทานสมรสให้เ้ากับดยุกแห่งกราเซียเอง”
เรนเดลยิ้มรับ เขากล่าวขอบคุณผู้เป็บิดา ก่อนจะขอตัวกลับ
ทางรอดของเขาเป็รูปเป็ร่างได้เสียที
“จริงสิต้องบอกท่านแม่ด้วยนี่” เมื่อคิดได้ดังนั้นเรนเดลก็รีบกลับห้องตัวเอง
“ลอยด์ ไปบอกคนให้เตรียมม้าให้ข้าที และเก็บของสำหรับเดินทางสามวันให้ข้าด้วย” เขาบอกข้ารับใช้คนสนิท
ลอยด์มีสีหน้าสงสัยแวบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไป แต่เรนเดลสังเกตเห็นเสียก่อน
“ข้าจะแต่งงาน ก็ต้องบอกท่านแม่สิ รถม้าของท่านน่าจะยังไปไม่ไกล ข้าน่าจะขี่ม้าไล่ตามไปทัน ถึงอย่างไรข้าก็อยากบอกเื่นี้กับแม่ด้วยตัวเอง” ลอยด์ยิ้มก่อนจะรับคำของเขาแล้วแยกตัวออกไป เพื่อทำตามคำสั่งของผู้เป็นายที่เขารับใช้
เรนเดลเปลี่ยนชุดจากชุดลำลองสบาย ๆ เป็ชุดที่ทะมักทะแมงสำหรับขี่ม้าโดยเฉพาะ เมื่อก้าวออกจากประตูปราสาท ม้าตัวโปรดของเขาก็ปรากฏขึ้นในสายตาทันที เขารีบเดินเข้าไป ข้าง ๆ มีลอยด์ที่ถือถุงผ้าสัมภาระรออยู่
“ข้าจะไปคนเดียว พวกเ้าไม่ต้องตามมา” เขาเอ่ยกับอัศวินที่เตรียมพร้อมอยู่ด้านหลังของลอยด์ พวกเขามีสีหน้าลำบากใจ แต่ก็ไม่ใช่เื่ที่องค์ชายอย่างเขาต้องกังวลอยู่ดี อย่างไรเสียกว่าพระบิดาจะออกสมรสพระราชทานให้เขาก็ต้องผ่านการร่างต่าง ๆ นา ๆ ล้วนแต่ใช้เวลาทั้งสิ้น เขากลับมาทันรับราชโองการแน่นอนอยู่แล้ว
ร่างสูงโปร่งขึ้นควบม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตบเท้าเข้ากับลำตัวของมัน อาชาคู่ใจก็ตระบึงพุ่งไปด้านหน้า ผ่านประตูรั้ววังออกไปสู่โลกด้านนอกกำแพงสูงเพียงใช้เวลาไม่นาน ถ้าให้เดารถม้าตระกูลของมารดาน่าจะยังไปได้ไม่ไกลมากนัก อาจจะได้เจอตามทางที่ไปอาณาจักโซนาริสบ้านเกิดของนาง ไม่ก็อาจจะเจอตามโรงแรมตามทาง ไม่ยากนักหรอก