ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 124 : ทักษะยุทธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

    คำๆนั้นทำให้รูม่านตาของหนี่ซวงเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ “ผู้เฒ่าเหอ! ท่านหมายความว่าอย่างไร!? ท่านกล้าเรียกเฟยหยางของข้าว่าเป็นขยะงั้นรึ!?”


    นางดูเหมือนเสือตัวเมียที่โกรธจัด คำพูดของผู้เฒ่าเหอไม่ต่างจากการต่อว่าตระกูลหนี่ทางอ้อมเสียด้วยซ้ำ


    หนี่เหิงเหยียนไม่ได้พูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว เขาเพียงแค่ขมวดคิ้วและกำลังคิดบางสิ่งอยู่ในใจ


    แม้คำพูดของผู้เฒ่าเหอจะฟังดูแทงใจดำ แต่มันเป็นสัจธรรมของผู้ที่ถือครองจิตวิญญาณพฤกษา 


    โดยทั่วไปผู้ที่ครอบจิตวิญญาณพฤกษาไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถพัฒนาระดับจิตวิญญาณได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และโดยส่วนใหญ่ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับจิตวิญญาณพฤกษาเลือกที่จะหันหลังให้แก่ศิลปะการต่อสู้และเข้าสู่อาชีพอื่นๆแทน


    เพราะต่อให้เอาจิตวิญญาณพฤกษาออกมาต่อสู้ แต่มันก็ถูกกำหนดให้แพ้พ่ายต่อจิตวิญญาณยุทธ์ในรูปแบบอื่นๆอยู่ดี


    ยิ่งหากต้องพบกับผู้ที่มีจิตวิญญาณยุทธ์ธาตุอัคคีด้วยแล้ว นั่นไม่ต่างจากการการันตีความพ่ายแพ้แก่ผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณพฤกษาเลย


    แต่จางหลินไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าจิตวิญญาณพฤกษาของเขาไม่เหมือนกับของคนทั่วไป มันมีคุณสมบัติหลากหลายที่แม้แต่เขาก็ยังไม่สามารถไขให้กระจ่างได้


    ผลสุดท้ายจางหลินตัดสินใจหยิบป้ายของผู้เฒ่าเฉาออกมาและแสดงให้ผู้เฒ่าเหอดู “หากข้ามีป้ายนี้ ข้าจะสามารถเข้าถึงทักษะยุทธ์บนชั้นที่สูงกว่านี้ได้หรือไม่?”


    เมื่อเห็นว่าจางหลินยังคงไม่ยอมแพ้ ผู้เฒ่าเหอขดมุมปากอย่างเหยียดหยาม ‘คิดจะใช้อำนาจของตระกูลหนี่ในการเข้าถึงทักษะยุทธ์ที่ระดับสูงกว่านี้งั้นรึ? เจ้าหนูนี่กล้าดีจริงๆ!’


    ‘ที่นี่คือสำนักจักรพรรดิดารา! ไม่ใช่ตระกูลหนี่! ดูเหมือนว่าหากข้าไม่สั่งสอนเจ้าหนูนี่ว่าฟ้าสูงแค่ไหน เขาคงเหิมเกริมกับสถานะของตระกูลหนี่ในสำนักไปอีกนาน’


    แต่ก่อนที่ชายชราจะได้พูดในสิ่งที่ตนเองคิด จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างราวกับเห็นผีในเวลากลางวันแสกๆ “เอ๊ะ!?”


    สีหน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป เมื่อมองเห็นอักขระบนแผ่นป้ายในมือของจางหลิน “นะ-นั่นคือ...ป้ายของผู้เฒ่าเฉา!”


    ในสำนักจักรพรรดิดารา ผู้อาวุโสทุกคนย่อมรู้ดีว่าป้ายของผู้เฒ่าเฉาอยู่ในระดับสูงสุดเทียบเท่ากับรองเจ้าสำนัก นั่นหมายความว่า ขอเพียงแค่ถือป้ายของผู้เฒ่าเฉา คนผู้นั้นจะสามารถสั่งการได้แม้แต่ผู้อาวุโสชั้นในทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หยุนเหวินที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลึกซึ้ง!


    ซึ่งจางหลินยังไม่รู้ว่าป้ายของผู้เฒ่าเฉานั้นมีอภิสิทธิ์มากเพียงใดในสำนัก...


    จางหลินเพียงแค่ดึงป้ายของผู้เฒ่าเฉากลับและถามว่า “ว่าอย่างไร? ตอนนี้ข้าสามารถเข้าถึงชั้นอื่นๆของหอทักษะยุทธ์ได้หรือไม่?”


    หัวใจของผู้เฒ่าเหอเต้นแรง เพราะเขารู้ดีว่าการที่ป้ายของผู้เฒ่าเฉาอยู่กับตัวของจางหลินหมายความว่าอย่างไร 


    ชายตรงหน้ามีสถานะเหนือกว่าตนเองไปแล้ว!


    ผู้เฒ่าเหอหัวเราะแห้งๆและประสานมืออย่างขอโทษขอโพยในทันที “นะ-นายน้อยท่านนี้ ขออภัยที่ข้าได้เสียมารยาทไป—”


    จากนั้นเขาก็ผายมือ “เนื่องจากท่านมีป้ายของผู้เฒ่าเฉา ท่านสามารถเลือกทักษะยุทธ์ในหอนี้ได้อย่างอิสระและไม่มีข้อจำกัดใดๆ”


    หนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนมองหน้ากันอย่างสับสน พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าป้ายของผู้เฒ่าเฉาจะทำให้หยุนเฟยหยางได้รับการต้อนรับที่ดีถึงขนาดนี้


    จางหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ และยังกล่าวย้ำด้วยเสียงเย็น “เรื่องที่ข้าถือครองป้ายของผู้เฒ่าเฉา ห้ามแพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด!”


    หัวใจของผู้เฒ่าเหอหล่นวูบถึงตาตุ่ม เขาประสานมือและตอบอย่างกระวนกระวาย “นายน้อยไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่แพร่งพรายเรื่องของท่านอย่างแน่นอน”


    การแสดงออกที่พึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของจางหลิน เขาหันไปหาหนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนพลันกล่าวว่า “พวกท่านรออยู่ที่นี่ ข้าจะไปหาทักษะยุทธ์ที่เหมาะสมเอง”


    “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเลือกเอง?” หนี่เหิงเหยียนเอ่ยถาม


    จางหลินพยักหน้าเบาๆ และเมื่อเห็นดังนั้นทั้งสองก็ไม่ขัดข้องอะไรอีกต่อไป พลางเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้ว่าง


    จางหลินริเริ่มเดินวนที่จากชั้นที่หนึ่งไปจนถึงชั้นที่หกของหอทักษะยุทธ์ เขาใช้มือลูบผ่านตำราทุกเล่ม และพยายามหมุนเวียนจิตวิญญาณพฤกษาเพื่อหาความเข้ากันได้ของทักษะยุทธ์และจิตวิญญาณยุทธ์


    โดยไม่รู้ตัวเขาได้เดินมาถึงชั้นที่แปดแล้ว และเขาก็ลูบตำราทักษะยุทธ์ต่อไปจนข้างหน้าหลงเหลือตำราทักษะยุทธ์เพียงแค่ไม่ถึงสิบเล่มเท่านั้น...


    ตุบ!


    แต่จู่ๆฝีเท้าของจางหลินก็หยุดชะงักด้วยความตกใจ เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณพฤกษาของตนมีปฏิกิริยาตอบสนองกับตำราเล่มหนึ่ง


    เขาหันไปมองและหยิบตำราเล่มนั้นออกมาจากชั้นวาง มันคือตำราเก่าแก่ที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน หน้าปกตำรามีตัวหนังสือเลือนลางถูกเขียนไว้ว่า《กลืนกินไร้กฎเกณฑ์》


    “กลืนกินไร้กฎเกณฑ์?” จางหลินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่พบว่าทักษะยุทธ์ที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อจิตวิญญาณพฤกษาของตน ไม่ใช่ทักษะยุทธ์ที่มีคุณสมบัติการรักษาและฟื้นฟู


    เมื่อพยายามพลิกตำราทักษะยุทธ์เพื่อดูเนื้อหาด้านในเขาก็พบว่า มีหน้ากระดาษของตำราถูกฉีกออกไปเป็นจำนวนมาก ราวกับว่ามีใครบางคนไม่ต้องการให้เรียนรู้ทักษะนี้อย่างไรอย่างนั้น


    ซ้ำร้ายหน้าที่ถูกฉีกออกไปยังเป็นหน้าแรกที่เป็นบทเกริ่นอีกต่างหาก นั่นทำให้เขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าทักษะยุทธ์นี้อยู่ในระดับใดและซ่อนความสามารถประเภทใดไว้กันแน่


    หลังจากพลิกตำราดูจนละเอียดเขาก็พบว่า หน้าที่ถูกฉีกออกไปมีมากถึงสิบห้าหน้า มันทำให้ตำราเล่มนี้กลายเป็นเพียงตำราทักษะยุทธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบไปโดยปริยาย


    นั่นหมายความว่าต่อให้ศึกษาตำราเล่มนี้จนละเอียด ก็ไม่สามารถเข้าถึงทักษะยุทธ์นี้เพราะมีเนื้อหาบางส่วนที่ขาดหายไป


    หากเขาดันทุรังที่จะฝึกฝนทักษะนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการฝึกฝนของเขาจะเกิดการเบี่ยงเบน และเขาอาจจะไม่สามารถพัฒนาเข้าสู่ขอบเขตที่สูงกว่าได้อีกตลอดชีวิต


    “ที่แท้มันก็เป็นแค่ทักษะที่ไม่สมบูรณ์แบบ…” จางหลินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาตัดสินใจที่จะวางตำรากลับลงที่เดิม


    แม้ว่าตำราทักษะยุทธ์นี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อจิตวิญญาณพฤกษา แต่หากไม่สามารถฝึกฝนได้นั่นก็เท่ากับว่าตำราเล่มนี้ไร้ค่าไปโดยปริยาย


    ทว่าก่อนที่จางหลินจะวางตำรากลับสู่ชั้น ทันใดนั้นจิตวิญญาณพฤกษาก็มีปฏิกิริยาบางอย่าง รอบลำต้นของต้นหลิวเผยให้เห็นแสงสีทองอร่ามตาสายใหญ่ค่อยๆหลั่งไหลเข้าสู่ตำราในมือของเขาอย่างไม่คาดคิด!


    วู้ม!


    ทันใดนั้นหน้ากระดาษบนตำราที่ถูกฉีกออกไปกลับปรากฏให้เห็นภาพลวงตาสีทองจางๆ และเขาก็มองเห็นตัวหนังสือตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ราวกับว่าตำราทักษะยุทธ์เล่มนี้ได้กลับคืนสู่สภาพดั้งเดิมอีกครั้ง!


    มันคือคุณสมบัติในฟื้นฟูของจิตวิญญาณพฤกษา!


    “การฟื้นฟู? จิตวิญญาณของข้าสามารถฟื้นฟูได้แม้แต่ตำราเลยงั้นรึ?” สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้จางหลินรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีจิตวิญญาณยุทธ์ที่สามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดหรือฟื้นฟูทำให้สิ่งนั้นกลับคืนสู่ต้นกำเนิดได้


    ซ้ำแล้วสิ่งที่เขาฟื้นฟูยังเป็นวัตถุที่ไม่มีชีวิตอีกต่างหาก!


    “แท้จริงแล้วคุณสมบัติของจิตวิญญาณพฤกษาของข้าคืออะไรกันแน่?” จางหลินทำได้เพียงตั้งคำถามในใจ


    แต่จางหลินรู้สึกประหลาดใจได้ไม่นาน ทันใดนั้นอักขระมากมายในตำราก็กลายเป็นลำแสงเข้าสู่กลางหน้าผากของเขา ทำให้เขาได้ยินเสียงเก่าแก่ดังก้องในจิตใต้สำนึก


    【สรรพสิ่งไร้หนทาง】


    【สรรพชีวิตไร้กฎเกณฑ์】


    【สวรรค์และโลกไร้ตรรกะ】


    【อำนาจของอมตะจะกลืนกินทุกสิ่งอย่างไร้ขอบเขต!】


    พริบตาเดียวดวงตาของจางหลินก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ เมื่อเขามองเห็นคำว่า《กลืนกินไร้กฎเกณฑ์》ในจิตใต้สำนึก


    นี่เป็นสภาวะเดียวกันกับในตอนที่เขาได้อ่านเนื้อหาของทักษะยุทธ์《การเปลี่ยนแปลงเจ็ดสิบสองประการ》อย่างไม่มีผิดเพี้ยน!

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน