ระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ)

    ตอนที่ 54 เป็นเพียงแค่ฝุ่นฝง

            ไครเซอร์หยิบมันขึ้นมาส่องด้วยนัยน์ตาที่เปล่งประกาย ของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับCมีสีม่วงราวกับเป็นอัญมณี ถ้ามองเข้าไปยังของเหลวนั่นก็จะเห็นว่ามันมีละอองแสงสีเงินที่แปลกตาเป็นจุดเล็กๆอยู่ด้วย ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันก็สร้างความสงสัยให้กับไครเซอร์อยู่ไม่น้อย มันแตกต่างไปจากระดับF ระดับEและระดับDจากก่อนหน้านี้ลิบลับ ทั้งสีรวมถึงอานุภาคที่หนาแน่นของพลังงานอีก


            ขณะที่คิดอยู่นั่นเสียงของระบบก็ได้ดังขึ้น


            < โฮสต์นี่โง่จริงๆ ของเหลวกระตุ้นเซลล์ก็ใช้ว่าพวกมันทั้งหมดจะเหมือนกัน ที่โฮสต์เห็นในของเหลวนั่นก็คือปรากฏการณ์ที่ถูกเรียกันว่าคริสตัลนาโนไนท์ ว่ากันว่าพลังงานคริสตัลนี้คือสสารแห่งจักรวาลที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น มันคือพลังงานอานุภาคที่มีพลังอันหนาแน่น เมื่อสสารแห่งจักรวาลถูกบีบอัดจนเกินขีดจำกัด ละอองแสงของคริสตัลนาโนไนท์จะปรากฏขึ้นในสสารแห่งจักรวาล อันที่จริงโฮสต์อย่าไปสงสัยอะไรมันเลย บอกง่ายๆว่ามันคือสสารแห่งจักรวาลนั่นแหละ ยิ่งของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับBหรือสูงกว่านี้ไม่ต้องพูดถึง โฮสต์จะพบเจอละอองแสงสีเงินนี้อัดแน่นอยู่เต็มไปหมดเลยละ >


            คำตอบของระบบได้ทำให้ชายหนุ่มหายสงสัยอยู่ไม่น้อย


            "ก็พอจะเข้าใจอยู่หน่อยละว่าทำไมของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับCขึ้นไปถึงได้แตกต่างจากที่แล้วมา ดูเหมือนว่านักสู้แห่งดวงดาวถ้าพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่4ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ร่างกายจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นซึ่งเทียบไม่ได้กับ3ระดับก่อนหน้านี้ การที่จะต้องใช้สสารแห่งจักรวาลเพิ่มเป็นเท่าตัวในการสร้างของเหลวกระตุ้นเซลล์ก็คงจะสมเหตุสมผลดี"


            ไครเซอร์รู้ดีถึงการพัฒนาของสิ่งมีชีวิต นักสู้แห่งดวงดาวไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนพวกเขาก็จะต้องพบเจอเหมือนกัน ระดับ1-3จะเป็นเพียงแค่การปูทางเพื่อเสริมสร้างร่างกายเท่านั้น แต่ทว่าเมื่อพวกเขาพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่4 มันจะเป็นความแตกต่างจากที่แล้วมาลิบลับ ทั้งพลัง ความเร็ว ความคงทน ประสาทสัมผัสก็จะยกระดับขึ้นหลายเท่าและมันยังไม่หมดแค่นั้น การพัฒนาพลังของนักสู้แห่งดวงดาวถูกแบ่งออกเป็น3ขั้นใหญ่ๆ ซึ่งนั่นก็คือขั้น4 ขั้น7และขั้น10 มันคือการยกระดับอย่างก้าวกระโดดที่ไม่ว่าทุกคนเมื่อพัฒนาไปถึงแล้วก็จะต้องพบเจอการเปลี่ยนแปลงของมัน แล้วเขาไม่รู้หรอกนะว่านักสู้แห่งดวงดาวจะใช่จุดสิ้นสุดของการวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์หรือไม่ แต่เขาเชื่อได้เลยว่ามันจะต้องมีอีกอย่างแน่นอน


            คำถามของชายหนุ่มแน่นอนแล้วว่าระบบจะต้องเป็นผู้ตอบมันออกมา


            < ใช่แล้ว!! โฮสต์ก็ไม่ได้โง่นี่ นักสู้แห่งดวงดาวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยในจักรวาล ระดับดาวเคราะห์ ระดับดาวฤกษ์ ระดับคอสมิก ทั้งหมดคือขั้นพลังที่จะต้องก้าวเดินไป อย่าลืมนะว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่กว่าที่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆจะคาดคิดไว้เยอะ อย่างเช่นโลกที่โฮสต์อยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นผงในจักรวาลเท่านั้น โลกอยู่ริมขอบของจักรวาลที่ห่างไกล ซึ่งมันถูกเรียกว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือก ภายในกาแล็กซี่มีดวงดาวหลายล้านดวงที่ล่องลอยไปมาและเมื่อออกไปจากกาแล็กซี่แล้ว โฮสต์ก็จะได้เปิดหูเปิดตาและสัมผัสถึงสิ่งที่เรียกว่าเป็นโลกที่แท้จริง ภายนอกแห่งนั้นเต็มไปด้วยริปเปอร์ที่ไร้เทียมทานและผู้ทรงอิทธิพลอยู่นับไม่ถ้วน >


                    ไครเซอร์ได้แต่ทำสีหน้าประหลาดใจกับขั้นพลังของการวิวัฒนาการ หลังจากนักสู้แห่งดวงดาวก็จะเป็นระดับดาวเคราะห์หรอ แล้วหลังจากนั้นยังมีดาวฤกษ์อีก มันอะไรกันละนั้น ยังมีขั้นพลังระดับคอสมิกอีก จะบอกว่าสมาพันธ์แห่งดวงดาวเต็มไปด้วยคนที่มีพลังระดับนี้หรอ


            แต่เมื่อชายหนุ่มจะถามขึ้นมาต่อระบบก็ได้พูดเบรกเขาออกมาก่อน


            < โฮสต์ยังไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดในตอนนี้ พลังของโฮสต์ตอนนี้เป็นเพียงแค่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3เท่านั้น ข้อมูลเชิงลึกมากมายโฮสต์ยังไม่สมควรที่จะได้รับรู้มัน ยิ่งรู้มากเท่าไหร่โฮสต์ก็จะยิ่งรู้ว่าตัวของตนเองมันเล็กยิ่งกว่าฝุ่นฝงในจักรวาลซะอีก แต่ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนั้นไปเลย เมื่อมีระบบสุดยอดตัวร้ายอย่างเช่นเราอยู่ โฮสต์จะปกครองจักรวาลในอนาคตได้อย่างแน่นอน >


            ระบบพูดจบก็ไม่ได้อธิบายอะไรออกมาอีก มันทำให้ชายหนุ่มนั้นส่ายหัวอยู่เล็กน้อย นั่นสินะ ตัวของมันตอนนี้ยังเพิ่งเริ่มต้นในเส้นทางของพลังเท่านั้นเอง การจะเป็นริปเปอร์ที่ไร้เทียมทานได้นั้นตัวของเขาจะต้องผ่านประสบการณ์ต่างๆมากกว่านี้ เส้นทางที่ชายหนุ่มเลือกเดินแน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องไม่จบที่โลก


            "เฮ้อ รู้ไปตอนนี้ก็ปวดสมองเปล่าๆ รีบพัฒนาพลังของตนเองดีกว่า"


            ชายหนุ่มกระดกของเหลวสีม่วงเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว ของเหลวกระตุ้นเซลล์ไหลผ่านลงไปยังลำคอเหมือนอย่างเช่นรอบก่อนๆ แต่ในครานี้เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนเช่นก่อนหน้านั้นแล้ว ของเหลวนี้กลืนกินง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ มันไหลผ่านลงไปราวกับไม่มีอะไรอยู่เลยมันเสมือนกับว่าเขากำลังดื่มอากาศเข้าไปยังไงยังงั้น


            ทันทีที่ของเหลวกระตุ้นเซลล์สีม่วงได้เข้าสู่ร่างกายแล้ว สสารแห่งจักรวาลที่บีบอัดเป็นของเหลวก็ได้ระเบิดและไหลผ่านไปทั่วทั้งร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว มันเข้าแทรกซึมไปทั่วทุกเซลล์ภายในร่าง


            "ฮ่าห์ เป็นความรู้สึกที่เบาสบายจริงๆ!!"


            เสียงครางดังขึ้นจากในลำคออยู่นิดๆ ร่างกายของไครเซอร์เหมือนได้รับการพัฒนาขึ้นในทันที เซลล์นับไม่ถ้วนเดือนพล่านและส่องประกายไปด้วยแสงสว่างสีม่วง กล้ามเนื้อทุกส่วนก็ถูกบีบอัดไปมาอย่างต่อเนื่อง พละกำลัง ความเร็วและสิ่งอื่นๆกำลังยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ถึงจะไม่ทำให้เขาพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่4 แต่เซลล์ที่อยู่ภายในร่างกายโดยรวมของเขาก็เพิ่มมากถึง70% บอกง่ายๆว่าชายหนุ่มสามารถย่นระยะทางในการพัฒนาพลังได้ถึง7ส่วน อย่าลืมนะว่านักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4คือเส้นทางการพัฒนาพลังขั้นใหญ่ ไม่แปลกใจเลยที่ของเหลวกระตุ้นเซลล์จะไม่ได้ทำให้พัฒนาขึ้นได้อย่างสมบูรณ์


            อันที่จริงถ้าไครเซอร์มีของเหลวระดับBหรือสูงกว่านั้นละก็ เขาคงจะพัฒนาพลังขึ้นสู่ขั้นที่4ได้เลยด้วยซ้ำ เผลอๆอาจจะทะลุระดับไปยังนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่5เลยก็เป็นได้ แต่ถึงจะบอกว่าแบบนั้นตัวของชายหนุ่มก็คงจะไม่มีแต้มตัวร้ายเพียงพอในการซื้อมันอย่างแน่นอน ต่อให้จะใช้เครดิตในการซื้อมัน พวกเขาก็คงจะหมดหลายหมื่นอย่างแน่นอน


    ตัดกลับมาทางอีกด้านนึงที่นอกห้องการฝึกฝนพิเศษ บอสใหญ่ขององค์กรเงามืดอย่างไซเนอร์ก็ได้แวะมาเยี่ยมเยียนในตัวของไครเซอร์


            "น่าเสียดายนะ นายมาผิดเวลาแล้วละ บอสตอนนี้กำลังฝึกฝนพลังเพื่อทดลองพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่4อยู่"


             ไอรอนพูดขึ้นพลางเสริฟ์น้ำชาให้กับแขกของตน ชายวัยกลางคนถึงกับประหลาดใจว่าชายหนุ่มคนนี้มาบ่อยเหลือเกิน โดยปกติแล้วตอนที่บอสไครเซอร์ยังไม่มา พวกเขาทั้งสองแทบจะไม่เคยพบเจอหน้ากันหรือมานั่งพูดคุยกันเช่นนี้เลย


            "อะไรกันเนี่ย? เขาเก็บตัวอยู่หรอ ว่าจะมาถามถึงเรื่องการทำลายล้างสมาคมจิ้งเหลนเพลิงซักหน่อย"


            ชายหนุ่มผมดำได้แต่นั่งบ่นพึมพำอย่างเสียดาย แต่ในขณะเดียวกันมือของเขาก็หยิบแก้วน้ำชาและยกมันขึ้นมาดื่มอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาดูสบายเมื่อได้ลิมรสชาติของมัน เรื่องงานมันก็เป็นส่วนนึง แต่ที่เขาชอบเลยก็คือของที่เอาเสริฟ์ให้แขก รอบก่อนตัวของมันถึงกับติดใจในรสชาติเลยเชียวละ


            "ชาขององค์กรสเปคเตอร์นี่ดีจริงๆ นายไปซื้อที่ไหนมาละไอรอน"


    คล้ายกับเรื่องระบบตัวร้ายพันธุกรรมป่วนฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน