บทที่38ก้าวข้ามพันธนาการ
เสียงเอะอะโวยวายทำให้เหล่าลูกสมุนกลุ่มโจรภูเขา ต่างมารวมตัวกันที่บริเวณหัวหน้าของพวกตนในที่สุดพวกมันเหล่านี้รู้สึกโกรธแค้นบิดาบุตรทั้งสองอยู่มิน้อย เนื่องเพราะกับดักหลุมพรางของพวกมันสร้างปัญหาและพรากชีวิตพวกพ้องของตนไปนับมิถ้วน ดังนั้นเมื่อได้มาเห็นสภาพของพวกมันสองบิดาบุตรที่ตอนนี้ถูกหัวหน้าของพวกตนทำร้ายจนมีสภาพคล้ายคนตาย คนก็อดรู้สึกสาสมใจขึ้นมามิได้จึงพากันส่งเสียงกล่าววาจาสนับสนุนให้ลงมือกันอย่างสนุกปาก
“ฆ่ามัน”
“ตัดแขนตัดขามันเลยพี่ใหญ่”
“ข้าว่าต้องจับตัวมันไปโยนลงกับดักหลุมพรางจึงจะสาสม”
“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย เอามันไปโยนลงหลุมกับดัก”
หัวหน้าเหล่าโจรภูเขายกร่างอันโชกไปด้วยเลือดของเสี่ยวซาขึ้นก่อนจุ๊ปาก จั๊ก จั๊ก แล้วส่ายหน้าไปมาพร้อมกล่าว
“ไม่ได้ ไม่ได้ มันจะตายง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร ข้าจะทำให้มันได้เจ็บปวดใจถึงที่สุดจนใคร่อยากตายก็มิอาจจะตายได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
กล่าวจบมันพลันทุ่มร่างในมือลงก่อนก้าวอย่างเชื่องช้าเข้าหาเซี่ยวเอ๋อ เสี่ยวซาตะเกียกตะกายคว้ากอดที่ข้อเท้าของหัวหน้าโจรภูเขาก่อนกล่าวขึ้นอย่างลำบาก
“ปะปล่อยมันไปเถอะ มะมันมิได้เกี่ยวข้องอันใด ท่านโกรธแค้นข้าก็จงชำระแค้นที่ข้าเพียงผู้เดียว”
“เจ้าอาศัยสิ่งใดถึงคิดจะต่อรองกับข้า ข้าอยากให้ใครตาย ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถขัดขวางไม่ให้มันผู้นั้นตายได้ฮ่าฮ่าฮ่า “
กล่าวจบหัวหน้าโจรภูเขาก็ตวัดเท้าเตะใส่เสี่ยวซาทีหนึ่ง จนคนกระเด็นกลิ้งออกไปจากนั้นมันก็เข้าไปคว้าจับลงที่ลำคอของเซี่ยวเอ๋อ แล้วยกขึ้นเหนือพื้น
“อ่อกกกกก!”
“ปล่อยบุตรข้าาาาา”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ฮ่าาาาาาา”
เสียงหัวเราะครืนใหญ่ของเหล่าโจรภูเขาเมื่อได้เห็นชะตากรรมอันเลวร้ายของผู้อื่นพวกมันทั้งสมน้ำหน้า และด่าทออย่างสนุกปาก ไม่มีความรู้สึกหรือสิ่งที่เรียกว่าจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่ควรมีต่อเพื่อนร่วมโลกแม้แต่น้อยเซี่ยวเอ๋อที่ตกอยู่ในกำมือของหัวหน้าโจรภูเขา คนไอออกมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาเริ่มเหลือกถลนก่อนที่ภาพเบื้องหน้ากำลังจะมืดทะมึนไร้ซึ่งแสงสว่าง เสียงของคนผู้หนึ่งก็ดังกึกก้องสะท้านขึ้นทั่วใต้หุบผาลึกแห่งนี้
“ปล่อยมันลง ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้มือข้างนั้น”
ทุกสายตาต่างจับจ้องมองไปยังที่มาของต้นเสียง ขณะนี้พระอาทิตย์ก็ได้ลาลับไปแล้วพวกมันจึงเห็นผู้มาได้อย่างไม่ชัดตา พวกมันเพียงพบว่าผู้มาเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ บนร่างกายมิได้ถืออาวุธอันใดแต่ที่ทำให้ทุกผู้สะดุดตามากที่สุดก็คือนัยน์ตาของบุรุษผู้นี้กลับมีสีฟ้าครามลึกล้ำราวมีมหาสมุทรหมุนวนอยู่ทุกผู้เมื่อถูกจ้องด้วยสายตานี้กลับคล้ายถูกมนต์สะกดไปชั่วขณะ ก่อนเป็นหัวหน้าโจรภูเขาที่ได้สติแล้วกล่าววาจาขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า อาศัยเจ้าเพียงผู้เดียว ยังกล้าเหิมเกริม”
ฟิ้ว ร่างของบุรุษหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าครามกลับกลายเป็นพล่าเลือนก่อนปรากฏขึ้นอีกทีที่ด้านหลังของหัวหน้าโจรภูเขา มันปรากฏขึ้นครานี้เซี่ยวเอ๋อก็อยู่ในมือของมันแล้ว
“พี่ใหญ่ หลงเหอ”
อ๊ากกกก เสียงร้องอันเจ็บปวดของหัวหน้าโจรภูเขาดังสนั่นขึ้น ที่แขนขวาของมันตรงบริเวณข้อมือมีโลหิตสดไหลพุ่งเป็นฟูฝอยสร้างความตื่นตระหนกแก่เหล่าลูกสมุนของมันอย่างยิ่งยวด บัดนี้มือของมันได้ขาดออกไปแล้วจริงๆ
“จะจะเจ้าจะต้องชดใช้… ทุกคนฆ่ามัน”
เหล่าลูกสมุนโจรภูเขาลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนชักอาวุธคู่กายพุ่งเข้าหาบุรุษผู้มาบุรุษผู้นั้นเพียงขยับกายเล็กน้อยร่างก็เกิดเป็นเส้นสายสีฟ้าครามเส้นหนึ่ง ก่อนพุ่งวาบวนรอบบริเวณแล้วสุดท้ายก็มาหยุดยืนนิ่งที่เบื้องหน้าของหัวหน้าเหล่าโจรภูเขา
พรึบ พรึบ พรึบ เสียงร่างอันไร้ชีวิตของเหล่าลูกสมุนโจรภูเขาล้มลงทอดร่างสู่ผืนปฐพีเมื่อเหตุการณ์อันเหลือเชื่อปรากฏแก่สายตา ร่างของหัวหน้าเหล่าโจรภูเขาก็เริ่มสั่นงันงกก่อนกล่าววาจาตะกุกตะกักออกมา
“ทะทะท่านจอมยุทธ์ ปะปะโปรดยั้งมือไว้ไมตรี ทะทะท่านอยากได้ทรัพย์สินของมีค่ามากเท่าใดขะขะข้ายินดีจะมอบให้”
“เจ้าอาศัยสิ่งใดถึงคิดจะต่อรองกับข้า ข้าอยากให้ใครตาย ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถขัดขวางไม่ให้มันผู้นั้นตายได้”
หัวหน้าโจรภูเขานิ่งอึ้งเพราะคำพูดประโยคนี้ มันพึ่งกล่าวออกไปก่อนหน้านั่นเอง แต่ว่าความคิดใคร่ครวญยังมิสิ้นสุดที่ลำคอกลับรู้สึกหวานเลี่ยนขึ้น แล้วโลหิตสดๆ ก็พุ่งทะลักออกมาจากลำคอของมัน คนสิ้นใจตายล้มลงไป
“คนชั่วช้าเช่นพวกเจ้า ไม่สมควรที่จะอยู่บนโลกแห่งนี้”
บุรุษหนุ่มหลังจากสังหารเหล่าโจรภูเขาไปหมดสิ้น คนก็เดินเข้าหาสองบิดาบุตรเบื้องหน้าก่อนยื่นฝ่ามือถ่ายทอดพลังญาณรักษาอาการบาดเจ็บให้คนทั้งสอง ไม่นานอาการบาดเจ็บของพวกมันก็เริ่มทุเลาขึ้นเป็นเสี่ยวซากล่าวขึ้น
“ขอบใจเจ้ามากหลงเหอ”
เซี่ยวเอ๋อนัยน์ตาเป็นประกาย เมื่อมันจับจ้องไปยังบุรุษที่ช่วยชีวิตตนเบื้องหน้านี้ก่อนกล่าว
“พี่ใหญ่หลงเหอ ท่านช่างยอดเยี่ยมยิ่ง ข้ามิคิดเลยว่าท่านจะเก่งกาจถึงเพียงนี้สักวันข้าจะต้องเก่งกาจอย่างท่านให้ได้”
ที่แท้บุรุษนัยน์ตาสีฟ้าครามผู้นี้กลับเป็นหลงเหอนั่นเอง เมื่อมันช่วยเหลือสองบิดาบุตรได้แล้วนัยน์ตาที่เคยส่องแสงสีฟ้าครามลึกล้ำก็ได้เลือนหายไป พร้อมๆ กับสติสัมปชัญญะของชายหนุ่มบัดนี้มันได้สลบเหมือดไปนอนกองอยู่บนพื้นแล้ว
“พี่ใหญ่หลงเหอ!”
“หลงเหอ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”
ที่กระท่อมใต้หุบผาลึก หลงเหอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่า ตนได้มานอนอยู่บนเตียงอันคุ้นเคยในกระท่อมสองพ่อลูกนั่นอีกแล้วชายหนุ่มครุ่นคิดใคร่ครวญว่าเหตุใด ตนจึงมาอยู่ที่กระท่อมแห่งนี้ได้ ก่อนหน้ามิใช่ว่าตนถูกมวลน้ำมหาศาลภายในบ่อกดทับไว้ใต้ก้นบ่อหรอกหรือขณะครุ่นคิดที่ประตูทางเข้าก็เปิดออก เป็นหนึ่งบิดาหนึ่งบุตรที่เดินถือชามข้าวเข้ามา
“หลงเหอ เจ้าฟื้นแล้วหรือ”
“อืม ข้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว”
“ข้ากับบุตรต้องขอขอบใจเจ้าอีกครั้งที่ช่วยเหลือพวกเราไว้ บุญคุณในครั้งนี้พวกเราสองบิดาบุตรจะไม่มีวันลืมเลือน”
หลงเหอทำหน้างุนงง ก่อนโพล่งคำว่า “ช่วย?”ออกมา
เป็นเซี่ยวเอ๋อ กล่าวขึ้น
“พี่ใหญ่ เมื่อคืนท่านเยี่ยมยอดมากจริงๆ ท่านเปล่งพลังสีฟ้าที่ดวงตาออกมาจากนั้นท่านเพียงหายตัวไปมาชั่วครู่ ก็สังหารพวกโจรภูเขาได้หมดสิ้น”
“ใช่แล้ว หากไม่เห็นด้วยสายตาตนเอง ข้าคงมิอาจทำใจเชื่อว่าเจ้าจะร้ายกาจถึงเพียงนี้มิน่า ตอนที่เจ้าตกลงมาจากหน้าผาสูงถึงได้มิเป็นอันตรายถึงชีวิต”
หลงเหอยิ่งฟังยิ่งรู้สึกงุนงงเข้าไปใหญ่ ชายหนุ่มจำได้ว่าตนอยู่ภายในก้นบ่อกลางหุบผาพบเจอเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ ก่อนถูกมวลน้ำกดทับร่าง จากนั้นคนก็จำเรื่องราวใดไม่ได้อีกพอรู้สึกตัวอีกที ตนก็ได้มาอยู่ที่กระท่อมแห่งนี้แล้ว
“เอาเถอะยังไงหัวหน้าโจรภูเขามันก็ได้ตายลงไปแล้ว เจ้ากินอาหารนี่ก่อนแล้วพวกเราจะได้ออกไปจากที่นี่กัน”
กลิ่นหอมกรุ่นจากไอระเหยของผัดผักส่งให้น้ำย่อยในท้องของหลงเหอทำงานเสียงโคร่กก โคร่กกดังออกมาแผ่วเบา แต่ก็ทำให้ทุกผู้ได้ยินอย่างชัดเจน เสียงหัวเราะอันเบิกบานใจที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่ที่ติดอยู่ในหุบผาลึกแห่งนี้ของเสี่ยวซาบัดนี้ได้ดังลั่นขึ้นนี่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะมันขำขันเสียงท้องร้องของหลงเหอ หรือเป็นเพราะมันยินดีปรีดาที่จะได้ออกจากพันธนาการที่กักขังมันไว้นับแปดปีนี้กันแน่แต่นี่ก็นับเป็นเสียงหัวเราะที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากจิตใจส่วนลึกอย่างแท้จริง
“ขอบคุณสวรรค์ ที่ส่งมันมาเพื่อปลดแอกพันธนาการนี้ให้กับพวกเรา”
หลังจากดื่มกินอาหารจนเสร็จสิ้น หลงเหอก็ได้ให้เซี่ยวเอ๋อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ตนฟังเมื่อชายหนุ่มรับรู้เหตุการณ์การณ์ทั้งหมดแล้ว คนก็นิ่งครุ่นคิดไปครู่ใหญ่ “หรือเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับร่างที่โปร่งแสงสีฟ้าครามนั่น เราได้รับบางสิ่งบางอย่างจากร่างนั่นหรือจะว่าไปแล้ว ร่างกายของเราก็รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายส่วน หรือในความฝันนั้น…….”
“พี่ใหญ่ นี่สิ่งของๆท่าน มันคืออะไรหรือดูแปลกประหลาดยิ่งนัก”
ขณะที่หลงเหอกำลังครุ่นคิด ร่างอันเล็กจ้อยของเซี่ยวเอ๋อก็หอบเอาทั้งอาร์พีจีผ่าสหัสวรรษสยบมารและกระเป๋าที่บรรจุลูกกระสุนเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างกระหืดกระหอบ ก่อนที่มันจะวางสิ่งของเหล่านั้นลงอย่างยากลำบาก
“เฮ้อ หนักซะจริง”
“มันคืออาวุธคู่กายข้าเอง”
“อาวุธ? ข้าพึ่งเคยพบพานอาวุธที่แปลกประหลาดเช่นนี้เป็นครั้งแรกมันเรียกว่าอะไรหรือ”
“อาร์พีจี”
“อาร์พีจี? ไม่เพียงรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดชื่อก็ยังแปลกประหลาดด้วยแฮะ”
“พวกเจ้าสองคนเรียบร้อยแล้วหรือไม่” น้ำเสียงอันตื่นเต้นของเสี่ยวซาดังจากภายนอกกระท่อมทำให้หลงเหอ และเซี่ยวเอ๋อต่างพากันทยอยเดินออกมา เสี่ยวซาเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วมันสะพายถุงสองใบบรรจุสิ่งของที่จะนำออกไปด้วย
“ข้าพร้อมแล้วท่านพ่อ”
เสี่ยวซาฉีกยิ้มกว้าง ก่อนกล่าว “ไป ออกไปดูโลกภายนอกกัน”
“เย้ เย้ เย้” เซี่ยวเอ๋อกระโดดโลดเต้นอย่างดีอกดีใจก่อนคว้าเอาขลุ่ยไม้ไผ่ขึ้นมาเป่าบรรเลงอย่างสุขสม จากนั้นคนทั้งสามก็ออกเดินทางมุ่งสู่น้ำตกใต้หุบผาไป
คนทั้งสามมาถึงน้ำตกใต้หุบผาในที่สุด หลงเหอสำรวจมองที่ม่านน้ำตกพบว่าปริมาณน้ำที่ตกลงมาขณะนี้ดูลดน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับคราแรกที่มันพบเห็น เช่นนั้นมันจึงหยิบก้อนหินขึ้นมาก่อนขว้างเข้าสู่ม่านน้ำตกหินก้อนนั้นก็พุ่งผ่านม่านน้ำตกได้อย่างง่ายดาย เมื่อเป็นเช่นนี้หลงเหอจึงค่อยมั่นใจว่าพวกมันทั้งสามจะสามารถผ่านม่านน้ำแห่งนี้ออกไปได้
“มวลน้ำตกนี้มิอาจสร้างปัญหาให้แก่พวกเราได้แล้ว ไปกันเถอะ”
เซี่ยวเอ๋อพยักหน้า ก่อนหันกายกลับมาจ้องมองภาพเบื้องหลังเป็นครั้งสุดท้ายนัยน์ตาของมันแฝงไว้ด้วยแววอาลัยอาวรณ์อย่างปิดไม่มิด ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่มันอยู่จนเติบใหญ่มีเรื่องราวมากมายที่ได้กระทำ เรื่องราวร้ายดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเกิดขึ้นในที่แห่งนี้แต่วันนี้มันจะต้องจากที่แห่งนี้ไปแล้ว
“เจ้าต้นไม้ใหญ่ ภูเขา ใบหญ้า สายน้ำ เจ้าปลาน้อย เจ้ากวางป่าเจ้าผีเสื้อ รวมถึงเจ้าแกะน้อยทั้งหลาย ข้าต้องจากพวกเจ้าไปแล้วนะ เอาไว้ข้ามีโอกาสจะนำเรื่องโลกภายนอกมาเล่าให้พวกเจ้าฟัง...... ลาก่อน”
ทั้งสามมุ่งฝ่าม่านน้ำตกเข้าสู่ถ้ำอันเล็กแคบ ซึ่งทอดยาวขึ้นไปสู่ด้านบนตลอดรายทางที่เดินผ่าน ถ้ำแห่งนี้ไม่มีทางแยกหรือช่องว่างแห่งอื่นที่คนสามารถสัญจรไปได้แม้แต่ทางเดียวเช่นนี้ปากทางออกย่อมหลีกไม่พ้นค่ายโจรภูเขาแล้ว เดินทางชั่วครู่ใหญ่แสงสว่างเจิดจ้าก็ได้ปรากฏขึ้นสู่ครองจักษุสายตาในที่สุดคนทั้งสามก็ได้เดินทางมาถึงปากทางออกของถ้ำแล้ว หลงเหอที่เดินนำหน้าขบวนได้หยุดชะงักฝีเท้าลงก่อนจ้องมองที่แสงสว่างปลายทางออก คนครุ่นคิด หากออกไปย่อมต้องเผชิญกับเหล่าโจรภูเขานับสิบนับร้อยเป็นแน่แต่หากมิออกไปความหวังของบุคคลด้านหลังต้องพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี มันในตอนนี้ไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถนำพาคนข้างหลังให้หลุดรอดจากพันธนาการนี้ได้หรือไม่
“เฟยหลง หากเป็นเจ้าจะทำเช่นไร… แต่ก็นะหากเป็นเจ้าคงฝ่าออกไปอย่างสง่าผ่าเผยและสร้างวีรกรรมให้คนได้เทิดทูนจดจำ แต่ว่าข้านั้น…..”
ขณะที่หลงเหอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น พลันมีฝ่ามืออันหยาบกร้านตบลงบนบ่าของมันเบาๆก่อนที่จะมีเสียงกล่าวตามมา
“หลงเหอ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องทำได้ แต่ถึงแม้จะทำมิสำเร็จพวกข้าสองบิดาบุตรก็มิคิดกล่าวโทษเจ้า ข้าจะขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำที่จุดประกายความหวังนี้ขึ้นมาให้แก่พวกเรา”
“พี่ใหญ่หลงเหอ ท่านคือคนที่เก่งกาจที่สุดตั้งแต่ที่ข้าพบเจอมาพวกโจรชั่วช้านั่นจะต้องถูกท่านจัดการจนหมดสิ้น”
หลงเหอหันกายกลับมาอย่างช้าๆ ก่อนพยักหน้าให้คนทั้งสองเป็นเชิงขอบคุณความฮึกเหิมกล้าหาญที่ไม่ทราบว่ามาได้อย่างไรพลันเอ่อล้นขึ้นมาอย่างท่วมท้น จากนั้นชายหนุ่มก็ปลดอาร์พีจีที่ด้านหลังมากำชับไว้ในมืออย่างแน่นขนัดแล้วนำมาวางพาดไว้บนบ่า คนกล่าววาจาออกมาด้วยความเด็ดเดี่ยว
“เซี่ยวเอ๋อ ขอบทเพลงปลุกเร้าอารมณ์ซักบทสองบท บรรเลงให้มันส์หยดไปเลย”
“แม้มิอาจเข้าใจในวาจาที่ท่านกล่าวแต่ข้าจะขอบรรเลงท่วงทำนองแห่งผู้กล้าให้ท่านในบัดดล”
เสียงขลุ่ยบรรเลงบทเพลงล่องลอยมาตามสายลม ดังสะท้านก้องจากภายในถ้ำออกสู่ภายนอกเหล่าโจรภูเขาที่ขลุกอยู่ในค่ายเมื่อได้ยินได้ฟัง ต่างพากันมุ่งหน้ามายังต้นเสียงอย่างพร้อมเพียงโดยที่มิได้นัดหมายเช่นนี้ที่ปากถ้ำจึงเต็มไปด้วยเหล่าโจรภูเขานับสิบนับร้อยคนยืนมุงอยู่อย่างแน่นขนัดเสียงขลุ่ยเริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆ แสดงว่าเจ้าของผู้บรรเลงเสียงขลุ่ยใกล้ที่จะออกมาจากถ้ำแล้วเหล่าโจรภูเขาที่รายล้อมปากถ้ำบ้างก็งุนงง บ้างก็เกิดความสงสัย เพราะว่าไม่มีผู้ใดในค่ายโจรแห่งนี้ที่มีความสามารถในด้านดนตรีไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าของพวกตน เช่นนั้นเสียงขลุ่ยนี้เป็นของผู้ใด ชั่วขณะที่พวกมันกำลังเกิดความสงสัยอยู่นั้นภายในปากถ้ำพลันมีร่างบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเดินออกมา มันผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายคล้ายชนอาณารยะบนบ่าแบกไว้ด้วยวัตถุรูปทรงกระบอกแปลกประหลาด เมื่อมันก้าวเท้าพ้นจากปากถ้ำคนก็ตะเบ็งเสียงกล่าวในทันที
“หากยังมิอยากตาย ก็จงไสหัวหลบไปให้กับข้า”