บทที่ 20 กวาดล้าง
หลี่ลี่ออกหมัดอย่างรวดเร็ว จนนักเรียนรุ่นพี่คนนั้นเห็นเพียงภาพเบลอ ก่อนจะเห็นหลี่ลี่พุ่งเข้ามาหาตน เขารู้ดีว่าพลังของหลี่ลี่นั้นแข็งแกร่ง หากปะทะตรง ๆ คงไม่รอดแน่ จึงรีบหลบ พร้อมกับโจมตีเข้าที่สีข้างของหลี่ลี่
ทว่าหลี่ลี่ไม่ได้หยุดหรือหลบ กลับกันเขาพุ่งเข้าหาพร้อมกับเหวี่ยงแขนขวาเข้าใส่
ตอนนั้น หลี่ลี่หันข้างแล้วจึงออกหมัด ส่วนอีกฝ่ายหันหน้าเข้าโจมตีเต็มแรง คิดว่าตนได้เปรียบจึงเข้าปะทะโดยตรง
เสียงดังสนั่น! ชายคนนั้นโดนแรงเหวี่ยงของหลี่ลี่ จนล้มหัวคะมำ แม้จะไม่ได้รับาเ็ แต่ก็เสียท่าอย่างมาก ตอนที่ล้มลงไปนั้น บังเอิญไปขวางทางรุ่นพี่อีกคนที่กำลังจะเข้ามาล้อมหลี่ลี่พอดี
ส่วนอีกสี่คนที่เหลือ ก็มาถึงพอดี พวกเขาล้อมหลี่ลี่ได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้น ทั้งสี่คนก็ออกอาวุธพร้อมกัน หวังจะจัดการหลี่ลี่ให้ราบคาบ
หลี่ลี่โกรธมาก หากโดนล้อมเช่นนี้ ต่อให้ฝีมือหมัดมวยของเขาจะเก่งแค่ไหน ก็ต้านทานไม่ไหวแน่ เขาจึงพุ่งเข้าหารุ่นพี่คนที่อยู่ด้านหน้าทันที โดยไม่สนใจการโจมตีของคนอื่น ๆ เลย
ชายที่อยู่ด้านหน้า ใจนต้องรีบหลบ หลี่ลี่จึงพุ่งทะลวงวงล้อมออกมาได้
ตอนนั้น หลี่ลี่มาถึงที่มืด ไฟจากคบเพลิงที่นักเรียนคนอื่น ๆ ถืออยู่นั้น ส่องมาไม่ถึง ทำให้เขาตกอยู่ในความมืด
จู่ ๆ หลี่ลี่ ก็คิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้ ในความมืดเช่นนี้ เขามองเห็นได้ชัดเจนเช่นเดียวกับตอนกลางวัน แต่คนอื่น ๆ กลับทำไม่ได้!
ทันใดนั้น แสงไฟจากคบเพลิงก็ส่องมาที่หลี่ลี่
หลี่ลี่ะโด่า "พวกสารเลวทั้งหก ถ้าเก่งนักก็ตามข้ามาสิ! ดูสิว่า ท่านหลี่ผู้นี้จะกลัวพวกเ้าจนหัวหดหรือไม่!"
"ไอ้เวรเอ้ย อย่าหนีนะ!"
"ไอ้เลว ข้าจะฆ่าเ้า..."
เหล่าวัยรุ่นทั้งหก โมโหเป็ฟืนเป็ไฟ พุ่งเข้ามาหาหลี่ลี่ทันที หลี่ลี่รีบวิ่งหนีสุดชีวิต มุ่งหน้าไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
มันเป็ต้นไม้ข้างทางที่ขึ้นโดดเดี่ยว ลำต้นใหญ่โต ต้องใช้หลายคนโอบ รอบ ๆ มีเพียงหญ้าเตี้ย ๆ ขึ้นอยู่ ไม่มีที่ให้หลบซ่อน หรือซุ่มโจมตีได้เลย
ทั้งหกเห็นว่าไม่มีอันตราย จึงไล่ตามมาอย่างไม่เกรงกลัว ทั้งหลี่ลี่และอีกหกคน ล้วนมีฝีเท้าที่รวดเร็ว ในชั่วพริบตาพวกเขาก็มาถึงที่มืด พ้นจากแสงไฟจากคบเพลิงแล้ว
หลี่ลี่จงใจชะลอฝีเท้าลง เดินมาถึงต้นไม้ใหญ่ แล้วแอบอยู่ด้านหลัง ทันใดนั้น ทั้งหกคนก็แยกเป็สองกลุ่ม ซ้ายขวา เข้าล้อมต้นไม้ใหญ่
ท่ามกลางความมืดมิด สายตาและฝีเท้าของทั้งหกคน ก็ชะงักลง พลังลดลงเหลือเพียงหกเจ็ดส่วน แต่หลี่ลี่กลับไม่ได้รับผลกระทบ เขาะโขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วเล็งไปที่รุ่นพี่คนที่อยู่ด้านล่าง ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปหนึ่งหมัด
รุ่นพี่คนนั้นรู้สึกได้จึงรีบหลบ แต่เพราะดูเหมือนมันจะสายเกินไป เขาจึงตั้งท่าป้องกันหลี่ลี่แทน เด็กหนุ่มมองเห็นได้อย่างชัดเจนในความมืด จึงเปลี่ยนกระบวนท่า แล้วต่อยเข้าที่คอของอีกฝ่ายจนสลบไป
จากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ หลี่ลี่ได้เรียนรู้วิธีควบคุมพลังของตนเองแล้ว รวมถึงรู้ขีดจำกัดของพลังตนเองแล้ว จึงไม่จำเป็ต้องใช้พลังทั้งหมดในการทำร้ายคนพวกนี้อีก แม้พวกนี้จะน่ารังเกียจ แต่ก็เป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน
หลังจากจัดคนแรกได้แล้ว หลี่ลี่ก็ะโลงมา รับร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ บังเอิญว่า ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง ใจึงปล่อยหมัดออกมา หลี่ลี่ผลักร่างของคนที่สลบไป จนสามารถรับมือการโจมตีของศัตรูได้ จากนั้นเขาก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเก็บหมัด เพื่อป้องกันการทำร้ายเพื่อนร่วมกลุ่ม แล้วรีบลงมือทำให้สลบไปอีกคน
คนที่สามเห็นดังนั้น ก็รู้สึกเหมือนหลี่ลี่เป็ปีศาจ เขาร้องลั่นด้วยความใ แล้วหันหลังวิ่งหนี หลี่ลี่ก็ไม่ได้สนใจ ไล่ตาม เพียงแค่หิ้วคนทั้งสองที่สลบไป เดินออกจากต้นไม้ใหญ่ ส่วนอีกสามคนที่เหลือ มองตามหลังเขาด้วยความตะลึง ไม่กล้าลงมือ
สาเหตุหนึ่งก็คือ พวกเขากลัวฝีมืออันแปลกประหลาดและพลังอันแข็งแกร่งของหลี่ลี่ อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ หลี่ลี่มีตัวประกันอยู่ในมือ หากพวกเขาลงมือ หลี่ลี่ก็แค่ยกตัวประกันขึ้นมาบัง พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
พวกเขามีการแปรผันิญญายุทธ์อยู่เพียงแค่ระดับสาม ถือว่ายังอยู่ระดับล่าง หากพลาดพลั้งไปทำร้ายพวกเดียวกันเองขึ้นมา คงเป็เื่ใหญ่แน่
หลี่ลี่เองก็ไม่อยากเด่นดังจนเกินไป จึงไม่ได้จัดการทั้งหกคน ตอนนี้เขาฝึกจนเป็การแปรผันิญญายุทธ์มาถึงระดับสามแล้ว ซึ่งนับว่าเป็เื่ใหญ่โตมากของสำนักล่างแล้ว หากทำเื่ใหญ่โตไปมากกว่านี้ คงไม่ดีแน่
ตอนนั้น เหล่านักเรียนที่มามุงดู ก็ถือคบเพลิงเดินเข้ามา เห็นหลี่ลี่หิ้วคนสองคน ราวกับของเล่น พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียง รีบหลีกทางให้โดยปริยาย
เขาเอาตัวประกันทั้งสองไปวางรวมกับคนก่อนหน้า ในขณะที่หยางเจิ้น และคนอื่น ๆ รีบยกตอไม้มาให้เขานั่งพัก
จากนั้น ก็มีคนเอาอาหาร ผลไม้ และน้ำมาให้
หลี่ลี่รู้สึกเพลิดเพลิน นี่สินะ ผลประโยชน์ที่ได้จากอำนาจและพลัง!
มองดูคนพวกนี้ แม้แต่เหอฉางหง ที่เคยหยิ่งผยอง ก็ยังคอยประจบประแจง คอยอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่าง ในเมื่อไม่กี่วันก่อน เขายังเป็คนที่หยิ่งยโสโอหังผู้นั้นอยู่เลย!
ตอนนี้ เมื่อมองคนพวกนี้ หลี่ลี่รู้สึกต่างออกไป เขาเป็ถึงการแปรผันิญญายุทธ์ระดับสามได้แล้ว แล้วยังฝึกฝนวิชาฤทธิ์เทพั์ที่ยิ่งใหญ่ ล้ำลึก ไร้ขีดจำกัด ทำให้เขารู้สึกว่า คนพวกนี้ช่างต่ำต้อย เหมือนมด ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาอีกต่อไป
นั่นไม่ใช่เพราะหลี่ลี่เนรคุณ แต่เป็ความรู้สึกของเขา เป็่เวลาที่ทุกคนต้องก้าวผ่าน เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการไขว่คว้าอำนาจ
เมื่อผู้แข็งแกร่งหันกลับมามองสหายเก่า ๆ พบว่าทุกคนล้วนแต่ห่างชั้นกับเขามาก จนในที่สุดก็ต้องแยกจากกันไป
เมื่อสถานะและพลังแตกต่างกันมากเกินไป คงไม่อาจเป็เพื่อนกันได้อีกต่อไป ไม่อาจอยู่ร่วมกันอย่างอิสระเสรีได้อีก
ในที่สุด นักเรียนเก่งห้าคนของห้องห้าก็ไม่อาจยืนหยัดได้อีก จำต้องยอมรับความพ่ายแพ้ พวกเขารุมหลี่ลี่ถึงหกคน แต่กลับโดนหลี่ลี่จัดการได้อย่างง่ายดาย แถมยังเสียคนไปอีกสองคน พวกเขาไม่มีทางชนะแน่
หวังปัว หนุ่มรูปงามและนักเรียนคนอื่น ๆ ในห้องห้า จึงมอบหินิญญา หนึ่งร้อยก้อนให้หลี่ลี่ พร้อมกับกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม
"รู้แพ้ รู้ชนะ ไม่เลว"
หลี่ลี่คลี่ยิ้มออกมา จริงๆ แล้ว ตอนแรกว่าจะจัดการกับนักเรียนเก่งห้าคนห้อง A โดยการไปขอความช่วยเหลือจากนักเรียนเก่งห้องอื่น ๆ แต่ไม่คิดว่า พวกเขาจะยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้
หวังปัวถอนหายใจเบา ๆ "พวกข้าสู้เ้าไม่ได้ ต่อให้ก็คงแพ้อยู่ดี ยอมแพ้ดีกว่า ต่อไปพวกข้าจะตั้งใจฝึกฝน คำสั่งสอนของเ้า อาจเป็เื่ดีสำหรับห้องห้าของพวกข้าก็ได้! ท่านหัวหน้าหลี่ ใกล้จะทะลุขั้นสี่แล้วหรือ?"
หลี่ลี่พยักหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะพลังของเขาอยู่ที่จุดสูงสุดของการแปรผันิญญายุทธ์ระดับสาม คงไม่สามารถเอาชนะคนห้าหกคนพร้อมกันได้หรอก จริงไหม?
หวังปัวยิ้มแหย ๆ "งั้นข้าขออวยพรให้ท่านหัวหน้าหลี่เลื่อนขั้นโดยเร็ว วันหน้า หากมีโอกาสได้ไปที่สำนักกลางด้วยกัน โปรดท่านหลี่ให้ความช่วยเหลือด้วย ท่านหลี่ในอนาตย่อมต้องเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่ เื่เล็กน้อยในวันนี้ ท่านคงไม่ถือสาหรอกนะ"
"หืม?" หลี่ลี่เกิดความสนใจในตัวเด็กหนุ่มผู้นี้ ไม่ใช่จะสนใจในทางชู้สาว แต่เขาชื่นชมในความยืดหยุ่น รู้จักปรับตัว และความสามารถในการเข้าสังคมของอีกฝ่าย
"ได้ ถ้าวันหน้ามีโอกาสได้ไปอยู่ที่สำนักกลางด้วยกัน ข้าจะดูแลเ้าเอง"
"หา?" หวังปัวดีใจจนเนื้อเต้น เขาไม่คิดว่าหลี่ลี่จะใจกว้างขนาดนี้ เขาจึงรีบมอบหินิญญาสิบก้อนให้หลี่ลี่ทันที "ฮ่า ๆ นี่เป็น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากข้าน้อย โปรดรับไว้ด้วย"
หลี่ลี่ไม่เกรงใจ รีบรับเอาไว้ทันที
ว่าแล้วก็มีรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในระดับการแปรผันิญญายุทธ์ระดับสาม กลายเป็น้องชายของเขาไปเสียแล้ว