ตอนที่สี่สิบแปด Adaptation การปรับตัว
บางครั้งมนุษย์เราต้องรู้จักการปรับตัว
ตอนแรกผมมาที่มิตินี้เพราะคิดว่าจะได้พัฒนาความสามารถในการต่อสู้จากการต่อสู้อย่างดุเดือดเลือดพล่านกับซอมบี้ที่ทำให้ความสามารถของผมพัฒนามากยิ่งขึ้น
แต่เมื่อเราต้องเผชิญกับผู้คนจำนวนมากที่พวกเขาใช้ชีวิตของเขาไม่อยู่ในแผนของผม
ผมก็เลยจำเป็นต้องสร้างองค์กรขึ้นมาที่ทำงานรายละเอียดยิบย่อยแทนผม
นี่ก็คือการปรับตัวในด้านการใช้พลังเช่นกัน
ว่าผมกลัวเด็กสาวผมสีชมพูมากมายขนาดนี้จนต้องหาสิ่งที่ทำให้เธอต้องลำบากตามเนื้อเรื่องต้นฉบับได้
“เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจำนวนมาก”
ที่ด้วยเหตุผลบางประการแบบเดียวกับแบทแมน
พวกเขาสามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดทำลายโลกได้แต่เคารพเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลมาก
วิธีการต่อสู้คือต้องใช้แผนการ
Alien V.S. Predator
เอเลี่ยนปะทะพรีเดเตอร์
ให้มีการปะทะกันระหว่าง “รัฐบาล” กับ“รัฐบาล”
การต่อสู้ในโลกที่พยายามจะลากทุกอย่างให้เป็นศีลธรรมสีเทาไม่มีใครถูกผิดก็จะเท่ากับผมไม่มีความผิดบาปด้วยเช่นกันในอนาคตเพราะโทษให้รัฐบาลเป็นคนทำว่างั้น
อาจจะดูเหมือนยุ่งยากซับซ้อนแต่มันสำคัญมากในกระบวนการความคิดที่จะสร้างให้คนคนหนึ่งไม่รู้สึกผิดบาปกับการทำอะไรบางอย่างลงไปแม้ว่ามันจะโหดร้ายแค่ไหนก็ตามด้วยเหตุผลว่า
“ทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่”
มันดูเหมือนเรียบง่ายแต่ก็ได้ผลหากเราต้องการกลับบ้านไปนอนหลับอย่างมีความสุขได้โดยการเอา“รัฐบาล”ไว้เป็นเครื่องบูชาอันศักดิ์สิทธิ์หรือพระผู้ไถ่
ว่าความผิดบาปที่เราทำลงไปน่ะเป็นในนาม“รัฐบาล”อันศักดิ์สิทธิ์นะ
“รัฐบาล”รับความผิดบาปทั้งหมดไปไม่เกี่ยวกับเราเลย
เรามอง“รัฐบาล”เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถล้างบาปให้กับประชาชนตั้งแต่เมื่อไรก็มิทราบแต่มันก็เป็นไปแล้ว
คนเราน่ะเอาปืนหรือกระสุนไปยิงทำลายชาวบ้านชาวช่องน่ะคือฆาตกร
แต่หากทำในนามคำสั่งของรัฐบาลคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ความแตกต่างมันมีอยู่เท่านั้นเองในด้านศีลธรรม
หากเรามีรัฐบาลหนุนหลัง
ทุกสิ่งที่เราทำก็จะเป็นความชอบธรรมเพราะอย่างน้อยจะมีคนนับล้านที่เป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดร่วมกับเรานั่นเอง
“เป็นหัวหน้ากลุ่มชุมชน Settlement ให้กับผม สร้างกลุ่มชุมชนที่เด็กไม่ต้องอดอยากหรือหิวตายขึ้นมาให้ได้”
ผมถอนหายใจแม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่ต้องใช้อากาศในการหายใจแล้วก็ตาม
แต่ของบางอย่างผมพยายามมีไว้เพื่อให้คนที่คุยด้วยยังคิดว่าผมคือคนธรรมดาเหมือนพวกเขา
ผมที่ใส่ชุด
“นักเรียนม.ปลายธรรมดา”
ก็คงเข้ากับหัวหน้ากลุ่มชุมชนในโลกนี้ได้ดีเช่นกัน
คนเราต้องปรับตัวในการเอาตัวรอด
การรวมตัวกันสร้างกลุ่มสังคมเพื่อทำเรื่องที่คนคนเดียวทำไม่ได้ก็คือการปรับตัวอยู่เช่นกัน
ผมชูมือขึ้น
ไม่ต้องมีแสง
ไม่ต้องมีการรวบรวมสมาธิ
ต้นไม้ต้นหนึ่งก็พุ่งสูงขึ้นกว่าสิบเมตรมีรยางค์ห้อยลงมาพร้อมกับมีน้ำไหลออกมาจากระยางค์นั้น
“หากต้องการรวบรวมน้ำสะอาดก็สามารถมาเอาน้ำได้ที่นี่ได้หรือจะไปแลกสิ่งของอย่างอื่นมาเพิ่มเติมก็ได้หรือจะขาดเหลืออะไรก็มาถามผม”
ผมถอนหายใจ
บางครั้งการทำตัวเป็นคนดีนั้นมันยุ่งยากกว่าการพยายามปราบซอมบี้ที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างนี้นั่นเอง