ผู้อาวุโสที่อยู่บนลานทดสอบนั้นได้อธิบายกฎการทดสอบให้แก่ศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบ โดยการทดสอบจะแบ่งออกเป็นสองรอบ รอบแรกคือการสังหารสัตว์อสูรระดับหลอมรวมระยะต้นที่ทางสถาบันเตรียมไว้ แน่นอนว่าสามารถยอมแพ้ได้แล้วผู้อาวุโสจะเข้าไปช่วย และถ้าเห็นว่าศิษย์กำลังตกอยู่ในอันตรายจะผู้อายวุโสก็จะเข้าไปช่วยเช่นกัน
ส่วนรอบที่สองนั้นก็เจอกับสัตว์อสูรเช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ ไม่ใช่การสังหารแต่เป็นการหลบหนี หลีกเลี่ยงการโจมตี เพราะรอบที่สองจะต้องเจอกับสัตว์อสูรระดับหลอมรวมขั้นสุด ซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับหลอมรวมระยะต้นค่อนข้างมาก พวกเขาจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ภายใน 15 นาที
หวังเฟยหลงพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากคำบอกเล่าของพี่น้องตระกูลฉู่นั้น ศิษย์ในจะต้องออกไปทำภารกิจเป็นส่วนมาก ทั้งการออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์หรือแม้แต่จะทำภารกิจเพื่อหาแต้มมาใช้ภายในสถาบัน เพื่อที่จะพัฒนาตัวเอง การทดสอบเป็นศิษย์ในนอกจากจะต้องแข็งแกร่งแล้วยังต้องสามารถสังหารและหลบเลี่ยงเพื่อเอาชีวิตรอดจากสัตว์อสูรหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดฝันอื่นๆให้ได้ด้วย
หลังจากอธิบายเสร็จแล้ว ผู้อาวุโสก็เริ่มเรียกผู้เข้าสอบทีละคนโดยเรียกจากอันดับที่ 10 ไปถึงอันดับหนึ่ง ในตอนนี้หวังเฟยหลงที่สามารถเอาชนะหลินอี้เหยาได้ก็ได้ขึ้นไปอยู่อันดับ 1 หมายความว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับการทดสอบ นอกจาหหวังเฟยหลงที่อยู่ระดับรวบรวมระยะปลายแล้ว คนอื่นๆใน 10 อันดับแรกก็ได้ไปถึงระดับหลอมรวมกันหมดแล้ว โดยเฉพาะอันดับ 2 และ 3 ที่ตอนนี้ไปถึงระดับหลอมรวมระยะกลาง นอกจากนี้ อันดับ 4 และ 5 ก็ไปถึงเลเวล 23 แล้ว หวังเฟยหลงคิดว่าทั้ง 4 คนนี้ คงจะผ่านอย่างแน่นอน ส่วนคนอื่นๆ หวังเฟยหลงไม่แน่ใจ ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์และวรยุทธ์ของพวกเขา
‘ ผ่านไปไม่กี่เดือนดูเหมือนพวกเขาจะพัฒนาขึ้นมากเลย เอาเถอะ อย่างน้อย 4 สินะ แต่ว่าให้หลบหลีกสัตว์อสูรระดับหลอมรวมระยะขั้นสุด มันค่อนข้างโหดเหมือนกันนะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงกระหายวรยุทธ์ระดับสูงแม้จะต้องใช้วิธีการสกปรกก็ตาม ’
การทดสอบเริ่มขึ้น ผู้อาวุโสก็ปล่อยสัตว์อสูรออกจากกรงขัง มันคือพยัคฆ์เขาเดียว มันเป็นสัตว์อสูรที่โดดเด่นเรื่องของสมดุล มันถือเป็นสัตว์อสูรระดับหลอมรวมระยะต้นที่แข็งแกร่งตัวหนึ่ง ที่สำคัญคือมันจะดุร้ายมากขึ้นในเวลาที่มันหิวหรือโกร๔และแน่นอนว่าทางสถาบันปล่อยให้มันหิวเพื่อที่มันจะดุร้ายมากที่สุด
เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้นไม่นาน ผู้เข้าทดสอบคนแรกก็ต้องตกรอบไป เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรสัตว์อสูรได้เลย อีกทั้งยังพลาดท่าจนผู้อาวุโสต้องเข้าไปช่วยอีก เมื่อเทียบกับผู้ฝึกวรยุทธ์แล้วถึงสัตว์อสูรจะมีระดับเท่ากัน แต่สัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งกว่าอยู่หลายส่วน หลังจากคนแรก ผู้อาวุโสก็เรียกคนต่อไปทันที การทดสอบดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงอันดับที่ จนกระทั่งถึงอันดับที่ 5 เขาใช้เวลาอยู่ราวๆ 15 นาทีในการสังหารสัตว์อสูร ถึงจะสามารถสังหารได้ สภาพของเขาก็ไม่ได้ดูดีมากนัก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กๆน้อยๆที่ถูกสัตว์อสูรโจมตี
การทดสอบก็ดำเนินต่อไปหลังจากอันดับที่ 5 ทุกคนก็เริ่มผ่านรอบแรก แม้จะลำบากแต่ก็ผ่านมาได้อย่างฉิวเฉียด จะมีคนที่ผ่านได้ไม่ยากก็คือ อันดับ 2 และ 3 พวกเขาผ่านการทดสอบมาได้โดยไร้บาดแผลโดยใช้เวลาในการสังหารสัตว์อสูรไม่ถึง 10 นาที
ตอนนี้ก็มาถึงการทดสอบรอบแรกของหวังเฟยหลง เขาเข้าไปที่ลานทดสอบโดยท่าทางใจเย็น ทุกๆคนต่างก็คาดหวังในความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลง เมื่อหวังเฟยหลงอยู่ในลานทดสอบแล้วผู้อาวุโสก็ได้ให้สัญญาณเริ่มการทดสอบ กรงของสัตว์อสูรก็ถูกเปิดออก พยัคฆ์เขาเดียวที่หิวโซอย่างหนักก็รีบพุ่งออกมาจากกรงก่อนจะมองไปรอบๆและเห็นหวังเฟยหลง มันคำรามด้วยท่าทางน่าเกรงขาม หวังเฟยหลงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ เขาไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย
พยัคฆ์เขาเดียวไม่รอช้า ด้วยความหิวโหยมันพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงอย่างรวดเร็วหมายขย้ำคอของหวังเฟยหลงให้ฉีกกระชาก หวังเฟยหลงยิ้มอย่างใจเย็นและเคลื่อนที่หลบการโจมตีของมันอย่างง่ายดาย ทำให้มันพุ่งผ่านไป แต่หวังเฟยหลงยังไม่ได้โจมตีมัน เขายังคงยืนนิ่งและมองมันอย่างใจเย็น
‘ เอาละ มาให้ข้าทดสอบการพัฒนาการของตัวข้าเองหน่อยสิ ว่าข้าแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน?? ’
หวังเฟยหลงยืนมือออกไปข้างหน้าและกวักมือเรียกด้วยท่าทีท้าทาย แม้พยัคฆ์เขาเดียวมันจะไม่เข้าใจแต่มันก็เหมือนจะรู้ว่าหวังเฟยหลงกำลังท้าทายมันอยู่ มันคำรามด้วยความโกรธที่มากขึ้นกว่าเดิม คราวนี้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของมันเพิ่มขึ้นมาก และก็พุ่งเข้าใส่พร้อมตะปบไปที่หน้าอกของหวังเฟยหลง หวังเฟยหลงยิ้มและหลบไปด้านข้างเล็กน้อย ทำให้การโจมตีของมันพลาดอีกครั้ง
ผู้คนที่มองดูการทดสอบต่างก็ประหลาดใจเล็กน้อย ที่หวังเฟยหลงสามารถหลบได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร มันเหมือนกับว่าหวังเฟยหลงกำลังเล่นกับพยัคฆ์เขาเดียวอย่างไรอย่างนั้น นอกจากจะประหลาดใจแล้ว พวกเขายังสับสนด้วยว่าเหตุใดหวังเฟยหลงถึงเอาแต่หลบไม่โจมตีกลับ
“ ดูเจ้าเด็กนั่นสิ!! หลายเดือนที่ผ่านมาเจ้าเด็กนั่นแข็งแกร่งขึ้นมาก เขาเลยพยายามทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองด้วยการทดสอบนี้ ให้ตายสิ!! ”
“ เขาเป็นเด็กที่พัฒนาได้รวดเร็วอย่างมาก ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ ศิษย์ชั้นในจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนขอรับ ”
“ อืม เขาจะสร้างพายุการเปลี่ยนแปลงแน่นอน…คอยจับตาดูพวกนั้นไว้ อย่าให้เล่นตุกติดอะไรได้อีก ”
ลู่หยางกับชิงเหมาที่กำลังดูการทดสอบของหวังเฟยหลงเห็นการพัฒนาของหวังเฟยหลงก็อดประหลาดใจกับความเร็วในการพัฒนาของหวังเฟยหลง แน่นอนว่าตอนนี้หวังเฟยหลงได้ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งด้วยเช่นกัน ลู่หยางมองไปที่ทิศทางหนึ่งที่มีชายชรากลุ่มหนึ่งอยู่ด้วยสายตาเย็นชา
กลับมาที่หวังเฟยหลง เมื่อเขาหลบการโจมตีได้อีกครั้ง เขาก็ตัดสินใจเรียกอาวุธออกมา ดาบและโล่เล็กปรากฏขึ้น ครั้งนี้หวังเฟยหลงไม่ได้หลบการโจมตี เมื่อพยัคฆ์เขาเดียวพุ่งเข้าใส่พร้อมกับตะปบโดยใช้แขนของมัน หวังเฟยหลงก็ยกโล่ขึ้นป้องกันการโจมตี ทำให้ผู้คนที่กำลังดูรู้สึกหวาดเสียวแทน แม้ว่าหวังเฟยหลงจะเก่งอย่างไรแต่ระดับพลังก็ห่างกับสัตว์อสูร ไม่ว่าจะมองอย่างไร สัตว์อสูรก็ยังมีพลังมากกว่าอยู่ดี
มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ หวังเฟยหลงมีพลังที่น้อยกว่า แต่ก็ไม่ได้มากนัก เขาเพียงกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อยเท่านั้น และมันสร้างความประหลาดใจให้พวกเขามากยิ่งขึ้น มันหมายความว่าหวังเฟยหลงแข็งแกร่งใกล้เคียงกับ พยัคฆ์เขาเดียว ที่แม้แต่ผู้อยู่ระดับหลอมรวมระยะต้นยังไม่สามารถวัดพลังตรงๆกับมันได้เลย
“ เอาละ ได้เวลาจบการทดสอบแล้ว!! ”
หวังเฟยหลงยิ้มอย่างพอใจ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาแข็งแกร่งในระดับไหน พยัคฆ์เขาเดียวพุ่งเข้าใส่อีกครั้งพร้อมตะปบ หวังเฟยหลงพุ่งสวนเข้าไปหาพยัคฆ์เขาเดียว เขาเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับใช้ดาบฟันเข้าไปที่ลำตัว ปรากฏแผลลากยาวช่วงลำตัว มีเลือดไหลเล็กน้อย เนื่องจากหนังที่หนาทำให้มันเป็นแผลที่ไม่ลึกมากพอ พยัคฆ์เขาเดียวคำรามด้วยความเจ็บปวด มันมองหวังเฟยหลงด้วยสายตาที่โกรธมากกว่าเดิม แต่มันก็เริ่มที่จะระวังตัวจากหวังเฟยหลง มันรู้แล้วว่าหวังเฟยหลงไม่ใช่เหยือที่มันจะสามารถล่าได้ง่ายๆ
“ ก็นะ!! อย่างไรเสียก็มีความต่างเรื่องระดับพลัง ทำให้การโจมตีธรรมดาไม่อาจสังหารมันได้!! ”
ไม่รอช้าหวังเฟยหลงไม่ทันได้ให้มันได้เคลื่อนไหว เขาเลือกที่จะใช้สกิล ก้าวไร้เสียง พร้อมกับ ดาบขุนเขา โจมตีไปที่พยัคฆ์เขาเดียว มันพยายามกระโดดหลบแต่เนื่องจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของหวังเฟยหลงทำให้พยัคฆ์เขาเดียวหลบไม่ทัน โดนการโจมตีของหวังเฟยหลงเข้าไปอย่างจัง
ฉึก!! เกิดแผลลึกมากที่ลำตัว เลือดไหลอย่างรวดเร็วราวกับน้ำตก ตอนนี้พยัคฆ์เขาเดียวเคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้มันได้ตั้งตัว เขาพุ่งเข้าใส่พร้อมกับฟันไปที่คอของพยัคฆ์เขาเดียวอย่างรวดเร็ว หวังเฟยหลงตัดคอของพยัคฆ์อย่างง่ายดาย เลือดสาดกระเส็นไปทั่วทั้งบริเวณก่อนจะค่อยๆหยุดลง
การที่หวังเฟยหลงสามารถสังหารพยัคฆ์เขาเดียวได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ทำให้ทุกๆคนที่เห็นตกตะลึงอย่างมาก เหล่าผู้อาวุโสต่างก็อิจฉาที่ผู้นำหรือลู่หยางได้รับหวังเฟยหลงเป็นศิษย์ แต่ก็มีคนที่มองหวังเฟยหลงด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวเช่นกัน เขาคือชายชราที่ลู่หยางมองด้วยสีหน้าเย็นชา
“ พวกเจ้าจงจำไว้ว่า หลังจากนี้อย่าให้พลาดอีก ไม่เช่นนั้นแผนของพวกเราจะล่มไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน ”
“ ขอรับ!! หลังจากนี้ลู่หยางกับชิงเหมาจะไม่สามารถปกป้องหวังเฟยหลงไปได้ตลอดแล้วขอรับ พวกเราจะสามารถลงมือได้มากขึ้น ท่านไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากนี้ หวังเฟยหลงจะไม่มีทางรอดชีวิตไปได้ตลอดแน่นอน ”
“ ดี!! อย่าได้ปล่อยให้มันรอดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นในอนาคตมันจะมาขวางทางเราอย่างแน่นอน ”
ชายชรามองหวังเฟยหลงด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นก็หันไปมองลู่หยาง ก่อนจะเดินทางออกจากลานทดสอบพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ติดตามเขา ลู่หยางมองไปที่กลุ่มชายชราที่เดินออกจากลานทดสอบไปเช่นกัน จากนั้นเขาก็หันกลับมาดูการทดสอบเช่นเดิม
“ หวังเฟยหลง ผ่าน!! ”
หลังจากหวังเฟยหลงสังหารพยัคฆ์เขาเดียวได้แล้ว ผู้อาวุโสที่ดูแลการทดสอบประกาศผลการทดสอบและรายชื่อของคนที่ผ่านการทดสอบ โดยคนที่ผ่านคืออันดับ 1-5 ซึ่งก็อยู๋ในการคาดเดาของใครหลายๆคน แต่ที่ยากที่สุดคือคนที่จะสามารถผ่านการทดสอบที่สองได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสัตว์อสูรที่จะเจอมันแข็งแกร่งกว่าพยัคฆ์เขาเดียวอย่างมาก และศิษย์นอกส่วนมากจะไม่เคยเจอกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง
การทดสอบทั้งสองนี้สำหรับคนอื่นอาจจะยากแต่สำหรับหวังเฟยหลงนั้นต่างออกไป เขามีประสบการณ์พวกนี้อยู่แล้ว โดยปกติแล้วจะมีคนผ่านเข้าเป็นศิษย์ในได้อย่างมากก็แค่ 2-3 คนเท่านั้น และปีนี้ก็เช่นกัน
“ การทดสอบที่สองจะเริ่มต้นแล้ว ”
ผู้อาวุโสที่ดูแลการทดสอบไม่ได้ให้เวลาพัก เขาเริ่มต้นการทดสอบที่สองทันที และเมื่อสิ้นเสียงของผู้อาวุโสก็ได้มีผู้อาวุโสอีกกลุ่มหนึ่งกำลังช่วยกันลากกรงขนาดใหญ่เข้ามาในลานทดสอบ และสัตว์อสูรที่ใช้ในการทดสอบรอบนี้คือ ช้างสามงวง
มันเป็นช้างตัวใหญ่ที่มีหนึ่งหัวสองงา เพิ่มเติมคือ มันมีงวงทั้งหมดสามงวง มันได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ทรงพลังมากที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรระดับหลอมรวมทั้งหมด นอกจากจะตัวสูงใหญ่กว่า 4 เมตรแล้วมันยังสามารถควบคุมงวงทั้งสามของมันได้ตามใจ หมายความว่ามันสามารถใช้งวงทั้งสามโจมตีศัตรูพร้อมกันหรือป้องกันการโจมตีจากศัตรูหลายคนได้พร้อมกันนั่นเอง
แม้ว่ามันจะจะเคลื่อนไหวได้ช้าเมื่อเทียบกับสัตวูอสูรระดับหลอมรวมตัวอื่นๆ แต่มันก็ยังเป็นสัตว์อสูรที่รับมือยากอยู่ดี ทั้งหนาที่หนามากกว่าพยัคฆ์เขาเดียว ทำให้ยากที่จะสังหารมัน ถึงคนผู้นั้นจะอยู่ระดับหลอมรวมระยะปลายก็ตาม หรือแม้แต่ระดับกลั่นปราณระยะต้นก็ยังยากลำบากในการสังหาร ต้องบอกว่าโชคดีที่การทดสอบเป็นการหลบเลี่ยงการโจมตีของมัน
“ เลเวล 30 ระดับหลอมรวมระยะขั้นสุด สินะ!! ต้องบอกว่าในความโชคดีก็ยังมีความโชคร้ายอยู่ ”
หวังเฟยหลงสำรวจช้างสามงวง ต้องบอกว่าแม้มันจะมีความเร็วที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับพยัคฆ์เขาเดียว แต่มันก็มีสามงวงเพื่อเป็นการชดเชยความเร็วมาก หากใครไม่ระวัง จะเป็นอันตรายแน่นอน เพียงแค่โดนการโจมตีครั้งเดียวสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมรวมระยะต้นได้สบายๆเลย แม้แต่กับหวังเฟยหลงก็ถือว่าอันตราย ยังดีที่นี้คือการทดสอบที่ผู้อาวุโสพร้อมจะเข้าไปช่วยหากเห็นว่ามันอันตรายจริงๆ
เมื่อสัตว์อสูรมาถึง ผู้อาวุโสก็ปล่อยมันออกจากกรง มันเป็นเช่นเดียวกับพยัคฆ์เขาเดียว มันกำลังหิวอย่างมากและมันกำลังเกรี้ยวกราดกว่าปกติ หมายความว่ามันจะโจมตีทุกคนที่มันพบเจอ มันสร้างความน่าหวาดกลัวให้เหล่าศิษย์ที่เห็น โดยเฉพาะเหล่าผู้เข้าร่วมการทดสอบ จากที่หวังเฟยหลงเห็น พวกเขากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับช้างสามงวง แต่สำหรับหวังเฟยหลงนั้นเขาตื่นเต้น เพราะเขาจะได้ทดสอบความสามารถของตัวเอง
“ เริ่มการทดสอบที่สองได้!! ”
หลังจากทุกอย่างพร้อมแล้ว ผู้อาวุโสจึงเริ่มการทดสอบ เขาเรียกชื่อตามอันดับเช่นเดิม คนแรกที่ถูกเรียก เขาเข้าไปในลานทดสอบด้วยท่าทีหวาดกลัว เขามองรอบๆ และเมื่อเขาเข้าไปในลานแล้ว ผู้อาวุโสจึงเริ่มจับเวลาทันที ศิษย์คนนั้นพยายามเคลื่อนไหวโดยหลบดายตาของช้างสามงวง
แต่ว่าเขาก็หลบได้ไม่นานก็ถูกพบเห็นแล้วช้างสามงวงเห็นก็พุ่งเข้าใส่ทันที แต่มันก็เคลื่อนไหวได้ค่อนข้างช้า ช้ากว่าพยัคฆ์เขาเดียวเสียอีก แต่ศิษย์คนนั้นหลบการโจมตีของช้างสามงวงได้อย่างหวุดหวิด